Today

     สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2558 ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงให้พระคัมภีร์ในวันนี้ครับ

พระธรรมสดุดี บทที่ 17 ข้อ 7 - 9
ข้าแต่พระผู้ช่วยของบรรดาผู้แสวงหาที่ลี้ภัยจากปฏิปักษ์ของเขา ณ พระหัตถ์ขวาของพระองค์ ขอทรงสำแดงความรักมั่นคงของพระองค์อย่างมหัศจรรย์
ขอทรงรักษาข้าพระองค์ดังแก้วตาทรงซ่อนข้าพระองค์ไว้ภายใต้ร่มปีกของพระองค์
ให้พ้นจากคนอธรรมผู้ล้างผลาญและจากศัตรูผู้คอยเข่นฆ่าซื่งล้อมข้าพระองค์ไว้โดยรอบ

   ถ้าเป็นเมื่อก่อนหน้านี้ผมคงไม่คิดว่ายุคนี้เราจะพบว่าเราต้องวิงวอนกับพระเจ้าตรงไปตรงมาตามเหตุการณ์ในข้อพระคัมภีร์นี้เลย แต่พอมาตอนนี้ เราได้รู้ว่าเหตุการณ์รอบๆโลกของเราเป็นยังงัย มีกลุ่มคนหัวรุนแรงที่ไล่ฆ่าคริสเตียนในหลายแห่งของโลกเรา พวกเขาข่มขู่และฆ่าคริสเตียน เพื่อให้คริสเตียนเลิกเชื่อในพระเจ้าในพระเยซูคริสต์ คริสเตียนหลายคนถูกฆ่าตาย และอีกหลายคนต้องอพยพออกจากบ้านเกิดหลบหนีไปยังดินแดนอื่น ขอพระเจ้าทรงเมตตาบรรดาผู้ที่เชื่อและรักพระองค์ ขอทรงเป็นที่ลี้ภัยของประชากรของพระองค์ด้วยเถิด อาเมน
   วันนี้ผมมีเรื่องนึงที่ดีใจที่ได้ทำ ที่หมู่บ้านที่ผมอยู่จะมี รปภ. คอยดูแลทางเข้าออก ซึ่งก็เปลี่ยนบริษัทกันมาทำหน้าที่ ต้องแต่ที่ผมมาอยู่ที่นี่ ทุกอาทิตย์ผมต้องซื้อขนมหรือน้ำให้กับ รปภ. ถ้าไม่ได้ให้วันเสาร์ก็ต้องเป็นวันอาทิตย์ตอนขับรถออกไปครับ ที่ผมให้ไม่ได้เพื่อสิทธิประโยชน์อะไรจาก รปภ. ครับ แม่ผมก็ชอบให้ขนมเวลาเค้ากลับจากตลาด และบอกว่าสงสารคนทำงาน ผมก็ทำแบบแม่เหมือนกันครับ รปภ. ชุดล่าสุดนี้มาบอกผมว่าวันนี้จะเห็นวันสุดท้ายที่เค้าจำทำงานที่นี่แล้ว เพราะว่าหมดสัญญากับทางโครงการ และโครงการจะเปลี่ยนบริษัทใหม่มาแทนครับ ผมคิดว่าเราจะให้อะไรเค้าดีวันนี้ ถ้าเค้าไม่ได้มาบอกอะไรก็คงไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนบริษัทมาใหม่ ผมนึกขึ้นได้ว่าที่โบสถ์เคยให้ข้อพระคัมภีร์กับสมาชิก ผมสะสมข้อพระคัมภีร์ที่โบสถ์พิมพ์แล้วมีพลาสติกห่อไว้เยอะเลย ก็เลยคิดว่าจะให้ รปภ. เป็นที่ระลึกครับ วันนี้ตอนขับรถออกไปผมก็เปิดกระจกบอก รปภ. ว่าผมมีอะไรจะให้ครับ ผมเป็นคริสเตียนก็เลยอยากจะให้ข้อพระคัมภีร์เป็นที่ระลึก และถามเค้าว่าทำงานกี่คนผมก็เลยได้มอบข้อพระคัมภีร์ให้ตามจำนวนครับ :) ผมรู้สึกดีที่ได้บอกว่าเป็นคริสเตียน และได้ให้พระวจนะพระเจ้าให้ รปภ. เพื่อเป็นที่ระลึกครับ หวังว่าพระเจ้าจะนำพาเขาในการทำงานในชีวิตต่อไปครับ :)

   สวัสดีครับ วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558

พระธรรมมาระโก บทที่ 11 ข้อ 7 - 11
สาวกจึงจูงลามาถึงพระเยซู แล้วเอาเสื้อผ้าของตนปูลงบนหลังลา แล้วพระองค์จึงทรงลานั้น
มีคนเป็นอันมากเอาเสื้อผ้าของตนปูลงตามถนนหนทาง และบางคนก็ตัดใบไม้จากทุ่งนามาปู
ฝ่ายคนที่เดินไปข้างหน้า กับผู้ที่ตามมาข้างหลัง ก็โห่ร้องว่า "โฮซันนา" ขอให้ท่านผู้ที่เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระเจริญ
ความสุขสวัสดิมงคล จงมีแก่แผ่นดินของดาวิด บรรพบุรุษของเรา ที่จะมาตั้งอยู่ โฮซันนา ในที่สูงสุด"

   อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้เราจะเห็นภาพของพระเยซูพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงถ่อมพระทัย ถ้าเรายังไม่รู้จักพระเยซูแล้วรู้แต่ว่าพระองค์คือพระเจ้าของคริสเตียน เป็นผู้ที่จะมาปลดปล่อยมนุษย์จากความบาป เราคงนึกว่าพระเยซูต้องเป็นกษัตริย์แบบที่เราเข้าใจ พระองค์จะต้องเสด็จมาบนหลังม้าซึ่งมีเครื่องตกแต่งที่มีค่าดูมีสง่าราศี มีผู้ติดตามเป็นทหารเป็นกองทัพ แต่เมื่อเราได้อ่านเรื่องราวของพระเยซู เราก็จะรู้ว่าพระเจ้าของคริสเตียนเป็นอย่างไร พระองค์เสด็จมาเผื่อมาหาใคร และใครล่ะที่พระองค์ทรงเลือกให้เป็นสาวกติดตามพระองค์ และถ้าเรามองอีกมุมนึงก็จะเห็นคนที่มาต้องรับพระองค์เป็นใคร เขาไม่ได้เป็นคนร่ำรวย สิ่งที่เขาคิดว่ามีค่าที่เขามีอยู่คือเสื้อผ้า เขาเอามาปูบนพื้นให้พระเยซูเสด็จผ่าน บางคนก็เอาใบไม้ในทุ่งนามาปู แต่ทุกคนยินดี ร้อง โฮซันนา เพื่อสรรเสริญพระเจ้า เขามีความหวังในพระเจ้าที่เขาต้องรับ ขอบคุณพระเจ้าที่ให้เราได้เห็นอะไรหลายๆอย่างจากพระองค์ ได้รู้ว่าคุณค่าที่แท้จริงคืออะไร ความรักที่แท้จริงคืออะไร เพื่อเราจะมีความหวังในชีวิตครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 ผมอยากนำข้อพระคัมภีร์นี้มาหนุนใจทุกคนครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 107 ข้อ 6
แล้วในความยากลำบากของเขา เมื่อเขาร้องทูลพระเจ้า พระองค์ทรงช่วยกู้เขาจากความทุกข์ใจของเขา

