Today

     สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2554 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากพระวจนะของพระเจ้า ถ้าเราไม่ได้นำไปประพฤติปฏิบัติก็จะไม่เกิดผลนะครับ พระเจ้าทรงตัดสินเราจากการกระทำของเรา ขอพระเจ้าคุ้มครองและนำพาการดำเนินชีวิตของเราทุกคนนะครับ :)
พระธรรมโรม บทที่ 2 ข้อ 13
เพราะว่าคนที่เพียงแต่ฟังธรรมบัญญัติเท่านั้น หาใช่ผู้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้าไม่ คนที่ประพฤติตามธรรมบัญญัติต่างหากที่พระเจ้าทรงถือว่าเป็นผู้ชอบธรรม


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2554 วันนี้ผมอยากเริ่มต้นด้วยคำอุปมาซึ่งพระเยซูทรงตรัสสอนครับ :)
พระธรรมลูกา บทที่ 15 ข้อ 11 - 32
พระองค์ตรัสว่า "ชายคนหนึ่งมีบุตรสองคน
บุตรคนน้องพูดกับบิดาว่า 'บิดาเจ้าข้า ขอทรัพย์ที่ตกเป็นส่วนของข้าพเจ้าเถิด' บิดาจึงแบ่งสมบัติให้แก่บุตรทั้งสอง
ต่อมาไม่กี่วันบุตรน้อยนั้นก็รวบรวมทรัพย์ทั้งหมดแล้วไปเมืองไกล และได้ผลาญทรัพย์ของตนที่นั่นด้วยการเป็นนักเลง
เมื่อใช้ทรัพย์หมดแล้วก็เกิดกันดารอาหารยิ่งนักทั่วเมืองนั้น เขาจึงขัดสน
เขาไปอาศัยอยู่กับชาวเมืองนั้นคนหนึ่งและคนนั้นก็ใช้เขาไปเลี้ยงหมูที่ทุ่งนา
เขาใคร่จะได้อิ่มท้องด้วยฝักถั่วที่หมูกินนั้น แต่ไม่มีใครให้อะไรเขากิน
เมื่อเขารู้สำนึกตัวแล้ว จึงพูดว่า 'ลูกจ้างของบิดาเรามีมาก ยังมีอาหารกินอิ่มและเหลืออีก ส่วนเราจะมาตายเสียที่นี่เพราะอดอาหาร
จำเราจะลุกขึ้นไปหาบิดาเรา และพูดกับท่านว่า "บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้ผิดต่อสวรรค์และผิดต่อท่านด้วย
ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านต่อไป ขอท่านให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนลูกจ้างของท่านคนหนึ่งเถิด"'
แล้วเขาก็ลุกขึ้นไปหาบิดาของตน แต่เมื่อเขายังอยู่แต่ไกล บิดาแลเห็นเขาก็มีความเมตตา จึงวิ่งออกไปกอดคอจุบเขา
ฝ่ายบุตรนั้นจึงกล่าวแก่บิดาว่า 'บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้ผิดต่อสวรรค์และต่อท่าน ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านต่อไป'
แต่บิดาสั่งบ่าวของตนว่า 'จงรีบไปเอาเสื้ออย่างดีที่สุดมาสวมให้เขาและเอาแหวนมาสวมนิ้วมิอ กับเอารองเท้ามาสวมให้เขา
จงเอาลูกวัวอ้วนพีมาฆ่าเลี้ยงกัน เพื่อความรื่นเริงยินดีเถิด
เพราะว่าลูกของเราคนนี้ตายแล้ว แต่กลับเป็นอีก หายไปแล้ว แต่ได้พบกันอีก' เขาทั้งหลายต่างก็มีความรื่นเริงยินดี
"ฝ่ายบุตรคนโตนั้นกำลังอยู่ที่ทุ่งนา เมื่อเขากลับมาใกล้ตึกแล้ว ก็ได้ยินเสียงมโหรีและเต้นรำ
เขาจึงเรียกบ่าวคนหนึ่งมาถามว่า เขาทำอะไรกัน
บ่าวจึงตอบว่า 'น้องของท่านกลับมาแล้ว และบิดาได้ให้ฆ่าลูกวัวอ้วนพี เพราะได้ลูกกลับมาโดยสวัสดิภาพ'
ฝ่ายพี่ชายก็โกรธไม่ยอมเข้าไป บิดาจึงออกมาชักชวนเขา
แต่เขาบอกบิดาว่า 'ดูแน่ะ ข้าพเจ้าได้ปรนนิบัติท่านกี่ปีมาแล้ว และมิได้ละเมิดคำบัญชาของท่านสักข้อหนึ่งเลย แม้แต่เพียงลูกแพะสักตัวหนึ่งท่านก็ยังไม่เคยให้ข้าพเจ้า เพื่อจะเลี้ยงกันเป็นที่รื่นเริง ยินดีกับเพื่อนฝูงของข้าพเจ้า
แต่เมื่อลูกคนนี้ของท่าน ผู้ได้ผลาญสิ่งเลี้ยงชีพของท่าน โดยคบหญิงคนชั่วมาแล้ว ท่านยังได้ฆ่าลูกวัวอ้วนพีเลี้ยงเขา'
บิดาจึงตอบเขาว่า 'ลูกเอ๋ย เจ้าอยู่กับเราเสมอ และสิ่งของทั้งหมดของเราก็เป็นของเจ้า
แต่สมควรที่เราจะได้รื่นเริงและยินดี เพราะน้องของเจ้าคนนี้ตายแล้ว แต่กลับเป็นขึ้นอีก หายไปแล้วแต่ได้พบกันอีก'"


   พออ่านคำอุปมานี้อีกครั้งก็ทำให้นึกถึงความรักของพระเจ้าต่อเราผู้เป็นคนบาป เราคงแย่กว่าลูกคนเล็กนี้หลายเท่า เพราะหลายครั้งต่อหลายครั้งที่เราหลงหายไปจากพระเจ้า ไปอยู่กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ทุกครั้งที่เราสำนึกผิดและกลับมาหาพระเจ้า สารภาพกับพระเจ้า พระองค์ผู้ทรงเป็นพระบิดาทรงอภัยและยินดีเสมอ พระบิดาทรงพร้อมที่จะรับเราเข้ามาอยู่ใกล้กับพระองค์อีก ขอบคุณพระเจ้า ที่พระองค์ทรงเป็นพระบิดาที่เมตตาต่อเราเสมอ :)

   สวัสดีครับ วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2554 วันส่งท้ายปีเก่าแล้วครับ วันเวลาที่พระเจ้าจะเสด็จมาก็ใกล้มากขึ้นอีกปีครับ ขอให้เราทุกคนได้เป็นคนที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ในวันนั้นที่พระองค์จะเสด็จมาเหมือนกับที่พระองค์ทรงตรัสในพระวจนะของพระเจ้าตอนนี้นะครับ ขอพระเจ้าทรงนำพาชีวิตในปีใหม่นี้นะครับ :)
พระธรรมมาระโก บทที่ 13 ข้อ 24 - 27
"ภายหลังเมื่อคราวลำบากนั้นพ้นไปแล้ว ดวงอาทิตย์จะมืดไป และดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง
ดวงดาวทั้งปวงจะตกจากฟ้า และบรรดาสิ่งซึ่งมีอำนาจในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้าน
เมื่อนั้นเขาจะเห็น บุตรมนุษย์เสด็จมาในเมฆ ทรงฤทธานุภาพและพระสิริเป็นอันมาก
เมื่อนั้นพระองค์จะทรงใช้เหล่าทูตสวรรค์ ให้รวบรวมคนทั้งปวงที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้แล้วทั้งสี่ทิศนั้น ตั้งแต่ที่สุดปลายแผ่นดินโลกถึงที่สุดขอบฟ้า


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม 2554 ผมหายไปนานเลยครับ ไม่ได้หนีน้ำไปไหนครับ แต่ว่าฮาร์ดดิสของเครื่องโน๊ตบุ๊คที่ผมใช้อยู่เสีย ส่งซ่อมและรอผลจากบริษัทที่นำไปซ่อม เค้าก็บอกว่าไม่สามารถกู้ข้อมูลได้แล้วเนื่องจากเสียหายเยอะครับ ผมก็ไม่ได้สำรองข้อมูลอะไรไว้เลย เลยต้องมาตามหาว่าจะเข้ามาอัพเดทข้อมูลใน thaiapp ได้ยังงัยครับ ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้สามารถเข้ามาใน thaiapp ได้อีกครั้งครับ หลายๆอย่างที่เราคิดว่าแน่นอนก็ไม่เคยแน่นอน อย่างเครื่องโน๊ตบุ๊คนี้ผมก็ไม่เคยคิดว่าจะเสียง่ายๆแต่ก็เสียแบบง่ายๆจริงๆ แต่สิ่งนึงที่เรามั่นใจได้คือความรักของพระเจ้าไม่เคยที่จะจากเราไปครับ :)
   อาทิตย์นี้ก็ใกล้วันคริสตมาสอีกแล้ว ศุกร์ที่ 23 นี้ที่โบสถ์เทียนสั่งก็มีจัดงานฉลองคริสตมาสครับ ผมอยากจะชวนเพื่อนๆที่คิดว่าอยากจะไปโบสถ์ไปดูงานคริสตมาส ของคริสเตียน ถ้ามีเวลาก็สามารถไปร่วมงานได้ทุกคนนะครับ งานเริ่มตั้งแต่ 18:30 น.ครับ มีการร้องเพลงคริสตมาสและละคร คำเทศนาเกี่ยวกับวันคริสตมาสครับ แล้วเจอกันนะครับ พระเจ้าอวยพระพรครับ :)

พระธรรมกิจการ บทที่ 3 ข้อ 26
ครั้นพระเจ้าทรงโปรดให้องค์ผู้รับใช้ของพระองค์เป็นขึ้นแล้ว จึงทรงใช้พระองค์มายังท่านทั้งหลายก่อน เพื่ออวยพระพรแก่ท่านทั้งหลาย โดยให้ทุกคนกลับจากบาปของตน"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2554 วันนี้ผมฟังคำเทศนาของอาจารย์ที่โบสถ์แล้ว ก็เลยอยากจะนำข้อพระคัมภีร์นี้มาแบ่งปันครับ พระเจ้าทรงอยู่เหนือเหตุการณ์วิกฤติต่างๆในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติเช่น น้ำท่วม พระเจ้าทรงเป็นราชานิรันดร์ พระเจ้าจะให้กำลังแก่ประชากรของพระองค์ และอวยพรเขาให้มีสันติสุข ขอให้เราทุกคนได้รับกำลังและพระพรจากพระเจ้าในท่ามกลางเหตุกาณ์น้ำท่วมนี้นะครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 29 ข้อ 10 - 11
พระเจ้าประทับเหนือน้ำท่วม พระเจ้าประทับเป็นพระราชาเป็นนิตย์ ขอพระเจ้าประทานพระกำลังแก่ประชากรของพระองค์ ขอพระเจ้าทรงอำนวยพระพรแก่ประชากรของพระองค์ให้มีสันติภาพ


   สวัสดีครับ วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2554 มีหลายตอนในพระคัมภีร์ที่บอกเราว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงเป็นพระเจ้าของชนชาติใด ชนชาติหนึ่ง และพระเจ้าก็ทรงต้องการให้มนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างกลับมาหาพระองค์ รู้จักพระองค์ซึ่งเป็นพระเจ้าของเขา และมีความยำเกรง และดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องชอบธรรมครับ :)

พระธรรมกิจการ บทที่ 10 ข้อ 35
แต่คนใดๆในทุกชาติที่เกรงกลัวพระองค์และประพฤติตามทางชอบธรรมก็เป็นที่ชอบพระทัยพระองค์


   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2554 พออ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ เป็นสิ่งที่ท้าทายในชีวิตของเรานะครับ เรามองไปรอบๆจะเห็นว่า คนเราขาดความเมตตา ขาดการให้อภัยต่อผู้ที่ทำให้เราเกิดความทุกข์ บางทีคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกับคนที่ทุกข์ก็พลอยโกรธคนที่นำความทุกข์มา คนไม่มีใครให้อภัยกันได้เลย แต่อาจารย์เปาโลได้วิงวอนให้คนที่คริสตจักรในเมืองโครินธ์ให้รู้จักที่จะให้อภัย แทนที่เราจะโกรธแทนกัน ก็หันมาให้อภัยแทนกัน เพราะความโกรธนั้นมาจากมารซาตาน แต่ความรักนั้นมาจากพระเจ้าครับ :)

พระธรรม 2 โครินธ์ บทที่ 2 ข้อ 5 - 11
ถ้าผู้ใดเป็นต้นเหตุทำให้เกิดความทุกข์ ผู้นั้นก็มิได้ทำให้ข้าพเจ้าเป็นทุกข์แต่คนเดียว แต่ได้ทำให้พวกท่านเป็นทุกข์บ้างด้วย (ที่ว่า บ้าง นั้นก็คือ ข้าพเจ้าไม่อยากจะปรักปรำผู้นั้นจนเหลือเกิน) ที่คนส่วนมากได้ลงโทษคนผู้นั้นก็พอสมควรแล้ว
ฉะนั้นท่านทั้งหลายควรจะยกโทษให้ผู้นั้นและเล้าโลมใจเขาต่างหาก กลัวว่าเขาจะจมลงในความทุกข์เหลือล้น
ดังนั้นข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านให้ยืนยันความรักต่อคนนั้นใหม่
นี่คือเหตุที่ข้าพเจ้าได้เขียนถึงท่าน หวังจะลองใจท่านดูว่า ท่านจะยอมเชื่อฟังทุกสิ่งทุกประการหรือไม่
ถ้าพวกท่านจะยกโทษให้ผู้ใด ข้าพเจ้าก็จะยกโทษของผู้นั้นด้วย ถ้าข้าพเจ้ายกโทษของคนใดๆ ข้าพเจ้าได้ยกโทษของคนนั้นเพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายต่อพระพักต์พระคริสต์
เพื่อไม่ให้ซาตานมีชัยเหนือเรา เพราะเรารู้กลอุบายของมันแล้ว


   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2554 ปัญหาภัยจากน้ำท่วมจากเหตุการณ์ที่ดูจะไม่ลุกลามในตอนแรก แต่ตอนนี้เป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมากมาย เราคงไม่เคยคิดว่าประเทศไทยจะพบกับเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้ ทำความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน สภาพจิตใจ ของคนมากมาย สิ่งนี้เป็นสัญญาณเตือนให้เรารู้ว่าวันเวลาที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้เพื่อจะมาชำระความบาปของมนุษย์ในแผ่นดิน ก่อนที่พระองค์จะทรงเสด็จมาเพื่อพิพากษามนุษย์ตามที่พระองค์ทรงตรัสแล้วนั้น วันเวลานั้นที่มีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ใกล้เข้ามาแล้ว พระวจนะของพระเจ้ายังบอกเราว่าในเวลานั้นใครล่ะที่จะยืนมั่นอยู่ได้ ใครบ้างจะไม่มีบาป ที่จะมีจิตใจที่บริสุทธิ์ ที่จะผ่านช่วงเวลานั้นไปได้ มนุษย์อาจจะมีคำพูดที่ไม่จริง คำพูดที่มาจากภายใต้ความนึกคิดหรือจิตใจของคนคนนั้น แต่พระวจนะของพระเจ้าจะทรงถูกต้องและเป็นจริงเสมอครับ
   มีผู้เดียวเท่านั้นที่จะช่วยเราให้ผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้ ขอให้เราแสวงหาพระเจ้าผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และทูลขอต่อพระองค์ครับ ตอนนี้ผมก็ยังปลอดภัยและอยู่ในความรักของพระเจ้าครับ หวังว่าพระเจ้าจะคุ้มครองทุกๆคนด้วยนะครับ :)
   อืม ผมมีเรื่องอยากจะแจ้งเตือนเพื่อนๆอีกนิดนึงครับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากออกจากโบสถ์ น้องและหลานผมไปช่วยบรรจุของเพื่อช่วยผู้ประสบภัยที่สนามศุภครับ เค้าเล่าว่ามีลัทธิเทียมเท็จมาแจกใบปลิว บอกว่าเป็นคริสเตียนและบอกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมเป็นเหตุการณ์ในยุคสุดท่ายให้เอาท่องบทสวดในใบปลิวแล้วจะรอดจากภัยในครั้งนี้ เราที่เป็นคริสเตียนคงรู้ว่าคนเหล่านี้ไม่ได้นำความจริงมาให้ แต่มาเพื่อหลอกลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป สำหรับเพื่อนที่ยังไม่ได้คริสเตียน ผมอยากอธิบายเพิ่มเติม ว่าพระคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่าในยุคสุดท้ายจะมีผู้ทำนายเทียมเท็จ มีผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ จุดประสงค์ของพวกนี้ที่ดูเหมือนจะเป็นคนดี แต่จริงๆมาเพื่อลวงให้คนที่เชื่อพระเจ้า และคนที่ยังไม่เชื่อให้หลงผิด อย่างเหตุการณ์นี้ที่เรารู้ว่าเขาไม่ใช่คริสเตียน เพราะว่าคริสเตียนไม่ได้มีบทสวดอะไร บทสวดที่เราคิดขึ้นมาหรือสิ่งของต่างๆจากมือมนุษย์ ไม่สามารถช่วยเราได้ แต่คริสเตียนจะต้องอธิษฐานเผื่อทูลต่อพระเจ้า อธิษฐานด้วยจิตใจ ด้วยความเชื่อ และในใบปลิวที่เค้าให้มาก็นำสิ่งที่ไม่ใช่ความจริงของพระเจ้ามาใส่ไว้ครับ ถ้าเรามีชีวิตที่ติดสนิทกับพระเจ้า โอกาสที่เราจะถูกล่อลวงให้หลงไปจะน้อยลงนะครับ :)

