Today

 


   สวัสดีครับ วันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม 2560 พี่น้องที่กำลังเผชิญหน้ากับอุปสรรคกับปัญหาที่ดูเหมือนมากมาย ยากที่จะผ่านพ้นไปได้ วันนี้ผมขอนำข้อพระคัมภีร์นี้มาหนุนใจนะครับ ไม่ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเรานั้นจะเป็นดังกองทัพใหญ่ จงอย่าท้อใจนะครับ เรามีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย และพระองค์นั้นจะช่วยเราและต่อสู้กับเรานะครับ :)

พระธรรม 2 พงศาวดาร บทที่ 32 ข้อ 8
"จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่ากลัวหรือท้อถอยต่อพระราชาอัสซีเรีย และต่อกองทัพทั้งสิ้นที่อยู่กับเขานั้น เพราะมีผู้หนึ่งฝ่ายเราที่ใหญ่กว่าฝ่ายเขา
ฝ่ายเขามีแต่กำลังเนื้อหนัง แต่ฝ่ายเรามีพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราสถิตกับเราที่ทรงช่วยเราและสู้รบฝ่ายเรา

   สวัสดีครับ วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน 2560 เมื่อวันก่อนผมได้เปิดดูทีวีและเปิดไปเจอหนังเรื่องนึงกำลังใกล้จะจบครับ มีคำพูดของนักโทษคนนึงที่ถูกตัดสินโดยไม่ชอบธรรม เค้าได้พูดประโยคนึงว่า "เพราะความเกลียดชังที่ทำให้ผมต้องถูกคุมขัง แต่ความรักจะนำผมออกไป" ผมสะดุดกับประโยคนี้เพราะก่อนหน้านี้เค้าได้พูดถึงชื่อลาซารัสที่พระเจ้าทรงให้ฟื้นจากความตายครับ คำพูดนั้นทำให้ผมนึกถึงว่าความบาปทำให้เราได้รับโทษ แต่ด้วยความรักของพระเยซูคริสต์พระองค์จะนำเราออกจากการพันธการจากการลงโทษนี้ได้ครับ

พระธรรมโฮเชยา บทที่ 6 ข้อ 3
ให้เรารู้จัก ให้เราพยายามรู้จักพระยาห์เวห์ การปรากฏของพระองค์ก็แน่นอนเหมือนรุ่งอรุณ พระองค์จะเสด็จมาหาเราอย่างห่าฝน ดังฝนชุกปลายฤดูที่รดพื้นแผ่นดิน

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2560 ผมได้อ่านพระวจนะในพระธรรมเลวีนิติ บทที่ 26:14 - 46 ครับ พระวจนะของพระเจ้าพูดถึงการไม่เชื่อฟัง เมื่อประชากรของพระองค์ ไม่เชื่อฟังพระเจ้า ไม่ทำตามพระบัญญัติ เบื่อหน่ายจะเกลียดชังกฏเกณฑ์ของพระเจ้า และนี่เป็นการทำลายพันธสัญญาของพระเจ้า พระเจ้าจะให้เกิดภัยพิบัติ พระเจ้าจะลงโทษเขาถึงเจ็ดเท่าของสิ่งที่ทำบาป พระวจนะบอกว่าการลงโทษนี้เป็นการตีสอนเพื่อให้ประชากรของพระองค์กลับใจ และเมื่อวันไหร่ก็ตามที่ใจเขาถ่อมลง ยอมรับว่าเขาทำความชั่ว ยอมรับโทษที่ได้ทำผิด พระเจ้าจะไม่ใจแข็ง พระเจ้าจะไม่เบื่อหน่ายและเกลียดชังเขา พระองค์จะทรงระลึกพันธสัญญาของพระองค์ต่อพวกเขา ทั้งหมดนี้ก็เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของเขาทั้งหลาย
   ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับพระวจนะที่คอยเตือนสติเรา ขอบพระคุณพระเจ้าที่ไม่ทรงยอมปล่อยให้เราหลงผิด แต่ทรงตีสอนเพื่อให้เรากลับมาในทางที่ถูกต้อง และขอขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับความรักยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่พร้อมที่จะอภัยความผิดบาปของเราเสมอ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560 เมื่อวานนี้ผมได้มีโอกาสเป็นพยานในเรื่องของน้ำท่วมเมื่อปี 54 ในที่ประชุมนมัสการ ผมคิดทบทวนว่าเมื่อการนมัสการเดือนก่อนผมรับว่าจะมาเป็นพยาน ตอนนั้นผมคิดว่าผมจะเล่าเรื่องน้ำท่วม แต่ผมไม่แน่ใจและคิดไปเองว่า เล่าเรื่องน้ำท่วมตอนนี้คนที่ฟังเค้าจะเห็นภาพมั๊ย เพราะตอนนี้ก็อากาศเริ่มหนาวแล้ว เริ่มเข้าฤดูหนาว แต่เมื่อวานเป็นวันที่น่าแปลกใจเพราะว่ามีฝนตกแบบว่าไม่ได้นึกมาก่อน ผมคิดเล่นๆว่าพระเจ้าทรงให้มีฝนเพื่อให้ผมไม่ต้องกังวลหรือเปล่า :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 12 ข้อ 7 - 8
ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอปกป้องเขาทั้งหลาย ขอทรงปกป้องเขาให้พ้นจากคนยุคนี้ตลอดไป
คนอธรรมก็เพ่นพ่านไปมาอยู่รอบด้าน ขณะเมื่อมนุษย์ทั้งหลายพากันยกย่องความชั่วช้า

   เราคงยอมรับว่าคนในยุคนี้ไม่เหมือนคนในอดีต อาจจะเป็นเพราะเราอยู่ใกล้วันเวลาที่พระเยซูจะเสด็จมาอีกครั้ง คนรอบตัวเรามักจะเป็นคนที่ดูเลวร้าย ศีลธรรม จิตใจดูจะแย่ลงกว่าคนในอดีต ทุกคนยกย่องสิ่งที่ไม่ดี อย่างไรก็แล้วแต่ขอให้พระเจ้าได้ทรงปกป้องธรรมิกชนของพระองค์ อย่าให้หลงไปกับทางของโลกนี้นะครับ
   สวัสดีครับ วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2560 วันนี้ผมมีข้อพระคัมภีร์นี้มาเตือนใจพี่น้องนะครับ :)

พระธรรม 1 ทิโมธี บทที่ 1 ข้อ 19
ให้ยึดความเชื่อไว้ และรักษามโนธรรมให้ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่บางคนละทิ้งไป ทำให้ความเชื่อของพวกเขาอับปางลง

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม 2560 ช่วงนี้ผมยังไม่มีรถใช้ เวลาไปทำงานหรือไปที่ไหนก็ต้องนั่งรถโดยสารหลายต่อหลายประเภทครับ (เนื่องจากบ้านอยู่ไกล) วันเสาร์ที่ผ่านมาผมก็ออกไปเป็นเพื่อนแม่ไปตลาดไปกินข้าวข้างนอกเหมือนปกติ โดยนั่งรถหลายๆต่อ ในขณะที่เรานั่งรถสองแถวซึ่งเป็นต่อที่สาม มีคุณยายท่านนึงนั่งอยู่ด้านในของรถ ท่านมีนำสัมภาระมาด้วย สักพักคุณยายเลื่อนของมาท้ายรถใกล้ทางลง และมายืน คนในรถนึกว่าคุณยายจะลงแต่ผ่านไปหลายป้ายก็ไม่เห็นลงเลยมีคนถามว่าคุณยายจะลงที่ไหน ผมได้ยินว่าอีกตั้งไกลมานั่งก่อน ที่จริงคุณยายไปลงก่อนผมลงหนึ่งป้ายรถครับ สัมภาระของคุณยายมีหนึ่งถุงผ้า กับสองถุงกระสอบ (กระสอบไม่ค่อยใหญ่) สำหรับคนสูงอายุก็ถือเยอะเลยยิ่งมาคนเดียวด้วยครับ พอคุณยายจะลงคนที่นั่งข้างๆก็ช่วยส่งของให้ ผมก็นั่งท้ายรถก็ช่วยหยิบถุงผ้ากับกระสอบให้ พอได้ถือขึ้นมาเท่านั้นก็รู้ว่ามันหนักมากเลยครับ ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณยายถือของพวกนี้เดินทางมาคนเดียวได้ พอลงรถได้คุณยายรีบเดินไปจ่ายสตางค์ค่ารถ แม่ผมเห็นหันมาเห็นผมลงมาช่วยย้ายของพวกนั้นให้ใกล้ฟุตบาทเพราะคุณยายเดินไปหน้ารถแล้ว แม่ก็ลงมาบอกผมว่าเราลงตรงนี้ก็ได้ พอผมหันไปหาแม่แป๊บเดียวแม่ถือถุงผ้าแล้วบอกผมให้ช่วยถือไปให้คุณยายเพราะคุณยายเดินไปต่อสองแถวอีกคันแล้ว ผมหยิบถุงกระสอบอีกอันและวิ่งตามไปไม่รู้คุณยายจะลืมของนี้หรือเปล่า ไปถึงก็เลื่อนของไปข้างในรู้เลยว่าหนักจริงๆตอนถือว่าหนักแล้วแต่พอวางแล้วคิดว่าผลักง่ายๆไม่ค่อยไปเลยครับ ผมรู้เลยว่าที่คุณยายพันหลังเพราะอะไร คุณยายเมื่อเห็นผมมาช่วยหยิบของให้ก็ดีใจแต่ไม่รู้ท่านพูดอะไรและก็มาลูบหลังผม ผมเองก็รู้สึกดีใจเช่นกันที่ได้ช่วยคุณยาย ผมขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้ได้ทำสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีครับ และกลับมาบ้านก็ได้ระลึกถึงคุณยายและอธิษฐานเผื่อท่านอีกครับ หลายครั้งที่เราคิดว่าเราลำบาก แต่เราไม่รู้ว่าที่จริงมีหลายคนที่ลำบากและต้องการความเชื่อเหลือ และขณะที่เราคิดว่าเราอ่อนแรง แต่แรงของเราก็ยังสามารถช่วยคนอื่นได้อีก ขอพระเจ้าทรงเป็นกำลังให้ผู้อ่อนแอเสมอนะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2560 เมื่อเราทูลสิ่งต่างๆต่อพระเจ้า ขอให้เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัย เหมือนกับที่เรามีความชื่นชมยินดีในพระเจ้านะครับ ถึงแม้เราจะเจอเรื่องยากๆมากมาย แต่ขอให้เราไม่ยอมแพ้ ขอให้เราได้วิงวอนต่อพระเจ้าเสมอนะครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 104 ข้อ 34
ขอให้การภาวนาของข้าเป็นสิ่งที่พอพระทัย ข้ายินดีในพระยาห์เวห์

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม 2560 ภายในปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการทดลองของผมมากๆเลยครับ การงานที่โถมเข้ามาจนเกือบจะรับไม่ได้ สิ่งที่ไม่ยุติธรรมที่มองเห็น ทำให้ผมท้อใจ ทั้งปัญหาภายในครอบครัว ปัญหาสุขภาพของคนภายในครอบครัว และวันนี้รถก็ถูกชนครับ ที่ผมเล่ามาอย่าท้อใจแทนผมนะครับ เรามีความเชื่อเรามีพระเจ้าจะผ่านสิ่งต่างๆเหล่านี้ไปได้นะครับ ให้เราอธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกันครับ :)

พระธรรม 1 ยอห์น บทที่ 1 ข้อ 8 - 10
ถ้าเรากล่าวว่าเราไม่มีบาป เราก็หลอกตัวเอง และสัจจะไม่ได้อยู่ในตัวเราเลย
ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น ถ้าเรากล่าวว่าเราไม่ได้ทำบาปก็เท่ากับว่าเราทำให้พระองค์ตรัสมุสา และพระดำรัสของพระองค์ก็ไม่ได้อยู่ในตัวเราเลย

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2560 หลายๆครั้งเราต้องพบกับปัญหายากๆ เราอยากผ่านปัญหานั้นไปได้ อยากประสบความสำเร็จ ในพระวจนะพระเจ้าตอนนี้เน้นย้ำเราหลายครั้งว่าให้เราเข้มแข็งกล้าหาญ ให้เรารักษาและทำตามธรรมบัญญัติของพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย เราไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใด และไม่ว่าเราจะไปแห่งใดจะพบกับความสำเร็จครับ
   เมื่อพระเจ้าทรงตรัสกับโยชูวาอย่างไร ขอทรงตรัสดังนั้นกับเราทุกคนด้วยเถิด อาเมน

พระธรรมโยชูวา บทที่ 1 ข้อ 5 - 9
ไม่มีใครจะยืนหยัดต่อหน้าเจ้าได้ตลอดชีวิตของเจ้า เราอยู่กับโมเสสมาแล้วอย่างไร เราจะอยู่กับเจ้าอย่างนั้น เราจะไม่ละเลยหรือทอดทิ้งเจ้า
จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด เพราะเจ้าจะทำให้ชนชาตินี้ได้รับแผ่นดินนั้นเป็นมรดก ซึ่งเราปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขาว่าจะยกให้เขา
เพียงแต่จงเข้มแข็งและกล้าหาญยิ่งเถิด ระวังที่จะทำตามธรรมบัญญัติทั้งหมด ซึ่งโมเสสผู้รับใช้ของเราได้บัญชาเจ้าไว้นั้น อย่าหันเหจากธรรมบัญญัตินั้นไปทางขวาหรือทางซ้าย เพื่อเจ้าจะได้รับความสำเร็จอย่างดีในทุกแห่งที่เจ้าไป
อย่าให้หนังสือธรรมบัญญัตินี้ห่างจากปากของเจ้า แต่จงตรึกตรองตามนั้นทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อเจ้าจะได้ระวังที่จะทำตามข้อความทุกประการที่เขียนไว้นั้น แล้วเจ้าจะมีความเจริญ และประสบความสำเร็จ
เราสั่งเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าจงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่าครั่นคร้ามหรือตกใจเลย เพราะว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าสถิตกับเจ้าทุกแห่งที่เจ้าไป"

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน 2560 เมื่อผมได้อ่านพระธรรมกิจการในหลายตอน ภาพที่มองเห็นในการรับใช้ของผู้รับใช้ผู้เชื่อในพระคริสต์ ก็คือการข่มเหงจากคนที่ไม่เชื่อ คนที่ต่อต้านเรื่องของพระเจ้า และภายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมก็มองเห็นภาพนี้ชัดมากขึ้นจากสองเหตุการณ์ หนึ่งก็คือมีโอากาสดูฉากนึงภาพยนตร์เรื่องนึงคริสเตียนถูกทรมาน ถูกฆ่าตาย ถูกบีบคั้นให้ปฏิเสธพระเจ้าเพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่ และอีกเรื่องคือเมื่อวันพุธผมได้ไปร่วมงานศพของคุณแม่ของพี่ที่โบสถ์ครับ ช่วงหนึ่งในงานมีการถวายเพลงจากสมาชิกคริสตจักรแห่งหนึ่ง ทั้งหมดเป็นชาวปากีสถานซึ่งอพยพมาจากประเทศปากีสถานเนื่องจากมีการข่มเหงคริสเตียนที่นั่น พี่น้องปากีสถานได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และรอที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามครับ ผมไม่เข้าใจภาษาปากีสถานไม่รู้ความหมายในเนื้อเพลง แต่เมื่อฟังเสียงเพลงนี้ก็รู้สึกประทับใจ รู้ว่าเค้าร้องออกมาจากใจ ในใจก็เห็นภาพว่ามีคริสเตียนมากมายที่โดนข่มเหง พวกเขารักพระเจ้าและไม่ยอมละทิ้งความเชื่อ ถึงแม้เขาจะรู้ว่าถ้าเขายังคงเชื่อในพระเจ้า เขาจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในประเทศบ้านเกิดของเขาได้ และในอีกมุมนึงที่ผมมองเห็นคือพระเจ้าทรงให้เขาเข้มแข็งอย่างมากที่จะสามารถยืนหยัดโดยไม่กลัวสิ่งใด ขอพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับพี่น้องคริสเตียนเสมอ ไม่ว่าชีวิตเราจะต้องพบเจอการข่มเหงการทดลองความเชื่อใดๆนะครับ และวันนึงเราจะได้พบพระองค์และไม่เสียใจในสิ่งที่เราได้ทำนะครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2560

พระธรรมกิจการ บทที่ 17 ข้อ 16 - 18
ขณะเปาโลกำลังคอยสิลาสกับทิโมธีอยู่ในกรุงเอเธนส์ ท่านมีความเดือดร้อนวุ่นวายใจเพราะเห็นรูปเคารพเต็มไปทั้งเมือง
เพราะฉะนั้นท่านจึงถกปัญหากับพวกยิวและบรรดาคนที่นับถือพระเจ้าในธรรมศาลา และกับคนที่หลายที่มาพบท่านที่บริเวณตลาดนัดทุกวัน
ปรัญชาเมธีบางคนในพวกเอปิดูเรียนและในพวกสโตอิกก็มาพบท่าน บางคนกล่าวว่า "คนเก็บเศษความรู้เล็กๆ น้อยๆ นี้กำลังพูดเรื่องอะไร" บางคนกล่าวว่า "ดูเหมือนเขาเป็นคนนำพระต่างประเทศเข้ามาเผยแพร่ เพราะเปาโลประกาศเรื่องพระเยซูและการเป็นขึ้นจากตาย

   ถ้าเราเคยประกาศเคยพูดเรื่องของพระเจ้ากับคนอื่นที่เค้ายังไม่รู้จัก เราก็คงพอรู้ว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้น เค้าจะตอบอะไรกลับมา ยิ่งถ้าเป็นอาจารย์เปาโลท่านรู้แน่นอน ท่านเดินทางไปหลายๆเมืองหลายๆประเทศเพื่อนำข่าวประเสริฐเรื่องของพระเยซูคริสต์ไปประกาศ หลายๆที่ที่ท่านไปหลายคนก็เยาะเย้ยท่าน เห็นสิ่งที่ท่านพูดนั้นไม่มีสาระ ไม่ใช่สิ่งที่เขาทั้งหลายรู้จักและเชื่อถือ หลายคนรังเกียจท่านหาว่าไปเอาพระต่างประเทศเข้ามา ที่เอเธนส์ก็น่าจะเหมือนกับที่อื่นๆที่อาจารย์เปาโลไปประกาศ แต่สิ่งที่ท่านเห็นในเมืองนั้น เห็นรูปเคารพเต็มไปหมด เห็นคนมากมายนับถือรูปเคารพ ทำให้ท่านไม่สบายใจท่านห่วงคนในเมืองนี้ พวกเขาหลงทาง พวกเขาไม่เคยรู้จักพระเจ้าเลย ทำให้ท่านไม่รอช้าที่จะออกไปพูดเรื่องของพระเจ้า แม้ว่าท่านจะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องพบกับการต่อต้าน พบกับคำสบประมาทมากมาย ขอให้เรามีใจที่เหมือนอาจารย์เปาโล มีเป้าหลายการรับใช้ และไม่กลัวกับสิ่งที่จะต้องเจอ เพือเขาเหล่านั้นจะได้รู้จักพระเจ้าที่แท้จริง เพื่อเขาได้ยินเรื่องของพระองค์ และให้เรามีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยเสมอครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2560 วันนี้แม่ผมชวนไปนมัสการที่โบสถ์ใกล้บ้าน ขอบคุณพระเจ้าที่โบสถ์ที่เราไปเป็นโบสถ์เล็กๆ และพี่น้องที่นั่นก็ต้องรับผู้มาใหม่อย่างอบอุ่น เค้ายังจำแม่ผมได้ขนาดแม่กับน้องไปมาแค่สองครั้งและแต่ละครั้งก็นาน วันนี้ที่เราไปก็มีผู้มาโบสถ์ครั้งแรกหลายคน มีบางคนมาจากประเทศลาวครับ ทำให้เราเห็นว่าข่าวประเสริฐของพระเจ้ากำลังถูกประกาศไปทุกที่ มีคนกลับใจมากมาย วันนี้ตอนกลับบ้านพอเข้ามาทางเข้าที่หมู่บ้านก็เห็นรถกระบะคันนึงติดตัวหนังสือตัวโตข้างรถ แปลเป็นไทยก็คือพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอด ทำให้ผมรู้ว่าในหมู่บ้านที่ผมอยู่ก็อย่างน้อยน่าจะมีสี่ครอบครัวที่เป็นคริสเตียนครับ ขอบคุณพระเจ้าที่มีพี่น้องคริสเตียนอยู่รอบๆครอบครัวผมครับ :)
   วันนี้เรามาใคร่ครวญถึงความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าด้วยพระวจนะตอนนี้กันครับ

พระธรรมฮาบากุก บทที่ 3 ข้อ 17 - 19
แม้ต้นมะเดื่อไม่มีดอกบานหรือเถาองุ่นไม่มีผล ผลมะกอกก็ขาดไป ทุ่งนามิได้ผลิตอาหาร แม้ฝูงแพะแกะขาดไปจากคอก และไม่มีฝูงวัวที่ในโรง
ถึงกระนั้น ข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระยาห์เวห์ ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์ในพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า
พระยาห์เวห์องค์เจ้านายทรงเป็นกำลังของข้าพเจ้า พระองค์ทรงทำให้เท้าของข้าพเจ้าเหมือนตีนกวางตัวเมีย พระองค์ทรงทำให้ข้าพเจ้าเดินไปบนที่สูงทั้งหลาย ถึงหัวหน้านักร้องประสานเสียง พร้อมกับเครื่องสาย

   ถ้าสมมติว่าชีวิตเรากำลังประสบปัญหามากมาย อาจจะเป็นปัญหาครอบครัว ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสุขภาพ ปัญหาการงาน ปัญหาการเรียน ดูเหมือนเหตุการณ์รอบๆตัวจะแย่ลง เราจะยังยินดีใจพระเจ้าแห่ความรอดของเราได้หรือเปล่าครับ ฮาบากุกเค้ายินดีเพราะเค้ามีพระเจ้าแห่งความรอดอยู่กับเค้า พระเจ้าของเค้าเป็นกำลังให้เค้าก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ เค้าจะปลอดภัย และสามารถเดินไปในสิ่งที่ดีขึ้น ขอให้พระวจนะตอนนี้เตือนสติเราเมื่อเราอยู่ในสถาณการณ์ที่ดูเหมือนเลวร้ายนะครับ เพราะพระเจ้าที่ฮาบากุกเชื่อและวางใจทรงเป็นพระเจ้าของเราด้วยเช่นกันครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม 2560 ผมได้อ่านพระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 6 ข้อ 24 ถึงบทที่ 7 ข้อ 20 ในพระธรรมตอนนั้นเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อซีเรียมาล้อมกรุงสะมาเรียของอิสราเอล ไม่บอกว่าล้อมเมืองนานเท่าไหร่ แต่ว่าล้อมจนเกิดกันดารอาหารในสะมาเรีย ขนาดที่ว่าคนจะต้องกินคนด้วยกัน คนในเมืองทุกคนสิ้นหวัง และมีคนอีกกลุ่มที่ไม่มีความหวังเป็นคนโรคเรื้อน 4 คน อยู่หน้าประตูเมือง เข้าไปในเมืองก็ไม่ได้ ออกไปไกลก็มีคนซีเรียล้อมอยู่ แต่เมื่อพระเจ้าทรงทำการอัศจรรย์เพื่อช่วยอิสราเอลตามที่พระองค์ได้ตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะ คนโรคเรื้อนเป็นคนกลุ่มแรกที่รู้ว่ากองทัพซีเรียหนีไปแล้วทิ้งค่ายเปล่าๆไว้ พวกคนโรคเรื้อนก็เข้าไปเอาของกินดื่ม และเอาของที่คนซีเรียทิ้งไว้ไปซ่อน แต่ขอบคุณพระเจ้าที่เขาคุยกัน เขาสำนึกผิดว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง เขาควรจะเอาข่าวดีนี้ไปบอกคนในเมือง แม้ว่าคนในเมืองทอดทิ้งเขา แต่เขาก็เล่าเรื่องนี้ให้กับคนในเมือง เพื่อให้ทุกคนดีใจ ไม่ต้องหวาดกลัวและออกมานำอาหารที่ค่ายร้างของคนซีเรียกลับไป ผมเชื่อแน่ว่าพระเจ้าจะอวยพระพรกับคนทั้ง 4 คนนี้อย่างแน่นอน และเมื่อวันนี้เราอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เราเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ผมก็หวังว่าเราจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้องกับคนอื่นด้วยครับ :)

พระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 7 ข้อ 9
แล้วเขาพูดกันว่า "เราทำไม่ถูกเสียแล้ว วันนี้เป็นวันข่าวดี ถ้าเรานิ่งอยู่ และคอยจนแสงอรุณขึ้น โทษจะตกอยู่กับเรา เพราะฉะนั้น มาเถิด ให้เราไปบอกสำนักพระราชวัง"

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม 2560

พระธรรมกาลาเทีย บทที่ 6 ข้อ 1
พี่น้องทั้งหลาย แม้จับใครที่ละเมิดประการใดได้ พวกท่านซึ่งอยู่ฝ่ายพระวิญญาณ จงช่วยคนนั้นด้วยใจสุภาพอ่อนโยนให้เขากลับตั้งตัวใหม่ โดยคิดถึงตัวเอง เกรงว่าท่านจะถูกทดลองด้วย

   พระวจนะของพระเจ้าบอกว่าถ้าเรารู้ว่ามีคนที่ทำผิดไป เราซึ่งเป็นคนของพระเจ้าต้องช่วยคนนั้นให้กลับใจใหม่ และช่วยอย่างใจอ่อนสุภาพ เราจะเห็นว่าโดยปกติแล้วเราอาจจะคิดกันว่าคนทำผิดต้องรับโทษเท่านั้น แต่เราไม่เคยคิดว่าแล้วถ้าวันใดวันหนึ่งเราตกอยู่ในการทดลองเราทำผิดไป และเราก็สารภาพความผิดนั้น และจะมีใครซักคนที่จะยอมรับเรายอมให้โอกาสเราใหม่หรือไม่ ขอบคุณพระเจ้าที่ในพระเจ้าเราจะต้องมีใจเมตตาเหมือนพระองค์

พระธรรมสดุดี บทที่ 102 ข้อ 17
พระองค์จะสนพระทัยในคำอธิษฐานของคนสิ้นเนื้อประดาตัว และจะไม่ทรงดูหมิ่นคำอธิษฐานของพวกเขา

   และข้อพระคำภีร์นี้คงเป็นสิ่งที่ให้กำลังใจสำหรับคนที่ทุกข์ยาก แม้ผู้คนรอบข้างจะหนีจากเราไป แม้คนที่เราจะไปขอความช่วยเหลือจะเมินเรา แต่ถ้าเราขอต่อพระเจ้าพระเจ้าจะทรงสดับฟังคำอธิษฐานของเรานะครับ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ 31 กรกฏาคม 2560

พระธรรมโรม บทที่ 8 ข้อ 35
แล้วใครจะให้เราขาดจากความรักของพระคริสต์ได้ ? จะเป็นความทุกข์ หรือความยากลำบาก หรือการเคี่ยวเข็ญ หรือการกันดารอาหาร หรือการเปลือยกาย หรือการถูกโพยภัย หรือการถูกคมดาบหรือ ?