   คนส่วนใหญ่อาจจะอยากจะชื่นชมยินดีกับคนที่มีความสุข แต่พระเจ้ารักเรามากแม้ว่าเรากำลังพบกับปัญหาความยากลำบาก พระองค์ก็พร้อมจะช่วยเรา ขอให้เราบอกพระองค์สำหรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นครับ ทูลขอการช่วยเหลือจากพระเจ้าครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 วันนี้ผมนำส่วนหนึ่งของคำเผยพระวจนะของผู้เผยพระวจนะเศคาริยาห์ที่ได้กล่าวไว้เมื่อห้าร้อยกว่าปีก่อนคริสตกาลครับ เป็นสิ่งที่เศคาริยาห์ได้พูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตเมื่อพระเจ้าจะเสด็จกลับมายังโลกอีกครั้งครับ เราจะเห็นว่าคำพยากรณ์นี้บอกว่าในตอนนั้นจะมีเหตุการณ์หลายๆอย่างเกิดขึ้นครับ เช่น มีสงครามเกิดขึ้นกับคนของพระเจ้า มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของแผ่นดินโลก ผู้คนต้องหลบหนี และพระเจ้าทรงเสด็จมาช่วยประชากรของพระองค์ สภาพอากาศก็เปลี่ยนแปลงไม่มีความหนาว วันเวลาก็จะเปลี่ยนโดยไม่จะไม่มีกลางคืนอีกต่อไป กระแสน้ำก็เปลี่ยนแปลง และพระเจ้าจะเป็นที่หนึ่งอยู่เหนือทุกๆสิ่งบนโลก และประโยคท้ายบอกว่าพระนามของพระองค์ก็เป็นเอก แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนก็จะรู้จักพระเจ้าที่แท้จริงในวันนั้นครับ ถ้าเรารู้อย่างนี้แล้วเราจะยังไม่คิดที่จะเชื่อพระเจ้าที่แท้จริง และก็ไม่อยากจะติดตามพระองค์เหรอครับ ขอพระเจ้าให้เรารู้จักพระองค์เพื่อเราจะไม่รอจนถึงหมดเวลาที่เราจะมีโอกาสที่จะต้อนรับพระองค์ให้เข้ามาเป็นพระเจ้าในชีวิตของเรานะครับ :)

พระธรรมเศคาริยาห์ บทที่ 14 ข้อ 1 - 9
ดูเถิด วันแห่งพระเจ้ามาถึงแล้ว เมื่อทรัพย์สินที่เขาริบไปจากเจ้านั้น เขาจะแบ่งกันท่ามกลางเจ้า
เพราะเราจะรวบรวมประชาชาติทั้งหลายให้ทำศึกกับเยรูซาเล็ม เมืองนั้นจะถูกยึด เขาจะปล้นเอาทรัพย์ในเรือนและข่มขืนผู้หญิง พลเมืองครึ่งหนึ่งจะตกไปเป็นเชลย ประชาชนส่วนที่เหลืออยู่จะไม่ถูกตัดออกเสียจากเมือง
แล้วพระเจ้าจะเสด็จออกไปต่อสู้กับประชาชาติเหล่านั้นเหมือนเมื่อพระองค์ทรงต่อสู้ในวันสงคราม
ในวันนั้นพระบาทของพระองค์จะยืนอยู่ที่ภูเขามะกอกเทศ ซึ่งอยู่หน้าเมืองเยรูซาเล็มด้านตะวันออก และภูเขามะกอกเทศนั้นจะแยกออกเป็นสองส่วนจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก โดยมีหุบเขากว้างมากคั่นอยู่ ภูเขากึ่งหนึ่งจึงจะถอยไปทางเหนือ และอีกกึ่งหนึ่งจะถอยไปทางใต้
และหุบเขาแห่งบรรดาภูเขาของเรานั้นจะถูกกั้นเสีย เพราะว่าหุบเขาแห่งบรรดาภูเขาจะมาจดอาซาลและท่านทั้งหลายจะต้องหนีไป อย่างที่หนีจากแผ่นดินไหวสมัยอุสซียาห์กษัตริย์ประเทศยูดาห์ แล้วพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราจะเสด็จมา และเทพเจ้าทั้งสิ้นจะมากับพระองค์
ในวันนั้นจะไม่มีความหนาวและน้ำค้างแข็ง
จะมีแต่วัน (พระเจ้าทรงทราบ) ไม่ใช่วันสลับคืน แต่เวลาเย็นจะมีแสงสว่าง
ในวันนั้นน้ำพุจะไหลออกจากเยรูซาเล็ม ครึ่งหนึ่งจะไหลไปสู่ทะเลด้านตะวันออก และครึ่งหนึ่งจะไหลไปสู่ทะเลด้านตะวันตก ในฤดูร้อนก็จะไหลเรื่อยไปดังในฤดูหนาว
และพระเจ้าจะทรงเป็นกษัตริย์เหนือพิภพทั้งสิ้น ในวันนั้นพระเจ้าจะทรงเป็นเอก และพระนามของพระองค์ก็เป็นเอก

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2558 เมื่อสองวันก่อนที่บ้านผมเครื่องปั๊มน้ำเสียครับ น้ำในห้องน้ำชั้นบนจะต้องผ่านปั๊ม เลยต้องลำบากมาคอยหิ้วน้ำไปไว้ในห้องน้ำเพื่อใช้ และอาบน้ำครับ แต่ขอบคุณพระเจ้าครับ บางครั้งพระเจ้าก็สอนบางอย่างในความลำบากนั้นนะครับ พระเจ้าสอนผมให้รู้จักคุณค่าของน้ำ ทำให้ในช่วงนั้นใช้น้ำอย่างประหยัดครับ และก็ได้ออกกำลังกายในการยกน้ำด้วยครับ :)

พระธรรม 1 พงศาวดาร บทที่ 16 ข้อ 8
จงโมทนาพระคุณพระเจ้า และร้องทูลออกพระนามพระองค์ จงให้บรรดาพระราชกิจของพระองค์แจ้งแก่ชนชาติทั้งหลาย

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2558 วันนี้ผมขอเริ่มด้วยพระวจนะพระเจ้าข้อนี้ครับ

พระธรรมกิจการ บทที่ 16 ข้อ 14
มีหญิงคนหนึ่ง ในพวกที่ฟังเราชื่อลิเดียมาจากเมืองธิยาทิรา เป็นคนขายผ้าสีม่วง เป็นคนที่ถือพระเจ้า หญิงนั้นได้ฟังเรา และพระเจ้าได้ทรงเปิดใจของเขาให้สนใจในถ้อยคำซึ่งเปาโลได้กล่าว

   อาจารย์เปาโลได้เห็นนิมิตว่าจะมีชาวมิซิโดเนียขอร้องให้ช่วย จึงได้เดินทางไปทันที วันนึงก็ได้เจอผู้หญิงคนหนึ่งชื่อลิเดียมาฟังอาจารย์เปาโลในที่ประชุม แล้วภายหลังผู้หญิงคนนี้และครอบครัวของเขาก็กลับใจและรับบัพติศมาครับ อ่านข้อพระคัมภีร์ตอนนี้ทำให้เราเห็นอะไรหลายๆอย่าง ถ้ามองในมุมผู้รับใช้อาจารย์เปาโลมีความกระตือรือร้นในงานของพระเจ้ามากๆ และก็มีความเชื่อมากด้วย ถ้ารู้ว่าพระเจ้าทรงเปิดเผยอะไรก็จะรีบทำตามครับ ถ้ามองที่พระเจ้าเราก็เห็นว่าพระเจ้าไม่ได้ให้ผู้รับใช้คิดเองทำเองครับ พระเจ้าตรัสผ่านนิมิตหรือผ่านบุคคลอื่นมายังผู้รับใช้ พระเจ้าทรงมีแผนงานล่วงหน้าให้เราไปทำ และในแผนงานนั้นพระเจ้าก็ทรงช่วยเหลืออยู่ เราจะเห็นว่าพระเจ้าได้เปิดใจผู้หญิงที่ชื่อลิเดีย ทำให้เขาสนใจถ้อยคำของอาจารย์เปาโลครับ ตอนนี้เรามามองที่ผู้หญิงที่ชื่อลิเดียเขามีอาชีพค้าขายผ้าสีม่วง เป็นคนที่นับถือพระเจ้า ซึ่งผมคิดว่าคนนี้น่าจะเป็นคนมีศีลธรรม แต่ยังไม่รู้จักพระเยซู การกลับใจของผู้หญิงคนนี้ทำให้เราเห็นว่าจุดเริ่มต้นของการกลับใจของเขาคือเขาได้เข้ามาฟังอาจารย์เปาโลสั่งสอนในที่ประชุม ในใจของเขาคงอยากรู้ว่าอาจารย์เปาโลจะพูดเรื่องของพระเยซูคริสต์ว่าอะไรบ้าง และพระเจ้าก็เปิดใจเขา จนที่สุดเขาได้กลับใจรับเชื่อและครอบครัวของเขาก็เช่นกันครับ เรามองเห็นภาพของการกลับใจเป็นขั้นตอนโดยเริ่มจากมีการประกาศ มีคนมาฟัง และมีคนที่เปิดใจต้องรับพระเจ้า จากนั้นก็รับเชื่อ และเป็นพระพรต่อครอบครัวของเขา ดังนั้นภาพนี้จะออกมาสมบูรณ์ได้ก็ต้องมี ผู้ประกาศข่าวประเสริฐ ผู้ที่สนใจฟังข่าวประเสริฐ และที่สำคัญที่สุดก็คือพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของข่าวประเสริฐทรงสถิดอยู่ด้วยครับ :)