พระธรรม มาลาคี บทที่ 3 ข้อ 1 - 2
พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า "ดูเถิด เราส่งทูตของเราไปเพื่อตระเตรียมหนทางไว้ข้างหน้าเรา และพระเจ้าผู้ซึ่งเจ้าแสวงหานั้นจะเสด็จมายังพระวิหารของพระองค์อย่างกระทันหัน ทูตแห่งพันธสัญญาผู้ซึ่งเจ้าพอใจนั้น ดูเถิด ท่านกำลังมาแล้ว
แต่ใครจะทนอยู่ได้ในวันที่ท่านมา แต่ใครจะยืนมั่นอยู่ได้เมื่อท่านปรากฏตัว


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2554 เมื่อวันศุกร์ผมได้ไปช่วยกั้นกระสอบทรายที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ของบริษัท และวันเสาร์ก็ได้ไปช่วยกั้นกระสอบทรายที่บ้านเพื่อน ผมเห็นภาพข่าวน้ำท่วมในที่ต่างๆทุกวัน เห็นผู้คนที่หวาดกลัวกับสถานะการณ์นี้ แม้แต่คนที่ดูเข้มแข็ง คนที่แข็งแรง คนที่เตรียมพร้อม ทุกคนวิตกกังวล และกลับมาบ้านน้องผมบอกว่าพี่สาวซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องผมบอกว่า "พระเจ้าเท่านั้นที่จะห้ามน้ำได้" พี่ผมเป็นคนที่มีความเชื่อในพระเจ้า เค้าไม่กังวลและเชื่อว่าพระเจ้าจะคุ้มครอง ผมก็เชื่อว่าถึงแม้เหตุการณ์จะดูเลวร้ายอย่างไร ถ้าเรามีความเชื่อและพึ่งในพระเจ้าจริง เราจะต้องปลอดภัยครับ :)

พระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 7 ข้อ 19
และนายทหารคนสนิทก็ได้ตอบคนแห่งพระเจ้าว่า "ถ้าแม้พระเจ้าทรงสร้างหน้าต่างในฟ้าสวรรค์ สิ่งนี้จะเป็นขึ้นได้หรือ" และท่านได้ตอบว่า "ท่านจะเห็นกับตาของท่านเอง แต่จะไม่ได้กิน"


   ข้อพระคัมภีร์ตอนนี้เป็น เรื่องราวเมื่อกษัตริย์เบนฮาดัดของซีเรียได้ยกกองทัพมาปิดล้อมกรุงสะมาเรีย ทำให้เกิดการกันดารอาหารอย่างหนัก ถึงขั้นมีหญิงในเมืองต้องเอาลูกมาฆ่ากินเพื่อให้มีชีวิตรอด กษัตริย์ของอิสราเอลใช้นายทหารคนสนิทเพื่อมาหาเอลีชาผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าเพื่อจะฆ่าเขา สิ่งที่ผู้เผยพระวจนะบอกนายทหารคนนั้นก็คือ พวกอิสราเอลจะพบกับอาหารมากมายที่ขายในราคาถูกมาหน้าประตูเมืองสะมาเรียที่ตอนนี้โดนข้าศึกล้อมไว้หมด จนตอนนี้ไม่เหลืออะไรที่จะกินภายในเมือง นายทหารนั้นไม่เชื่อและพูดว่าพระเจ้าจะทรงทำได้หรือ เอลีชาบอกเขาว่าท่านจะเห็นกับตาของท่านแต่จะไม่ได้กิน และเหตุการณ์นั้นก็เกิดขึ้นตามที่ผู้เผยพระวจนะได้กล่าวกับนายทหารคนนั้น
   คนที่ไม่รู้จักพระเจ้าเขาจะไม่มีความเชื่อ ทำให้เขาไม่ได้พึ่งพระเจ้า และเมื่อพระเจ้าทรงยื่นพระหัตถ์ทำการอัศจรรย์นั้น แม้เขาจะเห็น เขาก็จะไม่ได้รับสิ่งที่พระเจ้าประทาน

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2554 สองวันที่ผ่านมาผมกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องพาป้าไปปิดคดีที่โรงพักครับ ผมไม่ค่อยได้ไปทำธุระอะไรที่โรงพัก แต่ครั้งนี้ต้องไปเจรจากับคู่กรณี และตัวแทนจากบริษัทประกันของคู่กรณี โดยมีตำรวจเป็นคนกลางครับ ผมก็อธิษฐานขอให้พระเจ้าคุ้มครองให้เราดำเนินการเรื่องนี้ผ่านไปได้ด้วยดีและถูกต้องครับ เช้านี้เป็นวันที่ตำรวจนัดให้ไปพบกันเพื่อปิดคดี ผมและน้องพาป้าไปตามเวลานัด 10 โมงเช้า ไม่พบคนที่นัดกันเลย คุณตำรวจที่นัดก็เพิ่งออกเวรตอน 7 โมงเช้า แต่คุณตำรวจก็อุตส่าห์กลับเข้ามาตอนที่เรานั่งคอยอยู่ครับ และได้ความว่าคู่กรณีที่ชนเค้าก็มาก่อนเราเล็กน้อย แต่ไม่พบคุณตำรวจก็เลยได้รับคำแนะนำจากตำรวจที่เข้าเวรว่าให้กลับไปก่อนค่อยมาใหม่ตอนบ่ายโมง คุณตำรวจที่นัดก็ได้โทรหาประกันก็ไม่รับสาย โทรหาคู่กรณีให้ตามประกันก็ไม่สามารถติดต่อตัวแทนที่จะดำเนินการได้ สรุปแล้วเราก็เลยต้องกลับบ้านไปก่อนและรอว่าจะนัดประกันได้เมื่อไหร่ครับ
   พอถึงบ้านผมก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่ายังงัยก็คงต้องมาอีกถ้าได้นัดให้แน่นอนจริงๆอีกครั้ง แต่แล้วคุณตำรวจก็โทรมาบอกว่าเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันมาแล้ว และรู้ภายหลังว่าเจ้าหน้าที่ประกันไปพบกรณีรถชนระหว่างทางที่ได้นัดหมายกันเลยมาถึงช้ามากครับ คุณตำรวจได้แจ้งให้เราเข้าไปอีกครั้งนึง เค้าจะโทรบอกคู่กรณีด้วย ในที่สุดก็ได้พบกันทุกคน การพูดคุยต่างๆไม่มีปัญหาเลยครับ เจ้าหน้าที่ประกันก็เห็นใจป้าที่โดนรถชน คุณตำรวจก็ช่วยพูดให้ และคู่กรณีก็เข้าใจ ฝ่ายผมก็เห็นใจบริษัทประกัน และคนขับรถที่ชนเพราะเค้าก็ไม่ได้เป็นคนที่มีรายได้อะไรมากเป็นคนขับรถส่งของ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีครับ ผมกลับมาคิดว่าตอนเช้าที่เราไปนั่งรอตำรวจกับประกัน ผมเห็นหลายๆคนมาแจ้งความหลายเรื่อง บางคนโดนทำร้ายร่างกาย บางคนทะเลาะกันจนต้องขึ้นโรงพัก บางคนสามีภรรยาตีกันเพราะการนอกใจและต้องมาจบลงด้วยการหย่าร้างที่โรงพัก ไม่มีใครที่สามารถตกลงกันได้ที่นี่ หลังจากพวกเขาออกไปก็ยังคงต้องเป็นศัตรูกัน แต่ผมกับตัวแทนประกัน และคู่กรณีตอนที่เราพูดคุยกัน มีแต่ความเป็นมิตร และก็เข้าใจกัน ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งเหล่าที่เกิดขึ้น และพระเจ้าก็ทรงนำให้พวกเราผ่านปัญหานี้ไปได้ครับ :)
   และตอนเย็นวันนี้ก็มีเรื่องน่ายินดีอีกเรื่องนึงครับ น้าผมที่อาศัยอยู่ที่ต่างประเทศได้โทรมาหาแม่ผมเพราะเห็นข่าวน้ำท่วม และน้าก็เพิ่งได้รับข่าวที่ป้าถูกรถชนด้วยครับ ระหว่างที่แม่คุยโทรศัพท์ผมก็อยู่แถวนั้น ได้ยินแม่บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องน้ำท่วม เรื่องป้าเค้าก็หายแล้ว เพราะพระเจ้ารักษา พวกเราอธิษฐานให้ป้าทุกคน ที่ผ่านมาหมอบอกว่าป้าต้องรักษาตัวอีกไม่ต่ำกว่า 3 เดือน แต่นี่ผ่านมายังไม่ถึงเดือนป้าก็สามารถเดินได้แล้ว แม่บอกน้าว่าให้อธิษฐานกับพระเจ้า ให้อ่านพระคัมภีร์จะได้รู้จักพระเจ้า เวลานี้เป็นเวลาที่พระเจ้าใกล้จะเสด็จมาแล้ว น้าผมเค้าแต่งงานกับน้าเขยที่เป็นชาวต่างประเทศแต่น้าไม่ได้เป็นคริสเตียนครับ ผมได้ยินที่แม่พูดแล้วรู้สึกยินดีมากเลยครับ ผมไม่คิดว่าแม่จะพูดและเป็นพยานให้น้าโดยไม่ลังเล ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งดีๆในวันนี้ เป็นกำลังใจสำหรับเราทุกคนครับ :)

พระธรรมกาลาเทีย บทที่ 3 ข้อ 21 - 22
ถ้าเช่นนั้นธรรมบัญญัติขัดแย้งกับพระสัญญาของพระเจ้าหรือ ไม่เป็นเช่นนั้นแน่นอน เพราะว่าถ้าทรงตั้งธรรมบัญญัติอันอาจทำให้คนมีชีวิตอยู่ได้ ความชอบธรรมก็จะมีได้โดยธรรมบัญญัตินั้นจริง
แต่พระคัมภีร์ได้บ่งว่าทุกคนอยู่ในความบาป เพื่อจะประทานตามพระสัญญาแก่คนทั้งปวงที่เชื่อ โดยอาศัยความเชื่อในพระเยซูคริสต์เป็นหลัก

   สวัสดีครับ วันอังคารที่ 11 ตุลาคม 2554 ช่วงนี้คงได้ยินแต่ข่าวเกี่ยวกับน้ำท่วม บางคนก็ประสบกับปัญหาน้ำท่วมด้วยตนเอง ในความยากลำบากนี้เราก็เห็นความรัก และน้ำใจของคนไทย คนที่เคยไม่เข้าใจกัน โกรธกัน ก็หันมาร่วมใจกันช่วยเหลือคนที่ประสบภัยน้ำท่วม ภาพเหล่านี้ทำให้เรามีความหวังมีกำลังใจที่จะเห็นสังคมของเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

พระธรรม 2 โครินธ์ บทที่ 9 ข้อ 6 - 11
นี่แหละคนที่หว่านเพียงเล็กน้อย ก็จะเกี่ยวเก็บได้เพียงเล็กน้อย คนที่หว่านมากก็จะเกี่ยวเก็บได้มาก
ทุกคนจงให้ตามที่เขาได้คิดหมายไว้ในใจมิใช่ให้ด้วยนึกเสียดาย มิใช่ให้ด้วยการฝืนใจ เพราะว่าพระเจ้าทรงรักคนนั้นที่ให้ด้วยใจยินดี
และพระเจ้าทรงฤทธิ์อาจประทานของดีทุกสิ่งอย่างอุดมแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อให้ท่านมีทุกสิ่งทุกอย่างเพียงพอสำหรับตัวเสมอ ทั้งจะมีสิ่งของบริบูรณ์สำหรับงานที่ดีทุกอย่างด้วย
ตามที่พระคัมภีร์ได้เขียนไว้ว่า เขาแจกจ่าย เขาให้แก่คนยากจน ความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่เป็นนิตย์
ฝ่ายพระองค์ผู้ประทานพืชแก่คนที่หว่าน และประทานอาหารแก่คนที่กิน จะทรงโปรดให้พืชของท่านที่หว่านแล้วนั้นทวีขึ้นเป็นอันมากและจะทรงให้ผลแห่งความชอบธรรมของท่านเจริญยิ่งขึ้น
โดยทรงให้ท่านทั้งหลายมีสิ่งสารพัดมั่นคั่งบริบูรณ์ขึ้น เพื่อให้ท่านมีแจกจ่ายอย่างใจกว้างขวาง ซึ่งโดยเราจัดแจก จะให้เกิดการขอบพระคุณพระเจ้า

   ในพระคัมภีร์ได้บอกว่า ผู้ที่ให้มากก็จะได้รับการตอบแทนจากพระเจ้ามากเช่นกัน และเพิ่มพูนผลนั้นขึ้นอีกด้วย พระเจ้าทรงพอพระทัยกับผู้ที่ให้ด้วยใจยินดี พระเจ้าจะทรงมอบสิ่งที่ดีให้เขาอย่างเพียงพอสำหรับผู้นั้น และมากพอที่จะให้การงานในการให้ของเขาสำเร็จ นอกจากเขาจะถือว่าเป็นคนชอบธรรมแล้ว การให้ของเขาจะทำให้คนอื่นขอบพระคุณพระเจ้าอีกด้วย เพราะการให้นั้นมากจากพระเจ้า ที่พระเจ้าทรงให้เราก่อนและสอนให้เรารู้จักที่จะให้กับผู้อื่นครับ :)