   พระเจ้าทรงรักเรามาก ขนาดที่ทรงยอมส่งพระบุตรคือพระเยซูคริสต์มาตายไถ่เราออกจากบาป พระวจนะของพระเจ้าได้ตั้งคำถามให้เราคิดว่า ความรักของพระเจ้าจะไม่มาถึงเรา เมื่อ ... เมื่อเรามีความทุกข์ หรือพบความลำบาก เมื่อเราถูกเคี่ยวเข็ญ หรือเมื่อเราไม่มีอะไรจะกิน ไม่มีอะไรใส่ เมื่อเกิดภัยพิบัติ สงครามหรือ แน่นอนครับ พระเจ้าจะไม่ทรงทอดทิ้งเราแน่นอนแม้ว่าคนอื่นๆอาจจะทอดทิ้งเราได้ในบางเหตุการณ์ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับความรักของพระองค์ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ 17 กรกฏาคม 2560 เมื่อวานหลังจากที่ประชุมนมัสการตอนเย็น ผมมองดูมาตรวัดน้ำมันในรถว่าเหลือน้อยแล้ว ซึ่งจริงๆแล้วมีไฟเตือนว่าน้ำมันน้อยตั้งแต่เมื่อวันก่อนตอนเย็น แต่ด้วยความมั่นใจในประสบการณ์ ผมก็เลยขับไปโบสถ์ตอนเช้า กลับมาบ้านก็ยังขับไปที่ประชุมนมัสการตอนบ่าย จนกระทั่งเลิกประชุมออกมาก็ไม่เติมน้ำมันที่ปั๊มทางออกมา แต่วางแผนไว้ว่าจะขับไปออกอีกทางจะยังมีปั้มที่ใกล้อยู่ จนกระทั่งขับต่อมาถึงถนนใหญ่รถเริ่มหมดแรงวิ่ง ผมหยุดรถครั้งนึงแล้วก็รอขับมาต่อได้อีกนิดเดียวก็ไม่ไหวครับ ขอบคุณพระเจ้าที่รถไม่หยุดกลางถนนตอนนั้น ผมยังได้จอดอยู่ริมถนน ในที่สุดผมก็ต้องออกจากรถมองหาปั๊ม ผมเดินย้อนกลับไปใกล้ๆนั้นเพื่อถามใครซักคนว่ามีปั๊มใกล้ๆมั๊ย เค้าก็บอกว่ามีก็น่าจะปั๊มที่ผมจะไปนั่นเอง ซึ่งไม่ไกลมาก ผมพยายามเดินเลยรถไปเพื่อไปที่ปั๊มนั้น ก็รู้ว่าคงไม่ไหว เพราะดูไม่ไกลแต่ก็ไม่สามารถข้ามถนนนั้นไปได้ ไม่มีสะพานลอยหรือทางม้าลาย และตรงนั้นเป็นทางโค้งที่รถมาไวมากครับ ผมกลับไปที่รถอีกครั้งเพื่อจะทดลองขับไปอีกนิดเดียวก็สตาร์ทเครื่องไม่ติดแล้วครับ ผมก็ต้องลงจากรถและครั้งนี้ผมก็เดินย้อนกลับมาหามอเตอร์ไซด์รับจ้าง เพื่อจะเรียกให้เขาพอไปซื้อน้ำมันที่ปั๊ม ผมก็ได้เจอวินมอเตอร์ไซด์และเรียกพี่คนนึงให้ไปส่งที่ปั๊มครับ บอกว่ารถน้ำมันหมด เค้าก็เลยถามผมว่าแล้วมีถังน้ำมันมั๊ย ผมบอกว่าไม่มีครับ เค้าก็บอกว่าเดี๋ยวเค้ามีใบนึงเพราะปั๊มคงไม่มีถังให้ ผมขอบคุณพระเจ้าที่เจอคนใจดี พอไปถึงที่ปั๊มผมก็ซื้อน้ำมันโดยไม่รู้ว่าควรซื้อเท่าไหร่ ก็บอกพนักงานปั๊มว่าขอซื้อหนึ่งร้อยบาทครับ ก็ได้น้ำมันน่าจะเกือบเต็มถังที่เอามา หลังจากนั้นก็กลับมาที่รถพอผมจะเติม พี่มอเตอร์ไซด์ก็ถามว่ามีกระป๋องน้ำมั๊ย เพราะว่าถ้าเทไปอาจจะไม่ลงถังน้ำมันรถ ผมก็ไม่ซะด้วยมองใกล้ๆนั้นก็ไม่มี ผมก็เลยบอกว่าเดี๋ยวจะไปเซเว่นไปซื้อน้ำแป๊บนึง แต่พี่เค้าก็บอกว่าเดี๋ยวก่อน เค้าเปิดใต้เบาะมอเตอร์ไซด์ มีขวดน้ำขวดนึงอยู่ เค้าเทน้ำทิ้งและขอมีดคัทเตอร์ผมตัดขวดน้ำ เพื่อทำเป็นกรวยให้ผมเทน้ำมัน ผมกะว่าจะเทแค่นิดเดียวให้พอสตาร์ทติดและจะให้น้ำมันที่เหลือเค้า ผมก็ให้ค่ารถไปก่อน และลองเทนิดเดียวแล้วไปสตาร์ท ยังงัยก็ไม่ติด เติมเพิ่มอีกรอบก็ไม่ติด และพี่คนขับมอเตอร์ไซด์ก็บอกว่าอาจจะเพราะน้ำมันน้อยเกิน สุดท้ายผมเติมน้ำมันเพิ่มเข้าไปอีก แล้วเดินเข้าไปในรถอธิษฐาน และก็ต้องลองสตาร์ทคราวก็ติดครับ สรุปแล้วผมใช้น้ำมันพอดีกับที่ซื้อมาเลยครับ ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงให้ผมผ่านปัญหานั้นมาครับ และเหตุการณ์นี้ทำให้ผมรู้ว่าที่จริงแล้วความคิดหรือแผนการของมนุษย์ก็ไม่สามารถทำให้ผ่านปัญหามาได้ โดยพระเจ้าเราจะพบความช่วยเหลือที่มาจากพระองค์เสมอครับ :)

พระธรรมปัญญาจารย์ บทที่ 7 ข้อ 23 - 24
ข้าพเจ้าพิสูจน์ทั้งหมดนี้ด้วยใช้ปัญญา ข้าพเจ้ากล่าวว่า "ข้าพเจ้าจะมีปัญญา" แต่ปัญญานั้นกลับอยู่ห่างไกลจากข้าพเจ้า
สิ่งที่เป็นอยู่ก็อยู่ไกล และลึกล้ำเหลือเกิน โครจะค้นพบได้ ?

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 9 กรกฏาคม 2560 แม่ผมถามผมว่าโบสถ์ที่น้องผมไปบ่อยๆชื่ออะไร แม่ขี้ลืมเลยจำไม่ได้ ผมก็เลยบอกว่าชื่อ new song แปลว่าเพลงบทใหม่ครับ พอพูดถึงเพลงบทใหม่ก็เลยนึกถึงข้อพระคัมภีร์ข้างล่างนี้ครับ

พระธรรมสดุดี บทที่ 96 ข้อ 1
จงร้องเพลงบทใหม่ถวายแด่พระยาห์เวห์ แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเอ๋ย จงร้องเพลงถวายแด่พระยาห์เวห์

   ผมก็คิดในใจว่าเพลงบทใหม่มีความหมายอะไรในนั้นบ้าง และทำไมต้องเป็นเพลงบทใหม่ด้วยครับ เมื่อเราพูดถึงการร้องเพลงเราก็จะรู้ว่าเพลงเป็นสิ่งที่คนเราถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ภายในใจออกมาเป็นเสียงเพลง คนเราคิดอะไรก็มักจะสื่อสารออกมาเป็นการกระทำ การที่เราถวายเพลงบทใหม่ก็คือการที่เรานำสิ่งที่อยู่ภายในใจและต้องการสื่อสารออกมา จุดประสงค์ของสิ่งนั้นก็เพื่อมอบถวายแด่พระเจ้า และเราคงต้องมอบสิ่งที่ดีในสายพระเนตรของพระเจ้าต่อพระองค์ เมื่อก่อนเราอาจจะร้องเพลงบทเก่า และเพลงนั้นก็อาจจะเพื่อใครบางคน ที่เราเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีในความคิดของเราต่อคนที่เรามอบให้ แต่เมื่อเรามีชีวิตใหม่ในพระคริสต์ ก็ให้เราร้องเพลงบทใหม่ถวายแด่พระเจ้า มีชีวิตภายในที่เป็นชีวิตใหม่และนำสิ่งที่ดีนั้นออกมาครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฏาคม 2560 เมื่อวานนี้พี่ที่ทำงานอยู่อีกแผนกนึงโทรศัพท์มาหาผมเรื่องงาน และมีตอนนึงที่คุยกัน พี่เค้าบอกว่าเค้ารู้จักพี่คนนึงที่นับถือศาสนาคริสต์เหมือนผม แล้วเค้าก็รู้สึกว่าคนที่นับถือศาสนาคริสต์ต่างจากคนอื่นๆที่เค้ารู้จัก มีหลายอย่างที่แตกต่างแต่เค้าก็บอกไม่ถูก เช่น ใจเย็น มีน้ำใจ ผมฟังแล้วก็ขอบคุณพระเจ้า ขอคำชมนี้เป็นเกียรติแด่พระองค์ เพราะที่จริงแล้วเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนที่ดีได้ แต่พระเจ้าที่ดีกับเราทรงเปลี่ยนแปลงเรา ถึงแม้บางทีเราอาจจะไม่ได้สังเกตุ และผมก็ท้าทายให้พี่คนนี้เค้าลองมาโบสถ์มาดูว่าทำไมคริสเตียนถึงแตกต่างจากคนทั่วไปครับ ขอพระเจ้าทรงสำแดงพระองค์ผ่านชีวิตของเรานะครับ :)

พระธรรมเอเฟซัส บทที่ 4 ข้อ 25 - 32
ดังนั้นจงละทิ้งความเท็จ "ให้พวกท่านแต่ละคนพูดความจริงกับเพื่อนบ้านของตน" เพราะเราต่างเป็นอวัยวะของกันและกัน
"จะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่าทำบาป" อย่าให้ถึงตะวันตกแล้วยังโกรธอยู่
อย่าให้โอกาสแต่มาร
คนที่เคยขโมยก็อย่าขโมยอีกต่อไป แต่จงใช้มือ [ของตน] ตรากตรำทำงานที่ดีดีกว่า เพื่อจะได้มีอะไรแจกจ่ายให้คนที่มีความจำเป็น
อย่าให้คำเลวร้ายออกจากบาปของท่านทั้งหลาย แต่จงกล่าวคำดีๆ ที่เสริมสร้างและที่เหมาะกับความต้องการ เพื่อจะได้เป็นคุณแก่คนที่ได้ยิน
และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย ด้วยพระวิญญาณนั้นท่านได้รับการประทับตราไว้สำหรับวันที่จะได้รับการไถ่
จงเอาความขมขื่น ความฉุนเฉียว ความโกรธ การทุ่มเถียง การพูดจาดูหมิ่น รวมทั้งการร้ายทุกอย่างออกไปจากพวกท่าน
แต่จงมีใจกรุณา ใจสงสาร และใจให้อภัยแก่กันและกันเหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงให้อภัยพวกท่านในพระคริสต์


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน 2560 เมื่อเรารู้ว่าเราอยู่ในการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่าจากมารซาตาน เราอาจจะสงสัยว่าทำไมพระเจ้าทรงปล่อยเราไว้ในการทดลอง เรามาดูในพระคัมภีร์ข้อนี้กันครับ

พระธรรมมาระโก บทที่ 1 ข้อ 12 - 13
แล้วโดยทันที พระวิญญาณก็ทรงเร่งเร้าพระองค์ให้เสด็จเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร
และประทับอยู่ที่นั่นถึงสี่สิบวัน ทรงถูกซาตานทดลอง และประทับอยู่กับสัตว์ป่า และมีพวกฑูตสวรรค์มาปรนนิบัตรพระองค์

   เราจะเห็นว่าพระวิญญาณทรงเร่งเร้าพระเยซูให้เข้าไปในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งพระเจ้าเองก็ทรงรู้ว่าจากนี้ไปพระเยซูจะถูกมารทดลองในถิ่นทุรกันดารนั้น ขณะเมื่อถูกทดลองต่างๆจากมารพระเยซูทรงผ่านสิ่งต่างๆนั้นมาด้วยพระวจนะของพระเจ้า นี่ทำให้เรารู้ว่าพระเจ้าทรงอนุญาติให้มารทดลองเราได้ และให้เราได้เรียนรู้ชัยชนะจากพระเยซู และสุดท้ายพระคัมภีร์ได้บอกว่ามีฑูตสวรรค์มาปรนนิบัตรพระองค์ พระเจ้าไม่ทรงทอดทิ้งเราเมื่ออยู่ในการทดลอง เราอย่าเพิ่งท้อใจแต่มีความหวังและระลึกถึงพระเจ้าเสมอนะครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน 2560 ขณะที่ผมน้องและแม่กำลังกลับจากโบสถ์ ระหว่างทางเราคุยกันหลายเรื่อง น้องผมเล่าว่าเค้าได้เคยเรียนพิเศษภาษาอังกฤษที่นึง พอเรียนจบคอร์ส ก็ต้องตัดสินใจว่าจะเรียนต่อคอร์สใหม่หรือไม่ น้องผมก็อธิษฐานกับพระเจ้า น้องบอกว่าพระเจ้าไม่ต้องการให้เรียนต่อ เค้าก็เลยไม่ได้เรียน ต่อมาพบว่าเจ้าของสถาบันสอนภาษาอังกฤษบอกว่าเค้ามีปัญหาเรื่องการเงินเลยปิดสอน โดยมีหลายๆคนที่ชำระค่าเรียนไปแล้ว โดยแต่ละคนก็ต้องเสียเงินเป็นหมื่นสำหรับการลงเรียน โดยที่พวกเขาจะไม่ได้เงินคืนและไม่ได้เรียนด้วยครับ เราฟังเรื่องนี้แล้วก็ขอบคุณพระเจ้าที่น้องก็ไม่ได้ตัดสินใจเองแต่ได้อธิษฐานและรอคำตอบจากพระเจ้า ทำให้เขาไม่ต้องสูญเงินกับการเรียนครั้งนี้ ทุกวันนี้คนที่หลอกลวงมีมากมายอย่างที่เราได้ยินจากข่าวในทุกวัน แต่ถ้าชีวิตเรามีพระเจ้าถึงแม้เราจะสามารถรู้ทันความคิดของคนไม่ดี แต่พระเจ้าทรงช่วยเหลือและปกป้องคนที่ชีวิตมีพระเจ้าครับ

พระธรรมยอห์น บทที่ 13 ข้อ 34 - 35
เราให้บัญญัติใหม่ไว้กับพวกท่าน คือ ให้รักซึ่งกันและกัน เรารักพวกท่านมาแล้วอย่างไร ท่านก็จงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น
ถ้าท่านรักกันและกัน ดังนี้แหละทุกคนก็จะรู้ว่าท่านเป็นสาวกของเรา"


   พระบัญญํติใหม่ที่พระเยซูทรงตรัสนั้นเป็นประโยคไม่ยาวเลย เพียงแค่ให้เรารักกันและกันแบบที่พระองค์ทรงรักเรา แต่เราต้องรู้ก่อนว่าพระเยซูทรงรักเราอย่างไร เราถึงจะทำตามพระองค์ได้ และเมื่อคิดถึงความรักของพระองค์ที่รักเราคนบาป และทรงใช้ชีวิตของพระองค์เพื่อไถ่เรา พอคิดถึงตรงนี้พระบัญญัติของพระเจ้านั้นยากมากครับ แต่ขอพระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงเราให้เป็นคนที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น มีความรักของพระเจ้าและมอบความรักนั้นให้กับคนอื่น และเมื่ออ่านต่อไปเราจะเห็นว่าที่เราทำเหมือนที่พระเยซูทรงทำนั้นก็จะทำให้คนอื่นรู้ว่าเราเป็นสาวกของพระองค์ สาวกย่อมเป็นผู้ปรนิบัติติดตามพระอาจารย์ เรียนรู้และทำตามพระองค์เสมอครับ ถ้าเราอยากให้คนอื่นๆรู้ว่าเราเป็นสาวกของพระเยซูต้องดำเนินชีวิตให้ถูกต้องนะครับ :)


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2560 เมื่อวานผมเอารถไปเช็คระยะ ระหว่างรอรับรถผมก็ออกไปเดินเล่นห้างที่อยู่ข้างๆครับ ผมเดินจนทั่วก็เลยออกมาข้างนอก ขณะกำลังเดินผมได้ยินคนพูดคำว่า "พระเจ้า" ผมจึงหันไปดู เห็นคนยายคนนึงกำลังพูดกับคนที่อยู่ใกล้ๆเค้า ผมเดินช้าๆเพื่อจะรอฟังก็ได้ยินคำว่า "พระเจ้า" อีกแต่ไม่ได้ยินว่าคุณยายพูดเต็มๆว่าอะไร แต่ขอบคุณพระเจ้าผมเชื่อว่าคุณยายท่านนี้รู้จักพระเจ้า แม้จะไม่รู้ว่าคุณยายกับคนที่คุยกับคุณยายกำลังพูดคุยอะไรกันอยู่ครับ

พระธรรมมัทธิว บทที่ 10 ข้อ 32 - 33
"เพราะฉะนั้นทุกคนที่จะรับเราต่อหน้ามนุษย์ เราจะรับผู้นั้นเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์
แต่ผู้ใดจะไม่ยอมรับเราต่อหน้ามนุษย์ เราก็จะไม่ยอมรับผู้นั้นเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ด้วย"

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2560

พระธรรมมาระโก บทที่ 12 ข้อ 28 - 34
มีธรรมาจารย์คนหนึ่งเข้ามาใกล้ เมื่อได้ยินพวกเขาถกเถียงกัน และเห็นว่าพระองค์ทรงตอบพวกเขาได้ดีจึงทูลถามพระองค์ว่า "พระบัญญัติข้อไหนสำคัญที่สุด ?"
พระเยซูจึงตรัสตอบคนนั้นว่า "พระบัญญัติอันดับแรกคือ โอ ชนอิสราเอล จงฟังเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราเป็นพระเจ้าองค์เดียว
พวกท่านจงรักองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าด้วยสุดใจของท่าน ด้วยสุดจิตของท่าน ด้วยสุดความคิดของท่าน และด้วยสุดกำลังของท่าน
ส่วนพระบัญญัติที่สำคัญอันดับสองคือ จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ไม่มีพระบัญญัติอื่นใดที่สำคัญยิ่งกว่าพระบัญญัติเหล่านี้"
ธรรมาจารย์คนนั้นจึงทูลว่า "จริงทีเดียวท่านอาจารย์ ท่านกล่าวถูกต้อง ที่ว่า พระเจ้ามีแต่องค์เดียว นอกจากพระองค์แล้ว ไม่มีพระเจ้าอื่นอีกเลย"
และการที่จะรักพระองค์ด้วยสุดใจ สุดความเข้าใจ และสุดกำลัง และรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ก็สำคัญกว่าเครื่องเผาบูชาและของถวายทั้งสิ้น"
เมื่อพระเยซูทรงเห็นว่าคนนั้นตอบสนองอย่างมีปัญญาจึงตรัสกับเขาว่า "ท่านไม่ไกลจากแผ่นดินของพระเจ้า" ตั้งแต่นั้นมาไม่มีใครกลัวถามพระองค์อีก

   เมื่อเราได้ทบทวนข้อพระคัมภีร์ตอนนี้นอกจากที่พระเยซูทรงบอกเราถึง พระบัญญัติที่สำคัญที่สุดสองข้อแล้ว และสอนเราในการตอบสนองต่อพระบัญญัตินั้น เราจะเห็นว่าพระเจ้าทรงต้องการให้เราดำเนินชีวิตตามพระบัญญัตินี้และเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงพอพระทัย มากว่าการถวายใดๆของมนุษย์ และเรายังเห็นว่าธรรมาจารย์คนที่ถามพระเยซูนั้น เขาเข้าใจและสนับสนุนสิ่งที่พระเยซูทรงตรัสถึงพระบัญญัติ ซึ่งพระเยซูทรงตรัสตอบเขาว่า "ท่านไม่ไกลจากเผ่นดินของพระเจ้า" เขาอยู่ไม่ไกลจากแผ่นดินของพระเจ้าเพราะเขามีความเข้าใจและเชื่อสิ่งที่ชอบธรรมนี้ แต่เมื่อเข้าประพฤติตามพระบัญญัติ เขาก็จะก้าวเข้าไปใกล้แผ่นดินของพระเจ้ามากขึ้นครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม 2560 เมื่ออาทิตย์หรือสองอาทิตย์ก่อนผมได้ฟังข่าวนึงแล้วรู้สึกสะเทือนใจมากครับ รายงานข่าวบอกว่าตำรวจไปตรวจจับยาเสพติด ไปจับชายหนุ่มคนนึงได้ และไปค้นที่บ้านพบมีพ่อแม่ของชายดังกล่าวอายุมากและนอนอยู่บนที่นอนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ มีเพียงลูกชายคนนี้ที่ดูแลอยู่ครับ พอได้ฟังข่าวนี้ผมคิดต่อมาว่าแล้วถ้าคนหนุ่มคนนี้ถูกจับไปตอนนี้เวลาที่เหลืออยู่วันนี้พ่อและแม่ของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง และวันต่อๆไปที่ต้องถูกจำคุกล่ะ ถ้าบ้านนี้มีเพียงสามคนนี้จะเป็นยังงัยต่อไป ถึงมีญาติที่อยู่ที่อื่นเค้าจะยินดีมาช่วยดูแลคนชราทั้งสองหรือเปล่า ทำไมชีวิตของท่านทั้งสองต้องมาพบเหตุการณ์เลวร้ายขนาดนี้ ผมมองเห็นว่าความบาปไม่เคยให้ผลดีกับใครเลย คนหนุ่มคนนี้ที่ขายยาเสพติด เขาทำให้ทั้งชีวิตของเขาและพ่อแม่ต้องลำบากเมื่อผลลัพธ์ของความบาปกำลังมาถึง ความบาปยังไม่เคยปราณีใครแม้ทั้งคนชราคนป่วย ความบาปไม่เคยสงสารใครเลย ขอเพียงพระเจ้าทรงเมตตาต่อครอบครัวนี้ ให้ลูกชายได้กลับใจ ให้พ่อและแม่ได้รับความช่วยเหลือและการรักษาจากพระองค์ด้วยเถิด

พระธรรมสุภาษิต บทที่ 15 ข้อ 33
ความยำเกรงพระยาห์เวห์จะสอนให้เกิดปัญญา และความถ่อมตัวมาก่อนเกียรติ

   จากสองประโยคในข้อพระคัมภีร์นี้ทำให้เราเห็นลักษณะของความยำเกรงและความถ่อม พฤติกรรมสองอย่างนี้มักจะพบเห็นในบุคคลผู้ที่อยู่ต่ำกว่าด้อยกว่า และเราจะเห็นว่าในสังคมปัจจุบันคนเราแต่จะคนมีความมั่นใจในตนเอง มีความเชื่อมั่นในตนเอง ถือในศักดิ์ศรีของตนเองเป็นใหญ่ ทำให้เราจะไม่ค่อยพบคนที่มีความยำเกรงต่อพระเจ้า คนที่ถ่อมใจ แต่ทั้งสองสิ่งนี้จะทำให้บุคคลผู้ทำตามได้รับสิ่งที่ดีที่มาจากพระเจ้า เค้าจะได้รับปัญญาความเข้าใจจากพระเจ้า และได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ที่มาจากพระเจ้าครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 2560 วันนี้ผมไปโบสถ์และมีครอบครัวปฏิคมทักผมว่าวันนี้จะมาช่วยปฏิคมมั๊ย ผมก็เลยตอบตกลงตอนนั้นไม่ได้มีพี่เลี้ยงคนอื่นมา ผมน่าจะเคยเป็นพี่เลี้ยงปฏิคมให้กับครอบครัวนี้ พี่เค้าจำผมได้จำได้ว่าผมทำงานที่ไหน เราก็เลยได้พูดคุยกันในหลายๆเรื่อง ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้ได้เริ่มต้นด้วยการสนทนากับครอบครัวคริสเตียน เป็นการเริ่มต้นวันสะบาโตที่มีความสุขอีกวันนึงครับ :)

พระธรรมโรม บทที่ 1 ข้อ 16 - 17
ข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธานุภาพของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอดพวกยิวก่อนแล้วพวกกรีกด้วย
เพราะว่าในข่าวประเสริฐนั้น ความชอบธรรมซึ่งเกิดมาจากพระเจ้าก็ได้สำแดงออกโดยความเชื่อ และเพื่อความเชื่อ ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า "คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ"

   การที่พระเยซูทรงตายไถ่บาปเราและทรงฟื้นคืนพระชนม์นั้นถือเป็นข่าวประเสริฐสำหรับผู้คนมากมาย เพราะว่าเมื่อเขาได้เชื่อในความจริงซึ่งมาจากข่าวประเสริฐนี้ พระเจ้าจะถือว่าคนคนนั้นเป็นคนชอบธรรม และขอพระเจ้าทรงเมตตาให้ข่าวประเสริฐของพระองค์นั้นได้ประกาศไปยังชนทุกชาติครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 16 เมษายน 2560 สุขสันต์วันอิสเตอร์ครับ วันนี้เป็นวันที่คริสเตียนได้ระลึกถึงการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าครับ ในวันนี้ที่มารีย์ชาวมักดาลาได้เห็นพระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นจากความตาย เขามีความยินดีมีความสุขมาก จนต้องรีบบอกข่าวดีนี้แก่พวกสาวก เช่นเดียวกับที่พระเยซูทรงต้องการให้มารีย์ไปบอกพวกสาวกเช่นกัน หลังจากวันนั้นความหวังความสุขได้กลับมายังพวกเขาอีกครั้ง ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงให้เรารู้ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ครับ :)

พระธรรมยอห์น บทที่ 20 ข้อ 18
มารีย์ชาวมักดาลาจึงไปบอกพวกสาวกว่า "ข้าพเจ้าเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว" และนางก็เล่าให้พวกเขาฟังว่าพระองค์ตรัสคำเหล่านั้นกับนาง