   สวัสดีครับ วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2557 วันนี้เป็นวันที่น่ายินดีอีกครั้งที่เราได้ระลึกถึงวันประสูติของพระเยซูคริสต์ :) ผมคิดว่าทุกคนคงมีความชื่นชมยินดีเมื่อเราได้นึกถึงพระเยซูคริสต์ เหมือนกับที่นางมารีย์ได้ระลึกถึงพระองค์เหมือนในพระธรรมตอนนี้นะครับ ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรทุกๆคนครับ :)

พระธรรมลูกา บทที่ 1 ข้อ 46-47
นางมารีย์จึงว่า "จิตใจของข้าพเจ้าก็ยกย่องพระเจ้า
และวิญญาณของข้าพเจ้าก็เกิดความยินดีในพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของข้าพเจ้า

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2557 วันนี้เรามาอยู่ในบรรยากาศคริสตมาสอีกครั้งนึงผมอยากนำข้อพระคัมภีร์นนี้มาแบ่งปันครับ :)

พระธรรมยอห์น บทที่ 10 ข้อ 22-30
ขณะนั้นเป็นเทศกาลฉลองพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม
เป็นฤดูหนาวพระเยซูทรงดำเนินอยู่ในบริเวณพระวิหารที่เฉลียงของซาโลมอน
พวกยิวก็พากันมาห้อมล้อมพระองค์และทูลว่า "จะให้ใจเราแขวนอยู่นานสักเท่าใด ถ้าท่านเป็นพระคริสต์ก็จงบอกเราให้ชัดแจ้งเถิด"
พระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า "เราได้บอกท่านทั้งหลายแล้วและท่านไม่เชื่อ สิ่งซึ่งเราได้กระทำในพระนามพระบิดาของเราก็เป็นพยานให้แก่เรา
แต่ท่านทั้งหลายไม่เชื่อเพราะท่านมิได้เป็นแกะของเรา
แกะของเราย่อมฟังเสียงของเราและเรารู้จักแกะเหล่านั้น และแกะนั้นตามเรา
เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น แกะนั้นจะไม่พินาศเลย และจะไม่มีผู้ใดแย่งชิงแกะเหล่านั้นไปจากมือของเราได้
พระบิดาของเราผู้ประทานแกะนั้นให้แก่เราเป็นใหญ่กว่าทุกสิ่ง และไม่มีผู้ใดอาจชิงแกะนั้นไปจากพระหัตถ์ของพระบิดาของเราได้
เรากับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน"

   ในวันเวลาที่กล่าวถึงในตอนนี้ก็เหมือนบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองกันในช่วงนี้เลยนะครับ เป็นงานที่น่ายินดีในฤดูหนาว คนหลายคนถามถึงพระเยซูคือใคร ทำไมคริสเตียนถึงมาฉลองวันเกิดพระเยซูกันล่ะ และพระเยซูทรงตอบว่าเราบอกทุกอย่างแก่ท่านแล้ว สิ่งที่เราทำโดยพระนามพระบิดาก็ยืนยันคำพูดของเรา แต่คนทั้งหลายไม่เชื่อ เพราะเขาไม่ใช่ลูกแกะของเรา ถ้าเขาเป็นแกะของเราเขาต้องฟังเสียงของเรา เรารู้จักแกะของเรา และแกะนั้นจะตามเรา
   ผมอ่านถึงตรงนี้ผมรู้สึกว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าที่ไม่เคยปิดบังตนเอง ไม่ใช่พระเจ้าที่ลึกลับ พระเยซูทั้งบอกและกระทำให้เห็นว่าพระองค์เป็นใคร แต่มีคนมากมายไม่เชื่อ พระเยซูไม่ได้กล่าวโทษคนเหล่านั้นเลยแต่บอกว่าพวกเขาไม่ใช่แกะของเรา พระเยซูเป็นผู้เลี้ยงที่ดีพระองค์รู้จักแกะของพระองค์ และรู้ว่าแกะเหล่านั้นจะตามพระองค์ไป    และเมื่ออ่านต่อไปอีกผมรู้ว่าพระเยซูรักแกะของพระองค์มากเลยครับ ให้สิ่งที่ดีที่สุดกับแกะของพระองค์ คือชีวิตนิรันดร์ และไม่ต้องการให้ใครแย่งชิงแกะนี้ไปจากพระองค์ ขอบคุณพระเยซูสำหรับสิ่งดีทุกสิ่งที่พระองค์เมตตากับแกะของพระองค์ ผมเชื่อว่าแกะของพระองค์ก็จะรักพระองค์เช่นกันครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2557 วันนี้ผมมีเรื่องอยากขอบคุณพระเจ้าครับ คือวันนี้ตอนตีห้ามีโทรศัพท์จากที่บริษัทโทรมาเรื่องงาน เค้าบอกว่ามีโปรแกรมทำงานค้างอยู่หนึ่งตัวน่าจะทำงานมาประมาณสี่ชั่วโมงแล้ว ผมรับโทรศัพท์อย่างง่วงๆ และในใจก็คิดว่าวันนี้วันอาทิตย์ด้วยผมจะไปโบสถ์แล้วมีสติมั๊ย ผมอธิษฐานพร้อมทั้งรีโมทเข้าไปดูงานพบว่าอาการเหมือนกับที่เคยเจอคือโปรแกรมนี้เคยค้างแต่ว่าจริงๆแล้วทำงานสำเร็จ ก็เลยแก้ไขปัญหาไม่ยากครับ พอตอนเช้าวันนี้ขณะขับรถมาโบสถ์ปรากฏว่าอีกหน่วยงานโทรศัพท์มาหาผมบอกว่าเค้าไม่สามารถรันโปรแกรมตัวนึงได้ครับ ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน และงานเค้าก็สำคัญมากด้วย ผมคิดในใจว่าวันนี้งานเข้าอีกแล้วแต่ยังงัยเช้านี้ผมไม่ได้มีโน๊ตบุ้คติดตัวมาด้วยคงช่วยอะไรไม่ได้มาก ขอบคุณพระเจ้าที่ซักพักเดียวจากที่วางสายไปครับ เค้าโทรกลับมาบอกว่ารันโปรแกรมได้แล้ว เค้าต้องไปทำอะไรบางอย่างแล้วโปรแกรมก็ทำงานได้ครับ พระเจ้าทรงช่วยไว้ทั้งสองเรื่องวันนี้ผมก็เลยมาโบสถ์อย่างมีความสุขครับ :) ถ้าให้ผมแก้ไขด้วยตัวผมเองทั้งสองเรื่องก็คงยากสำหรับผม เพราะว่าโปรแกรมที่มีปัญหาไม่ใช่เป็นตัวที่ผมทำและเราก็ดูรายละเอียดของโปรแกรมไม่ได้ด้วยครับ พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่จริงๆใช่มั๊ยครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 40 ข้อ 9-10
ข้าพระองค์ได้บอกข่าวเรื่องการช่วยกู้ที่ในชุมนุมชนใหญ่ ข้าแต่่พระเจ้า ตามที่พระองค์ทรงทราบแล้ว ข้าพระองค์มิได้ยับยั้งริมฝีปากของข้าพระองค์ไว้เลย
ข้าพระองค์มิได้งำการอันชอบธรรมของพระองค์ไว้แต่ในจิตใจของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้พูดถึงความสัตย์ซื่อและความรอดของพระองค์ ข้าพระองค์มิได้ปิดบังความรักมั่นคงและความสัตย์ซื่อของพระองค์ไว้จากชุมนุมชนใหญ่โตนั้น

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2557 วันเวลาผ่านไปไวมากเลยนะครับ ตอนนี้ก็ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ใกล้วันคริสตมาสอีกครั้ง พี่น้องที่อยู่ในแต่ละโบสถ์ก็คงมีภาระในงานรับใช้คริสตมาส บางคนที่ต้องมีภาระในหลายๆเรื่องก็ขอพระเจ้าทรงเสริมกำลังนะครับ ขอพระเจ้าทรงโปรดให้งานรับใช้ต่างๆเกิดผลมากๆครับ :)

พระธรรม 1 ยอห์น บทที่ 5 ข้อ 3
เพราะนี่แหละเป็นความรักต่อพระเจ้า คือที่เราทั้งหลายประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ และพระบัญญัติของพระองค์นั้นไม่เป็นภาระ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2557 วันนี้ไปโบสถ์อาจารย์ก็เทศก์เรื่องการเป็นคนรับใช้ของพระเจ้า ต้องตระหนักถึงอะไรบ้างในหนังสือ 1 โครินธ์ 4:1-13 ครับ พอมาเย็นนี้ที่ผมอธิษฐานเพื่อพระเจ้าจะนำในการแบ่งปันข้อพระคัมภีร์ ผมก็พบพระธรรมที่เกี่ยวกับผู้รับใช้ของพระเจ้าอีกครับ ในพระธรรมตอนนี้