   สวัสดีครับ วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2554 เมื่อเช้านี้ผมตื่นตอนตีห้าซึ่งเช้ากว่าปกติ เพราะต้องการลงมาดูป้าที่ยังเดินเองไม่ได้ว่าเค้าจะเข้าห้องน้ำมั๊ย พักนี้ก็ตื่นไวแต่ก็ลงมาไม่ค่อยทันป้าไปที่ห้องน้ำเองซึ่งผมมาเห็นอีกทีก็ป้านั่งล้มอยู่ข้างเตียงบ้าง ล้มนั่งตรงทางเข้าห้องน้ำบ้าง วันนี้เลยลงมาไวกว่าปกติ มาถึงกลับเห็นป้านอนหลับอยู่ ก็เลยกลับขึ้นไปห้องนอนแล้วเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อหาข้อมูลรถเข็นคนไข้ซึ่งเพิ่งได้คุยเมื่อวันก่อนกับที่บ้านไว้ว่าคงจะต้องมีเก้าอี้รถเข็นเพราะป้าจะต้องไปที่โรงพักเพื่อปิดคดีที่ถูกรถชนครับ ซึ่งตอนที่อยู่ในบ้านเราก็มีเก้าอี้ที่สามารถเข็นได้ แต่ถ้าออกไปข้างนอกคงต้องหาที่สามารถนำขึ้นรถไปได้ครับ สักครู่ผมก็ลงมาดูป้าอีกครั้ง ก็ยังเห็นป้ายังนอนอยู่อีก ก็เลยรู้สึกแปลกๆว่าวันนี้ทำไมป้านอนได้เยอะขึ้น แล้วผมก็กลับไปที่ห้องและลงมาอีกครั้ง ก็เลยตัดสินใจปลุกป้าเพื่อให้ป้าได้กินยาก่อนอาหารก่อน หลังทานยาก็ถามป้าว่าต้องการเข้าห้องน้ำมั๊ย ป้าก็บอกผมว่าจะเข้าห้องน้ำผมก็กำลังจะพยุงท่านไปนั่งเก้าอี้ที่สามารถเลื่อนได้เพื่อจะได้ไปถึงหน้าห้องน้ำ ก่อนที่จะพยุงป้าเข้าไปเหมือนปกติ แต่วันนี้ผมต้องประหลาดใจอย่างมาก เพราะก่อนที่ผมจะพยุงป้าไปนั่งเก้าอี้ ป้าบอกผมว่าไม่ต้อง แล้วป้าก็เดินเข้าห้องน้ำเองโดยไม่ล้ม ไม่ต้องพยุงเลย แม่ผมซึ่งเดินมาดูเห็นป้าเดินได้ ท่านก็แปลกใจมากเช่นกัน หลังจากเราเดินกลับไปเตรียมอาหารมาเช้ามาให้ป้าก็คุยกันว่า นี่ต้องเป็นการรักษาจากพระเจ้าแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อเล่าเหตุการณ์ให้น้องๆฟังก็พูดเหมือนกัน น้องคนเล็กผมเล่าว่าระหว่างที่เค้าอธิษฐานเผื่อป้าเมื่อสามวันก่อน ในใจเหมือนพระเจ้าจะตรัสกับเค้าว่าป้าจะหายภายใจสามวัน และวันนี้ก็คือวันที่ป้าหายตามที่เค้าได้รับคำตอบในใจนั้น ผมคิดว่า ไม่มียาใดที่วิเศษและสามารถจะรักษาคนป่วยที่เดินไม่ได้ให้หายและสามารถเดินได้ในชั่วข้ามคืน แต่พระเจ้าทรงสามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้นี้ให้เกิดขึ้น และผมกับครอบครัวก็เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นจริงๆ    ขอบคุณ พระเจ้าสำหรับความรักของพระองค์ พระเจ้าทรงให้เรารู้ว่าพระเยซูทรงรักษาคนมากมายจากเรื่องราวของพระองค์ในพระคัมภีร์หลายต่อหลายตอน และตอนนี้พระองค์ทรงสำแดงให้เราได้เห็นถึงสิ่งอัศจรรย์ที่มาจากพระเจ้าด้วยตัวเราเอง และได้มาบอกเล่าถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในวันนี้ครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2554 เมื่อวันเสาร์ก่อนนั้นเป็นวันที่ผมยุ่งมาก มีเหตุการณ์มากมายที่จะต้องทำภายในวันเดียว ผมพยายามจัดลำดับให้งานแต่ละอย่างลงตัว วันนั้นตอนเช้าต้องไปเยี่ยมคุณป้าที่โรงพยาบาล และก็ต้องเดินทางไปที่บ้านใหม่เพราะมีช่างมาฉีดยากำจัดปลวก และยังนัดเพื่อนไว้ที่แถวถนนศรีนครินทร์ซึ่งอยู่ไกลจากโรงพยาบาลและบ้านใหม่มากครับ งานอีกอย่างคือน้องผมฝากเอาโทรศัพท์มือถือไปซ่อมด้วยครับ และก็ยังไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาในการซ่อมนานมั๊ยด้วยครับ แลัวตอนเย็นยังต้องกลับมาที่บ้านมารับแม่ไปเยื่ยมป้าที่โรงพยาบาลครับ เช้าวันนั้นผมอธิษฐานกับพระเจ้า ขอให้แผนงานทั้งหมดนี้ถูกจัดวางให้เหมาะสม เพราะว่าผมคงจะไม่สามารถทำทุกอย่างทั้งหมดนี้ได้ด้วยตัวเองครับ
   ระหว่างที่ผมไปเยี่ยมป้าที่โรงพยาบาลในตอนเช้า ก็คิดในใจว่าอยากจะกลับบ้านไปรับแม่มาเยี่ยม เพราะแม่ผมบอกว่าจะมาตอนสายๆครับ ซึ่งถ้าผมกลับไปก็เพิ่มงานที่จะต้องทำอีกเวลาก็จะไม่พอมากขึ้น ปรากฏว่ามีโทรศัพท์จากช่างที่นัดช่างปลวกให้ว่าเค้าไม่สามารถติดต่อได้ขอเลื่อนวันครับ และเพื่อนที่นัดกันก็โทรมาว่าติดธุระขอเลื่อนวันเช่นกันครับ ดังนั้นจึงทำให้วันนั้นผมมีเวลามากขึ้น ผมสามารถกลับไปรับแม่มาที่โรงพยาบาล มีเวลาแวะเข้าไปที่บ้านใหม่ และมีเวลาที่จะซ่อมมือถือเสร็จ กลับมาบ้านก็สามารถรับแม่ไปโรงพยาบาลได้อีกครับ
   ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับแผนงานที่มาจากพระองค์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ และทรงทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้นั้นเกิดขึ้นจริงได้ครับ :)

พระธรรมลูกา บทที่ 24 ข้อ 1 - 8
แต่เช้ามืดในวันต้นสัปดาห์ผู้หญิงเหล่านั้นจึงนำเครื่องหอมที่เขาได้จัดเตรียมไว้มาถึงอุโมงค์ เขาเหล่านั้นเห็นก้อนหินกลิ้งออกพ้นจากปากอุโมงค์แล้ว
และเมื่อเข้าไปมิได้เห็นพระศพของพระเยซูเจ้า
เมื่อเขากำลังคิดฉงนด้วยเหตุการณ์นั้น ดูเถิดมีชายสองคนยืนอยู่ใกล้เขา เครื่องนุ่งห่มแพรวพราวจนพร่าตา
ฝ่ายผู้หญิงเหล่านั้นกลัวและซบหน้าลงถึงดิน ชายสองคนนั้นจึงพูดกับเขาว่า "พวกท่านแสวงหาคนเป็นในพวกคนตายทำไมเล่า
[พระองค์ไม่อยู่ที่นี่ แต่ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว] จงระลึกถึงคำที่พระองค์ได้ตรัสกับท่านทั้งหลาย เมื่อพระองค์ยังอยู่ในแคว้นกาลิลี
ว่า 'บุตรมนุษย์จะต้องถูกอายัดไว้ในมิอของคนบาป และต้องถูกตรึงที่กางเขน และวันที่สามจะเป็นขึ้นมาใหม่"
เขาจึงระลึกถึงพระดำรัสของพระองค์ได้


   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 12 กันยายน 2554 ช่วงหลังๆมานี้แม่ผมปวดหลังและขามาก เนื่องจากท่านทำงานหนักและมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกข้างหลัง ทำให้เดินตัวเอียงแล้วก็เลยปวดหลังและขามาก และเมื่อสองสามวันก่อนแม่ผมเล่าให้ฟังว่า วันนั้นเพื่อนบ้านได้ฝากซื้อทอดมันที่ตลาดเพราะแม่ไปตลาดทุกวัน และแม่ก็ซื้อมาเผื่อเพื่อนบ้านที่อยู่ตรงข้ามอีกบ้านนึงด้วย หลังจากนั้น ตอนเย็นแม่ได้อธิษฐานในใจกับพระเจ้าว่าขอให้พระเจ้าช่วยรักษาอาการปวดหลังนี้ พออธิษฐานจบเพื่อนบ้านที่อยู่ตรงข้ามนั้น ก็มาหามาและคุยกันแม่บอกว่าพักนี้เดินมากเลยปวดหลัง เค้าเลยบอกว่าเค้ามียาสมุนไพรน่าจะช่วยได้ ตอนนี้เค้าขายยานี้อยู่ แม่เลยลองซื้อมา ปรากฎว่าอาการปวดหลังดีขึ้นมาก ไม่ปวดเหมือนเดิม แม่ก็เชื่อว่าพระเจ้าทรงรักษา และบอกว่าอยากจะซื้อไปฝากคุณครูที่สอนภาษาจีนที่เป็นเพื่อนแม่ที่โบสถ์ เพราะเค้าเคยบอกว่าปวดหลังเหมือนกันครับ ผมฟังแล้วรู้สึกดีจังครับ พระเจ้าทรงเมตตาทุกครั้งที่เราขอจากพระองค์ และพระองค์ก็คงอยากจะให้เรานำสิ่งดีๆนี้ไปสู่คนอื่นด้วยครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 16 ข้อ 5
พระที่นั่งก็ได้รับการสถาปนาด้วยความรักมั่นคง บนนั้นจะมีผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตในเต้นท์ของดาวิด คือท่านผู้พิพากษาและแสวงหาความยุติธรรม และรวดเร็วในการกระทำความชอบธรรม"


   พระที่นั่งของพระเจ้าถูกสร้างขึ้นบนความรักมั่นคง พระเยซูพระบุตรของพระเจ้าทรงประทับบนพระที่นั่งนั้น พระองค์ทรงเป็นผู้พิพากษาที่ยุติธรรม ทรงตัดสินทุกคนด้วยความชอบธรรม :)

   สวัสดีครับ วันพุธที่ 31 สิงหาคม 2554 ขอบคุณพระเจ้า สำหรับความรักของพระองค์ พระเจ้าทรงรักษาคุณป้าผมให้ดีขึ้น วันนี้คุณป้าได้ออกจากห้องไอซียู มาพักที่หอผู้ป่วยแล้วครับ พระเจ้าทรงตอบคำทูลขอของทุกๆคนที่เชื่อและวางใจในพระองค์ ขอบคุณทุกกำลังใจและคำอธิษฐานเผื่อนะครับ ขอพระเจ้าทรงนำและคุ้มครองสุขภาพของเพื่อนๆทุกๆคนครับ :)

พระธรรมมาระโก บทที่ 1 ข้อ 29 - 31
พอออกมาจากธรรมศาลา พระองค์กับพวกของพระองค์จึงเข้าไปในเรือนของเปโตรและอันดรูว์ พร้อมกับยากอบและยอห์น
แม่ยายของซีโมนนอนป่วยจับไข้อยู่ ในทันใดนั้นเขาจึงมาทูลพระองค์ให้ทราบด้วยเรื่องของนาง
แล้วพระองค์ก็เสด็จไปจับมือนางพยุงขึ้น และความไข้ก็หายนางจึงปรนนิบัติพระองค์กับพวกของพระองค์


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม 2554 คุณป้าผมรับเชื่อบนเตียงคนไข้แล้วครับ ผมและน้องสาวได้นำคุณป้าอธิษฐานรับเชื่อในพระเยซูคริสต์ครับ วันนี้ผมได้อ่านพระคัมภีร์ให้คุณป้าฟังด้วย และดูเหมือนท่านจะรู้สึกดีขึ้น สงบขึ้น และมีสันติสุขในพระเจ้า ทำให้ผมก็รู้สึกสบายใจเช่นกัน และผ่อนคลายมากขึ้น พรุ่งนี้เป็นวันที่คุณป้าจะเข้ารับการผ่าตัดใส่ข้อสะโพกเทียม ผมขอฝากคุณป้าผมไว้ในคำอธิษฐานของเพื่อนๆนะครับ ขอพระเจ้าคุ้มครองดูแลรักษาเพื่อนๆทุกคนด้วยครับ :)

พระธรรมลูกา บทที่ 1 ข้อ 78 - 79
โดยพระทัยเมตตากรุณาแห่งพระเจ้าของเรา แสงอรุณจากเบื้องสูงจึงมาเยี่ยมเยียนเรา
ส่องสว่างแก่คนทั้งหลายผู้อยู่ในที่มืด และในเงาแห่งความมรณา เพื่อจะนำเท้าของเราไปในทางสันติสุข"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2554 ตอนนี้ผมรู้สึกเหนื่อยและกังวลใจในหลายๆเรื่อง เรื่องสำคัญก็คือเมื่อวานคุณป้าผมประสบอุบัติเหตุโดยรถถอยมาชนและทับขา ตอนนี้ท่านต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลและต้องมีการผ่าตัดสะโพกและขา ท่านอายุมากแล้ว และไม่มีครอบครัว ผมเป็นห่วงเรื่องการรักษาและการดูแลเพราะเราก็ไม่สามารถอยู่ดูท่านได้ตลอด สิ่งที่เราจะเพิ่งได้ในเวลานี้คือการรักษาจากพระเจ้า ขอพระเจ้าได้ทรงเมตตารักษาคุณป้าให้หาย และขอให้พระองค์ทรงโปรดให้มีพยาบาลที่ดีที่คอยดูแล ขอพระเจ้าประทานกำลังใจให้กับคุณป้าและทุกๆคนที่ช่วยกันดูแลคุณป้า ขอทุกอย่างอยู่ในการดูแลของพระเจ้า อาเมน

พระธรรมมาระโก บทที่ 10 ข้อ 46 - 52
ฝ่ายพระเยซูกับพวกสาวกมายังเมืองเยรีโค และเมื่อพระองค์เสด็จออกจากเมืองเยรีโคกับพวกสาวกและประชาชนเป็นอันมาก มีคนตาบอดคนหนึ่งชื่อบารทิเมอัส ซึ่งเป็นบุตรของทิเมอัส นั่งขอทานอยู่ที่ริมหนทาง
เมื่อคนนั้นได้ยินว่าพระเยซูชาวนาซาเร็ธเสด็จมา จึงร้องเสียงดังว่า "ท่านเยซู บุตรดาวิดเจ้าข้า ขอทรงเมตตาข้าพระองค์เถิด"
มีหลายคนห้ามให้เขานิ่งเสีย แต่เขายิ่งร้องเสียงดังขึ้นว่า "บุตรดาวิดเจ้าข้า ขอทรงเมตตาข้าพระองค์เถิด
พระเยซูทรงหยุดประทับยืนอยู่ แล้วตรัสสั่งให้เรียกคนนั้นมา เขาจึงเรียกคนตาบอดนั้นว่าแก่เขาว่า "จงชื่นใจและลุกขึ้นเถิด พระองค์ทรงเรียกเจ้า"
คนนั้นก็ทิ้งผ้าห่มเสียลุกขึ้นมาหาพระเยซู
พระเยซูจึงตรัสถามเขาว่า "เจ้าปราถนาจะให้เราทำอะไรให้เจ้า" คนตาบอดนั้นทูลพระองค์ว่า "พระอาจารย์เจ้าข้า ขอโปรดให้ตาข้าพระองค์เห็นได้"
พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "จงไปเถิด ความเชื่อของเจ้าได้กระทำให้เจ้าหายปกติแล้ว" ในทันใดนั้นคนตาบอดนั้นก็เห็นได้ และได้เดินทางตามพระองค์ไป