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2560 ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้ผมได้เป็นพยานในที่ประชุมนมัสการอีกครั้งครับ ผมไม่แน่ใจว่าได้เคยเล่าเรื่องนี้ใน thaiapp หรือเปล่านะครับ แต่จะขอเล่าอีกครั้งนึงครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนครับ ตอนนั้นผมเริ่มทำงานที่แรก บริษัทผมแถวแดนเนรมิตแต่บ้านผมอยู่บางบอน ระยะทางไกลกันมากครับ นั่งรถเมล์ประมาณสามหรือสี่ต่อ ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครับ สมัยนั้นยังไม่มีรถไฟฟ้ายังไม่มีรถไฟฟ้าใต้ติด รถเมล์ช่วงเวลาเร่งด่วนไม่ค่อยพอมาบางทีก็ไม่สามารถขึ้นรถได้เพราะคนแน่นมากครับ ผมไปทำงานสายทุกวัน และก็สายที่สุดในแผนกครับ ผมอยากไปให้ทัน โดยพยายามหาเส้นทางใหม่ๆ เช่น นั่งรถสองแถวไปต่อรถเมล์อีกสามต่อ หรือนั่งรถสองแถวต่อรถเมล์ข้ามเรือแล้วก็ต่อรถเมล์อีกสองต่อ แต่ละวิธีดูเหนื่อยมากครับ ซึ่งก็เหนื่อยจริงๆครับ แต่ก็ยังไปไม่ทัน ผมเลยคิดได้อีกวิธีคือนั่งรถไฟก่อนไปวงเวียนใหญ่แล้วค่อยนั่งรถต่อไปข้ามเรือจากนั้นค่อยนั่งรถเมล์อีกสองต่อครับ ที่คิดว่าวิธีนี้จะดีเพราะว่ารถไฟไม่จอดบ่อยเท่ารถเมล์ ไม่ติดบนถนนในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่รถไฟมีข้อเสียคือถ้าผมไปไม่ทันขบวนนี้ก็ต้องรออีกครึ่งชั่วโมงซึ่งจะทำให้ช้าไปอีกครับ เช้าวันนึงผมก็เร่งรีบเช่นเคยเพื่อไปให้ทันรถไฟ ผมเดินจากบ้านมากที่สถานีรถไฟน่าจะประมาณเกือบสองกิโลเมตรครับ ระหว่างที่เดินเข้าซอยไปที่สถานีรถไฟนั้น ผมได้ยินเสียงหวูดรถไฟผมรู้ว่าขบวนที่ผมอยากขึ้นนั้นมาแล้ว ผมเปลี่ยนจากเดินไวเป็นวิ่งครับ อีกประมาณสามร้อยเมตร พอผมเห็นขบวนรถไฟผมรู้ว่ารถไฟจอดมาพักนึงแล้ว แต่ผมยังไม่ได้ซื้อตั๋วรถเลยครับ ตอนนั้นผมวิ่งอ้อมไปที่สถานีเพื่อซื้อตั๋ว และพอหันกลับมาพบว่ารถไฟกำลังจะออก และคนแน่นขบวนรถจนล้นมาที่บันไดรถครับ ผมตัดสินใจก้าวขึ้นไปโดยที่เท้าผมยืนได้ขั้นสุดท้ายเพียงเท้าเดียวครับ ผมไม่สามารถขึ้นไปได้อีกแล้วครับ รถก็เริ่มออกตัว ทันใดนั้นเรื่องที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นครับ รถขบวนนั้นเป็นรถดีเซลรางครับ จะมีประตูอัตโนมัติปิดเมื่อรถออก ประตูรถไฟปิดอย่างรวดเร็วและแรงเท้าข้างที่เข้ามายืนไม่ได้นั้นถูกหนีบครับ ผมตกใจมากครับ เหงื่อออกและตื่นเต้น เท้าที่ถูกหนีบประมาณขึ้นหน้าแข้งครับ ผมอธิษฐานกับพระเจ้าเพราะผมรู้ว่าพระเจ้าจะช่วยผมได้ ผมบอกคนที่อยู่ใกล้ๆว่าขาผมโดนประตูรถไฟหนีบ คนที่อยู่รอบตัวผมตกใจเช่นกันครับ พวกเขาช่วยกันง้างประตูรถไฟ แต่ก็ไม่สามรถเปิดได้ครับ บางคนตะโกนบอกให้นายตรวจรู้หรือบางทีเพื่อให้พนักงานขับรถไฟได้รู้แต่ก็ไม่มีใครได้ยินเพราะเสียงรถไฟดังกว่าครับ ผมกลัวขาผมจะถูกสิ่งของข้างนอกชนครับ รถไฟก็วิ่งเร็วด้วยครับ มีคนปลอบผมว่าทนอีกนิดเดี๋ยวสถานีหน้ารถไฟน่าจะหยุดแล้วประตูคงเปิดออกครับ แต่เมื่อถึงสถานีถัดไปปรากฏว่ารถไฟไม่ได้ลดความเร็วกลับขับต่อไปโดยไม่จอดครับ ระยะทางจากสถานีที่ผมขึ้นถึงสถานีถัดไปอีกไกลกันพอสมควรเลยครับ ผมทนเจ็บขาและกลัว ผมเหนื่อยล้ามาก จนถึงสถานีถัดไปอีกรถไฟจอดและประตูก็เปิดออก ขอบคุณพระเจ้าที่ขาผมไม่ถูกชนจากสิ่งข้างนอกตัวรถ ผมปวดที่เท้าจากการที่ประตูหนีบแรงและนาน ผมเดินลงรถและรู้ตัวว่ามีอาการหน้ามืดเห็นดาว ผมเพิ่งเคยสัมผัสอาการนี้ครั้งแรก ผมตัดสินใจกลับบ้านในวันนั้น ผมรู้ว่าพระเจ้าทรงช่วยผม ทรงให้ผมเจอคนที่ดีๆรอบๆข้างที่พวกเขาพยายามช่วยผม แต่เมื่อผมเตรียมตัวที่จะมาเป็นพยานถึงเรื่องนี้ ผมมาคิดทบทวนอีกครั้ง ผมคิดว่าทำไมพระเจ้าไม่ทรงให้เรื่องนี้จบลงแบบง่ายๆ ไม่ทรงให้คนหลายคนที่ช่วยผมสามารถเปิดประตูรถไฟออกได้ ทำไมพระองค์ไม่ให้เสียงที่ตะโกนขอความช่วยเหลือไปยังนายตรวจหรือพนักงานขับรถไฟ ทำไมพระเจ้าไม่ให้รถไฟจอดที่สถานีถัดไปเลยครับ แต่ขอบคุณพระเจ้า พระเจ้าทรงให้ผมเข้าใจ ผมเข้าใจว่าพระองค์ต้องการให้ผมรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้เดียวที่ช่วยผมในครั้งนี้ ผมรอดจากเหตุการณ์นี้โดยพระเจ้า ไม่ได้ด้วยมนุษย์ แม้เสียงร้องขอจะไม่มีใครได้ยิน แต่คำอธิษฐานนั้นพระเจ้าทรงได้ยินครับ ทำให้ผมมีความเชื่อและวางใจ ถ้าพระเจ้าทรงช่วยผมไม่ว่าสถานการณ์เลยร้ายยังงัย หรือเหตุการณ์นั้นกินเวลามากน้อยขนาดไหน ผมจะปลอดภัยครับ ขอบคุณพระเจ้าครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 12 ข้อ 3 - 4
ท่านทั้งหลายจะตักน้ำจากบ่อน้ำแห่งความรอดด้วยความชื่นบาน
และในวันนั้นพวกท่านจะกล่าวว่า จงขอบพระคุณพระยาห์เวห์ จงร้องทูลออกพระนามของพระองค์ จงประกาศบรรดาพระราชกิจของพระองค์ท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย จงให้พวกเขารำลึกว่าพระนามของพระองค์เป็นทีเชิดชู

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน 2560 เราลองอ่านพระวจนะของพระเจ้าตอนนี้กันนะครับ

พระธรรมเยเรมีย์ บทที่ 36 ข้อ 1 - 3
ในปีที่ 4 แห่งรัชกาลเยโฮยาคิมโอรสของโยสิยาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์ พระวจนะต่อไปนี้มาจากพระยาเวห์ถึงเยเรมีย์ว่า
"เจ้าจงนำหนังสือม้วนหนึ่งมา และเขียนถ้อยคำนี้ทั้งสิ้นลงไว้ เป็นคำที่เราได้พูดกับเจ้าเกี่ยวกับอิสราเอล ยูดาห์และบรรดาประชาชาติทั้งสิ้น ตั้งแต่วันที่เราได้พูดกับเจ้า ตั้งแต่รัชกาลโยสิยาห์จนถึงวันนี้
บางทีคนยูดาห์จะได้ยินถึงการร้ายทั้งสิ้นซึ่งเราคิดจะทำต่อพวกเขา เผื่อว่าทุกคนจะหันกลับจากทางชั่วร้ายของตน แล้วเราจะได้อภัยโทษความผิดบาปและบาปของเขา"

   เราจะเห็นน้ำพระทัยของพระเจ้าต่อมนุษย์ พระเจ้าทรงไม่ต้องการจะลงโทษมนุษย์ แต่มนุษย์มักจะทำบาป พระเจ้าทรงต้องการบอกคนทั้งหลายถึงการบาปและโทษที่เขาจะได้รับ โดยทรงให้ผู้เผยพระวจนะเขียนถ้อยคำเหล่านี้ พระเจ้าไม่ได้ทรงบอกแต่ยุคสมัยของเยโฮยาคิม แต่ทรงบอกกับพวกเขาก่อนหน้านั้น พระเจ้าไม่ได้ทรงอยากทำโทษเขาจริงๆ แต่ทรงต้องการให้พวกเขากลับใจ พระเจ้าทรงให้คนมาเตือน หวังว่าคนรุ่นนี้และรุ่นต่อไปจะไม่ทำผิดอีก ซึ่งคนส่วนใหญ่โดยปกติและจะไม่ชอบการเตือนสอน แต่ขอให้เราทั้งหลายไม่เป็นแบบนั้นถ้าพระเจ้าทรงเตือนก็ให้เรารู้ว่าพระองค์ทรงรักเรานะครับ และขอให้วิงวอนกับพระเจ้าให้พระเจ้าทรงให้อภัย และกลับใจใหม่นะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม 2560 เมื่อวันก่อนแม่ผมกำลังดูโทรทัศน์รายการข่าว พอได้ยินข่าวนึงฟังจบแล้วก็เดินมาเล่าให้ผมฟัง แม่บอกว่าข่าวรายงานว่ามีครอบครัวนึงในต่างประเทศ มีเครื่องบินตกใส่บ้านเค้า แต่โชคดีที่คนในบ้านไปโบสถ์เลยปลอดภัย แม่และผมเห็นตรงกันว่าพระเจ้าทรงปกป้องรักษาครอบครัวนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ คนที่รักพระเจ้า พระเจ้าจะทรงดูแลปกป้องเค้าแน่นอนครับ :)

พระธรรมวิวรณ์ บทที่ 3 ข้อ 8 - 11
เรารู้จักความประพฤติของเจ้า นี่แน่ะ เราจัดวางประตูที่เปิดไว้ตรงหน้าพวกเจ้า ประตูนี้ไม่มีใครสามารถปิดได้ เรารู้ว่าเจ้ามีกำลังเพียงเล็กน้อย แต่กระนั้นเจ้าก็ถือรักษาคำของเรา และไม่ได้ปฏิเสธนามของเรา
นี่แน่ะ เราจะเป็นเหตุให้พวกธรรมศาลาของซาตานที่กล่าวอ้างว่า พวกเขาเป็นยิวและไม่ได้เป็น แต่กลับโกหกนั้น เราจะทำให้พวกเขามากราบลงแทบเท้าของเจ้า และให้เขารู้ว่าเรารักเจ้า
เพราะว่าเจ้าถือรักษาคำของเราคือมีความทรหดอดทน เราจะเฝ้ารักษาเจ้าให้พ้นจากช่วงเวลาแห่งการทดลอง ซึ่งจะมาถึงคนทั่วทั้งโลกเพื่อจะทดลองคนทั้งหลายที่อยู่ในโลก
เราจะมาโดยเร็ว จงยึดมั่นในสิ่งที่เจ้ามี เพื่อจะไม่ให้ใครชิงเอามงกุฏของเจ้าไปได้

   พระเจ้าทรงรู้และเห็นในสิ่งที่เราทั้งหลายได้กระทำ รู้ข้อจำกัดของเรา รู้ว่าเราอ่อนแอและอาจพ่ายแพ้การทดลองของมารซาตาน แต่เราจะมีชัยชนะเหนือการทดลองทั้งหลายนั้น เนื่องจากพระเจ้าจะทรงเฝ้าดูแลปกป้องเราให้ผ่านพ้นจากการทดลองไปได้ ถ้าเรารักษาพระวจนะของพระเจ้า มั่นคงอยู่ในทางของพระเจ้า และในที่สุดเมื่อพระองค์เสด็จมาเราก็จะได้รับชัยชนะร่วมกับพระองค์ได้รับรางวัลแห่งชีวิตนิรันดร์ครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2560 เวลาอยู่ในครอบครัวพี่น้องมีฐานะอะไรกันบ้างครับ เป็นลูกๆ เป็นคุณพ่อ เป็นคุณแม่ เป็นสามี หรือเป็นภรรยา หรือไม่ว่าฐานะอะไร ข้อพระคัมภีร์นี้ก็ครอบคลุมเหมาะกับทุกคนนะครับ

พระธรรมโคโลสี บทที่ 3 ข้อ 18 - 21
ภรรยาทั้งหลายจงยอมเชื่อฟังสามีของตน ซึ่งเป็นสิ่งที่สมควรในองค์พระผู้เป็นเจ้า
สามีทั้งหลายจงรักภรรยาของตน และอย่าทำรุนแรงต่อพวกนาง
บุตรทั้งหลายจงเชื่อฟังบิดามารดาของตนในทุกเรื่อง เพราะสิ่งนี้เป็นที่ชอบพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้า
บิดาทั้งหลายก็อย่ายั่วบุตรของตนให้ขัดเคืองใจ เพื่อว่าพวกเขาจะไม่ท้อใจ

   ถ้าทุกคนนำไปปฏิบัติ ครอบครัวก็จะเป็นครอบครัวที่อบอุ่น บ้านก็น่าอยู่นะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 วันนี้ผมได้เจอพี่ที่โบสถ์คนนึง เราได้ทักทายและคุยกัน พี่บอกว่าเมื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสไปที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อประกาศเรื่องของพระเจ้า ทีมที่ไปจากกรุงเทพรวมกับการสนับสนุนของคริสตจักรที่บุรีรัมย์ ร่วมกันประกาศและแจกพระคัมภีร์ให้พี่น้องชาวบุรีรัมย์เจ็ดหมื่นเล่ม ใช้เวลาในการรับใช้ 5 วันครับ ผมฟังแล้วขอบคุณพระเจ้าที่พี่น้องคริสเตียนมีใจร้อนรนในการรับใช้ในงานของพระเจ้าครับ ขอให้การประกาศเกิดผลมีผู้คนที่ได้รับความรอดมากมายนะครับ หลังจากฟังเรื่องนี้แล้วก็ต้องกลับมานึกว่าปีนี้เราได้ตั้งใจจะทำอะไรเพื่อพระเจ้าและตอนนี้ได้เริ่มต้นหรือยัง หรือเรามัวแต่ยุ่งกับเรื่องอื่นๆอยู่ ขอพระเจ้าทรงเมตตาผมและพี่น้องที่มีความตั้งใจในการทำงานบางสิ่งบางอย่างเพื่อพระเจ้านะครับ :)

พระธรรมสุภาษิต บทที่ 30 ข้อ 5
พระดำรัสทุกคำของพระเจ้าพิสูจน์แล้วว่าจริง พระองค์ทรงเป็นโล่แก่ผู้ลี้ภัยในพระองค์

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อผมได้อ่านพระคัมภีร์ในหนังสือดาเนียลในช่วยรัชสมัยของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์อีกครั้ง ผมคิดว่าพระเจ้าทรงเมตตากษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์มากเลยครับ กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ไม่ใช่คนยิว ไม่ได้กราบไหว้พระเจ้า พระองค์มีพระอื่นๆมีรูปเคารพมากมาย แต่พระเจ้าส่งดาเนียลและเพื่อนๆของดาเนียลให้มารับใช้กษัตริย์ มาให้คำปรึกษาในปัญหาที่ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ และมาแสดงความเชื่อในพระเจ้าให้พระองค์เห็น มาเผยนิมิตที่พระเจ้าทรงต้องการบอกพระองค์ และเมื่อกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ทรงหลงในความสุขสบาย หลงในอำนาจ พระเจ้าก็ยังทรงให้นิมิตที่จะเตือนพระองค์ ผมเห็นว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงเลือกว่าจะรักใครคนใดคนหนึ่ง ชนชาติใด ภาษาใด แม้ว่าคนนั้นจะยังไม่รู้จักและไม่ได้กราบไหว้พระองค์ แต่พระเจ้าทรงให้โอกาสทรงเรียกเขาให้กลับใจ ขอบคุณพระเจ้าและนี่เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงแสดงให้เราเห็นครับ ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ให้ข้าพระองค์ได้รู้จักพระองค์ครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 ผมคิดว่าเราคงเคยเจอเหตุการณ์ที่มีจะมีการชี้ว่าเราผิดหรือไม่ผิดใช่มั๊ยครับ และบางทีเมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้ก็มักจะมีคนที่หวังดีกับเราบอกว่า ระวังนะระวังว่าเราจะเป็นแพะรับบาป อะไรประมาณนี้ ซึ่งเรื่องนี้ผมเพิ่งเจอเมื่ออาทิตย์ที่่ผ่านมานี้เองครับ แต่ขอบคุณพระเจ้าเมื่อกี่ผมเพิ่งได้อ่านพระคัมภีร์ข้อนี้ครับ

พระธรรมสดุดี บทที่ 135 ข้อ 14
เพราะพระยาห์เวห์จะประทานความเป็นธรรมแก่ประชากรของพระองค์ และทรงพระกรุณาแก่บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์

   ผมและประชากรของพระเจ้าทุกคนสบายใจได้ครับ พระเจ้าทรงตรัสไว้ว่าจะให้ความเป็นธรรมกับประชากรของพระองค์ และยังกรุณาต่อผู้รับใช้ของพระองค์อีก ขอให้มั่นใจในพระเจ้าเพราะพระองค์ยุติธรรมเสมอนะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2560 เมื่ออาทิตย์ก่อนผมเจอกับพี่ที่เคยแนะนำเรื่องการประกาศที่โบสถ์ครับ ผมเคยไปออกประกาศรอบชุมชนกับที่โบสถ์ที่ผมเคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ครับ แต่เมื่อพูดถึงการประกาศเรื่องของพระเจ้ากับคนใกล้ตัว เช่น เพื่อนที่ทำงาน ผมยังนึกไม่ออกว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาผมก็ทำงานจนดึกเหมือนทุกวันก็จะมีน้องๆที่ทำงานบางคนที่มักจะทำงานจนดึกเช่นกัน เค้าเริ่มต้นพูดว่าวันหยุดตรุษจีนนี้ผมต้องไปทำอะไรบ้างหรือเปล่าเพราะเค้ารู้ว่าผมเป็นคนจีนและก็ยังเป็นคริสเตียนด้วยครับ ผมก็บอกว่าคงไม่ได้ทำอะไรพิเศษผมไม่ต้องไหว้เจ้า ไม่ต้องไปทำพิธีอะไร อาจจะมีเรื่องที่แตะเอียให้หลานให้เหลนตามธรรมเนียมครับ เค้าเลยถามต่อว่าแล้วว่า พี่เป็นคนจีนแล้วมาเป็นคริสเตียนได้งัยยังล่ะ    ขอบคุณพระเจ้า คำถามนี้เลยเป็นโอกาสให้ผมได้เป็นพยานเรื่องของอากงให้กับน้องที่บริษัทฟังครับ และก็ยังมีน้องอีกคนที่นั่งแถวนั้นเค้าก็จะได้ยินไปด้วยครับ และน้องคนที่ถามเมื่อได้ฟังเรื่องของอากงผม เค้าก็นึกย้อนไปเรื่องของคุณยายของเค้าเองที่ท่านเป็นคริสเตียนและก็หลงหายไป แล้วเมื่อคุณยายล้มป่วย พระเจ้าทรงรักษาท่าน และหลังจากนั้นคุณยายก็หันกลับมาหาพระเจ้าครับ ผมก็บอกน้องคนนี้ว่า คริสเตียนเราจะมีประสบการณ์เรื่องของพระเจ้ามากมายเลย ผมหลังว่าการสนทนาครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นในการประกาศเรื่องของพระเจ้าในที่ทำงานผมครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2560 พระเจ้าทรงให้เราทำอะไรได้หลายๆอย่าง ส่วนใหญ่ที่เราทำนั้นก็มักจะยึดตามที่เราต้องการ แต่ให้เราได้ลองหยุดคิดและลองดูว่าเราเคยที่จะคิดทำในสิ่งที่พระเจ้าต้องการบ้างมั๊ยครับ ในพระวจนะบอกว่าพระเจ้าต้องการให้เราทำสิ่งที่ยุติธรรม ให้มีความรักเมตตา และมีชีวิตที่ดำเนินไปกับพระเจ้าด้วยความถ่อมใจ ถ้าฟังดูแล้วน่าจะทำได้นะครับ ขอให้เราได้เริ่มต้นคิดและทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้มากขึ้นนะครับ ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรครับ :)

พระธรรมมีคาห์ บทที่ 6 ข้อ 8
มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงสำแดงแก่เจ้าแล้วว่าอะไรดี ? และพระยาห์เวห์ทรงประสงค์อะไรจากเจ้า ? นอกจากให้ทำความยุติธรรมและให้รักเมตตา และให้ดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้าของเจ้าด้วยถ่อมใจ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2560 วันนี้ผมได้ดูคลิปของรายการทีวีรายการนึง เค้าค้นหาเด็กที่มีความสามารถมาออกรายการ ถ้าเด็กสามารถแสดงความสามารถก็จะได้รางวัลตามที่ต้องการครับ รายการในตอนนี้เป็นเด็กชายวัย 7 ขวบที่มีความสามารถในการเตะฟุตบอลให้ชนคานครับ เด็กคนนี้เตะชนคาน 3 ครั้งตามที่รายการกำหนด น้องคนนี้ต้องการได้เพียงลูกฟุตบอลส่วนตัวไปซ้อมครับ และพิธีกรก็ขอให้เตะให้ดูอีกครั้งก็สามารถทำได้ กรรมการในรายการขอให้เตะอีกครั้งเพื่อจะเค้าจะให้รองเท้าฟุตบอลน้องก็ทำได้อีกครับ ผมดูแล้วก็ชื่นชมในความสามารถของเด็กคนนี้ครับ แล้วก็มานั่งคิดว่าบางทีเป้าหมายของคนเราก็แตกต่างกัน อย่าเด็กน้อยคนนี้ต้องการเพียงแค่ลูกฟุตบอลเท่านั้น ถ้าเป็นผู้ใหญ่อาจจะต้องการเงินทองหรือสิ่งอื่นๆมากกว่า และก็กลับมาคิดว่ามีคนมากมายที่ชื่นชมในพระเจ้าแม้ว่าเรามองในมุมของเราก็อาจจะยังสงสัยว่าทำไมเค้าจึงยินดีในพระเจ้าถ้าเค้าอาจจะต้องทำงานด้วยความเหนื่อย แต่พระเจ้าทรงทราบว่าสิ่งที่ลูกของพระองค์ต้องการนั้นคืออะไร จึงได้มอบสิ่งที่ดีที่เหมาะสำหรับแต่ละคน ดังนั้นเราจงชื่นชมยินดีที่มีพระเจ้าทรงเป็นความอุปถัมภ์ของเรานะครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 63 ข้อ 7
เพราะพระองค์เป็นความอุปถัมภ์ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะร้องเพลงด้วยความยินดีอยู่ในร่มปีกของพระองค์

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม 2560 สวัสดีปีใหม่ครับ :)

พระธรรมฮีบรู บทที่ 10 ข้อ 37 - 38
เพราะอีกเพียงไม่นาน พระองค์ผู้จะเสด็จมาก็จะเสด็จมาและจะไม่ทรงชักช้า
แต่คนชอบธรรมของเรานั้นจะดำรงชีวิตอยู่ด้วยความเชื่อ และถ้าเขาหันกลับ เราจะไม่มีความพอใจในคนนั้นเลย

   สิ่งต่างๆที่ผ่านมาเมื่อปีก่อนนั้นทำให้เราเป็นอย่างไรกันบ้างครับ ทำให้เราท้อใจหรือมีกำลังใจครับ วันเวลาที่ผ่านไปก็ทำให้เราเข้าใกล้วันที่องค์พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมาอีกครั้ง ขอให้เรามีความมั่นคงในความเชื่อและเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นกว่าในปีก่อนนะครับ ขอพระเจ้าทรงรักษาปกป้องพี่น้องทุกคนนะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม 2559 เพราะพระเยซูคริสต์เราจึงได้พบความสว่างซึ่งนำพาเราออกจากความบาปซึ่งจะนำเราไปสู่ความตาย :)

พระธรรมลูกา บทที่ 1 ข้อ 78 - 79
โดยพระทัยเมตตาของพระเจ้าของเรา แสงอรุณจากเบื้องสูงจึงมาเยี่ยมเยียนเรา
ส่องสว่างแก่คนทั้งหลายที่อยู่ในความมืดและในเงาของความมรณา


   สวัสดีครับ วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม 2559 Merry Christmas ครับ :) ขอขอบพระคุณพระเจ้าที่พระองค์ได้ส่งพระบุตรของพระองค์ลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อมาประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้าแก่มนุษย์ เพื่อเป็นแสงสว่างให้เราเดินออกจากความบาป เพื่อนำชีวิตของพระองค์มาเป็นค่าไถ่ความผิดบาปของมนุษย์ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกสิ่งที่ดีล้ำค่านี้ครับ :)

พระธรรมลูกา บทที่ 2 ข้อ 14
"พระสิริจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด ส่วนบนแผ่นดินโลก สันติสุขจงมีท่ามกลางมนุษย์ทั้งหลายที่พระองค์โปรดปรานนั้น"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2559 เมื่อพระเจ้าทรงสำแดงความรักมั่นคงของพระองค์ในชีวิตของเรา ขอให้เราได้พูดได้บอกกล่าวเรื่องราวดีๆนี้ให้กับอีกหลายๆคนที่เค้ายังไม่ได้รู้จักพระเจ้า ให้เขาได้มีโอกาสที่จะต้องรับพระเจ้าเข้ามาในชีวิต เพื่อให้พระองค์ได้ทรงรักและเปลี่ยนแปลงชีวิตเขานะครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 40 ข้อ 9 - 10
ข้าพระองค์ได้ประกาศข่าวดีเรื่องการช่วยกู้ในชุมนุมชนใหญ่ ข้าแต่พระยาห์เวห์ ตามที่พระองค์ทรงทราบแล้ว ข้าพระองค์มิได้ยับยั้งริมฝีปากของข้าพระองค์ไว้เลย
ข้าพระองค์มิได้เก็บงำการชอบธรรมของพระองค์ไว้แต่ในใจ ข้าพระองค์ได้พูดถึงความซื่อสัตย์และความรอดของพระองค์ ข้าพระองค์มิได้ปิดบังความรักมั่นคงและความซื่อสัตย์ของพระองค์ไว้จากชุมนุมชนใหญ่

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2559 วันนี้ผมประทับใจในคำเทศนาของอาจารย์ที่โบสถ์ วันนี้อาจารย์ได้ยกข้อพระคัมภีร์ข้อนี้ในการเทศนาเรื่องการขอบพระคุณพระเจ้าครับ

พระธรรมลูกา บทที่ 17 ข้อ 11 - 19
ตามทางไปกรุงเยรูซาเล็ม พระเยซูเสด็จเลียบระหว่างแคว้นสะมาเรียและแคว้นกาลิลี
และขณะที่พระองค์กำลังเสด็จเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีคนโรคเรื้อนสิบคนมาพบพระองค์ พวกเขายืนอยู่แต่ไกล
และส่งเสียงร้องว่า "เยซูนายเจ้าข้า โปรดเมตตาเราเถิด"
เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นแล้วจึงตรัสกับเขาว่า "จงไปสำแดงตัวแก่พวกปุโรหิตเถิด"
เมื่อพวกเขากำลังเดินไปก็หายสะอาด
คนหนึ่งในพวกนั้นเมื่อเห็นว่าตัวเองหายโรคแล้ว จึงกลับมาสรรเสริญพระเจ้าด้วยเสียงดัง
และกราบลงที่พระบาทของพระเยซูขอบพระคุณพระองค์ คนนั้นเป็นชาวสะมาเรีย
พระเยซูจึงตรัสว่า "มีสิบคนหายสะอาดไม่ใช่หรือ ? แต่เก้าคนนั้นอยู่ที่ไหน ?
ไม่มีใครกลับมาสรรเสริญพระเจ้านอกจากคนต่างชาติคนนี้หรือ ?"
แล้วพระองค์ตรัสกับคนนั้นว่า "จงลุกขึ้นและไปเถิด ความเชื่อของท่านทำให้ตัวท่านหายปกติแล้ว"

   อาจารย์บอกว่าคนต่างชาติ (สะมาเรีย) คนเดียวคนนี้ที่กลับมาขอบพระคุณพระเจ้า เพราะว่าเขาคิดว่าเขาเป็นคนที่ไม่สมควรที่พระเจ้าจะรักษา เนื่องจากเขาเป็นคนไม่สะอาดเป็นโรคเรื้อน ทั้งเขายังเป็นคนชนชาติอื่นที่ไม่ใช่คนยิว แต่พระเยซูทรงรักษาเขา เขาสำนึกในพระคุณของพระเจ้าทรงเมตตาเกินที่เขาคิดไว้ และเราล่ะเราเป็นคนแบบไหนครับ เราสมควรกับการที่พระเจ้าจะทรงรักษาหรือไม่ครับ ผมเชื่อแน่ว่าถ้าพระเจ้าทรงเมตตาเราจะต้องเป็นเหมือนคนสะมาเรียคนนั้นใช่มั๊ยครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน 2559 เมื่อวานนี้ผมมีโอกาสได้ดูรายการทีวีรายการนึง ซึ่งปกติไม่ค่อยได้ดูทีวีนานแล้วครับ ในรายการนี้นำเสนอร้านแว่นที่ขายแว่นที่มีราคาแพงมากๆเป็นหลักล้านบาท และอันนี้อาจจะเป็นจุดที่เค้าคิดว่าน่าสนใจและนำเสนอ ผมก็อยากดูว่าทำไมเค้าสามารถขายได้ในราคาแพงขนาดนี้ มีอะไรที่ดีครับ หลังจากที่จบรายการพิธีกรก็ร่ำลาขอบคุณเจ้าของร้านแว่น และผมก็ได้ยินเจ้าของร้านแว่นเค้าตอบกลับด้วยคำที่ผมคุ้นเคย เจ้าของร้านแว่นบอกว่าขอพระเจ้าอวยพระพรครับ ผมประทับใจที่ได้ยินคริสเตียนพูดประโยคนี้ เค้าพูดแบบเป็นสิ่งปกติไม่ว่าคนที่เราพูดด้วยจะเป็นคริสเตียนเช่นกันหรือไม่ครับ และยิ่งกว่านั้นพระเจ้าให้พระธรรมนี้กับผมตอนนี้ครับ

พระธรรมเยเรมีย์ บทที่ 4 ข้อ 2
และถ้าเจ้าสาบานอย่างสัตย์จริง อย่างยุติธรรม และอย่างเที่ยงตรงว่า 'พระยาห์เวห์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด' บรรดาประชาชาติจะให้พรกันโดยพระองค์ และโดยพระองค์เขาทั้งหลายจะได้รับเกียรติ"

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2559 วันนี้เราจะกำลังเต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจในการสูญเสียพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของคนไทย พระราชาที่รักและดูแลพสกนิกรเหมือนพ่อที่รักลูก ไม่ว่าลูกจะอยู่ใกล้หรือไกล ถ้าลูกลำบากพ่อก็จะไปช่วยเหลือ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบถึงจิตใจของทุกคน ให้เราอธิษฐานทูลทุกสิ่งต่อพระเจ้า เพราะพระเจ้าเท่านั้นที่จะช่วยเยียวยารักษาจิตใจ และขอพระเจ้าทรงนำทางคนไทยต่อไป ให้พระองค์เป็นความหวังให้เราก้าวต่อไปข้างหน้านะครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม 2559