พระธรรมมัทธิว บทที่ 12 ข้อ 15-21
แต่พระเยซูทรงทราบ จึงได้เสด็จออกไปจากที่นั่น และคนเป็นอันมากก็ตามพระองค์ไป พระองค์ก็ทรงรักษาเขาให้หายโรคสิ้นทุกคน
แล้วพระองค์ทรงกำชับห้ามเขามิให้แพร่งพรายว่าพระองค์คือผู้ใด
ทั้งนี้เพื่อจะให้เป็นไปตามคำของอิสยาห์ ผู้เผยพระวจนะ ว่่า
ดูเถิด ผู้รับใช้ของเราซึ่งได้เลือกสรรไว้ ที่รักของเราผู้ซึ่งเราโปรดปราน
เราจะเอาวิญญาณของเราสวมท่านไว้ ท่านจะประกาศความยุติธรรมไปให้แก่บรรดาประชาชาติ
ท่านจะไม่ทะเลาะวิวาทและไม่ร้องเสียงดัง ไม่มีใครจะได้ยินเสียงของท่านตามถนน
ไม้อ้อช้ำแล้วท่านจะไม่หัก ไส้ตะเกียงเป็นควันจวนดับแล้วท่านจะไม่ดับ กว่าท่านจะได้นำความยุติธรรมให้มีชัยชนะ
และบรรดาประชาชาติจะฝากความหวังไว้กับท่าน

   เมื่อ 742 ปีก่อนที่พระเยซูมาบังเกิด ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ได้พูดถึงใครคนนึงที่เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าที่พระเจ้าทรงส่งมา คนคนนั้นก็คือพระเยซูคริสต์ครับ คำเผยพระวจนะในตอนนั้นก็บังเกิดเป็นจริงเมื่อพระเยซูทรงดำเนินงานของพระเจ้าครับ
   ในพระธรรมมัทธิวในข้อก่อนหน้านี้บอกว่าพระเยซูทรงรักษาชายมือลีบในวันสะบาโต (วันอาทิตย์) ซึ่งเป็นวันที่ชายยิวจะไม่ทำงาน เป็นวันศักดิ์สิทธิ์เพื่อนมัสการพระเจ้าครับ เมื่อพระเยซูรักษาคนป่วยนั้น ก็มีคนคอยจับผิดว่าพระองค์ทรงกระทำงานนอกเหนือบทบัญญัติในวันสะบาโต เมื่อพระเยซูทรงทราบ สิ่งที่พระองค์กระทำก็คือการหลีกเลี่ยงที่จะมีเรื่องทะเลาะกับคนที่มาจับผิดนั้น แต่เราจะเห็นว่าพระเยซูไม่ได้หยุดที่จะทำการรักษาคนป่วยให้หาย ซึ่งตรงกับคำพยากรณ์ที่ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านั้น
   จากคำพยากรณ์นั้นเราเห็นอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับผู้รับใช้ที่พระเจ้าทรงเลือก เรารู้ว่าพระเจ้าทรงเลือกคนที่พระองค์โปรดปราน พระเจ้าไม่ได้แต่งตั้งใครก็ได้ให้ทำหน้าที่นี้ และคนนั้นก็มีพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยครับ หน้าที่ของท่านคือประกาศความยุติธรรมของพระเจ้า ให้แก่คนทุกๆคนไม่ยกเว้น ลักษณะของผู้รับใช้จะต้องไม่เป็นคนทะเลาะวิวาท แบบที่พระเยซูแสดงให้เห็นในพระธรรมตอนนี้ครับ พระเยซูทรงถ่อมพระทัยไม่ได้แสดงความเกรี้ยวกราดหรืออำนาจพระองค์จะทรงกระทำแก่มนุษย์คนบาปได้ในทันที ผู้รับใช้ต้องยอมทนทุกข์แบบที่พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างในการรับใช้ พระเยซูถูกทหารโรมจับกุม ถูกทรมาน ถูกโบยตี ถูกตรึงที่กางเขน แต่พระเยซูทรงยอมรับความเจ็บปวดเหล่านั้น เพื่อประกาศความยุติธรรมของพระเจ้าให้ปรากฎกับคนทุกคนให้การงานของพระเจ้าทรงสำเร็จ และเราก็จะฝากความหวังไว้กับพระองค์
   ขอให้เราได้เรียนรู้แบบอย่างที่พระเยซูได้ทรงใช้ชีวิตของพระองค์เป็นต้นแบบให้เราดำเนินตามนะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2557 วันนี้ผมมีพระวจนะของพระเจ้ามากฝากครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 32 ข้อ 1 - 2
บุคคลผู้ซึ่งได้รับการอภัยการละเมิดแล้วก็เป็นสุข คือผู้ทรงกลบเกลื่อนบาปให้นั้น
บุคคลซึ่งพระเจ้ามิได้ทรงถือโทษก็เป็นสุข คือผู้ที่ไม่มีการหลอกลวงในใจของเขา

   อ่านแล้วก็รู้ว่าใครที่จะมีความสุขได้บ้าง หนึ่งก็คือคนที่พระเจ้าได้ทรงอภัยความผิดบาปให้แล้ว สองก็คือคนที่ไม่มีความหลอกลวงในใจพระเจ้าก็ไม่ทรงถือโทษ แล้วผมและพี่น้อง เพื่อนๆ ทุกคนเป็นคนแบบใดแบบหนึ่งที่จะมีความสุขตามพระวจนะหรือไม่ครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 2557 เร็วจังเลยครับ ขึ้นอาทิตย์ที่สองของเดือนใหม่อีกแล้วครับ เมื่ออาทิตย์ก่อนผมได้รับลังไม้จำนวนหลายสิบใบจากโบสถ์แห่งนึงแถวพระประแดงครับ พี่เค้าให้ยืมมาตกแต่งในงานวันคริสตมาสครับ วันนั้นเป็นวันเสาร์ผมไปกับอาเจ็กสองคน พอไปถึงโบสถ์ซึ่งใช้บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านเป็นสถานที่ประชุมนมัสการครับ ก็พบว่ามีเด็กๆน่าจะระดับประถมหลายคนมากในโบสถ์ เด็กๆเหล่านี้เป็นเด็กในชุมชนมาเรียนพิเศษที่โบสถ์โดยมีลูกๆของครอบครัวพี่ที่เปิดโบสถ์นี้คอยดูแล และก็มีอาสาสมัครจากองค์กรคริสเตียนช่วยดูแลครับ ทุกคนใจดีกับเด็กๆและก็กับผมกับอาเจ็กมากครับ ผมคิดว่าความรักของสมาชิกในโบสถ์นี้ที่มีต่อพระเจ้า และมีต่อคนในชุมชนทำให้คนในชุมชนยินดีที่จะนำเด็กๆมาให้ที่โบสถ์ดูแลครับ ตอนเย็นเมื่อเด็กๆกลับบ้านเค้าก็แจกขนมและนมกล่องให้กลับไปทานที่บ้านด้วยครับ และทั้งผู้ให้และผู้รับทุกคนต่างมีความสุขในพระเจ้าครับ ทุกอย่างที่ทางโบสถ์ทำให้ชุมชนไม่่ได้คิดค่าใช้จ่ายเลย ด้วยความเชื่อพระเจ้าทรงเลี้ยงดูครับ :) ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรสำหรับคริสตจักรแห่งนี้ ให้งานประกาศพระกิติคุณจะเกิดผลมากมายครับ :)

พระธรรมมาระโก บทที่ 13 ข้อ 10
ข่าวประเสริฐจะต้องประกาศทั่วประชาชาติทั้งปวงก่อน

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2557 ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ผมได้เตรียมงานตกแต่งในวันประกาศวันคริสตมาสครับ ปีนี้ค่อนข้างหนักใจในเรื่องงานตกแต่ง ผมกังวลเรื่องว่าจะมีคนมาช่วยทำกี่คน และงานที่ได้รับมาก็ดูเหมือนจะใหญ่กว่าทีจะทำกันเองได้ วัสดุอุปกรณ์ก็ไม่รู้ว่าจะหาจากไหนได้เพียงพอครับ แต่ขอบคุณพระเจ้าที่พระเจ้าจัดเตรียมที่ปรึกษา จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มมาให้เรื่อยๆเลยครับ วันก่อนอาเจ็กเอากระดาษมาให้ และก็ช่วยแนะนำวิธีการต่างๆด้วยครับ เพื่อนที่ทำงานช่วยกันเก็บห่อของขนมมาให้ และวันนี้น้องก็เอากระดาษสีน้ำตาลจากโรงงานของพี่มาให้อีกครับ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกๆอย่างครับ และขอพระเจ้าทรงอวยพระพรสำหรับทุกคนที่มีส่วนช่วยกันนะครับ :)