   จากข้อพระคัมภร์ตอนนี้เราจะเห็นว่า หลายๆคนได้ปฏิเสธคนขอทาน ไม่ให้เขารบกวนพระเยซู ไม่ให้เขาเข้าพบพระเยซู แต่ชายคนนี้เขาไม่ได้ล้มเลิกความตั้งใจของเขา ที่จะได้พบพระเยซูจะได้ทูลขอจากพระองค์ และเมื่อพระเยซูทรงได้ยินเสียงเรียกของชายคนนี้ พระองค์ไม่ได้มองข้ามเขาไปเหมือนคนอื่น แต่ทรงได้พบและตรัสกับชายคนนี้ถึงสิ่งที่เขาต้องการ และพระเยซูทรงรักษาเขาเพราะความเชื่อของเขาทำให้ตาเขาได้หายและมองเห็นได้ และชายคนนี้ก็ได้ติดตามพระองค์ไป
   เรื่องของชายคนนี้ทำให้เราเห็นสิ่งดีที่เข้าได้ทำ เขามีความตั้งใจจริง มีความพยายามที่จะพบพระเยซู และก็มีความเชื่อในพระเยซูว่าพระองค์จะทรงรักษาเข้าได้ สิ่งอัศจรรย์ที่พระเยซูทรงสำแดงด้วยความรักแก่ชายคนนี้ก็เกิดขึ้นในชีวิตของเขา และเมื่อหายดีแล้วเขาก็รีบที่จะติดตามพระองค์ไป เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่จะมีคนที่ได้พบพระเจ้า และได้รับความรักการเยียวยารักษาจากพระเจ้า และเขาก็ดำเนินชีวิตติดพระองค์ และเราก็ได้เห็นอีกว่าพระเจ้าทรงไม่ได้ปฏิเสธคำขอของคนต่ำต้อย ของคนที่อ่อนแอและต้องการความเชื่อเหลือเลยครับ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม 2554 วันก่อนผมได้เห็นข้อความของน้องที่เคยทำงานแผนกเดียวกัน ลงข้อความใน เฟซบุ๊คของน้องที่เคยทำงานแผนกเดียวกันอีกคนว่า "พี่เป็นคริสเตียนแล้วเหรอ" เพราะในรูปที่น้องคนนั้นลงเป็นรูปตอนเค้ารับบัพติศมา และก็มีหลายคนสงสัยก็มาเขียนข้อความในเฟซบุ๊คสำหรับรูปนั้นหลายคน ผมเลยเข้าไปดูก็ดีใจที่น้องคนนี้เป็นคนนึงที่ได้กลับใจใหม่ ผมว่ายากนะถ้าใครซักคนที่จะเปลี่ยนใจจากสิ่งที่เคยเชื่อเคยยึดถือเดิม แต่ผมเชื่อนะว่าถ้าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่เรียกเขา วันนึงใครคนนั้นก็ต้องกลับมาหาพระองค์
   และวันนี้ผมก็ตั้งใจจะมาแบ่งปันเรื่องที่น่ายินดีนี้ แล้วก็อธิษฐานขอพระวจนะของพระเจ้าที่จะมาแบ่งปันด้วย ผมก็เปิดครั้งแรกก็พบพระวจนะตอนนี้ที่เกี่ยวกับการรับบัพติศมา ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระวจนะของพระองค์ที่ทรงมอบให้นี้ การรับบัพติศมานั้น เป็นเครื่องหมายของการกลับใจใหม่ การเริ่มต้นชีวิตใหม่กับพระเจ้า เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปที่เราได้กระทำมาก่อนนั้นครับ :)

พระธรรมลูกา บทที่ 3 ข้อ 3
แล้วยอห์นจึงไปทั่วที่ลุ่มแม่น้ำจอร์แดน ประกาศให้กลับใจเสียใหม่ และรับบัพติศมาเพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปเสีย


   สวัสดีครับ วันพุธที่ 10 สิงหาคม 2554 ช่วงนี้คนรอบตัวผมทั้งที่ทำงานและที่บ้านต่างก็ป่วยกัน รวมทั้งตัวผมด้วยครับ คงเพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วภายในหนึ่งวัน ยังงัยก็ขอให้พระเจ้าทรงคุ้มครองและรักษาคนที่ไม่สภาพนะครับ :)

พระธรรมโฮเชยา บทที่ 14 ข้อ 9
ผู้ใดที่ฉลาด ก็ให้เข้าใจสิ่งเหล่านี้เถิด ผู้ใดที่ช่างสังเกต ก็ให้เขารู้ เพราะว่าพระมรรคาของพระเจ้าก็เที่ยงตรง ผู้ชอบธรรมทั้งหลายก็เดินในทางนี้ แต่ผู้ทรยศก็สะดุดอยู่ในทางนี้


   ข้อพระคัมภีร์ตอนนี้บอกว่าคนที่ฉลาดให้เขาได้เข้าใจสิ่งต่อไปนี้ และคนที่ช่างสังเกตก็ให้เข้าได้รู้ความจริง ว่าทางของพระเจ้านั้นเที่ยงตรง คนที่เป็นคนที่ชอบธรรมก็ดำเนินชีวิตของตนตามทางนี้ ผมเห็นด้วยนะอาจจะไม่ใช่ว่าผมเป็นคริสเตียนเลยชมคริสเตียนที่ดำเนินในทางของพระเจ้า ถ้าเราลองสังเกตดูคนที่ดำเนินชีวิตในทางของพระเจ้านั้นจะไม่ประพฤติตัวแบบคนอื่นๆที่เราพบเห็น เขาจะระวังว่าจะทำสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัย และประโยคสุดท้ายในข้อพระคำตอนนี้ก็คือ คนที่หันหลังจากทางของพระเจ้า เพราะเขาสะดุดมีบางอย่างทำให้เขาไม่ติดตามพระเจ้า อาจจะเกิดจากการทดลองที่อยู่รอบด้าน และบาปที่ยังอยู่ภายในเราแต่ละคน ทำให้เขาหยุดอยู่เพียงเท่านั้นไม่ได้ติดตามพระเจ้า จนถึงปลายทางที่พระองค์สัญญาไว้ครับ เห็นด้วยมั๊ยครับ ขอให้พระเจ้าดูแลชีวิตของเราทุกคนนะครับ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม 2554 ถ้าตอนนี้ใครที่มีความทุกข์ใจ และรู้สึกว่าตัวเองอยู่อย่างโดดเดี่ยวในความทุกข์นั้น ผมขอนำข้อพระคัมภีร์นี้มาเป็นที่หนุนใจให้นะครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 25 ข้อ 16 - 18
ขอพระองค์ทรงหันมายังข้าพระองค์ และมีพระกรุณาต่อข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ว้าเหว่และเป็นทุกข์อยู่
ขอทรงบรรเทาความยากลำบากในใจของข้าพระองค์ ขอทรงนำข้าพระองค์ออกจากความทุกข์ใจของข้าพระองค์
ขอทรงพิจารณาความทุกข์ยากและความยากลำบากของข้าพระองค์ และทรงยกบาปทั้งสิ้นของช้าพระองค์เสีย


   ในยากทุกข์ขอให้เราระลึกว่าเรายังมีพระเจ้าผู้ที่จะทรงช่วยเรา แม้ความทุกข์นั้นจะอยู่ภายในใจของเรา พระเจ้าทรงรู้และทรงวินิจฉัยภายในใจเรา ขอพระองค์ได้ช่วยนำเราออกจากความทุกข์ใจนั้น
   และผมก็อ่านในข้อ 25 ก็พบว่าผู้เขียนพระคัมภีร์ตอนนี้แม้เขามีความทุกข์มากในใจ แต่เขาก็ไม่ได้โทษพระเจ้า แต่กลับขอให้พระเจ้าได้ยกโทษความบาปของเขา สิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์นั้นมีเหตุมีผลทั้งสิ้น ถ้าเรารู้ว่าสิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นกับเรามาจากความบาปของเรา ก็ขอให้เราสารภาพกับพระเจ้า และขอพระเจ้าทรงยกโทษบาปนั้นครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม 2554 ให้เราอ่านพระคัมภีร์ตอนนี้กันนะครับ

พระธรรมมาระโก บทที่ 3 ข้อ 34 - 35
พระองค์ทอดพระเนตรคนที่นั่งล้อมรอบนั้นแล้วตรัสว่า "นี่เป็นมารดาและพี่น้องของเรา
ผู้ใดจะกระทำตามพระทัยพระเจ้า ผู้นั้นแหละเป็นพี่น้องชายหญิงและมารดาของเรา"


   ผมรู้สึกประทับใจกับพระดำรัสของพระเยซูในพระธรรมตอนนี้ คงไม่มีพระใดในโลกที่จะยกย่องให้เกียรติมนุษย์ ให้เป็นพี่น้องและมารดาของท่าน นอกจากพระเยซูคริสต์ที่ทรงให้เราที่เป็นคนบาปมีโอกาสที่จะเป็นพี่น้องและมารดาของพระองค์ ถ้าผู้นั้นจะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าก็นับว่าเป็นครอบครัวเดียวกันกับพระองค์ และพระเจ้าจะทรงรักและปกป้องเขาครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2554 ในพระคัมภีร์ได้บอกว่าวันเวลาของพระเจ้าจะมาถึงขโมย เราไม่รู้ว่าพระองค์จะเสด็จมาเมื่อใด พระธรรมของพระเจ้าได้บอกให้เราระมัดระวังในการดำเนินชีวิต เพราะเราเป็นบุตรของพระเจ้าเป็นลูกของกลางวัน ลูกของความสว่าง เราไม่ใช่เป็นของความมืด ของกลางคืนอีกต่อไป พระเจ้าทรงเรียกเราออกมาจากชีวิตเดิมที่ไม่รู้จักพระองค์ เพื่อจะมาเป็นบุตรของพระองค์ พระเจ้าทรงเตือนเราไม่ให้เราใช้ชีวิตอย่างคนที่อยู่ในเวลากลางคืน ที่เค้าไม่รู้จักพระเจ้าไม่ทราบว่าวันที่พระเจ้าจะเสด็จมาพิพากษามนุษย์นั้นใกล้เข้ามาแล้ว คนเหล่านั้นเปรียบเสมือนคนที่นอนหลับ ก็คือคนที่วางใจในความปลอดภัย วางใจในชีวิตที่เขาอยู่ในโลกนี้ชีวิตที่ไม่มีพระเจ้า และเสมือนคนเมามาย ก็คือ คนที่ขาดสติไม่รับรู้ความจริงของพระเจ้า หลงไปจากทางของพระเจ้า
   เพื่อให้เราปลอดภัยจากสิ่งต่างๆที่มาจากความมืด เราจะต้องมีเครื่องป้องกันสามอย่าง คือ ความเชื่อในพระเจ้า ความรักในพระเจ้า และความหวังใจในพระเจ้า ขอให้เราได้ปลอดภัยจากสิ่งล่อลวงต่างๆ และขอพระเจ้าทรงคุ้มครองทุกๆคนครับ :)

พระธรรม 1 เธสะโลนิกา บทที่ 5 ข้อ 4 - 8
แต่พี่น้องทั้งหลายท่านไม่ได้อยู่ในความมืดแล้ว วันนั้นจะมาถึงท่านอย่างขโมยมา
ท่านเป็นบุตรของความสว่าง และเป็นบุตรของกลางวัน เราทั้งหลายไม่ได้เป็นของกลางคืนหรือของความมืด
เหตุฉะนั้นเราอย่าหลับเหมือนอย่างคนอื่น แต่ให้เราเฝ้าระวังและไม่เมามาย
เพราะว่าคนนอนหลับก็ย่อมหลับในเวลากลางคืน และคนเมาก็ย่อมเมาในเวลากลางคืน
แต่เมื่อเราเป็นของกลางวันแล้ว ก็อย่าให้เราเมามาย จงสวมความเชื่อกับความรักเป็นเกราะป้องกันอก และสวมความหวังที่จะได้รับความรอดเป็นหมวกเหล็ก


   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม 2554 เห็นหลายคนเครียดและกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ผมเลยอยากนำคำเทศนาของอาจารย์มาร์คที่ได้กล่าวไว้ตอนนึงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มาแบ่งปันเพื่อเป็นการหนุนใจครับ อาจารย์ได้กล่าวตอนนึงว่า "วันนี้เป็นเลือกตั้ง เราก็ไปใช้สิทธิ์กัน แต่ผมอยากฝากไว้ว่าเราอย่าคาดหวังในมนุษย์ ถึงแม้ในที่สุดจะเป็นอย่างไรให้เรามีความหวังใจในพระเจ้าครับ" คำพูดนี้ก็หนุนใจผมเช่นกัน ถ้าเราเชื่อและวางใจในพระเจ้า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่และทรงพระชนม์อยู่จะทรงปกป้องคุ้มครองเราเสมอครับ :)

พระธรรมมัทธิว บทที่ 8 ข้อ 23 - 27
เมื่อพระองค์เสด็จลงเรือ พวกสาวกของพระองค์ก็ตามพระองค์ไป
ดูเถิด เกิดพายุใหญ่ในทะเลสาบจนคลื่นซัดท่วมเรือ แต่พระองค์บรรทมหลับอยู่
และพวกสาวกได้มาปลุกพระองค์ ทูลว่า "พระองค์เจ้าข้า ขอพระองค์ทรงโปรดช่วยเถิด พวกเรากำลังจะจมอยู่แล้ว"
พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า "เหตุไฉนจึงขลาดนัก ช่างมีศรัทธาน้อยเสียจริงๆ" แล้วพระองค์ทรงลุกขึ้นห้ามลมและทะเล คลื่นลมก็สงบเงียบทั่วไป
คนเหล่านั้นก็อัศจรรย์ใจพูดกันว่า "ท่านผู้นี้เป็นคนอย่างไรหนอ จนชั้นลมและทะเลก็เชื่อฟังท่าน"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2554
พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 16 ข้อ 3 - 5
"จงให้คำปรึกษา จงอำนวยความยุติธรรม จงทำร่มเงาของท่านเหมือนกลางคืน ณ เวลาเที่ยงวัน จงช่วยซ่อนผู้ถูกขับไล่ อย่าได้หักหลังผู้ลี้ภัย
ให้ผู้ถูกขับไล่ของโมอับอาศัยอยู่ท่ามกลางท่าน จงเป็นที่กำบังภัยแก่เขาให้พ้นจากผู้ทำลาย เมื่อไม่มีผู้บีบบังคับแล้ว และการทำลายได้หยุดยั้งแล้ว และเมื่อผู้เหยียบย่ำไว้ได้หายตัวไปจากแผ่นดินแล้ว
พระที่นั่งก็ได้รับการสถาปนาด้วยความรักมั่นคงบนนั้นจะมีผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตในเต้นท์ของดาวิด คือท่านผู้พิพากษาและแสวงความยุติธรรม และรวดเร็วในการกระทำความชอบธรรม"


   โมอับเป็นชนชาติที่พระเจ้าได้ทรงลงโทษ เพราะเขาเย่อหยิ่งและโอ้อวดตัว และทำร้ายยูดาห์ ชนชาติที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ พระเจ้าทรงลงโทษเขาเพราะเขาทำผิดหลายครั้ง แต่เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์ตอนนี้พระเจ้าได้บอกประชากรของพระองค์ว่าให้พวกเขาได้ช่วยเหลือ ให้ความยุติธรรม ปกป้องผู้ที่รับการลงโทษนั้น เมื่อเขาหนีมาลี้ภัยในท่ามกลางประชากรของพระองค์จนกว่าการลงโทษนั้นจะหมดไป พระเจ้าไม่ได้บอกให้เขาทำร้ายคนเหล่านั้น แต่ให้ดูแลช่วยเขา เพื่อพระที่นั่งของพระเจ้าจะอยู่ที่นั่น พระองค์จะสถิตอยู่กับเขา และความรักมั่นคง ความยุติธรรม ความชอบธรรมของพระเจ้าจะอยู่ที่นั่นครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2554 ในการบรรยายเพื่อให้ความรู้กับพนักงานที่บริษัท ท่านผู้บริหารได้กล่าวตอนนึงว่าเรื่องที่เราควรหลีกเลี่ยงที่จะพูดคุยกับคนอื่น มีอยู่สองเรื่อง คือ เรื่องแรกคือเรื่องเกี่ยวกับการเมือง เรื่องที่สองคือเรื่องเกี่ยวกับศาสนา เพราะอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งกันได้ ผมฟังความตอนนี้ก็เห็นด้วยว่าสองเรื่องนี้มักจะเป็นเหตุให้คนที่สนทนากันขัดแย้งกันบ่อยครับ แต่ผมคิดว่าถ้าเรามีใจที่จะพูดด้วยความเมตตา และพูดเพื่อต้องการให้ข้อเท็จจริง เพื่อให้คนที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงและยังสงสัยได้เข้าใจสิ่งที่ถูกต้อง การพูดของเราจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่จะไม่ทำอะไร และปล่อยให้คนที่ยังไม่ทราบต้องหลงผิดไปครับ
   พระเยซูคริสต์ทรงประกาศเรื่องของพระเจ้าให้เราที่เป็นคนบาป เราที่ไม่รู้จักพระองค์ ปฏิเสธพระองค์ แต่เพราะพระเยซูทรงรักเรามาก ให้อภัยและเรียกเรา ขอให้พระองค์เป็นแบบอย่างที่ดีในการพูดเรื่องของพระเจ้านะครับ :)