พระธรรม 2 พงศาวดาร บทที่ 6 ข้อ 18 - 21
"แต่แท้จริงพระเจ้าจะประทับกับมนุษย์บนแผ่นดินโลกหรือ ? ดูสิ ฟ้าสวรรค์และฟ้าสวรรค์อันสูงสุดยังรองรับพระองค์ไว้ไม่ได้ แล้วพระนิเวศนี้ซึ่งข้าพระองค์ได้สร้างขึ้น จะรองรับพระองค์ได้อย่างไร
แต่ขอพระองค์สนพระทัยในคำอธิษฐานของผู้รับใช้ของพระองค์ และในคำวิงวอนของเขา ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงสดับเสียงร้องและคำอธิษฐาน ซึ่งผู้รับใช้ของพระองค์อธิษฐานต่อพระองค์
เพื่อพระเนตรของพระองค์จะทรงเฝ้าดูพระนิเวศนี้ ทั้งวันและคืน คือสถานที่ซึ่งพระองค์ตรัสว่าจะตั้งพระนามของพระองค์ไว้ที่นั่น" เพื่อพระองค์จะทรงสดับคำอธิษฐาน ซึ่งผู้รับใช้ของพระองค์จะอธิษฐานต่อสถานที่นี้
และขอพระองค์ทรงสดับคำวิงวอนของผู้รับใช้ของพระองค์ และของอิสราเอลประชากรของพระองค์ เมื่อเขาทั้งหลายอธิษฐานต่อสถานที่นี้ ขอพระองค์เองทรงสดับจากที่ประทับของพระองค์ คือฟ้าสวรรค์ และเมื่อพระองค์ทรงสดับแล้ว ก็ขอทรงอภัย

   กษัตริย์ซาโลมอนทรงสร้างพระวิหารที่ใหญ่โตโอ่อ่าตระการตาแด่พระเจ้า และถึงแม้วิหารนี้จะสวยงามใหญ่โตซักเท่าใด แต่กษัตริย์ซาโลมอนก็ยังบอกว่า ที่นี่ไม่คู่ควรที่จะรองรับพระเจ้าได้ พระเจ้าทรงอยู่เหนือสรรพสิ่งต่างๆ แต่พระองค์ทรงทูลขอจากพระเจ้าก็คือ ขอให้พระเจ้าทรงมองดูที่พระวิหารนี้ เพื่อที่พระองค์จะรู้ว่าประชากรของพระองค์ทรงร้องหาพระเจ้าและอธิษฐานต่อพระองค์ และนี่ก็ทำให้เราเห็นถึงความยำเกรงพระเจ้า และเป้าหมายที่แท้จริงของพระวิหารของพระเจ้า ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างที่สวยงาม แต่มีความหมายมีคุณค่ามากกว่านั้นครับ คือเป็นสถานที่ที่เราจะฮธิษฐานกับพระเจ้า และเมื่อเราทำผิดเราก็จะทูลขอการอภัยจากพระเจ้า :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม 2559 อ่านพระวจนะตอนนี้แล้วอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับ ผมไม่ได้คิดสั้นอะไรนะครับ :)

พระธรรม 2 โครินธ์ บทที่ 5 ข้อ 6 - 10
เพราะฉะนั้นเรามั่นใจอยู่เสมอและรู้แล้วว่าขณะที่อาศัยอยู่ในร่างกายนี้ เราอยู่ห่างจากองค์พระผู้เป็นเจ้า
เพราะว่าเราดำเนินโดยความเชื่อไม่ใช่โดยสิ่งที่มองเห็น
และเรามั่นใจและพอใจที่จะไปจากร่างกายนี้และอาศัยอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้ามากกว่า
ฉะนั้นเราตั้งเป้าว่าจะอาศัยอยู่ในกายนี้ก็ดีหรือจะจากไปก็ดี เราก็จะเป็นคนที่พระเจ้าพอพระทัย
เพราะว่าเราทุกคนจำเป็นต้องปรากฏตัวต่อหน้าบัลลังก์ของพระคริสต์ เพื่อแต่ละคนจะได้รับสิ่งที่สมกับการกระทำในกายนี้ ไม่ว่าจะดีหรือชั่ว

   พระวจนะของพระเจ้ากำลังบอกเราว่าให้เรามีชีวิตอยู่ด้วยความเชื่อ คือเชื่อในพระเจ้า สิ่งที่เราควรจะดีใจมากขึ้นจากชีวิตในร่างกายนี้ก็คือชีวิตนิรันดร์ที่พระเจ้าจะทรงประทานให้เราเมื่อเราจากไปอยู่กับพระองค์ ดังนั้นขณะที่เรามีชีวิตอยู่ในร่างกายนี้ให้เราที่จะเป็นคนที่พระเจ้าพอพระทัย เมื่อถึงเวลานั้นที่เราทุกคนไม่ว่าเราจะเป็นคนที่ดีหรือคนไม่ดี คนที่เชื่อหรือไม่เชื่อพระเจ้า ก็ต้องอยู่ในการพิพากษาของพระเจ้า เราก็จะได้รับสิ่งที่สมควรกับตอนที่เรามีชีวิตอยู่ในโลกครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2559 วันนี้เรามาระลึกถึงความรักของพระเจ้ากันนะครับ

พระธรรมสดุดี บทที่ 103 ข้อ 15 - 18
ส่วนมนุษย์นั้น วันเวลาของเขาเหมือนหญ้า เขาเจริญขึ้นเหมือนดอกไม้ในทุ่งนา
เมื่อลมพัดผ่าน มันก็หายไป และสถานที่ของมันไม่รู้จักมันอีก
แต่ความรักมั่นคงของพระยาห์เวห์นั้นดำรงอยู่ ตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาลต่อผู้ที่ยำเกรงพระองค์ และความชอบธรรมของพระองค์ต่อหลานเหลน
ต่อผู้ที่รักษาพันธสัญญาของพระองค์ และต่อผู้ที่ระลึกถึงข้อบังคับของพระองค์เพื่อจะทำตาม

   มนุษย์เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยเมื่อเทียบกับพระเจ้า แต่พระเจ้าทรงรักมนุษย์ และรักมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงต่อผู้ที่ยำเกรงพระองค์ พระเจ้าทรงเที่ยงธรรมต่อเชื่อสายของมนุษย์ ต่อคนที่รักษาพันธสัญญาของพระเจ้า และยังต่อคนที่ระลึกถึงพระบัญญัติและทำตามพระบัญญัตินั้น ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงสำแดงสิ่งที่ได้กล่าวไว้ในพระคัมภีร์นี้ให้เป็นความจริง :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2559 เมื่อวานเป็นวันแรกที่ผมได้รู้ว่าขับรถแล้วน้ำมันหมดกลางทางเป็นยังงัยครับ ผมขับรถมาเป็นน่าจะประมาณยี่สิบปีเพิ่งเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ครับ ปกติชอบขับจนน้ำมันเหลือน้อยๆแล้วเติมทีเดียวเต็มถังครับ แต่วันนี้ผมกะผิด ผมกำลังขับรถกลับบ้านกับแม่ครับ ในใจคิดว่ายังงัยก็น่าจะขับได้ถึงบ้านแล้วออกมาอีกทีค่อยไปเติมน้ำมันครับ ปรากฎว่าขับๆอยู่รถมีอาการเหมือนจะเร่งไม่ขึ้น รถเหมือนจะหยุดวิ่งผมรู้สึกแล้วว่าคงไปไม่ถึงปั๊มน้ำมันที่อยู่ไม่ไกลแน่ ก็จริงตามนั้นครับ เมื่อรถหยุดผมเข็นรถให้ชิดทาง แล้วเดินไปที่ปั๊มน้ำมันเพื่อขอซื้อน้ำมันใส่แกลอนมาเติมเองก่อนครับ เดินกลับมาที่รถเหงื่อท่วมเลยครับ เมื่อเติมแล้วผมก็สามารถขับไปที่ปั๊มเพื่อเติมน้ำมันให้เต็มถังและคิดว่าจะไม่ประมาทอีกแล้ว ก็พอแม่กลับบ้านได้ครับ
   จากเหตุการณ์นี้ผมมานั่งนึกถึงอะไรบางอย่างครับ ในบางทีเราอาจจะใช้ชีวิตแบบประมาท และปัญหาบางอย่างก็อาจจะตามมา และทำให้เราหมดแรงที่จะสู้ต่อไป เมื่อไหร่ที่เราหมดแรงหมดกำลังใจ เราพยายามยังงัยก็คงไปไม่ถึงจุดหมาย เหมือนกับเรื่องที่รถน้ำมันหมดครับ แต่เรายังมีหนทางหนึ่งเสมอนะครับ ขอให้เรายังมีความหวังในพระเจ้า แสวงหาการช่วยเหลือจากพระเจ้าครับ ไม่ว่าจะลำบากยังงัยต้องหาพระเจ้าให้พบ ให้พระเจ้าทรงเติมเต็มกำลังใจให้เรา เราจะมีเรี่ยวแรงที่สู้ต่อไปครับ และยังสามารถกลับมาช่วยเหลือคนรอบๆเราให้เดินต่อไปสู้จุดหมายได้เช่นกันครับ ขอให้บทเรียนเรื่องนี้ได้เป็นที่สอนใจเรานะครับ :)
พระธรรมมัทธิว บทที่ 21 ข้อ 14
คนตาบอดและคนง่อยพากันมาเฝ้าพระองค์ในบริเวณพระวิหาร และพระองค์ทรงรักษาพวกเขาให้หาย

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2559 พระธรรมสดุดีบทที่ 136 มีอยู่ 26 ข้อ โดยทุกข้อได้กล่าวถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อประชากรของพระองค์ และทุกข้อได้บอกเหตุผลที่พระเจ้าทรงกระทำสิ่งเหล่านี้ โดยมีเพียงเหตุผลเดียวคือ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ เพราะพระเจ้าทรงรักเท่านั้น ทำให้เราได้เห็นพระเมตตาต่างๆจากพระเจ้า ขอขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับทุกสิ่งที่กระทำเพื่อเราที่เป็นเพียงผู้เล็กน้อยครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 136 ข้อ 23
พระองค์ทรงระลึกถึงเราผู้อยู่ในฐานะต่ำต้อย เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์

   สวัสดีครับ วันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2559 คริสเตียนยกย่องพระเจ้า และสรรเสริญในสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำทั้งสิ้น ดังนั้นเราจึงอยากที่จะพูดออกไปถึงเรื่องราวของพระเจ้าให้กับคนรอบๆเราได้รู้ถึงความดีและความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่เรารู้จักครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 96 ข้อ 3
จงเล่าถึงพระสิริของพระองค์ท่ามกลางบรรดาประชาชาติ และการอัศจรรย์ต่างๆของพระองค์ท่ามกลางชนทุกชาติ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม 2559 วันนี้ผมอยากจะขอบคุณพระเจ้าเรื่องนึงครับ เมื่อสองอาทิตย์ก่อนผมเอารถไปให้อาผมช่วยซ่อมกันชนที่บุบครับ เราช่วยกันถอดกันชน โดยเราต้องถอดล้อหน้าออกก่อนเพราะว่าต้องไขน๊อตด้านใน แล้วเราก็เจอตัวเกลียวปล่อยตัวนึงตำอยู่ที่ยางล้อหน้าด้านซ้ายโดยปักอยู่มิดหัวครับ ผมไม่แน่ใจว่าโดนมานานหรือยังครับ แต่ยางก็ยังดูปกติดีครับ หลังจากลองผิดลองถูกในการซ่อมกันชนแล้วเราก็ใส่ล้อให้เข้าที่เหมือนเดิมครับ ตอนนั้นก็ดึกแล้วผมก็ขับกลับบ้าน ก่อนกลับอาผมก็บอกว่าให้ไปที่ปั๊มหรือร้านยางให้เค้าตรวจดูว่ายางรั่วมั๊ยครับ แต่เมื่อผมกลับบ้านก็ไม่ได้คิดจะรีบไป คิดว่าตอนนี้ยางยังโอเคก็จะใช้จนถึงตรวจเช็คระยะครั้งต่อไปแล้วจะบอกช่างให้ช่วยดูครับ ผ่านมาประมาณสองอาทิตย์อาก็โทรมาบอกว่าไปดูตัวน๊อตที่ตำยางหรือยัง ผมก็บอกว่ายังไม่ได้ดูเลย เค้าก็คะยั้นคะยอให้ผมรีบๆตรวจดูขับไปไกลๆอาจจะไม่ดีครับ จนวันเสาร์ที่ผ่านมาผมล้างรถแล้วก็ก้มไปดูจะหาตัวที่ตำว่าอยู่ตำแหน่งไหนครับ ปรากฏว่าไปเจอตัวน๊อตเกลียวปล่อยอีกตัวทำแบบลงไปครึ่งนึงแต่อยู่มุมเฉียงๆครับ ผมพยายามดึงออกมา ขอบคุณพระเจ้าสำหรับเหตุการณ์นี้ที่พระเจ้ายังให้อาผมโทรมาเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นผมก็คงไม่รู้เรื่องว่ามีน๊อตอีกตัวกำลังตำยางรถผมอยู่ครับ อาบอกว่าถ้าอยู่มุมข้างๆจะซ่อมยากครับ และเท่าที่ดูถ้าตัวนี้ตำเข้าไปแบบตัวเดิมผมคิดว่าน่าจะถึงยางด้านในครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฏาคม 2559

พระธรรมฮาบากุ บทที่ 2 ข้อ 4 - 5
ดูเถิด คนหยิ่งจองหอง จิตใจภายในเขาไม่ซื่อตรง แต่ว่าคนชอบธรรมจะดำรงชีวิตอยู่ด้วยความซื่อสัตย์
ยิ่งกว่านั้น เหล่าองุ่น เป็นของอันตรายวางใจไม่ได้ คนจองหองจะไม่ได้พักสงบ คอขอเขาเปิดกว้างดุจแดนคนตาย และเขาเหมือนมัจจุราชที่ไม่รู้จักอิ่ม เขากอบโกยประชาชาติทั้งสิ้นมาเพื่อตัวเอง และรวบรวมทุกชนชาติมาเป็นคนของตน"

   ณ เวลานี้ ที่ผมได้อ่านพระวจนะของพระเจ้าตอนนี้ ทำให้ผมนึกถึงเหตุการรอบๆโลกของเราขณะนี้ มีข่าวมากมายเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ บางประเทศคอยจ้องที่จะหาโอกาสครอบครองดินแดน ครอบครองทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น แม้ว่าเขาจะมีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วมากมาย และเมื่อพวกเขากระทำสิ่งเหล่านี้ เราก็เห็นว่าประเทศเหล่านี้ก็ไม่ได้อยู่แบบสงบต้องคอยจัดการกับความขัดแย้งต่างๆ เหมือนกับที่พระวจนะของพระเจ้าได้กล่าวไว้ ถ้าเรากลับมามองภาพที่เล็กลงอาจจะเป็นตัวเราเอง เราต้องการเป็นคนแบบไหนครับ อยากจะเป็นคนที่หยิ่งจองหองและภายในไม่มีความซื่อสัตย์ หรือว่าเป็นคนชอบธรรมที่มีความซื่อสัตย์ แต่พระเจ้าทรงยุติธรรมกับสิ่งที่เราเลือกที่จะเป็นแน่นอนครับ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 11 กรกฏาคม 2559 นอกจากที่เราจะอธิษฐานทูลกับพระเจ้าในหลายเรื่องหลายสิ่งหลายอย่างแล้ว พระวจนะบอกว่าให้เราอธิษฐานกับพระเจ้าในทุกเวลา เราอยู่ในโลกที่มีการทดลองมากมาย มารซาตาน วิญญาณชั่วต่างๆคอยจ้องที่จะทำให้ธรรมิกชนหลงผิดหลงจากทางของพระเจ้า สิ่งนี้จึงเป็นเหตุให้เราต้องคอยธิษฐานเผื่อคริสเตียนคนอื่นๆด้วยครับ ขอพระเจ้าทรงดูแลลูกๆของพระองค์ทุกๆคนครับ :)

พระธรรมเอเฟซัส บทที่ 6 ข้อ 18
จงอธิษฐานในพระวิญญาณทุกเวลาโดยการอธิษฐานและวิงวอนทุกๆอย่าง เพราะเหตุนี้จงเฝ้าระวังด้วยความเพียรและด้วยการวิงวอนเผื่อธรรมิกชนทุกคนอยู่เสมอ


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฏาคม 2559

พระธรรม 2 พงศาวดาร บทที่ 17 ข้อ 7 - 9
ในปีที่สามแห่งรัชกาลของพระองค์ พระองค์ทรงใช้พวกข้าราชการของพระองค์ คือ เบนฮาอิล โอบาดีห์ เศคาริยาห์ เนธันเอล และมีคายาห์ไปสั่งสอนในเมืองต่างๆของยูดาห์
และมีคนเลวีไปกับพวกเขาด้วย คือ เชไมอาห์ เนธานิยาห์ เศบาดิยาห์ อาสาเฮล เชมิราโมท เยโฮนาธัน อาโดนียาห์ โทบียาห์ และโทอาโดนิยาห์คนเลวี ทั้งยังมีปุโรหิตที่ไปพร้อมกับพวกเขาด้วยคือ เอลีชามา และดยโฮรัม
และเขาทั้งหลายสั่งสอนในยูดาห์ โดยมีหนังสือธรรมบัญญัติของพระยาเวห์ไปกับเขาด้วย พวกเขาเดินทางไปทั่วเมืองทั้งหมดของยูดาห์และสั่งสอนท่ามกลางประชาชน


   ข้อพระคัมภีร์ตอนนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เป็นสิ่งที่กษัตริย์เยโฮชาฟัทได้กระทำในราชอาณาจักรของพระองค์ พระองค์ได้ทรงส่งทีมงานของพระองค์ประกอบด้วยคนหลายๆกลุ่ม ทั้งข้าราชการ คนเลวี ปุโรหิต ร่วมกันไปตามเมืองต่างๆ เพื่อสอนเรื่องธรรมบัญญัติของพระเจ้าให้ชาวเมืองได้รู้แล้วเข้าใจครับ ผมฟังดูแล้วรู้สึกแปลกที่กษัตริย์ส่งคนไปสอนเรื่องพระเจ้า แทนที่จะส่งคนไปเพื่อสอนวิชาการความรู้ให้ประชาชน ในเมื่อพระองค์ต้องการพัฒนาชุมชนสร้างราชอาณาจักรให้เข้มแข็งรุ่งเรือง แต่สิ่งนี้นั่นเองที่เป็นเคล็ดลับให้ราชอาณาจักรของกษัตริย์เยโฮชาฟัทยิ่งใหญ่ ไม่เพียงแต่ที่ตัวพระองค์ทรงรักในพระเจ้า และดำเนินชีวิตในทางของพระเจ้า ปฏิเสธรูปเคารพและสิ่งที่ไม่ชอบธรรมต่างๆ พระองค์ยังทรงอยากให้ประชาชนดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง เมื่อผู้คนเป็นคนดีก็ย่อมทำให้บ้านเมืองอยู่อย่างสงบ และเจริญขึ้นเพราะทำแต่สิ่งที่ดีแก่กัน และพระเจ้าก็ได้อวยพระพรต่อยูดาห์มากมายครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2559 วันนี้เรามาอ่านพระธรรมดาเนียลตอนนี้กันนะครับ

พระธรรมดาเนียล บทที่ 1 ข้อ 8 - 16
แต่ดาเนียลตั้งใจว่าจะไม่ทำให้ตัวเป็นมลทินด้วยอาหารชั้นสูงของกษัตริย์ หรือด้วยเหล้าองุ่นซึ่งพระองค์เสวย ท่านจึงขอหัวหน้าขันทีให้อนุญาตเพื่อท่านจะไม่ทำตัวเองเป็นมลทิน
และพระเจ้าทรงให้หัวหน้าขันทีชอบและสงสารดาเนียล
หัวหน้าขันทีกล่าวแก่ดาเนียลว่า "ข้าเกรงว่าพระราชาเจ้านายของข้า ผู้ทรงกำหนดอาหารและเครื่องดื่มของพวกเจ้า จะทอดพระเนตรเห็นว่า พวกเจ้ามีหน้าซูบซีดกว่าบรรดาคนหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน พวกเจ้าก็จะทำให้ชีวิตของข้ามีอันตรายเพราะพระราชา"
แล้วดาเนียลกล่าวแก่มหาดเล็กผู้ที่หัวหน้าขันทีกำหนดให้ดูแลดาเนียล ฮานันยาห์ มิชาเอล และอาซาริยาห์ว่า
"ขอทดลองผู้รับใช้ของท่านสักสิบวัน ขอนำผักมาให้เรากินและน้ำมาให้เราดื่ม
แล้วให้ท่านตรวจดูหน้าตาของเรา เทียบกับหน้าตาของบรรดาคนหนุ่มผู้รับประทานอาหารชั้นสูงของพระราชา และเมื่อท่านเห็นอย่างไร แล้วจงทำแก่ผู้รับใช้ของท่านอย่างนั้น"
เขาก็ยอมทำตามคำขอของคนเหล่านั้นในเรื่องนี้ และทดลองพวกเขาอยู่สิบวัน
เมื่อครบสิบวันแล้วจึงเห็นว่าบรรดาคนเหล่านั้นรูปร่างหน้าตาดีกว่า และเนื้อหนังเปล่งปลั่งกว่าบรรดาคนหนุ่มที่รับประทานอาหารชั้นสูงของกษัตริย์
ดังนั้นมหาดเล็กจึงเอาอาหารชั้นสูงส่วนของพวกเขา และเหล้าองุ่นซึ่งเขาควรจะได้ดื่มนั้นไปเสียแล้วให้ผักแทน

   ดาเนียลและเพื่อนเป็นเฉลยที่ถูกคัดเลือกมาให้รับใช้กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ของบาบิโลน กษัตริย์เลี้ยงดูดาเนียลอย่างดี สั่งให้จัดอาหารดีๆให้ดาเนียลและคนอื่นที่คัดเลือกมารับประทาน แต่ดาเนียลตั้งใจว่าจะไม่กินอาหารที่เป็นมลทิน (อาจจะเพราะว่าอาหารเหล่านี้ต้องผ่านพิธีกรรมหรืออะไรบางอย่างที่ไม่เหมาะสม) ดาเนียลปฏิเสธอาหารเหล่านี้ เราจะเห็นว่าพระเจ้าสถิตกับดาเนียล เพราะในพระธรรมตอนนี้บอกว่า "พระเจ้าทรงให้หัวหน้าขันทีชอบและสงสารดาเนียล" ดาเนียลเชื่อมั่นในทางของพระเจ้าและมีความกล้าหาญ แต่เราจะเห็นว่าดาเนียลก็ห่วงความรู้สึกของขันทีไม่อยากให้เค้าลำบากใจ ดาเนียลกล้าที่จะพิสูจน์สิ่งที่เขาเลือก และเป็นการทำให้คนที่คูแลเขามั่นใจในสิ่งที่ดาเนียลขอ และเมื่อดาเนียลพิสูจน์ความเชื่อของเขาในพระเจ้า ทำให้เราเห็นว่าบางทีสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลสิ่งที่เราคิดว่าดีแต่ไม่ถูกต้องสำหรับพระเจ้า ก็ไม่ทำให้เกิดประโยชน์ แต่สิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัย พระเจ้าจะทรงอวยพระพรครับ ขอให้ดาเนียลเป็นตัวอย่างที่ดีของเราทุกคนนะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2559 งานของพระเจ้ามากขึ้นเท่าไหร่ก็มักจะมีการต่อต้านมากขึ้นด้วยเช่นกันครับ เมื่ออาทิตย์ก่อนผม post ข้อพระคัมภีร์ใน facebook ของผมตามปกติ นึกไม่ถึงว่าจะมีคนที่ไม่รู้จักเข้ามาต่อว่า และเขาก็เข้าไป post ในข้อพระคัมภีร์อื่นเหมือนจะสบประมาทเรื่องของพระเจ้าครับ ผมก็ตกใจเพราะไม่เคยพบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนครับ ในใจตัวเองคิดว่าเราเจอกับ Anti Christ เหมือนที่พระคัมภีร์ได้พยากรณ์ไว้หรือเปล่า คนที่ต่อต้านพระเยซูคริสต์ที่จะปรากฏตัวในยุคสุดท้ายครับ อาจจะไม่ได้มีคนเดียวอาจจะมีหลายๆคน แต่ไม่เป็นไรครับเขาอาจจะไม่เปิดใจฟังเรื่องของพระเจ้า และอาจจะรับข้อมูลด้านลบมาจนอยากแสดงความคิดที่ต่อต้านครับ ถ้าพระเจ้าเมตตาขอให้เขาเปิดใจและมีโอกาสได้รับรู้ความจริงเรื่องของพระเจ้าครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 25 ข้อ 4-5
เพราะพระองค์ทรงเป็นที่คุ้มภัยสำหรับคนยากจน เป็นที่คุ้มภัยสำหรับคนขัดสนเมื่อเขาทุกข์ใจ เป็นที่กำบังจากพายุและเป็นร่มกันความร้อน เพราะการทำร้ายของคนทารุณก็เหมือนพายุซัดกำแพง
เหมือนความร้อนในที่แห้งแล้ง พระองค์ทรงระงับเสียงของคนต่างด้าว ร่มเมฆระงัยความร้อนอย่างไร เสียงเพลงของผู้ทารุณก็เงียบไปอย่างนั้น

   เรามาดูข้อพระคัมภีร์นี้กันนะครับ พระวจนะของพระเจ้าบอกเราว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของคนยากจน และคนขัดสน เมื่อใดที่พวกเขาทุกข์ร้อนพระเจ้าจะทรงคุ้มครองและป้องกัน เมื่อใดเขาถูกรังแกพระเจ้าจะทรงเป็นที่กำบัง พระองค์จะทรงระงับสิ่งที่ทำร้ายเขา ดังนั้นยามเราทุกข์ใจ ยามเราขัดสน หรือเมื่อใดที่เราถูกทำร้ายถูกรังแก ขอให้เรามาอยู่ใต้ร่มพระคุณของพระเจ้า ขอพระเจ้าทรงเป็นใครคนนั้นที่จะปกป้องเรานะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม 2559 วันนี้ผมมีเรื่องนึงอยากมาแบ่งปันครับ น้องคนรองผมเค้าบอกมาซักพักนึงแล้วว่าลิ้นเค้าไม่รู้รสครับ ที่บ้านฟังแล้วก็รู้สึกเป็นห่วงครับ ก็อธิษฐานเผื่อครับ เค้าทำงานหนักไม่ได้พักผ่อนและที่ทำงานก็มีสารเคมีครับ เพื่อนน้องสาวที่เป็นหมอก็แนะนำว่าให้ไปตรวจที่โรงพยาบาล น้องผมก็ลองไปตรวจหมอก็ให้เอามาทาน แต่ยังไม่รู้สาเหตุ ต่อมาหมอได้แนะนำให้ไปตรวจซีทีสแกนครับ ฟังดูแล้วเป็นเรื่องใหญ่เลยครับ และเมื่อวันก่อนทีมเยี่ยมเยียนที่โบสถ์ได้มาเยี่ยมที่บ้านครับ แม่ผมอยู่ต้อนรับครับ และพี่ที่มากับทีมเยี่ยมเยียนได้พูดกับแม่ว่าได้ยินว่าน้องผมลิ้นไม่รู้รส เค้าบอกว่าเค้าก็เคยเป็นครับ เค้าถามว่าน้องใช้ยาสีฟันอะไร ใช่ยี่ห้อ... หรือเปล่า แม่ผมก็เลยขอเดินไปดูในห้องน้ำว่าเป็นยาสีฟันยี่ห้ออะไร พี่คนนี้ก็เดินตามมาด้วยพบว่าเป็นยี่ห้อเดียวกับที่พี่เค้าเคยใช้ เค้าบอกว่าเค้าเคยเป็นเพราะยาสีฟันนี้เลยหยุดใช้เดือนนึงแล้วอาการเริ่มดีขึ้นครับ พี่เค้าได้เคยโทรถามทางบริษัทยาสีฟันนี้ได้ความว่าเค้าใช้สมุนไพรตัวนึง แต่บริษัทไม่ได้บอกว่าสมุนไพรอะไร ที่ทำให้เป็นครับ พอผมรู้เรื่องนี้จากแม่ ผมเลยบอกแม่ว่านี่เพราะพระเจ้าทรงนำคนของพระเจ้ามาให้บอกสาเหตุและวิธีการรักษาโรคนี้เลยครับ ถ้าไม่อย่างนั้นเราคงแก้ไขและรักษาปัญหานี้ผิดวิธีครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 4 ข้อ 8
ข้าพระองค์จะเอนกายลงนอนหลับอย่างเป็นสุข ข้าแต่พระยาเวห์ เพราะพระองค์เท่านั้นที่ทรงทำให้ข้าพระองค์อาศัยอยู่อย่างปลอดภัย

