วิทยาศาสตร์กับการพิสูจน์เรื่องของพระเจ้า
เมื่อประมาณสองอาทิตย์ก่อน (ปลายเดือนมกราคม 2551) เวลาประมาณช่วงสายของวันเสาร์ผมได้เปิดดูรายการโทรทัศน์จากสถานีที่เป็นฟรีทีวี แล้วก็พบรายการที่เป็นสารคดีรายการหนึ่งมีชื่อเรื่องน่าสนใจ รายการนี้เป็นสารคดีที่กำลังจะพิสูจน์หาความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่มีกล่าวไว้ในพระคัมภีร์ Exodus หรือพระธรรมอพยพนั่นเอง
หลายคนที่ไม่ได้เป็นคริสเตียนอาจจะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร แต่ถ้าบอกว่าเป็นเรื่องของโมเสสที่ได้นำชนชาติอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์ โมเสสได้นำประชาชนอิสราเอลหนีจากการตามล่าของกองทัพของฟาโรห์โดยการทรงนำของพระเจ้าผ่านทะเลแดง เริ่มคุ้นแล้วใช่มั๊ยครับ บางคนอาจจะเคยดูที่มีการนำเหตุการณ์นั้นมาทำเป็นภาพยนตร์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นประมาณ 1446 ปีก่อนคริสต์ศักราช นานมากๆเลยนะครับ ถ้าอยากจะทราบเรื่องราวโดยละเอียดคงจะต้องลองอ่านจากพระคัมภีร์อพยพดูนะครับ :)
สารคดีเรื่องนี้ได้นำเสนอเรื่องราวการทำงานของนักโบราณคดีท่านหนึ่งซึ่งมีความใฝ่ฝันที่จะศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศอียิปต์ตั้งแต่เด็ก และเขามีโอกาสได้ทำงานนี้ร่วมกับเพื่อนร่วมงานที่เป็นนักข่าวเชิงประวัติศาสตร์และคณะของนักวิทยาศาสตร์ พวกเขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการค้าหาข้อมูลในเรื่องนี้ เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมานานมาก และไม่ค่อยมีหลักฐานที่บอกกล่าวเรื่องราวนี้หลงเหลืออยู่ เหตุการณ์ในพระคัมภีร์ตอนนี้น่าจะเกิดขึ้นในช่วงของกษัตริย์ฟาโรห์ที่มีพระนามว่า รามาเสสที่สอง (ในพระคัมภีร์ไม่ได้ระบุชื่อของกษัตริย์ฟาโรห์) ฟาโรห์รามาเสสทรงเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศอียิปต์ในขณะนั้น เคยมีการค้นพบมัมมี่ของพระองค์ในปิรามิดที่ใหญ่โต นักโบราณคดีท่านนี้ได้เริ่มค้นหาหลักฐานจากสุสานของราชวงศ์ของกษัตริย์ฟาโรห์พระองค์นี้ และได้ค้นพบโครงกระดูกที่เชื่อว่าเป็นของพระโอรสองค์แรกของฟาโรห์ จากนั้นก็ถึงกระบวนการในการพิสูจน์ว่าสิ่งที่ค้นพบใช่เป็นของพระโอรสองค์แรกของฟาโรห์รามาเสสที่สองจริงหรือไม่ โดยการให้ทีมนักวิทยาศาสตร์หลายท่านที่จะตรวจสอบอายุของโครงกระดูกและมีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกเพื่อจำลองใบหน้าที่ได้จากโครงกระดูกนี้และจากมัมมี่ของฟาโรห์ว่ามีส่วนคล้ายกันหรือไม่อย่างไร อีกด้านหนึ่งก็จะค้นหาหลักฐานที่จะพิสูจน์เรื่องราวต่างๆในพระธรรมตอนนี้ เช่น เรื่องภัยพิบัติสิบประการที่พระเจ้าทรงกระทำกับกษัตริย์ฟาโรห์และอียิปต์เพื่อให้พระองค์ยอมปล่อยประชาชนอิสราเอลให้เดินทางออกจากประเทศอียิปต์ เรื่องของการเดินข้ามทะเลแดง เรื่องการตายของพระโอรสองค์แรกของฟาโรห์ เขาค้นหาข้อมูลจากพิพิธภัณท์หลายแห่ง