พระธรรม 1 เปโตร บทที่ 5 ข้อ 7
จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2557 วันนี้ผมนำพระธรรมยอห์นตอนที่พวกยิวปฏิเสธพระเยซูมาฝากครับ พระเยซูทรงตรัสกับคนยิวเหล่านั้นว่าดังนี้ครับ

พระธรรมยอห์น บทที่ 10 ข้อ 37-38
ถ้าเราไม่ปฏิบัติพระราชกิจของพระบิดาของเรา ก็อย่าวางใจในเราเลย
แต่ถ้าเราปฏิบัติพระราชกิจนั้น แม้ว่าท่านมิได้วางใจในเรา ก็จงวางใจเพราะพระราชกิจนั้นเถิด เพื่อท่านจะได้รู้และเข้าใจว่าพระบิดาทรงอยู่ในเรา และเราอยู่ในพระบิดา

   พอผมอ่านข้อก่อนหน้านี้ที่คนยิวปฏิเสธพระเยซูว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า ผมก็มาคิดว่าคนเราก็แปลกดี ถึงพระบิดาซึ่งเป็นพระเจ้าที่เรามองไม่เห็นก็ยังมีคนไม่เชื่อและปฏิเสธ และพระเยซูคริสต์ที่มาบังเกิดเป็นมนุษย์ให้เราเห็นก็ยังอุตส่าห์ไม่เชื่อว่าพระองค์มาจากพระเจ้าอีกครับ :)
   แต่สิ่งที่พระเยซูตรัสตอบคนที่ไม่เชื่อนั้นน่าคิดนะครับ พระเยซูบอกว่าถ้าพระองค์ไม่ทำงานของพระบิดาก็อย่าวางใจในพระองค์เลย ถ้าทรงทำงานของพระบิดา แม้ว่าเราไม่เชื่อวางใจในพระองค์ ก็ให้วางในเพราะงานนั้น ถ้าเราคิดถึงตอนนี้จะเห็นว่าถ้าพระเยซูไม่ใช่พระบุตรของพระเจ้าจริง พระองค์อาจจะไม่ต้องมาลำบากในโลกนี้เพื่อช่วยมนุษย์ และงานของพระเจ้านั้นก็คือการตายเพื่อไถ่มนุษย์ออกจากความบาป ถ้าพระเยซูทรงหลอกลวงอ้างว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า ก็ไม่จำเป็นจำต้องทำงานชิ้นนี้จนสำเร็จ แต่ขอบคุณพระเจ้าเราเห็นว่าพระองค์ทรงยอมกระทำงานของพระเจ้าชิ้นนี้จริงๆครับ และสิ่งนี้ก็สะท้อนภาพของคริสเตียนด้วยครับ ถ้าเราบอกว่าเราเป็นคนของพระเจ้า และเราก็ทำงานต่างๆที่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า ถึงคนภายนอกไม่เชื่อว่าเราเป็นคนของพระเจ้า แต่สิ่งที่แสดงออกมาให้เค้าเห็นจะทำให้เค้าเชื่อได้เช่นกันครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2557 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาผมได้นั่งกินข้าวกับน้องที่แผนกคนนึงครับ ได้พูดคุยเรื่องต่างๆ น้องเค้าเล่าว่าคุณยายเป็นคริสเตียน ท่านอายุมากแล้วเก้าสิบกว่าแล้ว และเป็นโรคอัลไซเมอร์ครับ คุณยายพูดคุยอะไรไม่รู้เรื่องแล้วและจำใครก็ไม่ค่อยได้ครับ น้องเล่าว่าเค้ารู้สึกประทับใจคริสเตียน ที่โบสถ์ที่คุยยายไปประจำพอทราบเรื่องว่าคุณยายไปโบสถ์ไม่ไหวแล้ว อาจารย์ที่โบสถ์ หรือ บาทหลวงก็ไม่ทราบ (คุณยายไม่ได้เล่าให้ฟังว่าเป็นคริสเตียนหรือคาทอริกครับ) ก็มาเยี่ยมเป็นประจำเลย ถึงแม้ผ่านมาหลายปีแล้วครับ
   พอผมฟังถึงตอนนี้สิ่งที่ผมนึกถึงอย่างชัดเจนเลยก็คือ นี่แหละที่เค้าเรียกว่า ทำให้คนอื่นเห็นพระเจ้าในเราครับ ถึงแม้ว่าคุณยายจะแก่มากและก็จำอะไรก็ไม่ได้ ใครไปเยี่ยมท่านก็คงจะจำไม่ได้ แต่จิตใจของคนที่ไปเยี่ยมคงเต็มด้วยความรักของพระเจ้าจริงๆครับ ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เราได้เห็นคนของพระเจ้าที่มีพระเจ้าในเค้าจริงๆ และให้ผู้อื่นได้มองเห็นด้วยเช่นกันครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2557 เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้รับรู้เรื่องของพี่ที่บริษัทคนนึงครับ พี่เค้ากำลังช่วยเหลือเพื่อนเค้าอีกคนซึ่งป่วยเป็นมะเร็งที่กระดูกครับ โดยไปกู้้ยืมเงินมาช่วยค่ารักษาพยาบาลจนมีหนี้สินเป็นล้านบาทโดยที่ตัวเค้าก็ลำบากเช่นเดียวกันครับ พี่เค้าเล่าถึงพี่ที่ป่วยเป็นมะเร็งว่าเป็นเพราะเคราะห์กรรมเลยทำให้เค้าต้องป่วยแบบนี้ครับ บ้านพี่ที่ป่วยเค้าเคยทำอาชีพเลี้ยงหมู และก็ต้องมีการฆ่าหมูครับ น้องชายพี่ที่ป่วยจมน้ำตาย แม่ก็เส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต พ่อก็เสียชีวิตเพราะลื่นล้มในบ้านครับ พี่ที่ป่วยเป็นมะเร็งหลายที่ พอผ่าตัดก็มาเป็นที่ใหม่ จนตอนนี้เป็นที่กระดูกซึ่งรักษายากมากครับ พี่ที่บริษัทผมเชื่อว่าเหตุการณ์ร้ายๆที่พี่คนนี้พบเจอเกิดจากการที่บ้านเค้าเคยฆ่าสัตว์ครับ ผมบอกพี่ที่บริษัทว่าจะอธิษฐานเผื่อพี่ที่ป่วยครับ และก็หนุนใจเค้าว่า ขอพระเจ้าได้ปลดปล่อยพี่ที่ป่วยจากปัญหาสุขภาพ และปลดปล่อยพี่คนนี้จากเรื่องหนี้สิน เรื่องบางอย่างในชีวิตดูหนักหนาเกินกำลังของเรา ผมบอกให้พี่เค้าลองพึ่งพระเจ้า อธิษฐานกับพระเจ้าครับ และผมขอฝากพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆที่อ่านบทความนี้ช่วยในการอธิษฐานเผื่อพี่ทั้งสองคนนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ :)

พระธรรมบทเพลงคร่ำครวญ บทที่ 3 ข้อ 57
พระองค์ทรงเข้ามาใกล้ในวันที่ข้าพระองค์ร้องทูลพระองค์ พระองค์ตรัสว่า "ไม่ต้องกลัว"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2557 วันก่อนผมอธิษฐานขอพระวจนะพระเจ้าเพื่อมาแบ่งปันครับ ขอบคุณพระเจ้าที่มอบพระคำนี้มาให้ครับ อีกสองวันก็วันแม่แล้ว พระวจนะของพระเจ้าทรงอวยพระพรแต่คุณพ่อคุณแม่ของเรา และให้คุณแม่มีความยินดี ขอพระพรนี้มีแก่ทุกครอบครัวนะครับ :)

พระธรรมสุภาษิต บทที่ 23 ข้อ 25
จงให้บิดามารดาของเจ้ายินดี จงให้คนที่คลอดเจ้าเปรมปรีดิ์