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2559 หลังจากที่พระเยซูทรงฟื้นคืนพระชนม์แล้ว พระบิดาทรงมอบสิทธิอำนาจทั้งหมดทั้งในสวรรค์และแผ่นดินโลกให้แก่พระเยซู ดังที่เราจะได้อ่านในพระธรรมมัทธิวตอนนี้ครับ พระเยซูทรงบอกสาวกของพระองค์ เพื่อให้พวกเขามีความมั่นใจในสิ่งที่พระเยซูทรงตรัสให้เขาทำ พระเยซูทรงบอกให้พวกเขาไปประกาศนำคนให้กลับใจมาติดตามพระองค์ และให้ผู้ที่กลับใจรับบัพติศมาให้พวกเขาได้ชีวิตใหม่ได้รับความรอดจากพระองค์ เท่านั้นยังไม่พอพระเยซูทรงห่วงคนที่จะได้รับความรอด ยังกำชับให้สาวกสอนและรักษาสิ่งที่พระเยซูทรงสอนพวกเขาเพื่อไม่ให้เขาหลงกลับไปใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้องอีกครับ พระเยซูทรงสัญญาว่าจะอยู่กับพวกเขาเสมอไปจนสิ้งยุคครับ ขอบพระคุณพระเจ้าที่สิ่งที่ตรัสนั้น แสดงถึงความรักของพระองค์ทั้งกับคนอีกมากมายที่ยังไม่ได้รับความรอด และความรักของพระองค์ต่อสาวกต่อผู้รับใช้ของพระองค์เสมอ :)

พระธรรมมัทธิว บทที่ 26 ข้อ 16-20
แต่สาวกสิบเอ็ดคนก็ไปยังกาลิลี ถึงภูเขาที่พระเยซูทรงกำหนดไว้
และเมื่อเห็นพระองค์เขาทั้งหลายจึงกราบนมัสการ แต่บางคนยังสงสัยอยู่
พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับพวกเขาว่า "สิทธิอำนาจทั้งหมดในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว
เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์
และสอนพวกเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่เราสั่งพวกท่านไว้ และนี่แน่ะ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค"

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 วันนี้ผมได้มีโอกาสเริ่มต้นงานพี่เลี้ยงกับอาเจ็กวันชัยครับ วันนี้ก็นัดกันที่จะเรียนบทเรียนพี่เลี้ยงก่อนเวลานมัสการครับ หลังจากพูดคุยเรื่องราวของอาเจ็ก และอธิบายข้อพระคัมภีร์เกี่ยวกับการอธิษฐานก็เหลือเวลาไม่มากก็ได้คุยในบทเรียนแค่สองบรรทัดครับ :) แต่สิ่งที่ได้รับรู้มาก็มีค่ามากครับ ทำให้รู้ว่าคนเรามีความทุกข์ใจหลายๆเรื่องแต่ก็ยังรอคอยพระเจ้าเสมอ ไม่ได้ละทิ้งพระเจ้าครับ พอช่วงบ่ายวันนี้มีการออกประกาศรอบชุมชนอีกครั้งนึงครับ ผมก็ออกไปกับพี่เลี้ยงกลุ่มนึง ตอนจะกลับเราเดินเข้าซอยเล็กๆ และพบกับลุงท่านนึงขับรถสามล้อกำลังจะมาจอดหน้าเรา ก็ได้โอกาสทักทายและพูดคุยกับลุง ลุงอายุ 73 ครับ เหมือนลุงเค้าจะจอดรถเพื่อกินข้าวไม่รู้มื้อไหนตอนนั้นน่าจะบ่ายสามโมงครับ ผมเห็นลุงมีปลาทูใส่ถุงพลาสติก 1 ตัว และมีข้าวต้มใส่ถุงพลาสติก 1 ถุง เราบอกลุงว่าให้กินไปคุยไปครับ ลุงก็คุยกับเราครับ แต่ไม่ได้กินข้าว เรารู้ว่าลุงต้องจ่ายค่าเช่าบ้านหรือรถสามล้อวันละ 250 บาทครับ และก็ถามลุงว่าวันนี้ลุงมีรายได้เท่าไหร่แล้ว ลุงบอกเราว่ามีอยู่ยี่สิบบาทครับ พอได้ยินแบบนั้นความรู้สึกสงสารก็มาเลยครับ ทำไมคนที่ลำบากก็ลำบากมากๆ ยี่สิบบาทที่มีไม่มีทางพอใช้จ่ายอะไรสำหรับวันนี้ได้เลย พระเจ้าคงอยากให้เราได้มาบอกข่าวดีของพระเจ้ากับลุง มาอธิษฐานเผื่อลุง ผมก็อยากฝากให้ทุกคนช่วยอธิษฐานเผื่อด้วยครับ ลุงชื่อณรงค์ครับ ขอพระเจ้าทรงฟื้นใจ ฟื้นชีวิตใหม่ให้กับเขาทั้งหลายที่อยู่ในความทุกข์ครับ

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 57 ข้อ 18
เราได้เห็นวิถีของเขาแล้ว แต่เราจะรักษาเขาให้หาย เราจะนำเขาและฟื้นการชูใจให้แก่เขาและให้แก่ผู้ไว้ทุกข์ของเขา

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้ผมได้เป็นพยานเรื่องของพระองค์ในที่ประชุมนมัสการนึงครับ ผมเป็นพยานเรื่องของอากงของผมที่ท่านได้มาเชื่อพระเจ้าครับ และหลังจากกลับมาบ้านแล้วก็ได้เล่าให้แม่และน้องคนเล็กฟัง ปรากฏว่าเค้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ผมก็เลยมีโอกาสเป็นพยานให้ที่บ้านฟังอีกครั้งครับ :)
   ผมสังเกตุว่าหลายๆครั้งที่เราทำอะไรเพื่อพระเจ้าจะมีการขัดขวางเกิดขึ้นครับ ก็คือเมื่อคืนประมาณตีสามคุณป้าผมล้มในห้องน้ำลุกไม่ขึ้นครับ ก่อนหน้านี้คุณป้าก็ปกติดีครับ แม่ผมก็เลยมาปลุกผมเพื่อช่วยพยุงคุณป้าขึ้นมาครับ เสร็จแล้วผมก็นอนไม่หลับครับ ก็คิดอยู่ในใจว่าจะไหวมั๊ยที่จะต้องไปโบสถ์ตอนเช้าทำหน้าที่ฉายโปรเจคเตอร์ครับ แล้วมาช่วยงานในที่ประชุมนมัสการอีกที่ตอนบ่ายครับ แล้วตอนเย็นน้องคนกลางที่ไปด้วยกันก็เจออุบัติเหตุขณะขึ้นรถกลับครับ แต่ก็ขอบคุณพระเจ้าสำหรับเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านไปได้ด้วยดีครับ :)

   วันนี้ผมนำพระธรรมตอนนี้มาแบ่งปันครับ

พระธรรม 2 พงศาวดาร บทที่ 15 ข้อ 12 - 15
และเขาทั้งหลายทำพันธสัญญาที่จะแสวงหาพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเขา ด้วยสุดจิตสุดใจของพวกเขา
หากใครไม่แสวงหาพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลจะมีโทษถึงตาย ไม่ว่าผู้น้อยหรือผู้ใหญ่ ชายหรือหญิง
เขาทั้งหลายสาบานต่อพระยาห์เวห์ด้วยเสียงดัง ด้วยการโห่ร้องและด้วยเสียงแตรและเขาสัตว์
และยูดาห์ทั้งหมดก็เปรมปรีดิ์เพราะคำสาบานนั้น เพราะเขาทั้งหลายสาบานด้วยสุดใจของเขา และแสวงหาพระองค์ด้วยสุดความปราถนาของเขา และเขาทั้งหลายก็พบพระองค์ และพระยาห์เวห์ประทานการหยุดพักให้พวกเขาในทุกด้าน

   เราจะเห็นว่าช่วงเวลาที่กษัตริย์อาสาปกครองยูดาห์บ้านเมืองมีความสงบสุข ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าทั้งกษัตริย์อาสา และประชาชนต่างก็ร่วมใจทำพันธสัญญากันที่จะแสวงหาพระเจ้า พวกเขาพร้อมเพรียงใจกัน ยินดีที่จะให้คำมั่นสัญญา สิ่งที่เขาได้รับก็คือเขาได้พบพระเจ้า ได้รู้จักพระเจ้า และพระเจ้าก็ได้อวยพระพรให้บ้านเมืองมีความสงบสุขครับ ขอให้เราได้นำตัวอย่างที่ดีนี้มาใช้นะครับ ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2559 ช่วงเวลาที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าทำงานมากๆ จนเกินที่จะมีเวลาทำอย่างอื่น แต่วันนี้ได้มีโอกาสออกไปเดินประกาศรอบชุมชนแถวโบสถ์ ขอบคุณพระเจ้าครับ วันนี้ผมได้เดินออกประกาศคนเดียวเพราะต้องกลับบ้านไปส่งแม่แล้วกลับมาออกมาที่โบสถ์อีกรอบครับ แต่ก็ไม่สายเกินไปที่ได้ออกประกาศ เมื่อผมถึงโบสถ์ก็รีบออกเดินไปพลางอธิษฐานในใจว่าถ้าพระเจ้าทรงต้องการให้ผมประกาศก็ขอให้ผมได้พูดคุยกับใคนซักคนครับ แล้วผมก็ต้องเดินกลับโบสถ์โดยไม่ทันได้ประกาศกับใคร เพราะคิดว่าควรจะเตรียมตัวบางอย่างก่อนเลยเดินกลับไปหยิบใบปลิวที่โบสถ์ครับ แล้วออกมาใหม่ ผมเดินไปพบป้าที่ขายข้าวโพดปิ้ง มันปิ้ง ก็คิดว่าจะเข้าไปคุยกับป้า โดยผมช่วยอุดหนุนข้าวโพดปิ้งแล้วได้พูดคุยกับป้าได้มอบใบปลิวให้ป้าครับ และใกล้ๆกันนั้นผมก็มองเห็นพี่ชายคนนึงนั่งอยู่กับรถเข็ญขายเครื่องไม้ เช่น กระปุกออมสินไม้ เรื่อไม้ครับ ผมก็ถือโอกาสเขาไปพูดคุยกับเขา พี่เขาก็ยินดีคุยด้วย เรานั่งริมฟุตบาทคุยกัน คุยนานพอสมควรผมก็ได้มีโอกาสพูดถึงเรื่องของพระเจ้าให้เขาฟัง รู้สึกดีใจที่วันนี้มีโอกาสได้พูดเรื่องราวของพระเจ้าให้คนอื่นได้ฟังครับ ขอพระเจ้าทรงนำให้คุณป้าและพี่ที่ผมได้คุยด้วย ให้เค้าได้เปิดใจและมีโอกาสที่จะยอมรับข่าวประเสริฐของพระเจ้าครับ :)

พระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 32 ข้อ 1 - 3
"โอ ฟ้าสวรรค์ จงเงี่ยหู ข้าพเจ้าจะพูด ขอแผ่นดินโลกจงฟังถ้อยคำจากปากข้าพเจ้า
ขอให้คำสอนของข้าพเจ้าหยดลงอย่างเม็ดฝน และคำปราศรัยของข้าพเจ้ากลั่นตัวลงอย่างน้ำค้าง อย่างห่าฝนตกเหนือพรรณพืช
เพราะข้าพเจ้าจะประกาศพระนามของพระยาห์เวห์ จงถวายความยิ่งใหญ่แด่พระเจ้าของเรา

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2559 ผมอยากจะแบ่งปันประเด็นที่น่าสนใจจากคำเทศนาของอาจารย์วันนี้ครับ เรารู้ว่ามารซาตานล่อลวงมนุษย์ให้ไม่เชื่อฟังพระเจ้าและกระทำบาป มารล่อลวงตั้งแต่มนุษย์คู่แรกอาดัมและเอวา จนทุกวันนี้มารก็ยังคอยล่อลวงมนุษย์ และมนุษย์ก็มักจะหลงไปกับการล่อลวงนั้นอย่างง่ายดาย เพราะว่าสิ่งที่มารเอามาล่อลวงมนุษย์ก็คือสิ่งสวยงาม สิ่งที่กายเนื้อหนังเราต้องการ เช่น อาจจะมาจากสาวสวย หนุ่มหล่อ สิ่งของที่งดงาม สิ่งของมีค่าในโลกนี้ หรือว่าชื่อเสียงเกียรติยศ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งชั่วคราวในโลกนี้ แต่ให้เราแสวงหาสิ่งที่ยั่งยืนคือชีวิตนิรันดร์ที่พระเจ้าทรงประทานผ่านพระบุตรของพระองค์ครับ
   ผมมีข้อพระคัมภีร์ที่จะช่วยให้เรารู้ว่าใครที่เป็นคนพูดเท็จหลอกลวงมนุษย์ใครที่ไม่หลอกลวงครับ :)

พระธรรม 1 ยอห์น บทที่ 2 ข้อ 21 - 25
ข้าพเจ้าเขียนจดหมายถึงพวกท่าน ไม่ใช่เพราะท่านไม่รู้ความจริง แต่เพราะท่านรู้แล้ว และรู้ว่าคำมุสาไม่ได้มาจากความจริง
ใครล่ะเป็นคนที่โกหก ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนที่ปฏิเสธว่าพระเยซูไม่ใช่พระคริสต์ ผู้ที่ปฏิเสธพระบิดาและพระบุตร ผู้นั้นแหละเป็นศัตรูของพระคริสต์
ทุกคนที่ปฏิเสธพระบุตร ไม่มีพระบิดา ผู้ที่ยอมรับพระบุตรก็มีพระบิดาด้วย
ท่านทั้งหลาย จงให้สิ่งที่ได้ยินมาตั้งแต่ต้นนั้นดำรงอยู่กับท่าน ท่านก็จะอยู่ในพระบุตรและในพระบิดาด้วย
นี่แหละเป็นสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้กับเรา คือชีวิตนิรันดร์

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 วันนี้ผมได้มีโอกาสออกไปประกาศเรื่องของพระเจ้าอีกครั้งครับ ครั้งนี้ได้พี่สันต์พี่ที่โบสถ์ชวนไปเพื่อจะสอนผมถึงวิธีการประกาศโดยนำพระคัมภีร์ไปแจกครับ ขอบคุณพระเจ้าที่การประกาศในวันนี้มีคนที่สนใจฟังเรา และก็มีคนที่รับพระคัมภีร์ไปศึกษาครับ และก็ทำให้เราได้รู้จักคนในชุมชน รู้ว่าคนใกล้ๆโบสถ์แต่เค้าก็ยังไม่ได้รู้จักพระเจ้าหลายๆคนครับ ขอให้พระเจ้าเมตตาให้คนของพระองค์ได้บอกกล่าวเรื่องข่าวประเสริฐของพระเจ้าแก่คนที่ยังไม่ได้ยินเรื่องของพระองค์ ให้เค้าได้รู้จักพระเจ้าที่ทรงรักเค้าด้วยครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 วันนี้ผมมีข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญและอาจจะยาวซักหน่อยนึงครับ

พระธรรมเอเสเคียล บทที่ 7 ข้อ 1 - 13
พระวจนะของพระยาเวห์มาถึงข้าพเจ้าอีกว่า
"เจ้า บุตรมนุษย์เอ๋ย พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสกับแผ่นดินอิสราเอลดังนี้ว่า อวสาน อวสานมาถึง ทั้งสี่มุมของแผ่นดิน
บัดนี้อวสานมาถึงเจ้า และเราจะปล่อยให้ความกริ้วของเรามาเหนือเจ้า และเราจะพิพากษาเจ้าตามวิถีชีวิตของเจ้า และเราจะลงทัณฑ์เพราะสิ่งสะอิดสะเอียนทั้งหมดของเจ้า
นัยต์ตาของเราจะไม่ปรานีเจ้า และเราก็จะไม่กรุณา แต่เราจะลงทัณฑ์เจ้าตามวิถีชีวิตเจ้า ขณะเมื่อสิ่งน่าสะอิดสะเอียนยังอยู่ท่ามกลางเจ้า แล้วเจ้าจะรู้ว่า เราคือยาห์เวห์
พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ดูสิ วิบัติ วิบัติที่ไม่เคยมี ได้มาถึงแล้ว
อวสานมาถึง อวสานนั้นมาถึงแล้ว มันตื่นขึ้นมาต่อสู้เจ้า ดูสิ มันมาถึงแล้ว
ชาวแผ่นดินเอ๋ย ความหายนะของเจ้ามาถึงแล้ว เวลานั้นมาถึงแล้ว วันนั้นก็ใกล้เข้ามา มีแต่ความโกลาหล และไร้ความยินดีบนภูเขา
บัดนี้ ใกล้เวลาที่เราจะเทความโกรธของเราบนเจ้า และระบายความกริ้วของเราต่อเจ้าจนหมดสิ้น และเราจะพิพากษาเจ้าตามวิถีชีวิตเจ้า และเราจะลงทัณฑ์เพราะสิ่งน่าสะอิดสะเอียนทั้งหมดของเจ้า
นัยน์ตาของเราจะไม่ปรานี และเราก็จะไม่กรุณา แต่เราจะลงทัณฑ์เจ้าตามวิถีชีวิตเจ้า ขณะเมื่อสิ่งน่าสะอิดสะเอียนยังอยู่ท่ามกลางเจ้า แล้วเจ้าจะรู้ว่า เราคือยาห์เวห์ผู้โบยตี
นี่แน่ะ วันนั้น ดูสิ มาถึงแล้ว ความหายนะของเจ้าออกมาแล้วไม้พลองก็เบ่งบาน ความเย่อหยิ่งก็ผลิดอก
ความรุนแรงได้เจริญขึ้นเป็นไม้พลองของความชั่วไม่มีใครเหลืออยู่เลย ไม่มีสิ่งใดเหลือจากความมั่งคั่งของพวกเขา ไม่มีเสียงอีกทึกครึกโครมในพวกเขา ไม่มีคนสำคัญในพวกเขา
เวลานั้นมาแล้ว วันนั้นมาถึงแล้ว อย่าให้คนซื้อดีใจ อย่าให้คนขายเสียใจ เพราะพระพิโรธอยู่เหนือประชากรทั้งหมดของแผ่นดิน
เพราะคนขายจะไม่ได้กลับไปยังสิ่งที่เขาขายไปขณะเมื่อเขายังมีชีวิตอยู่ เพราะว่านิมิตนั้นเกี่ยวข้องกับประชากรทั้งหมดและจะไม่หันกลับ และเพราะความผิดบาปของเขา จึงไม่มีใครอาจรักษาชีวิตไว้ได้

   พระเจ้าทรงตรัสกับผู้เผยพระวจนะเอเสเคียล ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นวันแห่งการพิพากษาลงโทษ อ่านแล้วผมรู้สึกว่าการลงโทษนี้น่ากลัว พระเจ้าทรงโกรธอย่างมากกับสิ่งที่มนุษย์ทำ พระเจ้าทรงย้ำหลายครั้งในตอนนี้ว่าจะพิพากษาตามวิถีชีวิตของเรา และจะลงโทษก็เพราะสิ่งน่าสะอิดสะเอียน สิ่งที่พระเจ้าทรงไม่พอพระทัยนี้ ก็คือความบาป คือรูปเคารพ มนุษย์เย่อหยิ่งไม่เชื่อฟังพระเจ้า หันหน้าจากพระเจ้าไปหารูปเคารพ ชีวิตมีแต่ความบาปความรุนแรง ดังนั้นเขาต้องถูกลงโทษ เขาจะไม่เหลืออะไรเลย ไม่มีความมั่งคั่งไม่มีคุณค่าใดเหลืออยู่ แม้กระทั้งชีวิตของเขา แต่ผมรู้ว่าพระเจ้าไม่ได้อยากจะลงโทษมนุษย์หรอก เพราะพระเจ้าทรงบอกผู้เผยพระวจนะ และทรงบอกเราถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อน ดังนั้นเรารู้เรื่องนี้แล้วก็ต้องกลับใจและไม่ทำให้พระเจ้าผิดหวังครับ

   สวัสดีครับ วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 ผมอยากจะขอบคุณพระเจ้าสำหรับเรื่องราวเมื่อวานนี้ครับ ช่วงนี้ผมทำงานกลับบ้านดึกๆติดต่อกัน เมื่อวานก็เป็นอีกวันนึงที่งานเยอะครับ ประมาณช่วงสองทุ่มน้องในที่ทำงานชวนลงไปหาอะไรกินครับ ผมก็เลยบอกว่างั้นไปกินราดหน้าใกล้ๆนี้ แล้วก็กลับมาทำงานต่อครับ จนประมาณสามทุ่มกว่าผมก็กลับบ้าน คิดว่าวันนี้ดึกมากเลยขึ้นทางด่วนเพื่อไม่ให้ถึงบ้านมืดเกินไปครับ พอขับมาใกล้ๆจะถึงแล้วอีกประมาณห้าหกกิโลเมตรผมขับอยู่ในเลนกลาง รู้สึกตัวอย่างกระทันหันว่ามีสิ่งผิดปกติอย่างมากเกิดขึ้นครับ เหมือนกับแผ่นดินไหวเลยครับ ทุกอย่างที่ผมมองออกไปเหมือนจะไหลลงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ผมควบคุมอะไรไม่ได้เลยครับ ในใจคิดว่าแผ่นดินไหวรุนแรง คิดไกลออกไปว่าถ้าเป็นแบบนี้รถที่บนถนนต้องชนกันวุ่นวายแน่ครับ ตอนนั้นผมคิดถึงพระเจ้ามาก ขอพระเจ้าดูแลชีวิตผม ขอพระเจ้าช่วยคุ้มครองให้ผมนำรถกลับไปบ้านให้ได้ ผมพยายามขับเข้าซ้ายในขณะที่ผมมองอะไรมัวๆไม่ชัดไปหมด ผมเห็นมีรถน้ำมันอยู่ในเลนซ้ายข้างหน้าผมพยายามขับประคองรถให้อยู่ต่อท้ายรถข้างหน้า เพราะอีกนิดเดียวก็จะมีทางออกไปเลนซ้ายริมถนน ขอบคุณพระเจ้าที่ผมก็สามารถออกไปริมถนนได้ และตัดสินใจว่าไปต่อไม่ได้แน่ๆเลยจอดรถและเปิดไฟฉุกเฉินครับ ผมเปิดหน้าต่างมองออกไปแถวนั้นไม่มีคนเลย ผมรู้สึกว่ามึนหัวมากๆเลยนึกได้ว่าหรือว่าตัวเองที่ผิดปกติแต่รอบๆไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น ผมนั่งพยายามรอให้ตัวเองดีขึ้นค่อยขับต่อ รอซักพักก็ไม่ดีขึ้นแต่พยายามขับช้าๆเพราะอีกไม่ไกลก็จะถึงหมู่บ้านแล้ว พอขับไปถึงทางเข้าหมู่บ้านแค่นิดเดียวผมต้องหยุดรถจอดอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ไหวจริงครับ ผมเดินออกมาข้างทาง ผมอาเจียนอาหารออกมา มึนหัวมากและเดินไม่ตรงทางครับ คิดว่าถ้าน้องถึงบ้านแล้วจะเรียกออกมาขับรถกลับไปครับ พออาเจียนเสร็จก็รอซักพักพยายยามตั้งสติขับช้าๆ เข้าไปและคิดว่าถึงบ้านคงจอดรถไว้ข้างหน้าคงขับถอยรถเข้าไม่ไหว ผมเดินขึ้นไปพักในห้องนอน พยายามจะนอนให้หลับเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว ขอบคุณพระเจ้าสำหรับเหตุการณ์นี้ ถ้าพระเจ้าไม่ได้ช่วยผมไว้ผมคงกลับไม่ถึงบ้าน อาการที่ผมเป็นผมไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย ภาพที่เห็นก็มัวๆเหมือนไหลไปข้างหน้า วันนี้ผมลางาน พักผ่อนแล้วก็รู้สึกดีขึ้นแล้วครับ และครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่าชีวิตเป็นของพระเจ้าจริงๆ ไม่ว่าเราจะอยู่ในเหตุการณ์อะไรขอให้เรามีพระเจ้าเสมอนะครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2559 วันนี้ผมนำเอาพระวจนะที่ได้ฟังจากคำเทศนาเมื่อเช้านี้มาฝากครับ

พระธรรมสดุดี บทที่ 112 ข้อ 7
เขาจะไม่กลัวข่าวร้าย ใจของเขามั่นคง วางใจในพระยาเวห์

   ข้อพระคัมภีร์นี้พูดถึงคนที่ยำเกรงพระเจ้า ผมว่าในปัจจุบันนี้ควรได้รับการหนุนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราได้ยินข่าวอะไรต่างๆมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นข่าวในด้านร้ายๆ บางข่าวก็ดูไกลตัว แต่บางข่าวก็ดูเป็นเรื่องไกลตัว ฟังแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเกิดความกลัวความกังวล แต่ให้เราเชื่อให้เรายำเกรงพระเจ้า เมื่อเราวางใจในพระเจ้า เราจะเข้มแข็งและไม่วุ่นวายใจครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม 2559 ขอบคุณพระเจ้าสำหรับปีใหม่อีกปีนึงที่เราได้มาพบกันครับ :)

พระธรรมเอเสเคียล บทที่ 36 ข้อ 16 - 21
พระวจนะของพระยาห์เวห์มายังข้าพเจ้าอีกว่า
"บุตรของมนุษย์เอ๋ย เมื่อพงศ์พันธุ์อิสราเอลอาศัยอยู่ในแผ่นดินของตน เขาทำให้แผ่นดินเป็นมลทินด้วยวิถีและการกระทำของเขา ความประพฤติของเขาต่อหน้าเราก็เหมือนมลทินอันเกิดจากประจำเดือน
เพราะฉะนั้น เราจึงระบายความโกรธของเราออกเหนือเขา ด้วยเรื่องโลหิตซึ่งเขาได้ทำให้ตกบนแผ่นดิน ด้วยเรื่องรูปเคารพซึ่งเขาทำให้แผ่นดินนั้นเป็นมลทิน
เราจึงกระจายพวกเขาไปท่ามกลางประชาชาติ และให้เขากระจัดกระจายไปตามประเทศต่างๆ เราพิพากษาเขาตามวิถีและการกระทำของเขา

   พระคัมภีร์ตอนนี้ทำให้เราเห็นว่าแม้อิสราเอลซึ่งเป็นชนชาติที่พระเจ้าทรงเลือกสรร เมื่อพวกเขาทำผิดบาป พระเจ้าก็ทรงไม่พอพระทัย พระเจ้าทรงตัดสินเขาอย่างยุติธรรมตามการกระทำของเขา และลงโทษเขาให้คนอิสราเอลต้องกระจัดกระจายไปทั่วโลกไม่มีบ้านไม่มีที่อยู่ และต้องรออีกหลายปีจนพระเจ้าทรงอภัยและนำเค้ากลับมาเป็นประเทศอิสราเอลอีกครั้งนึงครับ เรื่องนี้ทำให้เตือนเราทุกคนที่เป็นคริสเตียนว่าถึงแม้เรากลับใจใหม่ และพระเจ้าทรงอภัยบาปที่เราเคยทำมาก่อน แต่ถ้าเรากลับไปทำบาปพระเจ้าก็จะทรงตัดสินเราตามสิ่งที่เรากระทำครับ

   สวัสดีครับ วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2558 เรามาลองดูพระประสงค์ของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์กันนะครับ

พระธรรมมีคาห์ บทที่ 6 ข้อ 8
มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงสำแดงแก่เจ้าแล้วว่าอะไรดี ? และพระยาห์เวห์ทรงประสงค์อะไรจากเจ้า ? นอกจากให้ทำความยุติธรรมและให้รักความเมตตา และให้ดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้าของเจ้าด้วยความถ่อมใจ

   พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ และพระเจ้าก็มีพระประสงค์ต่อมนุษย์ด้วย พระเจ้าอยากให้เราทำความยุติธรรม ให้เรามีความรักเมตตา และอีกสิ่งหนึ่งก็คือพระเจ้าอยากให้เราดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้าด้วยความถ่อมใจ สองข้อแรกพระเจ้าประสงค์ให้มนุษย์เป็นคนดีเป็นคนชอบธรรม ส่วนข้อสุดท้ายนั้นในความคิดผมก็คือพระเจ้าอยากให้มนุษย์รักพระองค์ ถ้าเราไม่รัก เราก็คงจะไม่ยอมที่จะดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้า และขอให้พระประสงค์ของพระเจ้านั้นเป็นจริงในเราทุกคนครับ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2558 ช่วงก่อนคริสตมาสของทุกปี ผมจะมีสิ่งที่ต้องช่วยเตรียมเรื่องสถานที่ในวันงานของที่โบสถ์ หลายๆคนที่มาช่วยต้องทำงานหนักเพื่อให้พร้อมสำหรับงานฉลองคริสตมาส และเมื่อถึงวันงานเราต่างก็ชื่นชมยินดีในการประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้า ยิ่งไปกว่านั้นก็ได้ยินดีที่เราได้ระลึกถึงพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้าซึ่งลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ เพราะพระเยซูทำให้เราได้รู้จักพระเจ้าที่แท้จริง และได้รับชีวิตนิรันดร์ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับคริสตมาสนี้ สำหรับความรักมากมายของพระเยซูคริสต์ :)

พระธรรม 1 ยอห์น บทที่ 5 ข้อ 20
และเรารู้ว่าพระบุตรของพระเจ้าเสด็จมาแล้วและประทานสติปัญญาแก่เรา เพื่อให้เรารู้จักพระองค์ผู้ทรงสัตย์จริง และเราอยู่ในพระองค์นั้นโดยอยู่ในพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ พระองค์นี่แหละเป็นพระเจ้าแท้และเป็นชีวิตนิรันดร์

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2558 วันนี้ผมมีเรื่องขอบคุณพระเจ้าอีกนึงครับ เนื่องจากเมื่อต้นอาทิตย์ที่ผ่านมาผมไม่สบายครับ เป็นไข้รู้สึกร้อนหนาว ปวดเมื่อยตามร่างกาย แล้วก็ไอด้วยครับ กลางคืนนอนหลับไปซักพักก็ต้องตื่นครับ อาการดูเหมือนจะเป็นไข้หวัดใหญ่ครับ ผมมียาที่กินรักษาตามอาการครับ แต่ยังไม่ได้ไปหาหมอครับ ผมก็อธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงรักษา วันที่สองก็ยังไม่หายครับ ก็ต้องลางานอีกวันนึงครับ คืนวันที่สองผมก็ยังเป็นไข้ แต่ก็พยายามนอนให้ได้ครับ คืนนี้หลับแบบไม่รู้เรื่องเลยครับ ตื่นมาตอนเช้าผมรู้ว่าวันนี้ผมหายป่วยแล้วครับ เป็นการหายป่วยแบบงงๆครับ อยู่ๆก็หายป่วย ทุกคนในที่ทุกงานก็ไม่เชื่อว่าผมป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ เพราะไม่น่าจะหายไวขนาดนี้โดยที่ไม่ได้ไปหาหมอครับ ขอบคุณพระเจ้าผมรู้ว่าพระเจ้าทรงรักษาจริงๆครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2558 วันนี้ผมนำพระธรรมตอนนี้มาฝากครับ

พระธรรม 2 พงศาวดาร บทที่ 20 ข้อ 20 - 21
เขาทั้งหลายลุกขึ้นแต่เช้าและออกไปยังถิ่งทุรกันดารเทโคอา และเมื่อเขาออกไป เยโฮชาฟัททรงยืนและตรัสว่า "ยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มเอ๋ย จงฟังข้าพเจ้า จงวางใจในพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทั้งหลาย แล้วท่านจะได้รับความมั่นคง จงเชื่อบรรดาผู้เผยพระวจนะของพระองค์ แล้วท่านจะได้รับความสำเร็จ
และเมื่อพระองค์ทรงปรึกษากับประชาชนแล้ว พระองค์ทรงแต่งตั้งพวกที่จะร้องเพลงถวายพระยาห์เวห์ และสรรเสริญพระองค์ผู้ทรงไว้ด้วยความบริสุทธิ์ ขณะเมื่อพวกเขาเดินนำหน้ากองทัพออกไปและร้องว่า "จงขอบพระคุณพระยาเวห์ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์

   ครั้งนั้นคนโมอับและคนอัมโมนกับคนภูเขาเสอีร์ ทั้ง 3 ประเทศนี้ยกกองทัพมารุกรานยูดาห์ (อิสราเอลตอนใต้) ตอนนั้นถือว่าเป็นวิกฤตของชาวยูดาห์ เยโฮชาฟัทพระราชาของยูดาห์ทรงมีความกลัว และพระองค์แสวงหาการช่วยเหลือจากพระเจ้า เยโฮชาฟัททรงทูลต้องพระเจ้าว่าพระองค์ไม่สามารถชนะคนมากมายนี้ที่ยกมาทำสงครามได้ และพระองค์กับประชาชนร้องทูลเพื่อขอให้พระเจ้าทรงช่วยเหลือยูดาห์ พระเจ้าทรงตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะมาบอกโยโฮชาฟัทว่า ทุกคนอย่าได้กลัวและอย่าท้อแท้ เรื่องทั้งหมดนี้พระเจ้าจะทรงจัดการให้

   เราจะเห็นท่าทีของเยโฮชาฟัทและคนยูดาห์ที่เค้ามีต่อปัญหาใหญ่ที่กำลังเผชิญ เขามองหาพระเจ้าก่อน และก็ทูลขอการช่วยเหลือจากพระเจ้าครับ และข้อพระคัมภีร์ข้างบนทำให้เราเห็นว่า เยโฮชาฟัทบอกให้ประชาชนวางใจในพระเจ้าเพื่อเขาจะมั่นคงปลอดภัย และเชื่อผู้เผยพระวจนะเพื่อพวกเขาจะประสบความสำเร็จ ถ้าเมื่อไหร่เราทูลขอจากพระเจ้า แต่เราไม่ได้วางใจ ไม่ได้คอยฟังและเชื่อสิ่งที่พระเจ้าบอกเรา เราก็จะไม่สามารถผ่านปัญหานั้นๆไปได้ครับ และสิ่งที่น่าสนใจอีกสิ่งหนึ่งก็คือ เราคงเพิ่งเคยเห็นว่าการไปออกรบของยูดาห์ พระราชาเยโฮชาฟัทได้ตั้งคณะนักร้องนำหน้ากองทัพและร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า :) ปกติจะเห็นแต่ว่ากองทัพจะต้องมีการส่งกองกำลังที่แข็งแกร่งไปเป็นทัพหน้า แต่กองทัพของยูดาห์ส่งนักร้องเป็นทัพหน้า นักร้องก็ไม่ได้ร้องเพลงปลุกใจให้ต่อสู้ แต่ร้องเพลงสรรเสริญ ขอบคุณพระเจ้า นี่แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่นักร้องที่อยู่ข้างหน้ากองทัพ แต่เขาเชื่อเสมอว่าพระเจ้านำหน้าเขา และพวกเขาวางใจในพระเจ้าด้วย และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ พระเจ้าทรงนำเขาให้พ้นจากอัตราย เพราะพระเจ้าทรงต่อสู้แทนพวกเขาครับ ขอให้ชีวิตเราเป็นเหมือนคนยูดาห์ที่มีพระเจ้าเสมอไม่ว่าจะพบกับปัญหาใดๆครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2558 วันนี้ผมขอเริ่มต้นด้วยการขอบพระคุณพระเจ้าครับ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับรางวัลที่บริษัทได้มอบให้ครับ เป็นรางวัลที่หน่วยงานได้เสนอโครงการที่ผมทำที่บริษัท เนื่องจากเป็นโครงการที่มีประโยชน์และทำงานได้สำเร็จครับ หลายๆคนที่ทำงานด้วยกันมักจะเห็นว่าผมขยันทำงานมากๆ แท้จริงแล้วผมไม่ได้ทำเพื่อรางวัลหรือเพื่อเงินทองหรือเพื่อการยกย่องใดๆครับ (ไม่ได้พูดให้ดูดีนะครับ ผมคิดแบบนั้นจริงๆครับ) ผมถูกสอนว่าเราเป็นคริสเตียนทำงานทุกอย่างก็เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้ผมมีโอกาสถวายเกียรติแด่พระเจ้าด้วยงานที่ผมทำ เพราะถ้าไม่มีพระองค์ทรงนำในทุกอย่างที่ทำผมก็คงไม่สามารถมีแรงกายแรงใจที่จะทำงาน และไม่มีความสามารถที่จะผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้ครับ ผมอยากฝากให้ลูกของพระเจ้าทุกๆคนตั้งใจทำในสิ่งที่ดี เพื่อพระเจ้า เพื่อคนรอบข้างนะครับ :)

   ผมจะเล่าเรื่องประทับใจจากค่ายพี่เลี้ยงต่อนะครับ วันที่เราประกาศกับเด็กๆในชุมชนที่ศรีสะเกษ มีเด็กๆมาร่วมกิจกรรมเยอะมากครับ เค้ามารอกันก่อนเวลา ผมนั่งดูที่ที่มารอ มีกลุ่มเด็กที่เอาลูกฟุตบอลมาเล่นในบริเวณนั้น เด็กเล่นกันสนุกสนานจนผมอยากจะลงไปเล่นด้วย แต่กลัวลื่นล้มจะอายเด็กครับ จริงๆเด็กที่นั่นเล่นฟุตบอลกันดีครับ อีกหน่อยถ้าได้เล่นต่อเนื่องอาจจะได้เป็นนักฟุตบอลก็ได้นะครับ หลังจากดูเด็กเล่นเพลินๆ เด็กบางคนก็กลับไปเพราะเล่นจนเหนื่อย มีเด็กเล็กคนนึงเดินมาที่ผม น้องคนนี้ก็พูดกับผมเป็นภาษาอีสานครับ ซึ่งผมฟังไม่ค่อยรู้แต่เดาว่าน้องถามว่าจะเริ่มกิจกรรมเมื่อไหร่ ผมก็เห็นว่าเวลานั้นใกล้ๆจะห้าโมงเย็นทีมงานยังไม่ได้เตรียมตัวเลย ก็เลยคิดว่าน่าจะเริ่มหกโมงเย็นก็เลยบอกน้องไปแบบนั้นครับ น้องก็เลยเดินไปเอาจักรยานกลับบ้านไปก่อน คิดว่าคงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะเล่นฟุตบอลจนเหนื่อยเลย แต่ที่จริงแล้วงานกิจกรรมจะเริ่มห้าโมงเย็นครับ เมื่อผมรู้แบบนั้นก็เริ่มกังวลกับสิ่งที่พูดไปเมื่อกี๊ครับ ผมถามเด็กๆกลุ่มนึงที่นั่งคุยกันใกล้ๆที่ผมดูฟุตบอลว่ารู้จักน้องคนที่เดินกลับไปเมื่อกี๊มั๊ยครับ แต่ดูเหมือนเค้าจะไม่รู้จักกันครับ เพราะเด็กน่าจะมาจากหลายๆที่อาจจะอยู่คนที่ชั้นเรียนกันครับ ผมไม่สบายใจเลยครับ ผมอาจจะเป็นเหตุให้เด็กเล็กคนนี้พลาดโอกาสในการฟังเรื่องของพระเจ้าครับ ผมอธิษฐานกับพระเจ้าขอให้พระเจ้าช่วยนำเด็กคนนี้กลับมาทันกิจกรรมการประกาศในวันนี้ครับ เมื่อกิจกรรมเริ่มขึ้นและผมมีโอกาสเดินไปเพื่อแจกขนมเด็กๆซึ่งนั่งตามชั้นเรียนของตัวเอง ขอบคุณพระเจ้าผมพบว่าเด็กคนนั้นนั่งอยู่ในแถวของเด็กอนุบาลครับ :) ขอบคุณพระเจ้าสำหรับกิจกรรมในวันนั้นทุกคนมีความสุขทั้งเด็กๆและพี่ๆที่นำกิจกรรมครับ ขอพระเจ้าทรงนำพาเด็กๆในชุมชนทุกๆคนให้เค้าได้รู้จักพระองค์ ได้เติบโตเป็นเด็กที่ดี เป็นลูกที่ดีของพระเจ้าครับ อาเมน :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2558 เมื่อวันพุธผมได้มีโอกาสที่ออกเดินทางไปกับกลุ่มพี่เลี้ยงและคณะสตรีที่โบสถ์ เพื่อไปประกาศและช่วยเหลือชุมชนที่จังหวัดศรีสะเกษ และได้ไปร่วมนมัสการกับพี่น้องภาคอีสานที่จังหวัดอุบล และเดินทางกลับมาเมื่อวันเสาร์ครับ ตอนแรกผมเกือบจะไม่ได้ไปร่วมงานในครั้งนี้เพราะว่าติดงานที่บริษัทซึ่งเยอะและเร่งมากในช่วงนี้ครับ ขอบคุณพระเจ้าที่แพลนงานบางอย่างได้ถูกเลื่อนออกไปก็เลยสามารถเดินทางไปครั้งนี้ได้ครับ ก็เป็นครั้งแรกที่เดินทางไปต่างจังหวัดที่ไกลออกไปครับ ครั้งนี้เป็นการประกาศที่แตกต่างกับครั้งอื่นๆ เพราะเราไปที่บ้านนาขนวน อำเภอกันทรลักษ์ ที่จังหวัดศรีษะเกษ ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนไทยกัมพูชาครับ คนไทยในพื้นที่นั้นส่วนใหญ่ก็ทำการเกษตรครับ แล้วก็พูดภาษาอีสาน ซึ่งผมฟังได้บ้างไม่ได้บ้างครับ :) บ้านพี่น้องที่อยู่ในกลุ่มพี่เลี้ยงที่ให้ทีมจากที่โบสถ์ไปพักก็ให้การต้องรับอย่างดีครับ
   เรื่องประทับใจที่ผมอยากมาเล่าเรื่องแรกก็คือ เราได้นัดชาวบ้านมาเรียนทำน้ำยาล้างจาน และก็มีพี่ที่ร้องหมอลำได้มาร้องเพลงให้ชาวบ้านฟังครับ ร้องเพลงนมัสการในรูปแบบของหมอลำและลูกทุ่งครับ และก็ประกาศเรื่องของพระเจ้าด้วยเสียงเพลง ชาวบ้านก็ประทับใจกับเสียงเพลงนี้มากครับ และเราได้ไปสอนชาวบ้านทำน้ำยาล้างจานครับ เพื่อเค้าจะได้นำไปใช้ ผมก็เพิ่งรู้พร้อมชาวบ้านว่าต้องทำยังงัย (พี่คนอื่นเป็นคนสอนครับ :)) ชาวบ้านบางคนก็เคยทำน้ำยาล้างจานมาแล้วก็ยังสนใจฟังเราและร่วมกันทำน้ำยาล้างจานครับ และเราก็นำชุดยาสามัญประจำบ้านไปแจกให้ชาวบ้านด้วยครับ นอกจากนั้นเราก็เชิญชวนชาวบ้านที่ไม่สบายออกมาและทีมของเราก็อธิษฐานเผื่อให้พระเจ้าทรงรักษาความเจ็บป่วยของชาวบ้านครับ ขอบคุณพระเจ้าที่คนป่วยหลายๆคนออกมา และพระเจ้าก็ทรงทำการอัศจรรย์ ทรงรักษาความเจ็บป่วยของชาวบ้านหลายๆคนครับ ทุกคนก็รู้สึกชื่นชมยินดีครับ แล้วผมจะมาเล่าเรื่องราวประทับใจเรื่องต่อๆไปให้ฟังอีกนะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2558

พระธรรม ยากอบ บทที่ 5 ข้อ 7 - 11
เพราะฉะนั้น พี่น้องเอ๋ย จงอดทนจนกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมา ดูซิ ชาวนายังรอคอยพืชผลอันล้ำค่าที่จะได้จากแผ่นดิน อดทนรอคอยจนกว่าฝนต้นฤดูและฝนชุกปลายฤดูจะมา
ท่านทั้งหลายก็ต้องอดทนอย่างนั้น จงทำใจให้ดีไว้เพราะการเสด็จมาขององค์พระผู้เป็นเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว
พี่น้องทั้งหลาย อย่าบ่นว่ากันและกัน เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกพิพากษา นี่แน่ะ องค์พระผู้พิพากษาทรงยืนอยู่ที่หน้าประตูแล้ว
พี่น้องทั้งหลาย จงเอาอย่างการทนทุกข์และการอดทนของบรรดาผู้เผยพระวจนะซึ่งกล่าวในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า
นี่แน่ะ เราถือว่าคนเหล่านั้นที่สู้ทนก็เป็นสุข ท่านได้ยินเรื่องความทรหดอดทนของโยบ และได้เห็นสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำให้เขาในบั้นปลาย คือว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมีความสงสารและความเมตตากรุณาเพียงไร

   ขอพระวจนะของพระเจ้าเป็นที่หนุนใจให้กับพี่น้องทุกคนนะครับ ในพระวจนะของพระเจ้าบอกว่าถ้าเราอดทนรอคอยพระเจ้า ที่สุดแล้วเราจะได้เห็นพระเมตตาของพระเจ้าที่มีมากมายต่อลูกของพระองค์ทุกคนครับ ดังนั้นเมื่อเรารู้จักที่จะรอคอยเราจะไม่บ่นว่าซึ่งกันและกัน แต่จะร่วมใจกันแสวงหาพระเจ้าด้วยกันนะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2558 ต่อไปนี้ผมขอใช้ข้อพระคัมภีร์จากพระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 ครับ :)

พระธรรม มัทธิว บทที่ 18 ข้อ 6 - 7
"แต่ถ้าใครทำให้ผู้เล็กน้อยเหล่านี้คนหนึ่งที่วางใจในเราหลงผิดไป เอาหินโม่ก้อนใหญ่ผูกคอคนนั้นแล้วถ่วงเขาเสียที่ทะเลลึกก็จะดีกว่า
วิบัติแก่โลกนี้ที่ทำให้มีการหลงผิด การหลงผิดย่อมจะต้องมี แต่วิบัติจงมีแก่คนที่ทำให้เกิดการหลงผิด

   ข้อพระธรรมสองข้อนี้ทำให้เรารู้ว่าพระเจ้าทรงห่วงใยทุกๆคนแม้ว่าเราจะเป็นเพียงผู้เล็กน้อยคนหนึ่ง พระเจ้าทรงกลัวว่าลูกของพระองค์จะหลงไปทำผิด หลงไปในทางที่ไม่ถูกต้อง และพระองค์ไม่ทรงพอพระทัยอย่างยิ่งเมื่อมีการหลงผิด ในโลกของเราที่เต็มไปด้วยความบาปย่อมมีหลายสิ่งที่ล่อลวงให้เราหลงไปจากทางของพระเจ้า แต่ถ้าผู้ใดเป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงผิดย่อมต้องได้รับโทษจากพระเจ้าครับ ดังนั้นเราจะต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิตเพื่อไม่ให้ตัวเราเองหลงไปทำส่ิงที่ไม่ดี หรือสิ่งที่เราแสดงต่อผู้อื่นทำให้ผู้อื่นหลงผิดก็ไม่ควรกระทำครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2558
พระธรรม 2 โครินธ์ บทที่ 4 ข้อ 13
เพราะว่าเรามีใจเชื่อเช่นเดียวกับผู้ที่เขียนไว้ว่า ข้าพเจ้าเชื่อ เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงพูด เราก็เชื่อเหมือนกันเพราะฉะนั้นเราจึงพูด

   สิ่งที่อาจารย์เปาโลเขียนไว้ตอนนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ที่จะเล่าเรื่องของพระเจ้าให้กับผู้อื่น ผู้นั้นจะต้องเริ่มต้นด้วยความเชื่อก่อนครับ ถ้าเราเชื่อในพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ และเชื่อในพระวจนะของพระองค์ เราก็จะบอกให้คนอื่นเข้าใจเรื่องของพระเจ้า เพื่อวันนึงเมื่อเค้าได้รู้จักพระเจ้าและได้รับความรอดจากพระองค์เช่นกันครับ ขอพระเจ้าอวยพระพรผู้เชื่อทุกคนครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2558 วันนี้ผมได้อ่านพระธรรมดาเนียลบทที่ 9 ข้อ 1 - 19 ครับ เป็นตอนที่ดาเนียลได้อธิษฐานกับพระเจ้าเพื่อขอให้พระเจ้าทรงยกโทษบาปให้ชนชาติอิสราเอลครับ ดาเนียลอธิษฐานกับพระเจ้าแบบตั้งใจจริงมากครับ เราดูได้จากข้อที่ 3 ที่ดาเนียลอธิษฐานวิวอนกับพระเจ้า และก็อดอาหาร นุ่งห่มผ้ากระสอบ และนั่งบนขี้เถ้าครับ และสังเกตุว่าดาเนียลยอมรับและสารภาพกับพระเจ้าทุกอย่างที่เป็นความผิดของคนอิสราเอล ดาเนียลยอมรับว่าคนอิสราเอลทำผิดต่อพระเจ้าไม่เชื่อฟังพระเจ้า ละทิ้งพระบัญญัติของพระเจ้า พวกเขาถึงได้รับการลงโทษจากพระเจ้า แต่ดาเนียลเชื่อในความรักของพระเจ้าและก็วิวอนขอให้พระเจ้าทรงเมตตาและให้อภัยคนอิสราเอลครับ เราจะเห็นแบบอย่างที่ดีจากการอธิษฐานของดาเนียลนี้ และขอให้เราได้อธิษฐานเผื่อคนรอบๆข้าง เผื่อประเทศชาติด้วยนะครับ และขอให้คำอธิษฐานที่เกิดผลนะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2558 เมื่อวันแม่ผมขี่จักรยานไปซื้อน้ำแข็งที่หมู่บ้านข้างๆ (ไม่ไกล :)) มีคุณยายท่านนึงยืนอยู่หน้าซอยร้านขายของเรียกผม ผมก็หยุดคุยกับคุณยาย ปรากฏว่าคุณยายจะให้ผมคุยโทรศัพทืบอกทางลูกชายที่กำลังเดินทางมาหาครับ บอกทางกันนานมากครับ เพราะว่าคนที่จะมาก็ไม่เคยมาหลงไปเข้าหมู่บ้านอื่น และผมก็เรียกชื่อโครงการไม่ถูก หมู่บ้านเดียวกันแต่มีหลายโครงการครับ แต่สุดท้ายแม่ลูกก็พบกันครับ คุยยายพูดภาษาอีสานบางคำผมฟังไม่ค่อยเข้าใจครับ คุณยายให้ลูกเค้าขอบคุณผม ก่อนจากกันคุณยายบอกเลข น่าจะเลขเด็ดให้ผมครับ ผมรู้สึกขำอยู่เหมือนกันครับ จะบอกคุณยายว่าผมเป็นคริสเตียนไม่ได้เล่นหวย แต่ก็ไม่ได้บอกครับ ผมก็ยิ้มดีใจที่แม่ลูกได้พบกันครับ :)
   ในความรู้สึกของคุณยายคงอยากจะตอบแทนสิ่งที่ดีให้ผม แต่ว่าในพระวจนะของพระเจ้าบอกว่าสิ่งที่ดีจะมาจากเบื้องบนมาจากพระเจ้า สิ่งนั้นจะแน่นอนไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อพระเจ้าจะทรงให้เกิดขึ้นครับ ดังนั้นคริสเตียนควรจะรอคอยสิ่งดีจากพระเจ้า ไม่ได้พึ่งดวงพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆครับ :)

พระธรรม ยากอบ บทที่ 1 ข้อ 16 - 18
พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า อย่าหลงผิดไปเลย
ของประทานอันดีทุกอย่าง และของประทานอันเลิศทุกอย่างย่อมมาจากเบื้องบน และส่งลงมาจากพระบิดาแห่งบรรดาดวงสว่าง ในพระบิดาไม่มีการแปรปรวน หรือไม่มีเงาอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง
โดยทรงตั้งพระทัยแล้ว พระองค์ก็ได้ทรงให้เราทั้งหลายบังเกิดโดยสัจจวาทะ เพื่อเราทั้งหลายจะได้เป็นอย่างผลแรกแห่งสรรพสิ่งซึ่งพระองค์ทรงสร้าง

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2558 ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้ผมกับน้องๆ ได้พาคุณแม่ไปเดินซื้อเสื้อที่ห้างดิโอลสยามครับ นานๆจะได้ไปพร้อมกันครับ ใกล้วันแม่แล้วขอให้พระเจ้าทรงอำนวยพรแก่ทุกครอบครัวให้มีสันติสุขและความรักในพระเจ้านะครับ ขอให้คุณแม่ทุกท่านมีความสุขมีสุขภาพที่ดีครับ :)

พระธรรม 2 โครินธ์ บทที่ 1 ข้อ 20
บรรดาพระสัญญาของพระเจ้าก็จริงโดยพระเยซู เพราะเหตุนี้เราจึงพูดว่าอาเมน โดยพระองค์เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า

   เพราะว่าสิ่งที่พระเจ้าตรัสเป็นความจริงทุกสิ่ง และพระสัญญาของพระเจ้าก็เป็นจริงโดยพระเยซูคริสต์ ดังนั้นทุกครั้งที่เราอธิษฐานกับพระเจ้า เราก็จะลงท้ายคำอธิษฐานของเราว่า "อาเมน" ซึ่งหมายความว่า "เป็นความจริง เป็นความถูกต้อง ใช่แล้ว จริงแล้ว ถูกต้องแล้ว ขอให้เป็นเช่นนั้น" เพื่อแสดงความเชื่อในพระเจ้าและถวายเกียรติแด่พระเจ้าครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2558 เรามาดูข้อพระวจนะของพระเจ้าตอนนี้กันนะครับ

พระธรรมลูกา บทที่ 12 ข้อ 57 - 59
"เหตุไฉนเจ้าทั้งหลายไม่ตัดสินเอาเองว่าสิ่งไรเป็นสิ่งที่ถูก
เพราะเมื่อเจ้าพากันไปกับโจทก์หาผู้พิพากษา จงอุตส่าห์หาช่องที่จะปรองดองกับเขาเมื่อยังอยู่กลางทาง เกลือกว่าเขาจะฉุดลากเจ้าเข้าไปถึงผู้พิพากษา และผู้พิพากษาจะมอบเจ้าไว้กับผู้คุม และผู้คุมจะขังเจ้าไว้ในเรือนจำ
เราบอกเจ้าว่า เจ้าจะออกจากที่นั่นไม่ได้จนกว่าจะได้ใช้หนี้ให้ครบทุกสตางค์"

   พระเยซูทรงเตือนสติเราว่าให้เราคิดให้รอบคอบกับสิ่งที่เราหรือผู้อื่นทำ ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่ถูกต้องจริงๆครับ คำว่าถูกต้องไม่ใช่ถูกต้องในความคิดของเราแต่ถูกต้องในความชอบธรรมของพระเจ้าครับ บางครั้งเมื่อเรามีปัญหากับผู้อื่นเรามักจะอธิษฐานให้พระเจ้าตัดสินเหตุการณ์นั้นๆ แต่ท่าทีที่พระเยซูทรงบอกเรา ก็คือให้เราหาโอกาสที่ปรองดองกับคู่กรณี ดีกว่าที่จะให้พระเจ้าตัดสิน เพราะคนที่ผิดจะต้องถูกลงโทษรับผลของความผิดจนครบทั้งหมดที่มี เพราะการตัดสินของพระเจ้าทรงยุติธรรมจริงๆ และถ้าเราก็ผิดเช่นกันพระเจ้าก็จะต้องทำโทษเช่นกันนะครับ ถ้าเรารู้จักเมตตาคนอื่นเมื่อพระเจ้าทรงเห็นแบบนั้นพระองค์ก็จะเมตตาเราเช่นกันครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2558 วันนี้ปัญหาภัยแล้งส่่งผลกระทบต่อทุกๆ คนในประเทศของเรา ชาวนาก็ไม่รู้จะปลูกข้าวได้เมื่อไหร่ คนที่ปลูกไปแล้วก็เฝ้ารอฝน เกษตรกรก็ขาดน้ำเพราะเขื่อนและแหล่งน้ำก็แห้งไป น้ำประปาและน้ำที่ใช้ในครัวเรือนก็ไม่รู้ว่าจะต้องถูกจำกัดการใช้หรือเปล่า จริงๆผลกระทบอย่างอื่นอีกมากมายเลยครับ เช่น สัตว์ก็ขาดน้ำก็จะทำให้อยู่ไม่ได้ เมื่อไม่มีฝนสารเคมีต่างๆมลพิษในอากาศก็จะไม่ถูกชะล้างไปครับ
   อาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ที่เกี่ยวกับความแห้งแล้ง ในสมัยนั้นคนอิสราเอลได้หันหลังจากพระเจ้า กระทำบาปมากมาย พระเจ้าทรงลงโทษเขาจากการกระทำของเขา พระวจนะของพระเจ้าบรรยายถึงความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นกับคนอิสราเอล และเยเรมีย์ผู้เผยพระเจ้าก็อธิษฐานทูลต่อพระเจ้าเพื่อให้ยกโทษความบาปที่คนอิสราเอลได้ทำไปนั้น เพราะเขารู้ว่าสาเหตุของภัยแล้งนี้ และก็รู้ด้วยว่ามีเพียงพระเจ้าผู้เดียวที่สามารถยกโทษ และโปรดให้แผ่นดินของเขากลับมาเหมือนเดิมครับ ขอให้เราได้ช่วยกันอธิษฐานเผื่อประเทศไทย เพื่อสิ่งที่ประชากรของพระเจ้าได้ทำผิดไปนะครับ