มีจารึกบางส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่ซึ่งก็มีไม่มากนัก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่ามีการพยายามทำลายหลังฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้จากกษัตริย์ฟาโรห์องค์ต่อๆมา และเดินทางไปดูสถานที่ที่คาดว่าจะเป็นสถานที่ที่กล่าวถึงในพระคัมภีร์เพื่อหาข้อมูลแวดล้อมให้ได้มากที่สุดที่จะมาใช้ในการวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆนี้ และผลสรุปของการวิเคราะห์นี้ก็ยังไม่สามารถสรุปเป็นข้อสรุปสุดท้ายได้ และกลับเป็นการตั้งสมมติฐานใหม่ๆขึ้นอีกหลายข้อ ได้แก่ เรื่องของภัยพิบัติสิบประการนั้นพวกเขาพยายามสรุปว่าเก้าประการแรกมีความเป็นไปได้ว่าเป็นเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นและทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นภัยพิบัติอื่นต่อมา แต่สำหรับภัยพิบัติที่สิบนั้นไม่สามารถสรุปได้ว่าคืออะไร และนี่ก็เป็นเหตุให้เขาสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุการสิ้นพระชนม์ของพระโอรสองค์แรกของกษัตริย์ฟาโรห์ เขาตั้งข้อสมมติฐานใหม่ว่าพระโอรสนั้นอาจจะรอดจากภัยพิบัติที่สิบและมาสิ้นพระชนม์ภายหลัง หรืออาจจะสิ้นพระชนม์จากการปองร้ายของคนในราชวงศ์เกี่ยวกับเรื่องการสืบทอดราชสมบัติ หรืออาจจะสิ้นพระชนม์จากบุคคลที่เชื่อในพระเจ้า
หลังจากที่ดูจบแล้วผมรู้สึกผิดหวังเล็กๆที่การพิสูจน์ทั้งหมดนี้ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก จนกระทั่งถึงตอนเย็นนั้นผมก็กลับมานึกถึงเรื่องสารคดีนี้อีกครั้ง มีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า ทำไมวิทยาศาสตร์ถึงไม่สามารถหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องราวของพระเจ้าได้ และพระเจ้าก็เปิดเผยให้ผมได้เข้าใจ ผมย้อนกลับไปคิดถึงขั้นตอนกระบวนการพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ (ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่ง) ที่เคยเรียนมา คือ การที่เราจะพิสูจน์ทฤษฎีใดๆนั้น เราจะต้องเริ่มต้นด้วยการมีคำนิยามของสิ่งต่างๆ เราจะต้องมีทฤษฎีที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว และหลังจากนั้นเราก็จะนำสิ่งเหล่านี้มาเพื่ออ้างอิงในการพิสูจน์ทฤษฎีใหม่ และนี่เองที่ผมคิดว่าเป็นจุดที่ทำให้นักโบราณคดีและทีมงานไม่สามารถหาคำตอบโดยกระบวนการพิสูจน์โดยหลักวิทยาศาสตร์ได้ เนื่องจากว่าพวกเขาไม่ได้ให้คำนิยามของ "พระเจ้า" ไว้ ทำให้เราสังเกตุเห็นว่าข้อสันนิษฐานของพวกเขานั้นไม่มีข้อใดที่จะบอกว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากการกระทำของพระเจ้าเลย เขาจะสามารถสรุปเหตุผลได้เพียงจากสิ่งที่เขานิยาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นสิ่งแวดล้อมที่เขาเห็นและรู้จัก แต่สำหรับพระเจ้านั้นเขาไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จักพระองค์เขาจึงไม่สามารถอ้างอิงถึงพระเจ้าได้
ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงให้เราได้เข้าใจในสิ่งต่างๆเหล่านี้ อาเมน