พระธรรมยูดา บทที่ 8 ข้อ 20 - 23
แต่ส่วนท่านที่รักทั้งหลายนั้น จงสร้างตัวของท่านขึ้นบนหลักคำสอนอันบริสุทธิ์ของท่านที่เชื่อกันอยู่ และจงอธิษฐานในพระวิญญาณบริสุทธิ์
จงรักษาตัวไว้ให้ดำรงในความรักของพระเจ้า คอยพระกรุณาของพระเยซูคริสต์เจ้าของเราจนกว่าจะได้ชีวิตนิรันดร์
และจงชักชวนคนที่ยังสงสัยให้เขาเชื่อ
จงช่วยคนให้รอดด้วยการฉุดเขาออกจากไฟ และจงเมตตาผู้อื่นด้วยความยำเกรงพระเจ้า และจงรังเกียจแม้แต่ เสื้อที่เปรอะเปื้อนด้วยโลกีย์


   สวัสดีครับ วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน 2554 อาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้อ่านข่าวกีฬา 2 ข่าวที่น่าสนใจ ข่าวแรกเป็นข่าวนักกีฬาฟุตบอลชื่อดัง ที่มีข่าวว่าไปลอบมีความสัมพันธ์กับภรรยาของน้องชายของเขา การที่เขาเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงทำให้ข่าวนี้เป็นที่สนใจอย่างมาก ม ีการติดตามสถานการณ์และมีข่าวที่เกี่ยวกับคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ตามมาในทางที่ไม่ดี เราจะเห็นว่าปัญหาการล่วงประเวณีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมากมายในสังคมปัจจุบัน ในพระคัมภีร์ได้กล่าวว่าการล่วงประเวณีเป็นบาปที่ผิดต่อร่างกายของตนเอง ซึ่งร่างกายนั้นเป็นวิหารของพระเจ้า ผู้ที่ต้อนรับพระเจ้าเข้ามาในชีวิต พระวิญญาณของพระเจ้าจะทรงสถิตในผู้นั้น เพราะฉะนั้นเราจะต้องระมัดระวังการล่อลวงของตนเองและจากภายนอกไม่ให้เราเข้าไปทำสิ่งที่เป็นมลทินเหล่านี้ครับ เมื่อพระเจ้าทรงไถ่เราออกจากทาสของบาป เราก็เป็นอิสระและเป็นคนของพระเจ้า และควรจะใช้ตัวเราทำงานเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าครับ
   ส่วนข่าวที่สองเป็นข่าวของนักฟุตบอลอีกคนที่มีฟอร์มการเล่นที่ดีในฤดูกาลที่ผ่านๆมา เขาเป็นที่ต้องการของสโมสรใหญ่ในยุโรปหลายที่ มีข้อเสนอที่ดีมายังสโมสรต้นสังกัดของเขาเพื่อจะขอซื้อตัว ตัวเขาเองมีความรู้สึกที่ดีต่อสโมสรต้นสังกัด ยังอยากเล่นฟุตบอลในสนามของสโมสรนี้ แต่เขาก็ได้กล่าวว่า อย่างไรก็ตามอนาคตของเขาอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า พระเจ้าท่านนั้นที่จะสามารถตอบว่าเขาจะอยู่ที่ไหน ถึงเขาจะรู้สึกอยากจะอยู่ที่เดิม แต่เขาก็ยอมให้พระเจ้าทรงนำ อ่านข่าวนี้แล้วก็ทำให้เราต้องพิจารณาเรื่องต่างๆที่เข้ามาในชีวิตให้ดีๆ ให้พระเจ้าทรงนำจริงๆ ผู้ที่ยอมให้พระเจ้านำเขาจะปลอดภัยและได้รับในสิ่งที่ดีจากพระเจ้าเสมอครับ :)

พระธรรม 1 โครินธ์ บทที่ 6 ข้อ 18-20
จงหลีกเลี่ยงเสียจากการล่วงประเวณี บาปอย่างอื่นที่มนุษย์กระทำนั้นเป็นบาปนอกกาย แต่คนที่ล่วงประเวณีนั้น ทำผิดต่อร่างกายตนเอง
ท่านไม่รู้หรือว่า ร่างกายของท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งสถิตอยู่ในท่าน ซึ่งท่านได้รับจากพระเจ้า ท่านไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง
พระเจ้าได้ทรงซื้อท่านไว้แล้ว ด้วยราคาสูง เหตุฉะนั้นท่านจงถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าด้วยร่างกายของท่านเถิด


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 2554 เมื่อวันของพระเจ้าทรงมาถึง พระองค์จะมาเพื่อลงโทษชำระความบาปที่มนุษย์ได้กระทำ ถ้าผู้ใดที่หันเสียจากความบาป เกลียดชังความชั่ว แต่มีใจที่จะรักในความดี และยึดมั่นคงในความยุติธรรม ทั้งสามสิ่งนี้จะช่วยให้พระเจ้าทรงพระกรุณาที่จะละเว้นโทษบาปของเขาครับ

พระธรรมอาโมส บทที่ 5 ข้อ 15
จงเกลียดชังความชั่ว และรักความดี และตั้งความยุติธรรมไว้ที่ประตูเมือง ชะรอยพระเจ้าจอมโยธาจะทรงพระกรุณาต่อพงศ์พันธุ์โยเซฟที่เหลืออยู่นั้น


   จากพระวจนะของพระเจ้าตอนนี้ทำให้ผมเห็นว่าพระเจ้าทรงไม่ได้สอนให้เรารักอย่างเดียว แต่ให้เรารู้จักที่จะเกลียดสิ่งที่ไม่ดีและรู้จักที่จะรักในสิ่งที่ถูกต้องครับ เราจะต้องช่วยกันอธิษฐานเผื่อประเทศของเราให้คนอีกมากมายกลับใจใหม่ เพื่อพระเจ้าจะทรงพระกรุณาที่จะยกเว้นการลงโทษในความบาป เมื่อพระองค์จะเสด็จมาอีกครั้งครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2554 เรามักจะได้ยินคนบ่นว่า "ทำไมคนนั้นทำไม่ดีทำไมไม่มีคนเห็น แต่อีกคนทำดีแต่เหมือนจะไม่มีคนเห็นเลย" ที่จริงสิ่งเหล่านี้เราไม่จำเป็นต้องกังวลครับ เพราะในพระวจนะพระเจ้าได้บอกไว้ว่าใครก็ตามที่ได้ทำบาป ความบาปนั้นจะนำเขาไปสู่การพิพากษา ถึงบางคนทำบาปและยังไม่มีคนเห็นแต่บาปนั้นก็จะปรากฏขึ้นในภายหลังครับ และคนที่ทำความดีก็เช่นกัน สิ่งที่เขาได้กระทำนั้นจะไม่ดูปิดบังไว้ครับ :)

พระธรรม 1 ทิโมธี บทที่ 5 ข้อ 24 - 25
การทำบาปของบางคนก็ปรากฏชัด ส่งเขาตรงไปสู่การพิพากษา แต่การทำบาปของผู้อื่นปรากฏภายหลัง
ส่วนการกระทำดีนั้นก็ปรากฏชัดเช่นเดียวกัน และถึงแม้ว่าจะไม่ปรากฏชัด แต่ก็จะถูกปิดบังไว้ไม่ได้


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2554 การที่เราจะรู้จักพระเจ้า รู้จักน้ำพระทัยของพระเจ้าก็อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับมนุษย์ เราอาจจะต้องใช้ความพยายาม เพราะหลายอย่างที่พระเจ้าทรงกระทำนั้นเกินความเข้าใจ พระสัญญาที่แน่นอนและมั่งคงของพระเจ้า ดังในข้อพระคัมภีร์นี้ได้กล่าวเปรียบเทียบการมาของพระเจ้าเหมือนยามรุ่งอรุณ ถ้าทุกวันมีเวลาเช้า การเสด็จมานั้นก็จะแน่นอนเหมือนเช่นนี้ และพระองค์จะเสด็จมาหาเราทุกคนเพื่อทรงชำระความบาปของมนุษย์ การมาของพระเจ้านั้นเพื่อให้ชีวิตใหม่แก่มนุษย์ เปรียบเสมือนฝนที่ตกมามากมายในฤดูฝน เพื่อชำระแผ่นดินและให้ชีวิตกับทุกชีวิตบนแผ่นดินนั้น แต่ถ้าเราดูในข้อต่อมาได้กล่าวถึงมนุษย์ มนุษย์รักพระเจ้าเหมือนเมฆในยามเช้า เหมือนน้ำค้างยามเช้า ที่พอเวลาสายทั้งเมฆและน้ำค้างนั้นก็จางหายไป อ่านแล้วรู้สึกเศร้ากับตัวเอง เราก็คงเป็นคนนึงที่รักพระเจ้าแบบนี้ ไม่เหมือนกับที่พระเจ้าทรงรักเรามากมาย ข้อพระคัมภีรืนี้คงช่วยเตือนสติผมและก็เพื่อนๆหลายๆคนครับ :)

พระธรรมโฮเชยา บทที่ 6 ข้อ 3 - 4
ให้เรารู้จักให้เราพยายามรู้จักพระเจ้า การที่พระองค์เสด็จออกก็แน่นอนเหมือนอรุณ พระองค์จะเสด็จมาหาเราอย่างห่าฝน ดังฝนชุกปลายฤดูที่รดพื้นแผ่นดิน"
เอฟราอิมเอ๋ย เราจะทำอะไรกับเจ้าดี ยูดาห์เอ๋ย เราจะทำอะไรกับเจ้าหนอ ความรักของเจ้าก็เหมือนเมฆในยามเช้า เหมือนอย่างน้ำค้างที่หายไปแต่เช้าตรู่


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม 2554 คนภายนอกมักจะมองคนที่เชื่อพระเจ้าว่าเป็นคนที่โง่เขลา มีความงมงายที่เชื่อในเรื่องของพระเจ้าว่าเป็นจริง และเขาก็มองคนที่เชื่อพระเจ้าว่าเป็นคนอ่อนแอที่จะต้องคอยพึ่งในพระเจ้า ไม่พึ่งในกำลังและความสามารถของตนเอง แต่ขอให้ทุกคนที่เชื่อพระเจ้าจงยินดี เพราะพระวจนะของพระเจ้าตรัสไว้ดังนี้ครับ

พระธรรม 1 โครินธ์ บทที่ 1 ข้อ 26 - 31
ดูก่อนพี่น้องทั้งหลายจงพิจารณาดูว่า พวกท่านที่พระเจ้าได้ทรงเรียกมานั้นเป็นคนพวกไหน มีน้อยคนที่โลกนิยมว่ามีปัญญา มีน้อยคนที่มีอำนาจ มีน้อยคนที่มีตระกูลสูง
แต่พระเจ้าได้ทรงเลือก คนที่โลกถือว่าโง่เขลาเพื่อทำให้คนมีปัญญาอับอาย และได้ทรงเลือกคนที่โลกถือว่าอ่อนแอเพื่อทำให้คนที่แข็งแรงอับอาย
พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าต่ำต้อยและดูหมิ่น และเห็นว่าไร้สาระ เพื่อทำลายสิ่งซึ่งโลกเห็นว่าสำคัญ
เพื่อมิให้มนุษย์สักคนหนึ่งอวดต่อพระเจ้าได้
โดยพระองค์ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ เพราะพระเจ้าทรงตั้งพระองค์ให้เป็นปัญญาและความชอบธรรมของเรา และเป็นผู้ชำระเราให้บริสุทธิ์ และทรงเป็นผู้ไถ่เราไว้ให้พ้นบาป
เพื่อให้เป็นไปตามพระคัมภีร์ที่เขียนว่า ให้ผู้โอ้อวด อวดองค์พระผู้เป็นเจ้า


   พระเจ้าทรงเลือกสรรเราผู้โง่เขลาและอ่อนแอ เพื่อเราจะได้รับการไถ่เพื่อให้รอดจากความบาปที่เราได้กระทำครับ พระเจ้ารักเราไม่ว่าเราจะถูกมองว่าอย่างไร หรืออยู่ในสถานะใดในสังคมครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2554 และที่สุดในวันพิพากษาพระเจ้าจะทรงเสด็จมาอีกครั้ง เราทั้งหลายจะอยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระองค์ พระเจ้าทรงเป็นพยานด้วยพระองค์เอง พระเจ้าทรงรู้สิ่งที่มนุษย์ทุกคนได้กระทำ ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกล ไม่ว่าเขาจะกระทำสิ่งในที่ที่ไม่น่าจะมีใครพบได้ ความบาปเหล่านั้นได้ปรากฏต่อพระเจ้า ดังนั้นก่อนที่เวลานั้นจะมาถึง มีเพียงทางเดียวเท่านั้นคือเราต้องกลับใจจากบาป สารภาพสิ่งที่ผิดนั้นกับพระเจ้า ทูลขอให้พระเจ้าทรงยกโทษครับ

พระธรรมมาลาคี บทที่ 3 ข้อ 5
"พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า แล้วเราจะมาใกล้เจ้าเพื่อพิพากษา เราจะเป็นพยานที่รวดเร็วที่กล่าวโทษนักวิทยาคม พวกผิดประเวณี ผู้ที่สบถเท็จ ผู้ที่บีบบังคับลูกจ้างในเรื่องค่าจ้าง และแม่ม่ายและลูกกำพร้าพ่อ ผู้ที่ผลักไสคนต่างด้าวให้ไปเสีย และผู้ที่ไม่ยำเกรงเรา


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2554 ความเชื่อของคนเรามีหลายแบบ บางคนเชื่อเรื่องของการทำนาย การรู้ในเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึง หลายคนเชื่อถึงขั้นที่ไม่กล้าที่จะตัดสินใจอะไรถ้าไม่ได้ฟังผู้ทำนาย หรือมีคำทักจากผู้ทำนาย แต่พระเจ้าทรงตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ที่ทำให้คำทำนายนั้นไม่ถูกต้อง ผู้ทำนายเหล่านั้นเป็นพวกที่โกหกหลอกลวง และเขาเหล่านั้นไม่สามารถรู้ความจริงของอนาคตได้ครับ
   ส่วนคนที่ฉลาดก็มักจะไม่เชื่ออะไรนอกจากความรู้ของเขา รวมทั้งอาจจะไม่เชื่อเรื่องของพระเจ้าครับ เพราะเรื่องของพระเจ้านั้นเกินความเข้าใจ เกินความรู้ที่เขาได้เรียนและสามารถที่จะนึกได้ แต่ถ้าใครก็ตามที่ยอมรับว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าจริงๆ พระองค์ทรงเป็นอยู่จริง ผมว่าเราก็สามารถที่จะเข้าใจและเชื่อในเรื่องของพระองค์ได้ครับ    ถ้าถามว่าผู้ใดที่เราจะสามารถเชื่อได้ พระเจ้าทรงตรัสไว้ว่าพระองค์ทรงรับรองถ้อยคำของผู้รับใช้ของพระองค์ครับ ผู้ที่ได้กล่าวถ้อยคำของพระเจ้า ที่ไม่ได้บิดเบือน แต่กล่าวในพระคำของพระเจ้าจริงๆ สิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นและเป็นไปตามนั้นอย่างแน่นอน และเราก็สามารถที่จะวางใจได้ครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 44 ข้อ 25 - 26
ผู้กระทำให้ลางของคนมุสาไม่ขลัง และกระทำคนทำนายให้บ้าๆบอๆ ผู้หันคนฉลาดให้กลับหลัง และกระทำให้ความรู้ของเขาเขลาไป
ผู้รับรองถ้อยคำของผู้รับใช้ของพระองค์ และให้สัมฤทธิ์ผลตามแผนงานแห่งทูตของพระองค์ ผู้กล่าวถึงเยรูซาเล็มว่า 'จะมีคนอาศัยอยู่' และถึงหัวเมืองยูดาห์ว่า 'จะมีคนมาสร้างขึ้น และเราจะยกสิ่งสลักหักพังของมันขึ้น'


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2554 พระเยซูคริสต์ได้ทรงเล่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับพระองค์ให้สาวกได้เข้าใจ แต่ในตอนนั้นพวกเขายังไม่เข้าใจสิ่งที่พระองค์พูดอย่างแท้จริง แต่เมื่อเขาได้เห็นและได้อยู่กับพระองค์ตลอดเหตุการณ์ทั้งสิ้นนั้น จนพระเยซูทรงฟื้นคืนพระชนม์ในวันที่สาม และทรงยืนยันและอยู่กับเขาในเวลาต่อมา เหล่าสาวกจึงได้เข้าใจอย่างแท้จริง ว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์จริงครับ ขอบคุณพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ยังทรงพระชนม์และสถิตอยู่กับพวกเราในเวลานี้ สุขสันต์วันอีสเตอร์ครับ :)