พระธรรมเยเรมีย์ บทที่ 14 ข้อ 1 - 7
พระวจนะของพระเจ้าซึ่งมาถึงเยเรมีย์ เกี่ยวด้วยความแห้งแล้งว่า
"ยูดาห์ไว้ทุกข์ และประตูเมืองทั้งปวงของเธอก็อ่อนกำลังลง ประชาชนของเธอก็แต่งดำหน้าก้มอยู่บนแผ่นดิน และเสียงร้องของเยรูซาเล็มก็ขึ้นไป
เจ้านายของเธอสั่งคนใช้ของเขาให้ไปตักน้ำ เขาทั้งหลายไปยังที่ขังน้ำเห็นว่าไม่มีน้ำ เขาทั้งหลายก็กลับไปด้วยภาชนะเปล่า เขาทั้งหลายได้อายและขายหน้า เขาจึงคลุมศรีษะของเขาทั้งหลายเสีย
เพราะเรื่องแผ่นดินที่แห้งแล้ง เนื่องจากไม่มีฝนตกบนแผ่นดิน ชาวนาทั้งหลายก็อับอาย เขาทั้งหลายจึงคลุมศรีษะของเขาเสีย
แม้กวางตัวเมียที่อยู่ในท้องทุ่งก็ละทิ้งลูกที่ตกใหม่ของมันเสีย เพราะว่าไม่มีหญ้า
ลาป่ายืนอยู่บนที่สูงโล้น มันหอบเหมือนกับหมาป่า ตาของมันก็มืดมัว เพราะว่าไม่มีผักหญ้า
"แม้ว่าบาปชั่วของข้าพระองค์ทั้งหลายก็เป็นพยานปรักปรำข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์โปรดเถิด เพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์ บรรดาการกลับสัตย์ของข้าพระองค์ทั้งหลายก็มากยิ่ง ข้าพระองค์ทั้งหลายกระทำบาปต่อพระองค์


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2558

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 55 ข้อ 1 - 3
เชิญทุกคนที่กระหายจงมาถึงน้ำ และผู้ที่ไม่มีเงินมาซื้อกินเถิด มาซื้อเหล้าองุ่นและน้ำนมเถิดโดยไม่ต้องเสียเงินเสียค่า
ทำไมเจ้าจึงใช้เงินของเจ้าเพื่อของซึ่งไม่ใช่อาหาร และใช้ทรัพยากรซื้อสิ่งซึ่งมิให้อิ่มใจ จงเอาใจใส่ฟังเรา และรับประทานของดี และให้ตัวปีติยินดีในไขมัน
เอียงหูของเจ้า และมาหาเรา จงฟัง เพื่อจิตวิญญาณของเจ้าจะมีชีวิต และเราจะทำพันธสัญญานิรันดร์กับเจ้า อนุสนธิ์ ความรักอันมั่นคงแน่นอนของเราต่อดาวิด

   พระเจ้าทรงเรียกเราให้มาหาพระองค์ ผู้ที่อยากรับชีวิตใหม่ให้มาพระเจ้า น้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต และในพระคัมภีร์ได้บอกว่าพระเยซูทรงมีน้ำแห่งชีวิต และจะทรงประทานน้ำแห่งชีวิตให้กับผู้ที่กระหาย โดยไม่ต้องเสียเงินเพื่อให้ได้มา หลายครั้งที่เราแสวงหาสิ่งของอื่นที่เราคิดว่าเราควรจะมี เราแลกด้วยหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อสิ่งนั้น แต่ที่แท้จริงสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงินทองครับ เพียงใจที่ต้องการพระเจ้า และเข้ามาหาพระองค์อย่างจริงใจ โดยความรักของพระเจ้า พระองค์จะทรงประทานชีวิตที่บริบูรณ์ที่เป็นเป้าหมายแท้จริงของมนุษย์ให้กับเราครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2558

พระธรรม 1 โครินธ์ บทที่ 15 ข้อ 19
ถ้าในชีวิตนี้ พวกเราซึ่งอยู่ในพระคริสต์มีแต่ความหวังเท่านั้น เราก็เป็นพวกที่น่าสังเวชที่สุดในบรรดาคนทั้งปวง

   ข้อพระคัมภีร์ตอนนี้ชัดเจนและตรงไปตรงมามากเลยนะครับ ถ้าคริสเตียนผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์มีความหวังในพระสัญญาของพระเจ้า มีความหวังในเรื่องชีวิตนิรันดร์ และความหวังนั้นก็เป็นเพียงความหวังเท่านั้น คริสเตียนก็คงเป็นคนที่น่าสงสารมากๆเลย เป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับความหวังซึ่งไม่มีจริง แต่เรารู้ว่าพระเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์มาเป็นผู้ที่จะทำให้พระสัญญาของพระเจ้านั้นเป็นเรื่องจริง แน่นอนทีเดียวสิ่งที่พระเจ้าทรงให้พระเยซูทรงเป็นขึ้นจากความตายนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและผ่านมาแล้ว และพระเยซูจะทรงเสด็จมาอีกครั้งเพื่อผู้ที่เชื่อและไม่เชื่อในพระเจ้าจะได้รู้ในความจริงนี้ครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2558 ขอบคุณพระเจ้าที่ผมได้เปลี่ยนผู้บริการ domain ใหม่และได้เปลี่ยน web hosting ใหม่ครับ :)

พระธรรมลูกา บทที่ 6 ข้อ 37 - 38
"อย่าวินิฉัยโทษเขา และท่านทั้งหลายจะไม่ได้ถูกวินิจฉัยโทษ อย่ากล่าวโทษเขา และท่านทั้งหลายจะไม่ถูกกล่าวโทษ จงยกโทษให้เขา และเขาจะยกโทษให้ท่าน
จงให้เขา และท่านจะได้รับด้วย และในตักของท่านจะได้รับตวงด้วยทะนานถ้วนยัดสั่นแน่นพูนล้นใส่ให้ เพราะว่าท่านจะตวงให้เขาด้วยทะนานอันใด พระเจ้าจะได้ทรงตวงให้ท่านด้วยทะนานอันนั้น"

   ข้อพระคัมภีร์ในตอนนี้พระเยซูทรงสอนให้ไม่ควรทำสองสิ่งและควรทำสองสิ่ง ซึ่งทั้งสี่อย่างนี้ผมว่าทำยากนะครับ แต่พระเยซูก็ทรงแสดงว่าพระองค์ได้กระทำสิ่งที่พระองค์สอนเพื่อเป็นแบบอย่างให้เราครับ :) เรามาดูกันว่าสี่อย่างที่ว่านี้คืออะไรนะครับ สิ่งที่หนึ่งก็คืออย่าวินิจฉัยโทษผู้อื่น หมายถึงเราต้องไม่ตัดสินความผิดของผู้อื่น หลายครั้งเราแค่เห็นอะไรผ่านๆเราก็ตัดสินไปแล้วด้วยความคิดและสิ่งที่เราพบตอนนั้น พระเยซูทรงตรัสว่าที่ไม่ควรตัดสินความผิดของผู้อื่น เพื่อเราจะไม่ต้องถูกเขาตัดสินความผิดเช่นกัน สิ่งที่สองก็คืออย่ากล่าวโทษเขา กล่าวโทษในที่นี้ไม่ได้ระบุว่ากล่าวโทษต่อบุคคลอื่นโดยตรง หรือว่าไปกล่าวโทษคนอื่นให้บุคคลที่สามรับฟังครับ การไม่กล่าวโทษผู้อื่นก็เพื่อเราจะไม่ต้องถูกกล่าวโทษด้วยครับ สิ่งที่สามก็คือจงยกโทษให้เขา ผมว่าข้อนี้ทำยากมาก บางทีเราตั้งใจว่าจะยกโทษแต่พอเราอยู่ในเหตุการณ์จริงเราก็อาจจะแพ้ความตั้งใจนั้นได้ครับ แต่พระเยซูบอกว่าถ้าเราทำได้คนอื่นเขาก็จะยกโทษให้เราเหมือนกันนะครับ สิ่งที่สี่จงให้เขา ถ้าเราให้ผู้อื่น เราก็จะได้รับมาเช่นกัน และพระเจ้าจะเพิ่มเติมให้มากขึ้นไปอีกด้วยครับ พอเราทำความเข้าใจทั้งสี่ข้อนี้เราจะเห็นว่าพระเจ้ายุติธรรมมากเลยครับ เราทำสิ่งใดไปก็จะได้รับผลตอบแทนอย่างนั้น แต่ถ้าเราทำดีนอกจากได้รับผมตอบแทนพระเจ้ายังจะอวยพระพรเราด้วยครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2558 วันนี้ผมอยากนำข้อพระคัมภีร์ข้อนี้มาหนุนใจครับ

พระธรรมดาเนียล บทที่ 3 ข้อ 13 - 18
แล้วเนบูคัดเนสซาร์ก็ทรงกริ้วจัด มีรับสั่งให้นำตัว ชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโกเข้ามา แล้วเขาก็นำคนเหล่านี้เข้ามาเฝ้าพระราชา
เนบูคัดเนสซาร์ทรงกล่าวแก่เขาว่า "ชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโกเอ๋ย เป็นความจริงหรือไม่ที่เจ้ามิได้ปรนนิบัติพระของเราหรือนมัสการปฏิมากรทองคำซึ่งเราได้ตั้งไว้
เอาเถอะถ้าเจ้าพร้อมใจแล้วพอเจ้าได้ยินเสียงเขาสัตว์ ปี่ พิณเขาคู่ พิณสี่สาย พิณใหญ่ ปี่ถุง และเครื่องดนตรีทุกชนิด เจ้าจงกราบลงนมัสการปฏิมากรซึ่งเราได้สร้างไว้ แต่ถ้าเจ้าไม่นมัสการ จะต้องโยนเจ้าทันทีเข้าไปในเตาที่ไฟลุกอยู่ และผู้ใดเล่าจะเป็นพระที่จะช่วยกู้ให้เจ้าพ้นจากมือของเราได้"
ชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโกกราบทูลพระราชาว่า "ข้าแต่เนบูคัดเนสซาร์ ข้าพระบาททั้งหลายไม่จำเป็นจะต้องตอบฝ่าพระบาทในเรื่องนี้
ถ้าพระเจ้าของพวกข้าพระบาทผู้ซึ่งพวกข้าพระบาทปรนนิบัติ พอพระทัยจะช่วยกู้พวกข้าพระบาทให้พ้นจากเตาที่ไฟลุกอยู่ ข้าแต่พระราชา พระองค์ก็จะทรงช่วยกู้พวกข้าพระบาทให้พ้นพระหัตถ์ของฝ่าพระบาท
ถึงแม้ไม่เป็นเช่นนั้น ข้าแต่พระราชา ขอฝ่าพระบาททรงทราบว่าพวกข้าพระบาทก็ไม่ปรนนิบัติพระของฝ่าพระบาทหรือนมัสการปฏิมากรทองคำซึ่งฝ่าพระบาทได้ทรงตั้งขึ้น"

   ในบางการทดลองที่บางคนต้องเผชิญ อาจจะเป็นเรื่องสำคัญชี้เป็นชี้ตายในแบบที่ซัครัค เมชาค และเอเบดเนโก ผู้เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าและเป็นข้าราชการต่างต่าวในอาณาจักรของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ต้องเจออยู่นี้ ครั้งนั้นพวกเขาทั้งสามปฏิเสธที่จะไม่กราบไหว้รูปเคารพที่เนบูคัดเนสซาร์สร้างขึ้น และถูกคุมตัวมาเข้าเฝ้าพระราชา ซึ่งเนบูคัดเนสซาร์ก็ให้โอกาสทั้งสามคนอีกครั้ง แต่พวกเขาก็ปฏิเสธโอกาสที่จะรอดชีวิตจากกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ คำที่เขาตอบเนบูคัดเนสซาร์บ่งบอกเห็นความเชื่อของทั้งสามคน พวกเขาเชื่อว่าถ้าพระเจ้าจะช่วยชีวิตพวกเขาให้รอด พระองค์ทำได้แน่นอน แต่ถ้าไม่ใช่น้ำพระทัยของพระเจ้าพวกเขาก็จะไม่กราบไหว้รูปเคารพของกษัตริย์แน่นอน อ่านแล้วเราได้เห็นตัวอย่างของความเชื่อที่มีต่อพระเจ้า ความซื่อสัตย์ที่จะไม่กราบไหว้รูปเคารพไม่ไหว้พระอื่น และความมั่นคงในความเชื่อแม้จะรู้ว่าเขาอาจจะไม่รอดพ้นอันตรายกับการตัดสินใจครั้งนี้ของพวกเขา ขอให้สิ่งนี้เป็นแบบอย่างที่จะให้เราได้เรียนรู้ถึงความเชื่อที่จะคงอยู่ในเราทุกคนเสมอครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2558 วันนี้ระหว่างที่ผมขับรถจากโบสถ์เพื่อกลับบ้านกับแม่และน้องอีกสองคน ผมเล่าเรื่องซึ่งผมได้ยินอาเจ็กเล่าให้ฟังตอนผมไปตีแบดตอนเย็นครับ อาเจ็กเล่าว่าลูกศิษย์ที่เป็นคริสเตียนที่มาเรียนแบดกับอาเจ็กพาลูกน้องที่ทำงานมาเรียนด้วยสองคน เมื่อวานอาเจ็กได้ยินลูกน้องคนนึงพูดกับเจ้านายเค้าว่าทุกอย่างพระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว อาเจ็กบอกว่าได้ยินแล้วขนลุกเลย เพราะว่าคำพูดเค้าเป็นคำจากในพระคัมภีร์ อาเจ็กแปลกใจเลยถามไปว่าเธอรับเชื่อแล้วใช่มั๊ย เป็นคริสเตียนตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ เป็นได้ยังงัย เพราะแต่ก่อนไม่เห็นจะตอบรับกับการเป็นคริสเตียนเลย น้องคนนั้นก็บอกว่าพระเจ้ามีจริงนะ ยิ่งใหญ่ด้วย เค้าเล่าว่ามีเพื่อนคริสเตียนให้จี้ไม้กางเขนมาอันนึง น้องคนนี้ก็รับมาแขวนกับสร้อยซึ่งสร้อยเส้นนั้นมีรูปเคารพที่เค้านับถืออยู่ครับ พอคืนนั้นเค้านอนพร้อมสร้อยเส้นนั้น ตอนเช้าตื่นมาเค้าตกใจมากที่รูปเคารพของเค้าหลุดออกมาจากสร้อยโดยที่จี้กางเขนยังอยู่ครับ ก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่เค้าคิดว่ามีพระเจ้าจริง แต่น้องคนนี้ก็พอรู้เรื่องพระเจ้าเพราะติดตามเจ้านายไปกลุ่มเซลล์ของคริสเตียนครับ พอผมเล่าเรื่องนี้ให้ที่บ้านฟัง น้องผมก็บอกว่าฟังแล้วนึกถึงเรื่องนึงขึ้นมาครับ น้องผมบอกว่าที่บริษัทเก่าเค้าตอนปีใหม่น้องผมเอาปฏิทินของโบสถ์จะเอาไปให้เจ้านาย แต่เจ้านายไม่อยู่ก็เลยไปวางให้ห้องเค้าตรงมุมที่มีคนอื่นเอาของขวัญปีใหม่มาวางครับ เจ้านายคนนี้ไม่ได้เป็นคริสเตียนในห้องเค้ามีแขวนรูปเคารพรูปนึงซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับที่ของน้องที่อาเจ็กเล่าให้ฟังครับ วันรุ่งขึ้นน้องได้ยินเจ้านายบ่นว่าใครมาทำรูปเคารพของเค้าหล่นลงมาครับ เรื่องสองเรื่องนี้เลยเป็นเรื่องที่ใกล้เคียงกัน สำหรับผมผมคิดว่าพระเจ้ามีจริงถ้าซึ่งเหล่านี้มาจากพระเจ้าก็ทรงทำได้ ไม้กางเขนหรือปฏิทินรูปพระเยซูไม่ใช่รูปเคารพ เป็นสิ่งซึ่งให้เราระลึกถึงพระเยซูพระบุตรของพระเจ้าครับ ดังนั้นแน่นอนไม่มีวิญญาณอะไรสิงสถิตในนั้นครับ แต่รูปเคารพอื่นๆอาจจะมีวิญญาณบางอย่างอยู่ในนั้นได้ครับ แต่ใครก็ตามที่เลือกที่จะเชื่อในพระเจ้านั้น จะต้องหันกลับจากพระหรือรูปเคารพอื่นๆ เพราะพระเจ้าที่ทรงพระชนม์มีเพียงองค์เดียวเท่านั้น และพระองค์ทรงหวงแหนเราไม่ต้องการให้เราติดตามสิ่งอื่นครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรายอมรับพระเจ้า และรับรู้ถึงความยิ่่งใหญ่ของพระองค์ เราจะไม่กลัวที่จะละทิ้งสิ่งเก่าและหันมาหาพระเจ้าแบบที่น้องคนนั้นเล่ามาครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2558 ขอบคุณพระเจ้าสำหรับวันนี้ที่ผมไปช่วยทำหน้าที่ควบคุมเครื่องบันทึกวีดีโอที่โบสถ์ครับ ซึ่งจริงๆแล้วผมไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้ครับ แต่ดีที่วันนี้มีเพื่อนร่วมงานที่คอยช่วยสอน ก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ :)

พระธรรมเยเรมีย์ บทที่ 42 ข้อ 1 - 3
ฝ่ายผู้หัวหน้ากองทหารและโยฮานันบุตรคาเรอาห์ และอาซาริยาห์บุตรโฮชายาห์ และประชากรทั้งปวงจากผู้น้อยที่สุดถึงผู้ใหญ่ที่สุดได้เข้ามาใกล้
และพูดกับเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะว่า "ขอให้คำอ้อนวอนของข้าพเจ้าทั้งหลายมาอยู่ต่อหน้าท่าน และขอท่านอธิษฐานต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านเพื่อเราทั้งหลาย เพื่อคนที่เหลืออยู่นี้ทั้งสิ้น (เพราะเรามีเหลือน้อยจากคนมาก ตามที่ท่านเห็นอยู่กับตาแล้ว)
ขอพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านสำแดงหนทางแก่เราว่าเราควรจะไปทางไหน และขอสำแดงสิ่งที่เราควรจะกระทำ"

   เมื่่อเราเผชิญกับปัญหาที่ผ่านมา และอนาคตเราก็ยังไม่รู้เลยว่าจะไปทางไหนดี ขอให้เรานึกถึงพระเจ้านะครับ เหมือนกับคำในพระวจนะข้างบนนี้ ให้เราได้อธิษฐานกับพระเจ้า และทูลขอหนทางจากพระองค์ครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2558 หลังจากกลับจากโบสถ์วันนี้ผมก็ทำอะไรหลายๆอย่าง ปลูกต้นไม้ ซักผ้า จนเหนื่อยเลยครับ ก็เลยขึ้นไปนั่งดูทีวี เปิดเจอสารคดีที่เค้าไปสำรวจปิระมิดที่อียิปต์ครับ ปิระมิดนี้สร้างด้วยหินขนาดใหญ่โตมากครับ สมัยก่อนเทคโนโลยีต่างๆยังไม่ก้าวหน้าเท่าทุกวันนี้ การก่อสร้างสิ่งใหญ่โตนี้ต้องใช้แรงงานคนเป็นอย่างมาก ทุกอย่างต้องตั้งใจทำมากๆครับ
   ที่ฟาโรห์ตั้งใจสร้างปิระมิดก็เพราะเค้าเชื่อในโลกหลังความตายครับ เชื่อว่าเค้าจะสามารถมีชีวิตขึ้นอีกครั้งนึงได้หลังจากการตาย ภายในปิระมิดก็เลยมีห้องสำหรับเก็บโรงหินที่ใส่พระศพของฟาโรห์ และนักสำรวจก็พบว่านอกจากห้องนี้แล้วยังมีอีกห้องนึงในปิระมิดที่ลึกลับซึ่งถูกสร้างไว้ใต้ดิน และมีทางเชื่อมต่อจากห้องนี้กับห้องเก็บพระศพครับ ทางแคบๆลึกลงไปข้างล่างนักสำรวจพบห้องขนาดใหญ่ซึ่งใหญ่กว่าห้องเก็บพระศพครับ จากการค้นพบข้อความที่จารึกอยู่ภายในปิระมิดก็ทำให้นักโบราณคดีรู้ว่า ห้องลึกลับนี้ถูกสร้างเพื่อเป็นที่สำหรับการพิพากษา ชาวอียิปต์โบราณเค้าเชื่อว่าเทพเจ้าองค์นึงของเค้าจะทำการพิพากษาผู้ตาย ว่าชีวิตหลังความตายแล้วจะไปที่ไหน สวรรค์หรือนรก ฟาโรห์ก็เช่นกันก็จะต้องถูกพิพากษาและถ้าเค้าเป็นฟาโรห์ที่ดีก็จะได้ไปสวรรค์และจากนั้นก็ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งนึงครับ
   ผมว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเลยทีเดียวครับ มนุษย์เราเชื่อว่าจะมีชีวิตหลังความตาย มนุษย์เชื่อว่าจะมีการพิพากษาซึ่งทุกคนจะหนีไม่พ้นการพิพากษานี้ ไม่ว่าคนนั้นจะอยู่ในฐานะอะไรก็ตาย คนที่ทำความดีจะได้ไปสวรรค์และคนที่ทำชั่วก็ไปนรกครับ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ถูกกล่าวไว้ในพระคริสตธรรมคัมภีร์เช่นกันครับ และพระคัมภีร์ก็ยังได้บอกถึงวิธีที่เราจะรอดพ้นจากการที่จะต้องไปนรกอีกด้วยนะครับ :)

พระธรรมสุภาษิต บทที่ 14 ข้อ 27
ความยำเกรงพระเจ้าเป็นน้ำพุแห่งชีวิต เพื่อผู้หนึ่งผู้ใดจะหลีกจากบ่วงของความมรณาได้

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2558 เป็นยังงัยกันบ้างครับหน้าร้อนปีนี้ อากาศร้อนมากๆเลยนะครับ และผลของอากาศร้อนก็มีหลายๆอย่างตามมา บางทีอาจจะทำให้ไม่สบายได้ บางทีอาหารที่เรารับประทานก็อาจจะมีโอกาสเสียง่าย พืชผลทางการเกษตรก็อาจจะไม่ได้ผลผลิตที่ดี ทำให้ราคาสินค้าแพงตามมา อากาศร้อนทำให้เราต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ค่าไฟก็อาจจะเพิ่มอีกใช่มั๊ยครับ เหมือนผมจะคิดผลเสียของอากาศร้อนได้เยอะเลย แต่อย่าเครียดนะครับวันนี้ผมมีข้อพระคำเพื่อหนุนใจทุกท่านนะครับ :)

พระธรรมฮาบากุก บทที่ 3 ข้อ 18
ถึงกระนั้นข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระเจ้า ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์ในพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2558 คนเราแต่ละคนพออยู่ในเหตุการณ์อะไรซักเหตุการณ์ ก็จะมีมุมมองมีความคิดต่อเหตุการณ์นั้นๆแตกต่างกันออกไป ให้เราลองอ่านข้อพระคัมภีร์ตอนนี้กันก่อนนะครับ

พระธรรมยอห์น บทที่ 11 ข้อ 32 - 37
ครั้นมารีย์มาถึงที่ซึ่งพระเยซูประทับอยู่และเห็นพระองค์แล้ว จึงกราบลงที่พระบาทของพระองค์ทูลว่า "พระองค์เจ้าข้า ถ้าพระองค์ประทับอยู่ที่นี่ น้องชายของข้าพระองค์ก็คงไม่ตาย
เมื่อพระเยซูทรงเห็นเธอร้องไห้ และพวกยิวที่มากับเธอก็ร้องไห้ด้วย พระองค์ก็ทรงสะเทือนพระทัยและทรงเป็นทุกข์
พระองค์ตรัสว่า "พวกเจ้าเอาศพเขาไปไว้ที่ไหน" เขาทูลพระองค์ว่า "พระองค์เจ้าข้า เชิญเสด็จมาดูเถิด"
พระเยซูทรงพระกันแสง
พวกยิวจึงกล่าวว่า "ดูซิ พระองค์ทรงรักเขาเพียงไร"
แต่บางคนก็พูดว่า "ท่านผู้นี้ทำให้คนตาบอดมองเห็น จะทำให้คนนี้ไม่ตายไม่ได้หรือ"

   เราจะเห็นว่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันที่พระเยซูทรงมาถึงหมู่บ้านเบธานีซึ่งขณะนั้นลาซารัสน้องชายของมารธาและมารีย์ได้ป่วยและเสียชีวิตไปแล้ว มารธาและมารีย์ยังเสียใจอยู่อย่างมากและคนอื่นๆที่นั่นก็ปลอบใจพวกเขาอยู่ เราจะเห็นว่าพระเยซูเมื่อทรงเห็นว่าเขาเสียใจ พระองค์ก็ทรงสะเทือนใจและร้องไห้ร่วมกับเขา และเราก็เห็นว่ามีคนส่วนนึงมองเห็นว่าพระเยซูทรงแสดงออกทรงรักเขามาก แต่กลับมีคนอีกกลุ่มที่กำลังมองดูว่าพระเยซูจะทำการอัศจรรย์อะไรอีกหรือไม่ ขอบคุณพระเจ้าที่ผมก็มองว่าพระเยซูทรงรักและเมตตาเสมอ :) สิ่งที่พระเยซูทรงสอนให้เรารู้จักรัก เราก็เห็นจากพระองค์ทุกครั้งครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2558 ขอให้ทุกคนมีความสุขและมีความชื่นชมยินในวันอีสเตอร์นี้ ที่เราได้ฉลองการเป็นขึ้นจากความตายของพระเยซูคริสต์นะครับ :) วันนี้ผมเอาข้อพระคัมภีร์ในคำพยากรณ์ที่อยู่ในหนังสือวิวรณ์มาฝากครับ เรารู้ว่าพระเยซูคริสต์จะเสด็จมาในโลกอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน ในวันนั้นท้องฟ้าและแผ่นดินโลกเดิมจะหายไป ผู้ที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว ก็จะมาอยู่ต่อหน้าพระที่นั่งขอองค์พระเยซูคริสต์ หนังสือชีวิตถูกเปิดออก ทุกคนจะต้องเข้าสู่การพิพากษาตามสิ่งที่เราได้ทำมาในโลกนี้ครับ แล้วผู้ที่ไม่ได้มีชื่อในหนังสือชีวิตนั้นจะต้องถูกส่งไปยังบึงไฟหรือว่านรกเป็นการตายครั้งที่สอง น่ากลัวมั๊ยครับ ถ้าเราคิดว่าเราทำเพียงสิ่งที่เราต้องการทำในโลกนี้ เราคิดว่าเดี๋ยวเมื่อเราจากไปแล้วก็จบกัน แสดงว่าเรากำลังคิดผิดครับ เพราะท้ายที่สุดนั้นทุกคนจะต้องเข้าสู่การพิพากษาของพระเจ้า ผู้ที่ยอมรับการไถ่จากพระเยซูคริสต์เท่านั้นที่จะมีส่วนในความรอดจากความตายครั้งที่สองในบึงไฟนิรันดร์ครับ ขอให้เราใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมีความเชื่อและทำตามพระเจ้านะครับ เพื่อในวันนั้นเราจะมีชื่อจดในหนังสือชีวิตนะครับ :)