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2557 วันนี้ผมมีเรื่องจะขอบคุณพระเจ้าครับ วันนี้เป็นวันอาทิตย์แต่งานที่ทำงานผมก็ยังมีเรื่อยๆ และเป็นเวรของน้องอีกคนรับผิดชอบงานในวันนี้ ช่วงเดือนที่ผ่านมามีปัญหาเกี่ยวกับงานมากมายครับ ทำให้ต้องเร่่งทำให้เสร็จในต้นเดือนนี้ครับ แต่เหมือนยิ่งรีบก็ยิ่งเจอปัญหาต่อเนื่องมาครับ วันนี้น้องที่ดูแลงานโทรมาบอกว่าโปรแกรมทำงานไม่สำเร็จ ผมก็เลยเห็นปัญหาว่าเกิดจากปริมาณข้อมูลจำนวนมาก ผมก็บอกให้น้องทะยอยรันโปรแกรมทีละไม่เยอะมาก แต่ต้องหลายรอบหน่อยครับ ซึ่งก็ได้ผลครับ แต่น้องบอกว่าเค้าทำมาหลายรอบมากๆและก็ยังเหลืออีกมากที่ต้องปล่อยครับ ผมก็ได้อธิษฐานกับพระเจ้าสำหรับปัญหานี้ และพระเจ้าก็ให้คำตอบครับ ผมคิดได้ว่าถ้าโปรแกรมช้าตรงจุดนั้นทำไมเราไม่เอาส่วนนั้นออก แล้วไปทำข้างนอกให้สำเร็จเองก่อนครับ เมื่อคิดได้ก็ลองบอกน้อง แล้วผมก็รีโมทเข้าไปแก้ไขโปรแกรมนั้นโดยเอาส่วนที่ช้าออกตามที่ได้คิดไว้ครับ แล้วในที่สุดเมื่อเราทำแบบนี้งานก็ผ่านได้อย่างเร็วขึ้นครับ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทางออกของปัญหาครับ :)

   วันนี้ผมนำพระธรรมกาลาเทียตอนนี้มาฝากครับ พระเจ้าให้เสรีภาพมนุษย์ที่จะคิดจะตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ แต่อย่าให้เรานำเอาเสรีภาพนี้ไปใช้ในทางของฝ่ายโลก แต่ให้เราทำตามพระบัญญัติของพระเจ้าซึ่งให้เราทั้งหลายรักซึ่งกันและกันครับ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งดีๆที่พระเจ้าทรงประทานให้เราเสมอครับ :)

พระธรรมกาลาเทีย บทที่ 5 ข้อ 13 - 14
ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ที่ทรงเรียกท่านก็เพื่อให้มีเสรีภาพ อย่าเอาเสรีภาพของท่านเป็นช่องทางที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้กันและกันด้วยความรักเถิด
เพราะว่าธรรมบัญญัติทั้งสิ้นนั้นสรุปได้เป็นคำเดียว คือว่า จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2557 เมื่อวันก่อนมีคนมากดกริ่งที่บ้านผม ผมออกไปดูก็ไม่รู้จัก เค้าถือกล้วยมาให้แล้วบอกว่า เค้าเป็นเพื่อนบ้านที่บ้านติดกันอยู่ข้างหลังบ้านผมครับ ผมรู้สึกดีใจมาก พอดีหลังบ้านมองไม่เห็นกัน แต่เค้าก็ยังใจดี ทำให้คิดถึงพระคำของพระเยซูที่บอกให้เรารักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเองเลยครับ เพื่อนบ้านที่เห็นภาพตอนนั้นคือเพื่อนบ้านจริงๆเลย และสิ่งที่พระองค์สอนเราทำให้เพื่อนบ้านต่างรักกันและจะมีสันติสุขทั้งครัวเรือนนั้นๆ :)

   พระวจนะที่ผมเอามาฝากในวันนี้ บอกเราว่าให้เรารอคอยพระเจ้า เพราะบางทีความบาปทำให้พระเจ้าทรงหันพระพักตร์จากเรา แต่ขอให้เรามีความหวังใจในพระองค์เสมอนะครับ :)
พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 8 ข้อ 17
ข้าพเจ้าจะรอคอยพระเจ้า ผู้ทรงซ่อนพระพักตร์ของพระองค์จากเชื้อสายของยาโคบ และข้าพเจ้าจะหวังใจอยู่ที่พระองค์


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2557 วันนี้ผมอยากจะแบ่งปันเรื่องนึงครับ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมามีช่างมาเปลี่ยนประตูห้องน้ำที่บ้านผม เค้ามากันสองคนและผมไม่รู้จักเค้ามาก่อน ระหว่่างที่เค้าทำงานอยู่ ช่างผู้หญิงที่มาทำงานก็บอกช่างแฟนเค้าว่าจะถามอะไรพี่ซักอย่างดีมั๊ย ในที่สุดเค้าก็ถามครับ เค้าก็ถามผมว่าที่บ้านพี่เป็นคริสเตียนใช่มั๊ย ผมก็บอกว่าใช่ คิดดีใจว่าสงสัยจะเจอช่างที่เป็นคริสเตียนเหมือนกันครับ ก็ถามเค้าว่าเค้าเป็นคริสเตียนเหรอ ทำไมรู้ว่าบ้านนี้เป็นคริสเตียนครับ เค้าก็บอกว่าเค้านับถือพระแม่มารีย์ ผมก็ถามว่าเค้าก็เป็นคริสเตียนคาทอริกสิ เค้าบอกเค้านับถือสองศาสนาคือพุทธ กับ คาทอริก และก็ย้ำว่านับถือพระแม่มารีย์ เค้ายังบอกว่าวันนี้พระแม่ก็มากับเค้านะอยู่ที่รถ ผมก็ไม่เห็นมีใครบนรถ ผมก็ถามเค้าว่าทำไมรู้ว่าบ้านนี้เป็นคริสเตียน เค้าก็บอกว่าเค้าเดินเข้ามาบ้านไหนๆก็ไม่เหมือนกับที่เดินมาบ้านนี้ เดินแล้วชนเลยเข้าไม่ได้ พระแม่บอกว่าจะลงมาดูแต่เข้าไม่ได้ครับ ก็เลยรู้เลยว่าไม่น่าจะเป็นคาทอริกครับ เค้าบอกว่าอยู่บ้านเค้าก็คุยกับพระแม่ รถที่เค้าขับก็ของพระแม่ครับ บ้านไหนที่เป็นคริสเตียนก็เหมือนมีคนคุ้มครองเค้าเข้าไปไม่ได้ครับ ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงคุ้มครองครอบครัวที่เป็นบุตรเป็นประชากรของพระองค์ ครอบครัวคริสเตียนจะปลอดภัยจากวิญญาณต่างๆครับ

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 43 ข้อ 10
พระเจ้าตรัสว่า "เจ้าทั้งหลายเป็นพยานของเรา และเป็นผู้รับใช้ของเราซึ่งเราได้เลือกไว้แล้ว เพื่อเจ้าจะรู้จักและเชื่อถือเรา และเข้าใจว่าเราเป็นผู้นั้นแหละ ก่อนหน้าเรา ไม่มีพระใดถูกปั้นขึ้น และภายหลังเราก็จะไม่มี


   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2557 ดูเหมือนช่วงนี้บ้านเมืองของเราจะมีความสุขมากขึ้นนะครับ ไม่มีข่าวคนทะเลาะกันฆ่าฟันกันเหมือนที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าเพราะพระเจ้าฟังคำอธิษฐานของผู้ที่เชื่อ ผู้ที่อธิษฐานเผื่อบ้านเมืองครับ อย่าให้เราลืมที่จะขอบพระคุณพระเจ้านะครับ อธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกันเพื่อไม่ให้ทำบาป เพื่อไม่ให้โทษของความบาปนั้นมาตกกับประเทศของเรานะครับ ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองครับ :)

พระธรรมเยเรมีย์ บทที่ 33 ข้อ 6
ดูเถิด เราจะนำอนามัย และการรักษามาให้ และเราจะรักษาเขาทั้งหลายให้หายและเผยสวัสดิภาพและความมั่นคงอย่างอุดม