พระธรรมมาระโก บทที่ 8 ข้อ 31
ตั้งแต่เวลานั้นมา พระองค์กล่าวสอนสาวกว่า บุตรมนุษย์จะต้องทนทุกข์ทรมานหลายประการ พวกผู้ใหญ่ พวกมหาปุโรหิต และพวกธรรมาจารย์ จะไม่ยอมรับพระองค์ ในที่สุดพระองค์จะต้องถูกประหารชีวิต แต่ในวันที่สามพระองค์จะทรงเป็นขึ้นมาใหม่


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2554 พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงชำระความบาปของมนุษย์โดยทรงแลกด้วยชีวิตของพระองค์ เพื่อให้เราได้รับชีวิตใหม่ เป็นชีวิตนิรันดร์ พระเจ้าทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์แด่ผู้ที่ได้รับการชำระและบังเกิดใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นพยานหลักฐานที่พระเจ้าทรงหมายถึงพระบุตรของพระองค์
   สำหรับคนที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ก็เชื่อพระเจ้า ว่าพระองค์ทรงตรัสความจริง สิ่งที่เป็นหลักฐานยืนยันสำหรับคนที่เชื่อคือชีวิตนิรันดร์ที่เขาจะได้รับจากพระบุตรของพระเจ้าครับ ในทางกลับกันผู้ที่ไม่ยอมรับก็แสดงว่าเราเชื่อว่าพระเจ้าทรงพูดเท็จ เขาก็ไม่ได้รับชีวิตนิรันดร์ครับ
   สิ่งที่ผมพูดมาจากพระธรรมข้างล่างนี้ครับ ขอพระเจ้าทรงเมตตาเปิดตาใจของอีกหลายคนที่ไม่ยอมรับและเชื่อในพระองค์ ขอให้เขาได้เห็นความจริงในพยานหลักฐานของพระเจ้าในพระบุตรของพระองค์ เพื่อเขาจะได้อยู่ในความจริงและมีชีวิตใหม่ที่พระองค์ทรงไถ่เขาจากความตาย อาเมน

พระธรรม 1 ยอห์น บทที่ 5 ข้อ 6 - 12
นี่แหละคือผู้ที่ได้มาโดยน้ำและพระโลหิต คือพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่ด้วยน้ำสิ่งเดียว แต่ด้วยน้ำและพระโลหิต
และพระวิญญาณทรงเป็นพยาน เพราะพระวิญญาณทรงเป็นความจริง
มีพยานอยู่สามประการด้วยกัน คือ พระวิญญาณ น้ำ และพระโลหิต และพยานทั้งสามนี้สอดคล้องกัน
ถ้าิเรายังรับพยานหลักฐานของมนุษย์ พยานหลักฐานของพระเจ้าก็ยิ่งใหญ่กว่าเพราะว่าหลักฐานของพระเจ้านั้น คือ พระองค์ได้ทรงเป็นพยานอ้างถึงพระบุตรของพระองค์
ผู้ที่เชื่อในพระบุตรของพระเจ้าก็มีพยานอยู่ในตัว ผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้าก็ได้กระทำให้พระองค์เป็นผู้ตรัสมุสา เพราะเขามิได้เชื่อคำพยานที่พระเจ้าได้ทรงเป็นพยานอ้างถึงพระบุตรของพระองค์
และพยานหลักฐานนั้นก็คือว่า พระเจ้าได้ทรงโปรดประทานชีวิตนิรันดร์ให้เราทั้งหลาย และชีวิตนี้มีอยู่ในพระบุตรของพระองค์
ผู้ที่มีพระบุตรก็มีชีวิต ผู้ที่ไม่มีพระบุตร ก็ไม่มีชีวิต


   สวัสดีครับ วันพุธที่ 13 เมษายน 2554 ในพิธีมหาสนิทเราจะได้ิยินข้อพระคัมภีร์ตอนนี้เสมอ

พระธรรม 1 โครินธ์ บทที่ 11 ข้อ 23 - 26
เพราะว่าเรื่องซึ่งข้าพเจ้าได้มอบไว้กับท่านแล้วนั้น คือในคืนที่เขาอายัดพระเยซูเจ้านั้น พระองค์ทรงหยิบขนมปัง
ครั้นขอบพระคุณแล้วจึงทรงหักแล้วตรัสว่า "นี่เป็นกายของเรา ซึ่งให้แก่ท่านทั้งหลาย จงกระทำอย่างนี้ให้เป็นที่ระลึกถึงเรา
เมื่อรับประทานแล้ว พระองค์จึงทรงหยิบถ้วยด้วยอาการอย่างเดียวกัน ตรัสว่า "ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่ โดยโลหิตของเรา เมื่อท่านดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด จงดื่มเป็นที่ระลึกถึงเรา"
เพราะว่าเมื่อท่านทั้งหลายกินขนมปังนี้และดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด ท่านก็ประกาศการวายพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า จนกว่าพระองค์จะเสด็จมา


   นอกจากที่เรารู้ว่าขนมปังนั้น แสดงถึงร่างกายของพระเยซูที่แตกหักฟกช้ำจากการถูกทรมาน และน้ำองุ่นก็แสดงถึงพระโลหิต การสละชีวิตของพระเยซูเพื่อไถ่เราจากความบาป ในเวลาอาหารเย็นวันนั้นพระเยซูทรงรู้ว่าในคืนนั้นพระองค์จะถูกจับกุม และจะต้องถูกต้องโทษถึงกับประหารชีวิต โดยการตรึงบนไม้กางเขน ถ้าเป็นคนอื่นๆ เวลาแบบนี้เราคงไม่มีจิตใจที่จะมานึกถึงใครนอกจากตัวเอง แต่พระเยซูทรงรักเรา ทรงนึกถึงเรา พระองค์ทรงให้คำสัญญาของพระองค์ และพระองค์จะทรงจะกลับมาช่วยผู้ที่รักษาพันธสัญญาของพระองค์ และจากพระวจนะของพระองค์เราก็อยู่อีกว่า พระเจ้าทรงอยากให้เราระลึกถึงพระองค์ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าเราจะอยู่ในเวลาที่ยากลำบากกับหลายๆเรื่องหรือมีความสุข ขอให้เราไม่ลืมที่จะระลึกพระเจ้าเช่นกันนะครับ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 4 เมษายน 2554 ในบางครั้งสิ่งที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้เราทำนั้นอาจจะดูยากเกินกำลังของเรา แต่ถ้าเราเชื่อฟังพระองค์อย่างเคร่งครัด พระเจ้าจะทรงเมตตามอบหนทางมอบความช่วยเหลือให้กับงานนั้นๆครับ :)

พระธรรมเศคาริยาห์ บทที่ 6 ข้อ 15
"บรรดาผู้ที่อยู่ห่างไกลจะมาช่วยสร้างพระวิหารของพระเจ้า และท่านทั้งหลายจะทราบว่า พระเจ้าจอมโยธาทรงใช้ข้าพเจ้ามายังท่าน ถ้าท่านทั้งหลายเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านอย่างเคร่งครัด สิ่งนี้จะเป็นไปดังกล่าวนั้น"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2554 เมื่อสองอาทิตย์ก่อนผมได้เดินทางไปเชียงใหม่ และพบเพื่อนๆหลายคนครับ วันที่สองได้ไปเที่ยวกับเพื่อนที่บริษัทเก่า เพื่อนที่พาเที่ยวเค้าบอกว่าตอนแรกกะจะพาพวกเราอีกสามคนที่มาจากกรุงเทพไปไหว้พระที่วัด แต่เห็นว่าผมเป็นคริสเตียนเลยไม่อยากพาไป ผมก็ไม่ได้ออกความเห็นอะไร แต่ดูเหมือนเพื่อนคนนี้คงตั้งใจจะพาไปที่วัดจริงๆ เลยบอกว่าจริงๆที่คริสเตียนไม่ให้ไหว้รูปเคารพก็ยังไหว้ไม้กางเขน ผมก็เลยต้องอธิบายว่าจริงๆแล้วคริสเตียนไม่ได้ไหว้ไม้กางเขน กางเขนเป็นสัญลักษณ์ให้เราระลึกถึงพระเยซู ที่พระองค์ทรงสละชีวิตบนกางเขนเพื่อไถ่ชีวิตของเราจากความบาปครับ และผมก็ยังได้รับฟังเพื่อนบอกว่าเค้าเป็นคนชอบอ่านหนังสือได้อ่านเรื่องสงครามครูเสต (สงครามศาสนา) ที่สมัยก่อนผู้นำทางศาสนาคริสต์ในสมัยนั้นได้สั่งให้ทำสงครามเพื่อฆ่าคนต่างศาสนา ผมก็บอกเพื่อนว่าที่จริงคริสเตียนเชื่อในพระเจ้าเท่านั้น เชื่อตามพระวจนะในพระคัมภีร์ ไม่ได้เชื่อในมนุษย์เพราะว่าความคิดของมนุษย์อาจจะมีสิ่งที่ไม่ถูกต้องไม่ชอบธรรม และพระคัมภีร์ก็ไม่ได้สอนให้เราฆ่าคน แต่สอนให้รักคนอื่นๆครับ และก็มีข้อสงสัยจากเพื่อนว่าคริสเตียนมีหลายนิกาย บางนิกายที่เค้าอ่านเจอก็ดูเหมือนจะแยกออกมาเพราะมีจุดประสงค์เพื่อคนที่ก่อตั้งนิกายนั้น เรื่องนี้มีความจริงอยู่ตามที่เพื่อนผมบอกมาบางนิกายก็มาจากการผสมผสานวัฒนธรรมของชาตินั้นๆ บางนิกายก็เป็นลัทธิเทียมเท็จสอนให้เราทำเพื่อบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้มาจากพระเจ้า ผมคิดว่าคริสเตียนก็คนผู้ที่เชื่อในพระเจ้า ถ้าเราทำตามพระวจนะของพระเจ้าเราจะไม่หลงไปจากสิ่งที่หลอกลวงต่างๆครับ ก่อนที่เราจะเชื่ออะไรก็ขอให้เราได้ศึกษาจากพระคัมภีร์และก็อธิษฐานให้พระเจ้านำทางครับ เพราะในยุคสุดท้ายจะมีผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จมากมายครับ
   ที่ผมเล่าเรื่องนี้ไม่ได้จะว่าเพื่อนคนนี้ครับ แต่คิดว่าน่าจะมีหลายคนมีความสงสัยแบบนี้ เลยอยากจะนำมาชี้แจงให้กับเพื่อนๆคนอื่นได้เข้าใจครับ พูดถึงเรื่องสงครามผมยังจำได้ว่าวันนึงเมื่อไม่นานนี้ในวงสนทนาขณะรับประทานอาหารกลางวันครับ เราก็คุยกันเรื่องสงคราม มีตอนนึงที่เราคุยกันเรื่องทหารรับจ้างตามที่ได้อ่านข่าว มีน้องคนนึงบอกว่าบางคนที่เป็นทหารไปทำสงครามก็เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ยากจน จริงๆเค้าอาจจะไม่อยากไป ผมบอกว่าการช่วยเหลือครอบครัวโดยการไปฆ่าคนของครอบครัวอื่นเป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้วเหรอ ครอบครัวอื่นก็มีชีวิตมีความรักในครอบครัวเหมือนกัน จากคำตอบนี้ทำให้ทุกคนตอบไม่ถูกครับ แต่คิดว่าน่าเห็นด้วยครับ :) เพราะจริงๆแล้วในพระคัมภีร์ไม่ได้สอนแต่ให้เรารักคนอื่น แต่ถึงแม้ที่เขาคนนั้นจะเป็นศัตรูครับ ตัวผมเองก็ต้องพยายามไม่ให้ลืมในเวลาที่เราจะโกรธคนอื่นเหมือนกันครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 57 ข้อ 1
ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพระกรุณาต่อข้าพระองค์ ขอทรงพระกรุณาต่อข้าพระองค์ เพราะจิตวิญญาณของข้าพระองค์ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ ข้าพระองค์ลี้ภัยอยู่ใต้ร่มปีกของพระองค์ จนกว่าภัยอันตรายจะผ่านพ้นไป


   สวัสดีครับ วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม 2554 เหตุการณ์ภัยจากแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ รวมทั่งภัยจากสารกัมตภาพรังสีในประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นหัวข้อในการสนทนากันในทุกวงสนทนา คนที่ได้ฟังข่าวนี้ก็ต่างมีความสงสารผู้ประสบภัย และอยากจะช่วยเหลือผู้ที่ลำบาก อีกด้านหนึ่งก็เกิดมีความวิตกกลัวว่าจะมีผลกระทบอะไรตามมาอีกบ้าง สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นไม่เป็นที่คาดคิดว่าจะร้ายแรงและน่ากลัวในระดับนี้ นี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคสุดท้ายตามที่ได้มีคำพยากรณ์ไว้ในพระคัมภีร์ เราไม่สามารถที่จะทราบได้ว่าเราจะเผชิญกับเหตุการณ์อะไรบ้างในอนาคต แต่เราทุกคนสามารถกำหนดปลายทางของตัวเองได้ดังในข้อพระคัมภีร์นี้ครับ

พระธรรมโรม บทที่ 6 ข้อ 20 - 23
เมื่อท่านทั้งหลายเป็นทาสของบาป ความชอบธรรมก็ไม่ได้ครอบครองท่าน ชณะนั้นท่านได้ประโยชน์อะไรในการเหล่านั้น ซึ่งบัดนี้ท่านทั้งหลายก็ละอาย ด้วยว่าผลสุดท้ายของการเหล่านั้น ก็คือความตาย
แต่เดี๋ยวนี้ท่านทั้งหลายพ้นจากการเป็นทาสของบาป และกลับมาเป็นทาสของพระเจ้าแล้ว ผลสนองที่ท่านได้รับก็คือการชำระให้บริสุทธิ์ และผลสุดท้ายคือชีวิตนิรันดร์
เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา


   ถ้าเราตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตในโลกนี้อยู่กับความบาปเป็นทาสของบาป ปลายทางนั้นจะสิ้นสุดที่ความตายครับ แต่ถ้าเราตัดสินใจกลับมาหาพระเจ้าเป็นทาสของพระองค์ ปลายทางของเราก็คือความรอดและมีชีวิตนิรันดร์ครับ ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองทุกๆคน และนำพาชีวิตของเราให้เดินในทางที่ถูกต้องครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2554 เมื่อวันก่อนผมได้คุยกับน้องที่บริษัท และก็รู้ว่าน้องที่รู้จักกันที่อยู่อีกแผนกเค้าเลิกกับภรรยาแล้ว ผมรู้สึกงงมากกับข่าวนี้ เพราะว่าน้องคนที่ว่าเค้าดูเป็นคนที่รักภรรยาและลูกมาก เค้าเคยถ่ายวีดีโอและรูปตอนลูกเค้ายังตัวเล็กอยู่มาให้ดูครับ ครอบครัวเค้าก็ดูมีความสุขไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ผมก็ไม่รู้สาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ส่วนตัวก็ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆอีกครับ

พระธรรม 1 โครินธ์ บทที่ 7 ข้อ 10 - 11
ส่วนคนที่แต่งงานแล้ว ข้าพเจ้าขอสั่ง มิใช่ข้าพเจ้าสั่งเอง แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาว่า่ อย่าให้ภรรยาทิ้งสามี
แต่ถ้านางทิ้งสามีไป อย่าให้นางไปมีสามีใหม่ หรือไม่ก็ให้นางกลับมาคืนดีกับสามีเก่า และขออย่าให้สามีหย่าร้างภรรยาเลย


   พออ่านข้อพระคัมภีร์ตอนนี้สำหรับคนที่แต่งงานแล้วก็ต้องระมัดระวังชีวิตครอบครัวของตนให้ดีครับ พระเจ้าทรงบัญชาไว้ใ้ห้ภรรยาไม่ทิ้งสามี ถ้าทิ้งสามีก็อย่าให้มีสามีใหม่ หรือไม่ก็กลับมาคืนดีกับสามี ส่วนฝ่ายชายทรงห้ามไม่ให้หย่าร้างภรรยาเลยครับ อ่านแล้วก็เข้าใจว่าพระเจ้าทรงไม่อยากให้เกิดการแตกแยกการหย่าร้างของสามีภรรยาครับ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม 2554 ให้เราลองทบทวนพระคัมภีร์ข้อนี้กันครับ :)