   สวัสดีครับ วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2557 หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาผมมีความรู้สึกไม่มีสันติสุขเลยครับ เนื่องจากป้าผมเค้าเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเดินไม่ไหวครับ แล้วก็ล้มหลายครั้งจนหัวเข่าบวมครับ ที่บ้านทุกคนก็เครียด วันปกติก็ไปทำงานมีแม่ที่ดูแลป้าเค้าก็เหนื่อยมากครับ ผมไม่อยากคิดถึงอนาคตเลย แต่ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้ผมได้เดินทางไปซื้อเครื่องช่วยเดินให้ป้าตามที่น้องแนะนำมาครับ ระหว่างเดินทางก็อธิษฐานกับพระเจ้าว่าขอให้วันนี้ผมได้ซื้อเครื่องช่วยเดินที่ใช้งานได้จริง เพราะเคยไปซื้อรถเข็นแล้วพอมาใช้ก็ไม่เหมาะเพราะขนาดความกว้างของรถเข็นไม่สามารถเข้าผ่านประตูห้องนอนได้ครับ พอกลับมาบ้านก็เจอป้าพอดีก็เลยลองให้เค้าใช้งานดู ก็ใช้งานได้ดีแล้วดูเค้าดีขึ้นด้วยครับ พระคัมภีร์ตอนที่ผมเอามาในวันนี้ได้บอกว่าให้เราวางใจในพระเจ้าตลอดเวลา บอกพระองค์ถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในใจเรา เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของเราครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 62 ข้อ 8
ประชาชนเอ๋ย จงวางใจในพระองค์ตลอดเวลา จงระบายความในใจของท่านต่อพระองค์ พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของเรา


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2557 ถ้ามีใครซักคนที่เค้าต้องการความช่วยเหลือ และพระเจ้าต้องการให้เราช่วยเหลือเค้า ก็จงช่วยในทุกอย่าง ที่พระวจนะของพระเจ้าได้ตรัสไว้ครับ คือ ให้คำปรึกษา ให้ความยุติธรรม ทำให้เค้าได้รับการบรรเทาจากความเดือดร้อนนั้น ถ้าแม้เค้าถูกขับไล่ถูกรังแก ก็จงช่วยเหลือปกป้อง และอย่าได้หักหลังเค้าครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 16 ข้อ 3
"จงให้คำปรึกษา จงอำนวยความยุติธรรม จงทำร่มเงาของท่านเหมือนกลางคืน ณ เวลาเที่ยงวัน จงช่วยซ่อนผู้ถูกขับไล่อย่าได้หักหลังผู้ลี้ภัย


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2557 ขอบคุณพระเจ้าสำหรับวันนี้ซึ่งเป็นอีกวันนึงที่น่าจดจำครับ วันนี้ผมมีโอกาสได้ร่วมออกประกาศรอบชุมชุนที่โบสถ์ครับ ทีมประกาศได้แบ่งกันออกเดินตามชุมชนโดยออกไปเป็นคู่ๆครับ ผมได้ออกไปกับพี่อีกสามคน เดินได้ซักพักพี่สองคนเค้าก็เข้าไปพูดคุยกับคนที่เราเดินผ่านมาครับ พี่สองคนก็ได้เข้าไปพูดเรื่องพระเจ้าให้คนในชุมชนสองสามคนแล้ว แต่ผมยังไม่เป้าหมายเลย และก็ไม่ค่อยกล้าที่จะเข้าไปคุยกับคนแปลกหน้าครับ พี่อีกคนที่มาด้วยกันก็เดินมากับผมแล้วบอกผมว่าให้ลองคุยกับผู้ชายคนนึงเค้ากำลังทาสีชั้นวางของอยู่ครับ ผมก็เลยได้เริ่มต้นเข้าไปทักทายแล้วก็ขอพี่ที่ทาสีว่าขอพูดเรื่องของพระเจ้าให้เค้าฟังครับ เค้าให้ผมพูดแต่เหมือนเค้ามีสมาธิกับการทาสีมากเหมือนจะได้ไม่ฟังผม ผมก็ขอตัวออกมา พี่ที่เดินมาด้วยกันก็บอกว่าไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวลองดูคนอื่นดู ผมก็เดินจนรอบก็ยังรู้จะพูดกับใครดี เพราะบางคนเค้าก็ทำงานอยู่ก็ไม่อยากรบกวน พอเดินออกมาถนนใหญ่ทางที่จะตรงกลับไปที่โบสถ์พี่ที่มาด้วยกันก็บอกว่าข้างหน้ามาอีกนะใกล้ถึงโบสถ์แล้วลองไปคุยมั๊ย ข้างหน้านั้นเป็นผู้ชายกับผู้หญิงเป็นผู้ใหญ่แล้วเค้านั่งอยู่ริมฟุตบาท พอผมเดินไปใกล้ก็เห็นเค้าถือขวดเหล้าหรือเบียร์อยู่ แต่ผมก็ขอไปนั่งข้างๆเค้า ขอคุยกับเค้าเรื่องของพระเจ้าครับ ครั้งนี้ดีกว่าครั้งแรกมากครับ เพราะพี่สองคนนี้ให้ผมนั่งคุยด้วย และผมก็พูดได้ดีขึ้นด้วยครับ ไม่ค่อยตื่นเต้นครับ และก็รู้ว่าพี่สองคนนี้เค้าเคยได้ยินเรื่องของพระเจ้ามาก่อนแล้ว ก็เลยชวนให้เค้ามาโบสถ์ครับ :) หลังจากนั้นผมก็เดินต่อไปใกล้ถึงโบสถ์แล้ว พี่ที่เดินมาด้วยก็บอกว่านั่นงัยยังมีคนสุดท้ายให้เราประกาศ ผมก็เลยเข้าไปขอคุยกับพี่คนนี้ และก็รู้ว่าเค้าทำงานที่ร้านขายเสื้อที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโบสถ์ครับ วันนี้เค้าก็กำลังทำงานอยู่ ผมก็เล่าเรื่องของพระเจ้าและเชิญชวนให้พี่เค้ามาโบสถ์ถ้ามีโอกาสครับ :)    ผมอยากจะหนุนใจว่าถ้าผมซึ่งไม่ค่อยมีความกล้าในการพูดคุยกับคนแปลกหน้าสามารถที่จะออกประกาศเรื่องของพระเจ้าได้ พี่น้องคริสเตียนคนอื่นก็น่าจะทำได้เหมือนกันครับ และก็หวังว่าเรื่องที่เราออกไปประกาศข่าวประเสริฐเมื่อคนอื่นๆเค้าได้ยินแล้ว เค้าจะมีโอกาสได้เปิดใจที่จะต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิตครับ :)

พระธรรมมัทธิว บทที่ 10 ข้อ 7 - 8
จงไปพลางประกาศพลางว่า 'แผ่นดินสวรรค์ใกล้มาแล้ว'
จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย คนตายแล้วให้ฟื้น คนโรคเรื้อนให้หายสะอาด และจงขับผีให้ออก ท่านทั้งหลายได้รับเปล่าๆ จงให้เปล่าๆ


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2557 วันก่อนผมอ่านข่าวพบว่าจากการคาดการณ์การเติบโตของประชากรในประเทศจีนตอนนี้ ถ้าไปถึงปี ค.ศ. 2030 ประเทศจีนจะมีคนที่นับถือศาสนาคริสต์ทุกนิกายรวมกันมากที่สุดในโลกครับ ตัวเลขในปี 2010 มีคริสเตียนนิกายโปรเตสแตนท์ถึง 58 ล้านคนครับ ถ้าเรามาวิเคราะห์กันแบบคนทั่วไปที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า เราคงต้องคิดว่าต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้คนจีนเปลี่ยนใจมาเชื่อในพระเจ้าแน่ๆ เราคงรู้จักคนจีนดี ( ผมก็จีนเหมือนกัน :) ) ส่วนใหญ่คนจีนมีความเชื่อในบรรพบุรุษ ในการกราบไหว้เจ้าต่างๆซึ่งเป็นสิ่งที่สืบทอดต่อๆกันมา คงเป็นเรื่องที่ยากมากที่เราจะให้คนจีนเลิกปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ นอกจากนี้คนจีนในประเทศจีนยังอยู่ภายใต้ลัทธิคอมมิวนิสต์ซึ่งปกครองประเทศมายาวนานมีอิธิพลกับชีวิตของชาวจีนอย่างมาก ในการปกครองนี้เค้าจะจำกัดสิทธิต่างๆของประชากรในความคิดความเชื่อ เพื่อไม่ให้ประชาชนคิดนอกกรอบที่พรรคคอมมิวนิสต์ตั้งขึ้นมาครับ ในการเผยแพร่ศาสนาในประเทศจีนเป็นเรื่องที่ยากมากๆ พอๆกับความเชื่อดั้งเดิมที่เค้ามีอยู่ มีมิชชันนารีที่เข้าไปประกาศข่าวประเสริฐในประเทศจีนถูกจับ ถูกลงโทษ และถูกประหารชีวิตจำนวนมากมายครับ จากข่าวชิ้นนี้ผมก็อ่านพบอีกว่ามีโบสถ์คริสต์ในจีนที่ถูกรัฐบาลท้องถิ่นจะทำการรื้อถอนเพราะเขาอ้างว่าเป็นโบสถ์ที่ผิดกฏหมาย แต่ในภาพข่าวบอกว่าคริสเตียนที่นั่นเขาพากันออกมายืนล้อมโบสถ์ไว้เพื่อป้องกันโบสถ์ ทำให้เรายิ่งเห็นภาพความเชื่อของเขามากขึ้น คริสเตียนเหล่านั้นเขาไม่กลัวที่จะถูกรัฐบาลดำเนินคดี เขาออกมาปกป้องพระวิหารของพระเจ้าด้วยความกล้าหาญ สิ่งเหล่านี้ทำให้คนอีกหลายคนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้าต้องคิดได้แล้วว่าทำไม ความเชื่อที่อยู่เหนือความกลัว คริสเตียนเหล่านั้นทำไมเขาถึงมั่นใจในการรักษาความเชื่อของเขาต่อพระเจ้า
   วันนี้ผมตั้งใจจะมาเล่าเรื่องนี้ครับ และก็อีกเช่นเคยที่ผมจะอธิษฐานเพื่อขอให้พระเจ้ามอบพระวจนะให้ผม ผมเปิดเจอพระธรรมตอนนี้ เป็นเรื่องที่พูดถึงเหตุการณ์ก่อนวันที่พระเยซูจะเสด็จมาอีกครั้งนึงตามพระสัญญาของพระเจ้าครับ ในพระวจนะบอกว่าให้เราระวังตัวไว้ จะมีคนมาจับกุมคริสเตียนและทำโทษคริสเตียนต่อหน้าผู้ปกครองบ้านเมือง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อเราจะได้เป็นพยานในองค์พระเยซูคริสต์ ข่าวประเสริฐเรื่องของพระเยซูจะถูกประกาศออกไปทั่วโลก และพระวจนะยังบอกอีกว่าเราไม่ต้องกลัวอะไรพระวิญญาณบริสุทธิ์จะอยู่ด้วยกับเราในเวลาที่น่ากลัวนั้น น่ากลัวถึงขั้นที่คนในครอบครัวก็จะโยนความผิดให้กันได้ ไม่ว่าพี่กับน้อง พ่อแม่กับลูก จะมีการทรยศเกิดขึ้น คนมากมายจะเกลียดชังคริสเตียน ก็เพราะคริสเตียนซื่อสัตย์กับพระเจ้า แต่ที่สุดคนที่ทนได้ ผู้นั้นจะรอดครับ เห็นเหมือนผมมัียครับว่าวันเวลาที่พระเยซูจะทรงเสด็จมานั้นใกล้มากแล้วครับ ให้เราได้เรียนรู้ในการใช้ชีวิตในช่วงเวลาสำคัญนั้นนะครับ :)

พระธรรมมาระโก บทที่ 13 ข้อ 9 - 13
"แต่จงระวังตัวให้ดี เพราะคนเขาจะอายัดท่านทั้งหลายไว้กับศาล และจะเฆี่ยนท่านในธรรมศาลาและท่านจะต้องยืนต่อหน้าเจ้าเมืองและกษัตริย์เพราะเรา เพื่อจะได้เป็นพยานแก่เขา
ข่าวประเสริฐจะต้องประกาศทั้วประชาชาติทั้งปวงก่อน
แต่ว่าเมื่อเขาจะอายัดท่านไว้นั้น อย่าเป็นกังวลก่อนว่าจะพูดอะไรดี แต่จงพูดตามซึ่งพระเจ้าทรงโปรดให้ท่านพูดในเวลานั้น เพราะว่าผู้ที่พูดนั้นมิใช่ตัวท่านเอง แต่เป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์
แม้ว่าพี่ก็จะมอบน้องให้ถึงความตาย พ่อก็จะมอบลูก และลูกก็จะทรยศต่อพ่อแม่ให้ถึงแก่ความตาย
คนทั้งปวงจะเกลียดชังท่านเพราะความภักดีที่ท่านมีต่อเรา แต่ผู้ใดทนได้จนถึงที่สุด ผู้นั้นจะรอด


   สวัสดีครับ วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน 2557 วันนี้ผมได้อ่านพระธรรมตอนนี้เลยอยากรีบเอามาแบ่งปันครับ พระวจนะบอกว่าให้เราหว่านความชอบธรรม ความชอบธรรมในที่นี้ก็คือการกระทำที่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า คำว่าหว่านก็แสดงให้เห็นว่าการกระทำนี้จะทำได้ในวงกว้างออกไปรอบๆ อาจจะเป็นสังคมรอบๆตัวเราครับ ผลของการกระทำนี้จะกลับมายังตัวเรา ยิ่งทำมากเราจะได้รับความรักมั่นคงตอบกลับมามากเช่นกันครับ พระเจ้าให้เราหว่านในที่ร้างก็คือในที่ที่ยังขาดแคลนความชอบธรรมของพระเจ้า เวลานี้เองเป็นเวลาที่จะแสวงหาพระเจ้า เพื่อพระองค์จะกลับมาอีกครั้งนึงตามพระสัญญาครับ :)

พระธรรมโฮเชยา บทที่ 10 ข้อ 12
จงหว่านความชอบธรรมไว้สำหรับตัว จงเกี่ยวผลของความรักมั่นคง เจ้าจงไถดินที่ร้างอยู่ เพราะเป็นเวลาที่จะแสวงหาพระเจ้า เพื่อว่าพระองค์จะเสด็จมา


   สวัสดีครับ วันพุธที่ 16 เมษายน 2557 ขอบคุณพระเจ้าสำหรับวันหยุดช่วงสงกรานต์หลายๆวันนี้ที่ได้พักผ่อนที่บ้านครับ :)

พระธรรมดาเนียล บทที่ 6 ข้อ 19 - 24
พอเช้าตรู่ พระราชาก็ตื่นบรรทมรีบเสด็จไปยังถ้ำสิงห์
เมื่อพระองค์เสด็จมาใกล้ถ้ำที่ดาเนียลอยู่ พระองค์ก็ตรัสเรียกดาเนียลด้วยเสียงโทมนัสว่า "โอ ดาเนียลผู้รับใช้ของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ พระเจ้าของท่านซึ่งท่านปรนนิบัติอยู่เนืองนิตย์นั้นทรงสามารถที่จะช่วยกู้ท่านจากสิงห์ได้แล้วหรือ"
แล้วดาเนียลกราบทูลพระราชาว่า "ข้าแต่่พระราชา ขอทรงพระเจริญเป็นนิตย์
พระเจ้าของข้าพระบาททรงใช้ทูตสวรรค์ของพระองค์มาปิดปากสิงห์ไว้ มันมิได้ทำอันตรายแก่ข้าพระบาท เพราะพระองค์ทรงเห็นว่าข้าพระบาทไร้ความผิดต่อพระพักตร์พระองค์ ข้าแต่พระราขา ข้าพระบาทมิได้กระทำผิดประการใดต่อพระพักตร์ฝ่าพระบากด้วย"
ฝ่ายพระราชาก็โสมนัสในพระทัยเป็นล้นพ้น และทรงบัญชาให้นำดาเนียลออกมาจากถ้ำเขาจึงเอาดาเนียลออกจากถ้ำ ไม่ปรากฏว่ามีอันตรายอย่างไรบนตัวท่านเลย เพราะท่านได้วางใจในพระเจ้าของท่าน
แล้วพระราชาทรงบัญชาให้นำคนเหล่านั้นที่ฟ้องดาเนียลมาโยนทิ้งในถ้ำสิงห์ ทั้งตัวเขา บุตรทั้งหลายของเขา และภรรยาของเขาทั้งหลายด้วย และก่อนที่เขาตกลงไปถึงพื้นถ้ำ สิงห์ก็ได้ฟัดเขาอยู่เสียแล้วและหักกระดูกของเขาทั้งหลายเป็นชิ้นๆไป


   พอได้มาอ่านพระธรรมดาเนียลตอนนี้อีกครั้งก็ทำให้เราต้องวางใจในพระเจ้ามากขึ้นครับ พระเจ้าทรงช่วยดาเนียลผู้ซึ่งเขาถูกกลั่นแกล้งให้ถูกลงโทษโดยโยนไปในถ้ำสิงห์ พระเจ้าทรงทราบว่าดาเนียลไม่ได้ทำผิดต่อพระเจ้า และต่อพระราชาเลย ในที่สุดดาเนียลก็ปลอดภัยในสถานะการณ์ที่น่ากลัว ส่วนคนไม่ดีก็ถูกลงโทษแทนดาเนียลครับ และในเหตุการณ์นั้นก็ทำให้ทุกคนที่ขณะนั้นได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าด้วยครับ :)









อ่านย้อนหลัง


จำนวนผู้เยี่ยมชม