พระธรรม 1 โครินธ์ บทที่ 1 ข้อ 17
เพราะว่าพระคริสต์มิได้ทรงใช้ข้าพเจ้าไปเพื่อให้เขารับบัพติศมา แต่เพื่อให้ประกาศข่าวประเสริฐ และมิใช่ด้วยชั้นเชิงอันฉลาดในการพูด เกรงว่าเรื่องกางเขนของพระคริสต์จะหมดฤทธิ์เดช


   ในพระธรรมตอนนี้เป็นตอนที่อาจารย์เปาโลได้กล่าวแก่พี่น้องในคริสตจักรเมืองโครินธ์ เพื่อให้คริสตจักรที่นั่นมีสามัคคี ไม่ให้เขาแบ่งแยกกันว่าใครเป็นศิษย์ของใคร ใครเป็นผู้ให้บัพติศมาใคร
อาจารย์เปาโลได้บอกว่าพระเยซูทรงไม่ได้ใช้ท่านเพื่อมาให้บัพติศมา แต่เพื่อประกาศข่าวประเสริฐของพระองค์ และการประกาศนั้นไม่ได้อาศัยวิธีการพูดที่ดี ไม่ได้อาศัยเทคนิคในการที่จะพูดให้คนเชื่อ หรือหลักจิตวิทยาเพื่อให้คนและกลับใจ
แต่แท้จริงแล้วผลข่าวประเสริฐที่ท่านได้ประกาศนั้นจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนกลับใจครับ พอฟังแบบนี้แล้วเวลาที่เราจะพูดเรื่องของพระเจ้าก็ไม่ต้องกังวลว่าเราจะพูดไม่ดีไม่ถูกใจคนที่ฟังเรา เพียงเราพูดด้วยความเชื่อและจริงใจก็น่าจะเพียงพอแล้วครับ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 เมื่อวานผมได้ลองติดตั้งโทรทัศน์เครื่องใหม่ที่บ้าน โดยลองติดกับเสาอากาศที่ใช้อยู่แต่ทำยังงัยก็ทำไม่ได้ หลังจากที่ใช้ความพยายามอยู่นานจึงลองตัดสินใจต่อโทรทัศน์กับเครื่องเล่นดีวีดี ผมตั้งใจว่าแผ่นดีวีดีเรื่องแรกอยากจะเปิดเรื่องของพระเจ้า ผมก็เลยลองเอาแผ่นดีวีดีสารคดียุคสุดท้าย ซึ่งผมเคยได้ดูมาแล้วมาลองทดสอบ การเปิดแผ่นครั้งนี้เครื่องสามารถทำงานได้ ขณะนั้นแม่และน้องสาวผมก็อยู่ด้วย และเราก็ได้นั่งดูเรื่องราวของคำพยากรณ์ในยุคสุดท้ายด้วยกัน ขอบคุณพระเจ้าซึ่งพระองค์ได้มอบเวลานี้ที่เราได้นั่งดูเรื่องราวจากพระวจนะพระเจ้าด้วยกัน ได้สนทนากันเกี่ยวกับเรื่องของพระองค์ครับ แม่ผมบอกว่าถ้าเกิดญาติของเราหรือเพื่อนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้าได้ดูเรื่องนี้ คงทำให้เค้าได้รู้ว่าสิ่งที่พระเจ้าทรงตรัสไว้ในพระคัมภีร์เป็นจริง และเขาคงอยากรู้จักพระเจ้ามากขึ้นครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 เมื่อวานมีญาติมาเยี่ยมที่บ้านผมครับ ระหว่างที่อาอี๊กำลังคุยกับแม่ผม และก็ลูกพี่ลูกน้องอีกคนก็มาคุยกับผม ครอบครัวนี้ไม่ได้เป็นคริสเตียน เค้าเคร่งครัดกับศาสนาของเค้าและประเพณีจีนมาก ระหว่างที่ยืนคุยกัน ลูกพี่ลูกน้องผมคนนี้เค้าก็เห็นหนังสือเล่มเล็กที่ชื่อว่าพ้นเงามัจจุราชวางอยู่บนตู้กระจกที่เรายืนอยู่ตรงนั้น เค้าก็เปิดหนังสือดูและก็รู้ว่าเป็นหนังสือของคริสเตียน ปกติเราไม่เคยคุยกันเรื่องศาสนาเลย แต่หลังจากที่เปิดอ่านเค้าก็พูดขึ้นว่า สมัยเรียนมีเพื่อนคนนึงเคร่งครัดศาสนามาก แต่พออยู่มหาลัยเพื่อนคนนี้ได้ไปคุยกับคริสเตียนแล้วก็เปลี่ยนเป็นคริสเตียนแบบจริงจังเลย เห็นแล้วก็แปลกใจจัง แล้วนี่ก็เป็นการเริ่มต้นคุยกันเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ครั้งแรกครับ คำถามแรกคือศาสนาคริสต์เชื่อเรื่องวิญญาณมั๊ย ผมก็บอกว่าวิญญาณมีจริง มนุษย์ประกอบด้วยร่างกายและวิญญาณ เมื่อเราจากโลกนี้ไปร่างกายก็จะกลายเป็นดิน ส่วนวิญญาณจะรออยู่ที่แดนคนตาย เพื่อวันหนึ่งเมื่อพระเจ้าเสด็จมาทุกคนไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือตายไปจะอยู่ต่อหน้าพระองค์เพื่อฟังการพิพากษา แล้วก็จะรู้ว่าเราจะไปสวรรค์หรือนรก คริสเตียนไม่ได้เชื่อเกี่ยวกับการเวีบนว่ายตายเกิด แต่เชื่อเรื่องชีวิตนิรัดร์ ญาติผมก็ถามเรื่องไปโบสถ์ไปทำอะไรบ้าง ผมก็บอกว่าไปโบสถ์ก็ไปร้องเพลงนมัสการพระเจ้า และก็ฟังเทศก์ คำถามต่อมาก็คือเทศก์เกี่ยวกับอะไรเหรอ ผมก็ตอบว่าอาจารย์ที่เทศนาก็จะนำเรื่องจากพระคัมภีร์มาอธิบาย คริสเตียนสามารถอ่านพระคัมภีร์เองได้ทุกคน เพราะว่าพระคัมภีร์ได้ถูกแปลออกเป็นภาษาต่างๆทั่วโลกรวมทั้งภาษาไทยด้วย เค้าก็เริ่มคุยด้วยความสนใจมากขึ้น เอาเก้าอี้มานั่งคุยกัน ผมก็เล่าต่อว่านอกจากนี้ที่โบสถ์ยังมีการอธิษฐาน ญาติผมก็ทำหน้างง ผมก็อธิบายเพิ่มเติมว่าการอธิษฐานก็คล้ายๆกับการสวดในศาสนาอื่น แต่ใช้คำพูดของเราที่จะพูดกับพระเจ้า ไม่ต้องมีท่องบทสวดอะไร คำถามต่อมาคือแล้วคริสเตียนไม่ไหว้อะไรเลยเหรอ ผมก็เล่าให้เค้าฟังว่าคริสเตียนนับถือพระเจ้าองค์เดียว ไม่ได้ไหว้พระอื่น พระเยซูเป็นพระเจ้าที่ลงมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อไถ่บาปมนุษย์ ญาติผมถามต่อว่า แล้วเวลาขออะไรกับพระเจ้าแล้วได้ตามนั้นเลยเหรอ ผมก็บอกว่าใช่ มีข้อยกเว้นบ้างเช่น การขออะไรที่ผิดศีลธรรม ไม่ตามน้ำพระทัยพระเจ้า ญาติผมก็พูดต่อว่าแล้วแบบนี้ต้องมีการบนเหมือนกับที่เค้าทำหรือเปล่า ผมก็บอกว่าไม่มี พระเจ้าไม่ต้องการอะไร เค้าก็ทำหน้าแปลกใจ การทำหน้าแปลกใจก็ทำให้ผมนึกถึงหนังสือที่ผมได้เคยอ่านคำพยานของโยคีที่กลับใจ เค้าก็เคยพูดว่าพระเจ้าของคริสเตียนไม่เหมือนกับพระเจ้าอื่นที่ต้องการสิ่งของแลกเปลี่ยนจากคำขอของมนุษย์ เราก็ใช้เวลาคุยกันพอสมควร ก่อนที่จะออกไปข้างนอก ผมดีใจและก็แปลกใจที่วันนี้มีโอกาสได้พูดเรื่องพระเจ้าให้ญาติฟัง แต่เสียดายที่วันนั้นผมลืมที่จะนำหนังสือพ้นเงามัจจุราชให้เค้ากลับไปอ่านครับ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับโอกาสในการเป็นพยานถึงพระองค์ ขอให้พระเจ้าช่วยให้ญาติผมได้รู้จักพระองค์มากขึ้นครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 43 ข้อ 10 - 12
พระเจ้าตรัสว่า "เจ้าทั้งหลายเป็นพยานของเรา และเป็นผู้รับใช้ของเราซึ่งเราได้เลือกไว้แล้ว เพื่อเจ้าจะรู้จักและเชื่อถือเรา และเข้าใจว่าเราเป็นผู้นั้นแหละ ก่อนหน้าเรา ไม่มีพระใดถูกปั้นขึ้น และภายหลังเราก็จะไม่มี
เรา เราคือพระเจ้า และนอกจากเราไม่มีพระเจ้าผู้ช่วยให้รอด
เราแจ้งให้ทราบและช่วยให้รอด และเล่าให้ฟัง และก็ไม่มีพระเจ้าอื่นในหมู่พวกเจ้า และเจ้าทั้งหลายเป็นพยานของเรา" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554 ปัจจุบันนี้ถ้าเราลองสังเกตุในสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ จะมีโฆษณาเกี่ยวกับรูปเคารพมากมาย
ผมลองสังเกตุดูเห็นว่าเดินออกจากซอยแถวบ้าน หรือขับรถไปไหนก็เห็นรูปเคารพตั้งอยู่ ทำให้เห็นว่ารอบๆตัวเรากำลังเต็มไปด้วยรูปเคารพ คนที่ไม่รู้จักพระเจ้าก็ต้องการหาที่พึ่ง ก็เลยทำหรือจัดหารูปเคารพมากราบไหว้
และเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมามีน้องที่บริษัทเอากล้วยหอมมาฝาก เป็นของเซ่นไหว้ ผมก็ขอบใจเค้าแลัวก็บอกว่า พี่คงจะกินไม่ได้เพราะเป็นของไหว้ คริสเตียนไม่รับประทานของที่ไหว้รูปเคารพ
น้องก็บอกว่าทำไมล่ะ พี่ไม่ได้ไหว้เองนี่ไม่เป็นเป็นไรเลย ผมก็เลยตอบว่า ที่ไม่ได้เพราะว่าผมเชื่อในพระเจ้าองค์เดียว สิ่งที่เอาไปถวายให้กับรูปเคารพซึ่งไม่ใช่พระเจ้าจึงไม่สมควรรับประทานครับ
   ผมคิดว่าคนในสมัยนี้น่าเป็นห่วง เค้าไม่รู้จักพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว แต่แสวงหาพระมากมายซึ่งไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย
และในบางครั้งเราจะเห็นว่ารูปเคารพ สถานที่นมัสการรูปเคารพยังเป็นเหตุให้คนแย่งชิงกัน ทำร้ายกัน ฆ่ากันเพื่อให้ได้มา ถึงกับจะเป็นสงครามระหว่างประเทศที่เคยเป็นเพื่อนบ้านกัน ค้าขายด้วยกัน ประชาชนเป็นมิตรกัน
เราคงต้องอธิษฐานเผื่อประเทศของเรา ขอให้พระเจ้าทรงอภัยในความบาปต่างๆ ให้หลายๆคนได้มีโอกาสที่จะรู้จักพระองค์ และให้พระองค์เป็นพระผู้ช่วยของเขาครับ :)

พระธรรมวิวรณ์ บทที่ 1 ข้อ 8
พระเจ้าผู้ทรงอยู่เดี๋ยวนี้ ผู้ได้ทรงเป็นอยู่ในกาลก่อน ผู้จะเสด็จมานั้น และผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ได้ตรัสว่า "เราเป็นอัลฟา และโอเมกา"


   อัลฟา เป็นตัวอักษรตัวแรกในภาษากรีก ส่วนโอเมกาเป็นตัวอักษรตัวสุดท้ายในภาษากรีก สิ่งที่พระเจ้าได้ตรัสนั้นกำลังบอกว่าพระองค์ทรงเป็นเริ่มต้นและที่สุดของทุกสิ่งครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาผมพบกับปัญหาในการทำงาน เนื่องจากผมทำงานผิดพลาดและส่งผลกระทบกับบริษัทอย่างมาก ก็เลยต้องใช้เวลาอย่างมากในการแก้ไขปัญหาให้เสร็จโดยด่วน และก็ยังโดนกดดันจากหน่วยงานอื่นอีก
ยิ่งเราทำอะไรรีบๆก็มักจะผิดพลาด และนั่นก็เกิดขึ้นกับผมอีก ยิ่งรีบแก้ไขก็ยิ่งเพิ่มที่ผิดอีก ผมท้อใจมากเลย แต่ก็ยังพึ่งในพระเจ้า คิดว่าเรามีความหวัง
ช่วงพักคลายเครียดก็เขียนใน facebook ว่า "ต้องการกำลังใจจัง :)" พอเขียนเสร็จน้องที่เคยตีปิงปองด้วยกันเค้าเป็นคริสเตียนก็ตอบมาว่า "May God touch u" "Problem make u strength by God"
เป็นคำพูดที่ทำให้รู้สึกว่าพระเจ้าทรงรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม และให้คนของพระองค์ส่งกำลังใจมาให้แบบทันทีเลย หลังจากนั้นก็มีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ อีกหลายคนส่งข้อความมาเป็นกำลังใจให้ครับ
ผมรู้สึกพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหานั้นและก็จะทำให้สำเร็จครับ :)
   มีอีกเรื่องนึงที่อยากจะเล่าให้ฟังครับ เมื่อวานนี้ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนพี่น้องคริสเตียนที่เพิ่งกลับใจครับ ไปกับครอบครัวกับอาจารย์ี่วินัย ซึ่งเป็นศิษยาภิบาลที่โบสถ์กับครอบครัวของอาจารย์ครับ
รวมกันทั้งหมดก็ 14 คนเลยครับ ไปถึงบ้านพี่น้องคนนี้เป็นห้องเช่าเล็กๆ 1 ห้องอยู่กัน พ่อ แม่ ลูก น้องสาวครับ ทั้งหมดเข้าไปในห้องแทบจะไม่มีที่ว่างครับ
แต่ก็รู้สึกว่าทุกคนในห้องนั้นกลับมีสันติสุขในพระเจ้าครับ และยินดีที่ครอบครัวนี้ตัดสินใจที่จะต้องรับพระเจ้าครับ :)
และก็ได้ทราบว่าพี่น้องท่านนี้เค้ามีอาชีพหัวหน้าวินมอเตอร์ไซด์ แต่ก่อนไว้ผมยาวเป็นคนที่ติดเหล้า เดินโพยหวย ทำอะไรหลายอย่างที่ไม่ค่อยถูกต้อง
วันนึงเค้าได้มีโอกาสได้มาในงานประกาศ (ข่าวประเสริฐของคริสเตียน) ที่บ้านพี่สาวผมจัดขึ้น สิ่งที่เค้าได้จากงานนั้น คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตครับ
พี่น้องท่านนี้กลับไปด้วยความชื่นชมยินดี กลับไปด้วยความตั้งใจว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่ไม่ดีในอดีต เขาบอกว่าเขาตั้งใจจะเลิกเหล้าให้ได้
หลังจากนั้นเวลาพบเขาพอเพื่อนที่มักจะชวนกินเหล้า เขาก็พยายามขับรถหนีตลอด ตอนนี้เขาได้เปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่ ตัดผมสั้น (จนเราจำแทบไม่ได้)
ไม่ดื่มเหล้า ไม่ทำงานที่ไม่เหมาะสม ตอนนี้มีเวลาให้ครอบครัว ไม่ต้องทุกข์ใจ ภรรยาประหลาดใจที่เห็นการเปลีี่ยนแปลงที่เขาคิดไม่ถึงนี้
เขาได้เล่าให้ภรรยาฟังสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา และพาภรรยาไปโบสถ์ จนในวันนี้ได้ตัดสินใจที่จะละทิ้งรูปเคารพที่เขาเคยกราบไหว้ และหันมาหาพระเจ้าครับ
เรื่องนี้เป็นประสบการณที่ดีที่ผมได้พบ เราได้เห็นว่าพระเจ้าทรงตามหาคนบาปเพื่อให้เขากลับใจ และเมื่อเขาแสวงหาพระเจ้า พระองค์ก็ทรงให้เขาบังเกิดใหม่มีชีวิตใหม่กับพระองค์ครับ :)

พระธรรมกิจการ บทที่ 3 ข้อ 1 - 10
ฝ่ายเปโตรกับยอห์นกำลังขึ้นไปจะเข้าบริเวณพระวิหารในเวลาอธิษฐานเป็นเวลาบ่ายสามโมง
มีคนหนึ่งเป็นง่อยตั้งแต่คลอดออกมา ทุกวันคนเคยหามเขามาวางไว้ริมประตูพระวิหารซึ่งมีชื่อว่าประตูงาม เพื่อให้ขอทานจากคนที่จะเข้าไปในพระวิหาร
คนนั้นพอเห็นเปโตรกับยอห์นจะเข้าไปในพระวิหารก็ขอทาน
ฝ่ายเปโตรกับยอห์นเพ่งดูเขาบอกว่า "จงดูเราเถิด"
คนขอทานนั้นได้เขม้นดู คิดว่าจะได้อะไรจากท่าน
เปโตรกล่าวว่า "เงินและทองเราไม่มี แต่ที่เรามีอยู่เราจะให้ท่าน คือในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์ชาวนาซาเร็ธ จงเดินเถิด"
แล้วเปโตรจับมือขวาของเขาพยุงขึ้น และในทันใดนั้นเท้าและข้อเท้าของเขาก็มีกำลัง
เขาจึงกระโดดขึ้นยืนและเดินเข้าไปในพระวิหาร ดัวยกันกับเปโตรและยอห์น เดินเต้นโลดสรรเสริญพระเจ้าไป
คนทั้งปวงเห็นเขาเดินและสรรเสริญพระเจ้า
จึงรู้ว่าเป็นคนนั้นซึ่งนั่งขอทานอยู่ที่ประตูงามแห่งพระวิหาร เขาจึงพากันมีความประหลาดและอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแก่คนนั้น


   จากข้อพระคัมภีร์นี้เราจะเห็นความรักของพระเจ้าที่มีแต่คนขอทานผู้พิการคนนี้ เขาไม่มีอะไรเลยไม่มีเงินทองไม่มีชีวิตที่สุขสบาย แล้วก็มีคนหามเขามานั่งขอทานทุกวันหน้าพระวิหาร
แต่พระเจ้าทรงให้อาจารย์เปโตรและยอห์นมาพบเขา พระเจ้าไม่ได้ทรงมอบเงินทองให้กับอาจารย์เปโตรและยอห์นเพื่อมาให้คนขอทาน แต่สิ่งที่พระเจ้าทรงมอบผ่านผู้รับใช้ คือ การรักษาจากพระองค์และให้อิสระภาพแก่คนขอทานนี้ ให้เขาได้พ้นจากความพิการ ให้เขาได้มีโอกาสเดินเข้าไปในพระวิหารเพื่อแสวงหาพระเจ้า
และชีวิตของเขาก็ได้เป็นพยานสำหรับคนมากมายที่รู้จักเขา :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2554

พระธรรมดาเนียล บทที่ 6 ข้อ 10 - 13
เมื่อดาเนียลทราบว่าลงพระนามในหนังสือสำคัญนั้นแล้ว ท่านก็ไปยังเรือนของท่าน ที่มีหน้าต่างห้องชั้นบนของท่านเปิดตรงไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และท่านก็คุกเข่าลงวันละสามครั้งอธิษฐานและโมทนาพระคุณต่อพระเจ้าของท่าน ดังที่ท่าได้เคยกระทำมาแต่ก่อน แล้วคนเหล่านี้ก็ได้พากันมาและได้พบดาเนียลทูลขอ และวิงวอนอยู่ต่อพระเจ้าของท่าน
แล้วเขาทั้งหลายก็เข้าไปใกล้กราบทูลพระราชาเกี่ยวด้วยประกาศห้ามว่า "ข้าแต่พระราชา ฝ่าพระบาทได้ทรงลงพระนามในประกาศห้ามฉบับหนึ่งมิใช่หรือว่า ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดทูลขอต่อพระหรือมนุษย์นอกเหนือพระองค์ ในสามสิบวันนี้ ข้าแต่พระราชา ก็ให้โยนผู้นั้นลงไปในถ้ำสิงห์เสีย" พระราชาตรัสว่าเรื่องนั้นยังคงอยู่ ตามกฏหมายของคนมีเดียและคนเปอร์เซียซึ่งจะแก้ไขได้ไม่"
แล้วเขาจึงกราบทูลต่อพระราชาว่า "ดาเนียลคนนั้นในพวกที่ถูกกวาดเป็นเชลยมาจากยูดาห์ หาได้เชื่อฟังฝ่าพระบาทไม่ ข้าแต่พระราชา และไม่เชื่อฟังประกาศห้าม ซึ่งพระองค์ทรงลงพระนามไว้ แต่ได้ทูลขอวันละสามครั้ง


   แม้้ว่าดาเนียลจะรู้ว่าพระราชาดาริอัสจะทรงลงนามในกฏหมายห้ามไม่ให้ทูลขอต่อพระหรือมนุษย์นอกเหนือการพระราชา โทษของการฝ่าฝืนคือถูกจับโยนไปในถ้ำสิงห์ แต่กระนั้นก็ดีดาเนียล ผู้ซึ้งเขาติดสนิทกับพระเจ้า เขาก็ยังสัตย์ซื่อในการอธิษฐานกับพระเจ้าเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าถ้าเราอยู่ในสถานะการณ์แบบดาเนียลผู้ซึ่งแต่ก่อนเป็นเชลย และได้มาเป็นถึงอภิรัฐมนตรีในสมัยของพระราชาดาริอัส เราจะเลือกเอาความปลอดภัยของตัวเอง ความมั่นคงในหน้าที่การงาน หรือจะเลือกที่จะเชื่อและวางใจในพระเจ้าครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2554

พระธรรมลูกา บทที่ 7 ข้อ 18 - 23
ฝ่ายพวกศิษย์ของยอห์นก็ได้เล่าเหตุการณ์ทั้งปวงนั้นให้ท่านฟัง
ยอห์นจึงเรียกศิษย์ของท่านทั้งสองคน ใช้เขาไปหาพระเป็นเจ้า ทูลถามว่า "ท่านเป็นผู้ที่จะมานั้นหรือ หรือจะคอยผู้อื่น"
เมื่อคนทั้งสอง มาถึงพระองค์แล้ว เขาทูลว่า "ยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาใช้ข้าพเจ้ามาหาท่านให้ถามว่า 'ท่านเป็นผู้ที่จะมานั้นหรือ หรือจะต้องคอยผู้อื่น'"
ในเวลานั้นพระองค์ได้ทรงรักษาคนเจ็บเป็นอันมากให้หายจากความเจ็บและโรคต่างๆ และให้พ้นจากผีร้าย และคนตาบอดหลายคนพระองค์ได้ทรงรักษาให้เห็นได้
แล้วพระองค์ตรัสตอบศิษย์สองคนนั้นว่า "จงไปแจ้งแก่ยอห์นตามซึ่งท่านได้เห็นและได้ยิน คือว่าคนตาบอดก็หายบอด คนง่อยเดินได้ คนโรคเรื้อนหายสะอาด คนหูหนวกได้ยิน คนตายแล้วเป็นขึ้นมา และข่าวประเสริฐก็ประกาศแก่คนอนาถา
บุคคลผู้ใดไม่เห็นว่าเราเป็นอุปสรรค ผู้นั้นเป็นสุข"


   จากข้อพระคัมภีร์ข้างบนนี้ทำให้เราเห็นสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำมากมาย เพื่อคนที่ด้อยโอกาส คนที่อ่อนแอ คนเจ็บป่วย คนพิการ และข่าวประเสริฐของพระเจ้าก็ทรงประกาศกับคนอนาถา เราได้เห็นความรักของพระเยซูจากสิ่งที่พระองค์ได้กระทำ
   นอกจากนี้เรายังได้เห็นสิ่งที่พระเยซูทรงตอบศิษย์ของยอห์น ที่เขาถามพระเยซูว่าคือผู้ใด พระองค์คือผู้ที่พระเจ้าทรงส่งมาช่วยพวกเขาหรือไม่ แทนที่พระเยซูจะตอบว่าพระองค์คือพระผู้เป็นเจ้าผู้ที่จะมาช่วยเขา แต่พระเยซูทรงให้เขาได้เห็นสิ่งที่พระองค์ได้กระทำ ทรงให้เขานำสิ่งที่เขาเห็นด้วยตนเอง ไปบอกกับยอห์น เพราะสิ่งนี้เป็นคำยืนยันเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีที่สุดว่าพระองค์คือผู้ใด
   ผมคิดว่าถ้าเกิดมีใครซักคนมาถามว่าพระเยซูคือผู้ใด พระเยซูคือพระเจ้าจริงหรือ สิ่งที่ควรจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดก็คือ การพูดในที่พระเยซูทรงกระทำในชีวิตของเรา สิ่งที่เราได้สัมผัสและรู้ว่าพระองค์เป็นพระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริงครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม 2554 วันนี้ขอให้เรามาดูคำอธิษฐานของกษัตริย์ดาวิดที่ทูลขอการช่วยกู้ให้พ้นจากบางสิ่งจากพระเจ้าในข้อพระคัมภีร์จากหนังสือสดุดี 2 ตอนนี้กันครับ

พระธรรมสดุดี บทที่ 144 ข้อ 7 - 8
ขอทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์จากที่สูง ขอทรงช่วยและกู้ข้าพระองค์ให้พ้นจากน้ำมากหลาย ให้พ้นจากมือของชนต่างด้าว
ผู้ซึ่งปากของเขาพูดเท็จ และซึ่งมือขวาของเขาเป็นมือขวาแห่งความมุสา

พระธรรมสดุดี บทที่ 144 ข้อ 11
ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากดาบทมิฬ และขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากมือคนต่างด้าว ผู้ซึ่งปากของเขาพูดเท็จ และซึ่งมือขวาของเขาเป็นมือขวาแห่งความมุสา


   สิ่งแรกที่กษัตริย์ดาวิดทูลขอให้พ้นก็คือน้ำมากหลาย ผมอ่านแล้วนึกถึงเรื่องน้ำท่วมโลกในสมัยของโนอาห์ครับ คือการที่พระเจ้าทรงลงโทษโดยต้องการชำระความบาปของมนุษย์ อีกสิ่งที่ทรงขอคือให้พ้นจากดาบทมิฬ ซึ่งดาบนั้นน่าจะหมายถึงการประหาร ความตายซึ่งในพระคัมภีร์ก็ได้กล่าวว่าบาปนั้นนำมาซึ่งความตายครับ และเรายังเห็นว่ามีการทูลขอให้พ้นจากมือของชนต่างด้าวถึงสองครั้ง ชนต่างด้าวที่พูดถึงนี้มีการระบุว่าเขาพูดเท็จ และมือขวาของเขาเป็นมือขวาแห่งความมุสา ข้อความหลังนี้ชี้ให้เห็นความคนเหล่านี้พูดเท็จและสิ่งที่เขาถนัดก็คือการโกหกหลอกลวง เราได้รู้จากพระคัมภีร์ว่าพระวจนะนั้นเป็นความจริง ดังนั้นคนเหล่านี้ที่กษัตริย์ดาวิดกลัวน่าจะเป็นคนที่ไม่ได้ยึดในพระวจนะของพระเจ้า
   เราอาจจะกล่าวโดยสรุปได้ว่า สิ่งที่กษัตริย์ดาวิดทรงทูลขอให้พ้นจาก การลงโทษจากความบาป ผลที่ได้รับจากความบาป และจากมือของคนบาป สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเราก็พึ่งในพระเจ้าเพื่อพระองค์จะทรงเมตตาให้เราได้รอดพ้นจากสิ่งเหล่านี้นะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม 2553 ปีใหม่นี้ผมอยากจะเริ่มด้วยพระวจนะตอนนึงซึ่งเป็นเรื่องราวในสมัยของกษัตริย์เรโหโบอัม ซึ่งเป็นโอรสของกษัตริย์ซาโลมอนครับ
แรกๆเค้าในสมัยของเรโหโบอัมก็ปกครองประเทศและประชาชนโดยยึดในทางของพระเจ้าตามพระราชบิดา พระเจ้าก็ทรงอวยพระพรบ้านเมืองก็เจริญเข้มแข็ง
แต่ต่อมาเขาก็ละทิ้งพระเจ้า จนพระเจ้าทรงตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะว่า เหตุที่เขาได้ละทิ้งพระเจ้า พระเจ้าจะลงโทษเขาโดยให้ชิชักซึ่งเป็นกษัตริย์ของประเทศอียิปต์มาทำลายเขา
เมื่อผู้เผยพระวจนะมาบอกเรโหโบอัม เรโหโบอัมและคนของพระองค์ก็สำนึกผิด ยอมรับว่าสิ่งที่พระเจ้าจะลงโทษเขานั้นสมควร ถูกต้องแล้ว พระเจ้าก็ทรงเห็นการสำนึกผิดของเขาเมื่อเขาถ่อมใจลง
พระเจ้าทรงลดการลงโทษนั้น แต่ก็ทรงลงโทษเขาก็เพื่อให้เขาเห็นและเข้าใจว่าการรับใช้พระเจ้ากับการรับใช้มนุษย์นั้นต่างกัน
   ข้อพระคัมภีร์ตอนนี้ทำให้เรารู้อะไรหลายๆอย่าง คนเราเมื่อทำความผิดแล้วเรารู้จักที่จะถ่อมใจยอมรับความผิดนั้น พระเจ้าก็ไม่ได้ทรงใจร้ายกับเรา
พระเจ้าทรงยุติธรรมและเมตตา การลงโทษสำหรับคนที่ทำผิดแล้วยอมรับนั้นก็เพื่อให้เราได้เรียนรู้ในสิ่งที่ถูกต้องครับ :)

พระธรรม 2 พงศาวดาร บทที่ 12 ข้อ 5 - 8
แล้วเชไมอาห์ผู้เผยพระวจนะได้มาเฝ้าเรโหโบอัมและบรรดาเจ้านายแห่งยูดาห์ ผู้มาประชุมกันอยู่ที่เยรูซาเล็มด้วยเรื่องชิชัก และกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า "พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'เจ้าได้ละทิ้งเรา เราจึงได้ละทิ้งเจ้าให้อยู่ในมือของชิชัก'"
แล้วเจ้านายแห่งอิสราเอลและพระราชาได้ถ่อมตนลงและกล่าวว่า "พระเจ้าทรงชอบธรรมแล้ว"
เมื่อพระเจ้าทรงเห็นว่าเขาทั้งหลายถ่อมตัวลง พระวจนะของพระเจ้าได้มาถึงเชไมอาห์ว่า "เขาทั้งหลายได้ถ่อมตัวลงแล้ว เราจะไม่ทำลายเขา แต่เราจะประสาทการช่วยกู้แก่เขาบ้าง และพระพิโรธของเราจะไม่เทลงมาเหนือเยรูซาเล็มโดยมือของชิชัก
อย่างไรก็ดีเขาทั้งหลายต้องเป็นผู้รับใช้ของชิชัก เพื่อเขาทั้งหลายจะได้ทราบความแตกต่างระหว่างการรับใช้เรา และรับใช้ราชอาณาจักรทั้งหลาย"










อ่านย้อนหลัง


จำนวนผู้เยี่ยมชม