พระธรรมวิวรณ์ บทที่ 20 ข้อ 11 - 15
ข้าพเจ้าได้เห็นพระที่นั่งใหญ่สีขาวและเห็นท่านผู้ประทับบนพระที่นั่งนั้น เมื่อพระองค์ทรงปรากฏแผ่นดินโลกและท้องฟ้าก็หายไป และไม่มีที่อยู่สำหรับแผ่นดินโลกและท้องฟ้าเลย
ข้าพเจ้าได้เห็นบรรดาผู้ที่ตายแล้ว ทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อยยืนอยู่หน้าพระที่นั่งนั้น และหนังสือต่างๆ ก็เปิดออก หนังสืออีกเล่มหนึ่งก็เปิดออกด้วย คือหนังสือชีวิต และผู้ที่ตายไปแล้วทั้งหมดก็ถูกพิพากษาตามข้อความที่จารึกไว้ในหนังสือเหล่านั้น และตามที่เขาได้กระทำ
ทะเลก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่ตายในทะเล ความตายและแดนมรณาก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่อยู่ในแดนนั้น และคนทั้งหลายก็ถูกพิพากษาตามการกระทำของตนหมดทุกคน
แล้วความตาย และแดนมรณาก็ถูกผลักทิ้งลงไปในบึงไฟ บึงไฟที่แหละเป็นความตายครั้งที่สอง
และถ้าผู้ใดที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือชีวิต ผู้นั้นก็ถูกทิ้งลงไปในบึงไฟ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2558 วันนี้ผมได้ไปเชงเม้งที่นครปฐมขากลับได้ซื้อของมาฝากเพื่อนบ้านครับ ตอนที่เอาของไปให้เพื่อนบ้านพี่เค้าดีใจและได้พูดคุยกัน เค้าบอกว่าผมเป็นคริสเตียนมีไปเชงเม้งด้วยเหรอ ผมก็เลยบอกว่าเราไปทำความสะอาดสุสาน ไประลึกถึงคนที่จากไป แล้วก็อธิษฐานครับ ไม่ได้ไปไหว้ครับ ก็เป็นโอกาสที่ดีที่ได้พูดเรื่องของคริสเตียนให้กับคนรอบๆข้างฟังครับ ในพระคัมภีร์ได้บอกว่าคนอื่นๆบนแผ่นดินโลกจะได้รับพรจากลูกของพระเจ้าครับ และการที่พระเจ้าทรงโปรดให้พระเยซูฟื้นคืนพระชนม์ก็เพื่อให้พระองค์มายังคริสเตียน เพื่ออวยพระพรแก่เรา และให้ทุกคนกลับใจจากบาปครับ :)

พระธรรมกิจการ บทที่ 3 ข้อ 25 - 26
ท่านทั้งหลายเป็นลูกหลานของผู้เผยพระวจนะนั้น และของพันธสัญญาซึ่งพระเจ้าได้ทรงกระทำไว้กับบรรพบุรุษของท่าน คือได้ตรัสกับอับราฮัมว่า 'บรรดาพงศ์พันธุ์ของแผ่นดินโลกจะได้พรเพราะเชื้อสายของเจ้า'
ครั้นพระเจ้าทรงโปรดให้องค์ผู้รับใช้ของพระองค์เป็นขึ้นแล้ว จึงทรงใช้พระองค์มายังท่านทั้งหลายก่อน เพื่ออวยพระพรแก่ท่านทั้งหลาย โดยให้ทุกคนกลับจากบาปของตน"

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2558 สองอาทิตย์ที่ผ่านมาผมเกือบได้ format เครื่องโน๊ตบุ้คใหม่ครับ อยู่ๆเครื่องก็ดับไปบู๊ทก็เข้า windows ไม่ได้ พยายามลองหลายๆครั้งก็ไม่ได้ ทำ usb fedora boot เปิดได้แต่ไม่เห็น hard disk ในเครื่อง ในใจผมคิดว่าอาจจะ hard disk เสีย ตอนแรกก็กลัวว่าจะเป็นที่ hard disk เมื่อไปดูการรับประกันเครื่องก็เลยมาแล้วด้วยครับ :) ผมเตรียมทำแผ่น boot เครื่องด้วย windows เผื่อจะเห็น hard disk ที่เป็น NTFS ก็ทำไม่สำเร็จซักที เพราะว่าเครื่องที่ใช้ usb boot เป็น windows 32 bit แต่ผมต้องการ boot แบบ 64 bit แต่ขอบคุณพระเจ้าที่เมื่อวานลองเปิดดูเพราะทำแผ่น boot ได้แล้ว แล้วเครื่องก็เกิดใช้งานได้ขึ้นมา ผมคิดว่าพระเจ้าอาจจะไม่ให้ผมทำแผ่น boot ได้ไว ไม่อย่างนั้นผมอาจจะเอาไป boot และไป format เครื่องใหม่ ซึ่งจริงๆแล้วเครื่องไม่ได้เสียอะไรครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 42 ข้อ 24
เจ้ามิได้เอาเงินซื้ออ้อยให้เรา หรือให้เราพอใจด้วยไขมันของเครื่องสักการบูชาของเจ้า แต่เจ้าได้ให้เราเป็นภาระด้วยเรื่องบาปของเจ้า เจ้าให้เราเหน็ดเหนื่อยด้วยเรื่องบาปผิดของเจ้า

   พระวจนะตอนนี้บอกเราให้รู้ว่า พระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าที่แท้จริงมนุษย์ไม่ต้องนำอาหารมาให้พระองค์ทาน พระเจ้าไม่ได้ต้องการแบบนั้น แต่มีเรื่องนึงที่พระเจ้าบอกไว้ว่าพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยกับการกระทำบาปในชีวิตของเรา ถ้าเราจะมอบถวายสิ่งที่ดีให้พระเจ้าก็คือชีวิตที่ไม่กระทำบาป หลายคนคงบอกว่าเป็นไปได้ยังงัยที่จะไม่ทำบาป ผมก็ไม่สามารถที่จะไม่ทำบาปได้ แต่เมื่อไหร่ที่เรารู้ว่าสิ่งที่ทำหรือกำลังจะทำบาปให้เราหยุดและคิดถึงพระเจ้า คิดว่าเรากำลังทำให้พระเจ้าทรงเหนื่อยใจกับเรา ที่เราไม่ยอมกลับใจ ขอพระเจ้าทรงอภัยและทรงนำเรากลับมาหาพระองค์อีกครั้งนะครับ :)

   มีเรื่องจะเล่าให้ฟังอีกเรื่องนึงครับ เมื่อเย็นนี้ผมนั่งเปิดดูรายการสารคดี พบรายการนึงน่าสนใจครับ เป็นเรื่องของคนร้ายสองคนในต่างประเทศครับ เค้าปล้นธนาคารแล้วใช้อาวุธสงครามกราดยิงคนในย่านเมืองนั้น ทั้งตำรวจและผู้คนได้รับบาดเจ็บมากเลยครับ เค้ายิงปืนกลกลาดไปทั่วโดยไม่หยุด หนึ่งในผู้บาดเจ็บเป็นตำรวจท่านนึงซึ่งถูกยิงหลายแห่งล้มลงไป ในขณะนั้นตำรวจคนนี้ได้โทรแจ้งกลับไปยังศูนย์ควบคุม แต่ไม่มีตำรวจที่จะเข้าไปช่วยเหลือในบริเวณนั้นได้เลย เนื่องจากคนร้ายไม่หยุดพักในการยิงปืนเลย แต่สุดท้ายก็มีตำรวจที่มีใจกล้าหาญและบุกเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกมา แต่ก็ยังเข้าไปหาตำรวจท่านนั้นที่นอนบาดเจ็บไม่ได้ ในที่สุดความพยายามของตำรวจผู้ที่จะช่วยเหลือก็สำเร็จเมื่อเขามองเห็นรถหุ้มเกราะของธนาคารและใช้รถนั้นฝ่ากระสุนเข้าไปครับ จนทำให้สามารถช่วยเหลือตำรวจที่บาดเจ็บได้ ส่วนด้านของคนร้ายสองคนในที่สุด คนร้ายคนนึงก็รู้ตัวว่าเขาหนีไปไม่ได้แล้วก็เลยยิงตัวเอง และคนร้ายอีกคนก็ถูกล้อมจับและถูกตำรวจยิงได้รับบาดเจ็บและก็เสียชีวิตในเวลาต่อมาครับ ที่ผมดูก็เพราะว่าอยากรู้ว่าเค้าจะแก้ไขสถานการณ์นี้ยังงัยครับ ตอนจบมีคำให้สัมภาษณ์ของตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บบอกว่า เค้าเชื่อว่าพระเจ้าทรงช่วยเหลือในเหตุการณ์ร้ายนี้ ให้เราลองคิดดูว่าคนร้ายสองคนนั้นยิงปืนกลกราดยิงในเมืองซึ่งมีคนมากมาย คิดรวมกันก็ยิงไปโดยกระสุนจำนวนสามพันนัด มีคนบาดเจ็บ แต่ไม่มีคนเสียชีวิตเพราะคนร้าย และมีเพียงคนร้ายเท่านั้นที่เสียชีวิต
   ขอบคุณพระเจ้าสำหรับหลายๆครั้งที่พระเจ้าทรงช่วยเหลือคนที่รักพระองค์ให้รอดจากเหตุการณ์ร้ายต่างๆครับ
   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2558 ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงให้พระคัมภีร์ในวันนี้ครับ

พระธรรมสดุดี บทที่ 17 ข้อ 7 - 9
ข้าแต่พระผู้ช่วยของบรรดาผู้แสวงหาที่ลี้ภัยจากปฏิปักษ์ของเขา ณ พระหัตถ์ขวาของพระองค์ ขอทรงสำแดงความรักมั่นคงของพระองค์อย่างมหัศจรรย์
ขอทรงรักษาข้าพระองค์ดังแก้วตาทรงซ่อนข้าพระองค์ไว้ภายใต้ร่มปีกของพระองค์
ให้พ้นจากคนอธรรมผู้ล้างผลาญและจากศัตรูผู้คอยเข่นฆ่าซื่งล้อมข้าพระองค์ไว้โดยรอบ

   ถ้าเป็นเมื่อก่อนหน้านี้ผมคงไม่คิดว่ายุคนี้เราจะพบว่าเราต้องวิงวอนกับพระเจ้าตรงไปตรงมาตามเหตุการณ์ในข้อพระคัมภีร์นี้เลย แต่พอมาตอนนี้ เราได้รู้ว่าเหตุการณ์รอบๆโลกของเราเป็นยังงัย มีกลุ่มคนหัวรุนแรงที่ไล่ฆ่าคริสเตียนในหลายแห่งของโลกเรา พวกเขาข่มขู่และฆ่าคริสเตียน เพื่อให้คริสเตียนเลิกเชื่อในพระเจ้าในพระเยซูคริสต์ คริสเตียนหลายคนถูกฆ่าตาย และอีกหลายคนต้องอพยพออกจากบ้านเกิดหลบหนีไปยังดินแดนอื่น ขอพระเจ้าทรงเมตตาบรรดาผู้ที่เชื่อและรักพระองค์ ขอทรงเป็นที่ลี้ภัยของประชากรของพระองค์ด้วยเถิด อาเมน
   วันนี้ผมมีเรื่องนึงที่ดีใจที่ได้ทำ ที่หมู่บ้านที่ผมอยู่จะมี รปภ. คอยดูแลทางเข้าออก ซึ่งก็เปลี่ยนบริษัทกันมาทำหน้าที่ ต้องแต่ที่ผมมาอยู่ที่นี่ ทุกอาทิตย์ผมต้องซื้อขนมหรือน้ำให้กับ รปภ. ถ้าไม่ได้ให้วันเสาร์ก็ต้องเป็นวันอาทิตย์ตอนขับรถออกไปครับ ที่ผมให้ไม่ได้เพื่อสิทธิประโยชน์อะไรจาก รปภ. ครับ แม่ผมก็ชอบให้ขนมเวลาเค้ากลับจากตลาด และบอกว่าสงสารคนทำงาน ผมก็ทำแบบแม่เหมือนกันครับ รปภ. ชุดล่าสุดนี้มาบอกผมว่าวันนี้จะเห็นวันสุดท้ายที่เค้าจำทำงานที่นี่แล้ว เพราะว่าหมดสัญญากับทางโครงการ และโครงการจะเปลี่ยนบริษัทใหม่มาแทนครับ ผมคิดว่าเราจะให้อะไรเค้าดีวันนี้ ถ้าเค้าไม่ได้มาบอกอะไรก็คงไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนบริษัทมาใหม่ ผมนึกขึ้นได้ว่าที่โบสถ์เคยให้ข้อพระคัมภีร์กับสมาชิก ผมสะสมข้อพระคัมภีร์ที่โบสถ์พิมพ์แล้วมีพลาสติกห่อไว้เยอะเลย ก็เลยคิดว่าจะให้ รปภ. เป็นที่ระลึกครับ วันนี้ตอนขับรถออกไปผมก็เปิดกระจกบอก รปภ. ว่าผมมีอะไรจะให้ครับ ผมเป็นคริสเตียนก็เลยอยากจะให้ข้อพระคัมภีร์เป็นที่ระลึก และถามเค้าว่าทำงานกี่คนผมก็เลยได้มอบข้อพระคัมภีร์ให้ตามจำนวนครับ :) ผมรู้สึกดีที่ได้บอกว่าเป็นคริสเตียน และได้ให้พระวจนะพระเจ้าให้ รปภ. เพื่อเป็นที่ระลึกครับ หวังว่าพระเจ้าจะนำพาเขาในการทำงานในชีวิตต่อไปครับ :)

   สวัสดีครับ วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558

พระธรรมมาระโก บทที่ 11 ข้อ 7 - 11
สาวกจึงจูงลามาถึงพระเยซู แล้วเอาเสื้อผ้าของตนปูลงบนหลังลา แล้วพระองค์จึงทรงลานั้น
มีคนเป็นอันมากเอาเสื้อผ้าของตนปูลงตามถนนหนทาง และบางคนก็ตัดใบไม้จากทุ่งนามาปู
ฝ่ายคนที่เดินไปข้างหน้า กับผู้ที่ตามมาข้างหลัง ก็โห่ร้องว่า "โฮซันนา" ขอให้ท่านผู้ที่เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระเจริญ
ความสุขสวัสดิมงคล จงมีแก่แผ่นดินของดาวิด บรรพบุรุษของเรา ที่จะมาตั้งอยู่ โฮซันนา ในที่สูงสุด"

   อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้เราจะเห็นภาพของพระเยซูพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงถ่อมพระทัย ถ้าเรายังไม่รู้จักพระเยซูแล้วรู้แต่ว่าพระองค์คือพระเจ้าของคริสเตียน เป็นผู้ที่จะมาปลดปล่อยมนุษย์จากความบาป เราคงนึกว่าพระเยซูต้องเป็นกษัตริย์แบบที่เราเข้าใจ พระองค์จะต้องเสด็จมาบนหลังม้าซึ่งมีเครื่องตกแต่งที่มีค่าดูมีสง่าราศี มีผู้ติดตามเป็นทหารเป็นกองทัพ แต่เมื่อเราได้อ่านเรื่องราวของพระเยซู เราก็จะรู้ว่าพระเจ้าของคริสเตียนเป็นอย่างไร พระองค์เสด็จมาเผื่อมาหาใคร และใครล่ะที่พระองค์ทรงเลือกให้เป็นสาวกติดตามพระองค์ และถ้าเรามองอีกมุมนึงก็จะเห็นคนที่มาต้องรับพระองค์เป็นใคร เขาไม่ได้เป็นคนร่ำรวย สิ่งที่เขาคิดว่ามีค่าที่เขามีอยู่คือเสื้อผ้า เขาเอามาปูบนพื้นให้พระเยซูเสด็จผ่าน บางคนก็เอาใบไม้ในทุ่งนามาปู แต่ทุกคนยินดี ร้อง โฮซันนา เพื่อสรรเสริญพระเจ้า เขามีความหวังในพระเจ้าที่เขาต้องรับ ขอบคุณพระเจ้าที่ให้เราได้เห็นอะไรหลายๆอย่างจากพระองค์ ได้รู้ว่าคุณค่าที่แท้จริงคืออะไร ความรักที่แท้จริงคืออะไร เพื่อเราจะมีความหวังในชีวิตครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 ผมอยากนำข้อพระคัมภีร์นี้มาหนุนใจทุกคนครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 107 ข้อ 6
แล้วในความยากลำบากของเขา เมื่อเขาร้องทูลพระเจ้า พระองค์ทรงช่วยกู้เขาจากความทุกข์ใจของเขา

   คนส่วนใหญ่อาจจะอยากจะชื่นชมยินดีกับคนที่มีความสุข แต่พระเจ้ารักเรามากแม้ว่าเรากำลังพบกับปัญหาความยากลำบาก พระองค์ก็พร้อมจะช่วยเรา ขอให้เราบอกพระองค์สำหรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นครับ ทูลขอการช่วยเหลือจากพระเจ้าครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 วันนี้ผมนำส่วนหนึ่งของคำเผยพระวจนะของผู้เผยพระวจนะเศคาริยาห์ที่ได้กล่าวไว้เมื่อห้าร้อยกว่าปีก่อนคริสตกาลครับ เป็นสิ่งที่เศคาริยาห์ได้พูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตเมื่อพระเจ้าจะเสด็จกลับมายังโลกอีกครั้งครับ เราจะเห็นว่าคำพยากรณ์นี้บอกว่าในตอนนั้นจะมีเหตุการณ์หลายๆอย่างเกิดขึ้นครับ เช่น มีสงครามเกิดขึ้นกับคนของพระเจ้า มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของแผ่นดินโลก ผู้คนต้องหลบหนี และพระเจ้าทรงเสด็จมาช่วยประชากรของพระองค์ สภาพอากาศก็เปลี่ยนแปลงไม่มีความหนาว วันเวลาก็จะเปลี่ยนโดยไม่จะไม่มีกลางคืนอีกต่อไป กระแสน้ำก็เปลี่ยนแปลง และพระเจ้าจะเป็นที่หนึ่งอยู่เหนือทุกๆสิ่งบนโลก และประโยคท้ายบอกว่าพระนามของพระองค์ก็เป็นเอก แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนก็จะรู้จักพระเจ้าที่แท้จริงในวันนั้นครับ ถ้าเรารู้อย่างนี้แล้วเราจะยังไม่คิดที่จะเชื่อพระเจ้าที่แท้จริง และก็ไม่อยากจะติดตามพระองค์เหรอครับ ขอพระเจ้าให้เรารู้จักพระองค์เพื่อเราจะไม่รอจนถึงหมดเวลาที่เราจะมีโอกาสที่จะต้อนรับพระองค์ให้เข้ามาเป็นพระเจ้าในชีวิตของเรานะครับ :)

พระธรรมเศคาริยาห์ บทที่ 14 ข้อ 1 - 9
ดูเถิด วันแห่งพระเจ้ามาถึงแล้ว เมื่อทรัพย์สินที่เขาริบไปจากเจ้านั้น เขาจะแบ่งกันท่ามกลางเจ้า
เพราะเราจะรวบรวมประชาชาติทั้งหลายให้ทำศึกกับเยรูซาเล็ม เมืองนั้นจะถูกยึด เขาจะปล้นเอาทรัพย์ในเรือนและข่มขืนผู้หญิง พลเมืองครึ่งหนึ่งจะตกไปเป็นเชลย ประชาชนส่วนที่เหลืออยู่จะไม่ถูกตัดออกเสียจากเมือง
แล้วพระเจ้าจะเสด็จออกไปต่อสู้กับประชาชาติเหล่านั้นเหมือนเมื่อพระองค์ทรงต่อสู้ในวันสงคราม
ในวันนั้นพระบาทของพระองค์จะยืนอยู่ที่ภูเขามะกอกเทศ ซึ่งอยู่หน้าเมืองเยรูซาเล็มด้านตะวันออก และภูเขามะกอกเทศนั้นจะแยกออกเป็นสองส่วนจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก โดยมีหุบเขากว้างมากคั่นอยู่ ภูเขากึ่งหนึ่งจึงจะถอยไปทางเหนือ และอีกกึ่งหนึ่งจะถอยไปทางใต้
และหุบเขาแห่งบรรดาภูเขาของเรานั้นจะถูกกั้นเสีย เพราะว่าหุบเขาแห่งบรรดาภูเขาจะมาจดอาซาลและท่านทั้งหลายจะต้องหนีไป อย่างที่หนีจากแผ่นดินไหวสมัยอุสซียาห์กษัตริย์ประเทศยูดาห์ แล้วพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราจะเสด็จมา และเทพเจ้าทั้งสิ้นจะมากับพระองค์
ในวันนั้นจะไม่มีความหนาวและน้ำค้างแข็ง
จะมีแต่วัน (พระเจ้าทรงทราบ) ไม่ใช่วันสลับคืน แต่เวลาเย็นจะมีแสงสว่าง
ในวันนั้นน้ำพุจะไหลออกจากเยรูซาเล็ม ครึ่งหนึ่งจะไหลไปสู่ทะเลด้านตะวันออก และครึ่งหนึ่งจะไหลไปสู่ทะเลด้านตะวันตก ในฤดูร้อนก็จะไหลเรื่อยไปดังในฤดูหนาว
และพระเจ้าจะทรงเป็นกษัตริย์เหนือพิภพทั้งสิ้น ในวันนั้นพระเจ้าจะทรงเป็นเอก และพระนามของพระองค์ก็เป็นเอก

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2558 เมื่อสองวันก่อนที่บ้านผมเครื่องปั๊มน้ำเสียครับ น้ำในห้องน้ำชั้นบนจะต้องผ่านปั๊ม เลยต้องลำบากมาคอยหิ้วน้ำไปไว้ในห้องน้ำเพื่อใช้ และอาบน้ำครับ แต่ขอบคุณพระเจ้าครับ บางครั้งพระเจ้าก็สอนบางอย่างในความลำบากนั้นนะครับ พระเจ้าสอนผมให้รู้จักคุณค่าของน้ำ ทำให้ในช่วงนั้นใช้น้ำอย่างประหยัดครับ และก็ได้ออกกำลังกายในการยกน้ำด้วยครับ :)

พระธรรม 1 พงศาวดาร บทที่ 16 ข้อ 8
จงโมทนาพระคุณพระเจ้า และร้องทูลออกพระนามพระองค์ จงให้บรรดาพระราชกิจของพระองค์แจ้งแก่ชนชาติทั้งหลาย

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2558 วันนี้ผมขอเริ่มด้วยพระวจนะพระเจ้าข้อนี้ครับ

พระธรรมกิจการ บทที่ 16 ข้อ 14
มีหญิงคนหนึ่ง ในพวกที่ฟังเราชื่อลิเดียมาจากเมืองธิยาทิรา เป็นคนขายผ้าสีม่วง เป็นคนที่ถือพระเจ้า หญิงนั้นได้ฟังเรา และพระเจ้าได้ทรงเปิดใจของเขาให้สนใจในถ้อยคำซึ่งเปาโลได้กล่าว

   อาจารย์เปาโลได้เห็นนิมิตว่าจะมีชาวมิซิโดเนียขอร้องให้ช่วย จึงได้เดินทางไปทันที วันนึงก็ได้เจอผู้หญิงคนหนึ่งชื่อลิเดียมาฟังอาจารย์เปาโลในที่ประชุม แล้วภายหลังผู้หญิงคนนี้และครอบครัวของเขาก็กลับใจและรับบัพติศมาครับ อ่านข้อพระคัมภีร์ตอนนี้ทำให้เราเห็นอะไรหลายๆอย่าง ถ้ามองในมุมผู้รับใช้อาจารย์เปาโลมีความกระตือรือร้นในงานของพระเจ้ามากๆ และก็มีความเชื่อมากด้วย ถ้ารู้ว่าพระเจ้าทรงเปิดเผยอะไรก็จะรีบทำตามครับ ถ้ามองที่พระเจ้าเราก็เห็นว่าพระเจ้าไม่ได้ให้ผู้รับใช้คิดเองทำเองครับ พระเจ้าตรัสผ่านนิมิตหรือผ่านบุคคลอื่นมายังผู้รับใช้ พระเจ้าทรงมีแผนงานล่วงหน้าให้เราไปทำ และในแผนงานนั้นพระเจ้าก็ทรงช่วยเหลืออยู่ เราจะเห็นว่าพระเจ้าได้เปิดใจผู้หญิงที่ชื่อลิเดีย ทำให้เขาสนใจถ้อยคำของอาจารย์เปาโลครับ ตอนนี้เรามามองที่ผู้หญิงที่ชื่อลิเดียเขามีอาชีพค้าขายผ้าสีม่วง เป็นคนที่นับถือพระเจ้า ซึ่งผมคิดว่าคนนี้น่าจะเป็นคนมีศีลธรรม แต่ยังไม่รู้จักพระเยซู การกลับใจของผู้หญิงคนนี้ทำให้เราเห็นว่าจุดเริ่มต้นของการกลับใจของเขาคือเขาได้เข้ามาฟังอาจารย์เปาโลสั่งสอนในที่ประชุม ในใจของเขาคงอยากรู้ว่าอาจารย์เปาโลจะพูดเรื่องของพระเยซูคริสต์ว่าอะไรบ้าง และพระเจ้าก็เปิดใจเขา จนที่สุดเขาได้กลับใจรับเชื่อและครอบครัวของเขาก็เช่นกันครับ เรามองเห็นภาพของการกลับใจเป็นขั้นตอนโดยเริ่มจากมีการประกาศ มีคนมาฟัง และมีคนที่เปิดใจต้องรับพระเจ้า จากนั้นก็รับเชื่อ และเป็นพระพรต่อครอบครัวของเขา ดังนั้นภาพนี้จะออกมาสมบูรณ์ได้ก็ต้องมี ผู้ประกาศข่าวประเสริฐ ผู้ที่สนใจฟังข่าวประเสริฐ และที่สำคัญที่สุดก็คือพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของข่าวประเสริฐทรงสถิดอยู่ด้วยครับ :)

   สวัสดีครับ วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2557 วันนี้เป็นวันที่น่ายินดีอีกครั้งที่เราได้ระลึกถึงวันประสูติของพระเยซูคริสต์ :) ผมคิดว่าทุกคนคงมีความชื่นชมยินดีเมื่อเราได้นึกถึงพระเยซูคริสต์ เหมือนกับที่นางมารีย์ได้ระลึกถึงพระองค์เหมือนในพระธรรมตอนนี้นะครับ ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรทุกๆคนครับ :)

พระธรรมลูกา บทที่ 1 ข้อ 46-47
นางมารีย์จึงว่า "จิตใจของข้าพเจ้าก็ยกย่องพระเจ้า
และวิญญาณของข้าพเจ้าก็เกิดความยินดีในพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของข้าพเจ้า

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2557 วันนี้เรามาอยู่ในบรรยากาศคริสตมาสอีกครั้งนึงผมอยากนำข้อพระคัมภีร์นนี้มาแบ่งปันครับ :)

พระธรรมยอห์น บทที่ 10 ข้อ 22-30
ขณะนั้นเป็นเทศกาลฉลองพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม
เป็นฤดูหนาวพระเยซูทรงดำเนินอยู่ในบริเวณพระวิหารที่เฉลียงของซาโลมอน
พวกยิวก็พากันมาห้อมล้อมพระองค์และทูลว่า "จะให้ใจเราแขวนอยู่นานสักเท่าใด ถ้าท่านเป็นพระคริสต์ก็จงบอกเราให้ชัดแจ้งเถิด"
พระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า "เราได้บอกท่านทั้งหลายแล้วและท่านไม่เชื่อ สิ่งซึ่งเราได้กระทำในพระนามพระบิดาของเราก็เป็นพยานให้แก่เรา
แต่ท่านทั้งหลายไม่เชื่อเพราะท่านมิได้เป็นแกะของเรา
แกะของเราย่อมฟังเสียงของเราและเรารู้จักแกะเหล่านั้น และแกะนั้นตามเรา
เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น แกะนั้นจะไม่พินาศเลย และจะไม่มีผู้ใดแย่งชิงแกะเหล่านั้นไปจากมือของเราได้
พระบิดาของเราผู้ประทานแกะนั้นให้แก่เราเป็นใหญ่กว่าทุกสิ่ง และไม่มีผู้ใดอาจชิงแกะนั้นไปจากพระหัตถ์ของพระบิดาของเราได้
เรากับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน"

   ในวันเวลาที่กล่าวถึงในตอนนี้ก็เหมือนบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองกันในช่วงนี้เลยนะครับ เป็นงานที่น่ายินดีในฤดูหนาว คนหลายคนถามถึงพระเยซูคือใคร ทำไมคริสเตียนถึงมาฉลองวันเกิดพระเยซูกันล่ะ และพระเยซูทรงตอบว่าเราบอกทุกอย่างแก่ท่านแล้ว สิ่งที่เราทำโดยพระนามพระบิดาก็ยืนยันคำพูดของเรา แต่คนทั้งหลายไม่เชื่อ เพราะเขาไม่ใช่ลูกแกะของเรา ถ้าเขาเป็นแกะของเราเขาต้องฟังเสียงของเรา เรารู้จักแกะของเรา และแกะนั้นจะตามเรา
   ผมอ่านถึงตรงนี้ผมรู้สึกว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าที่ไม่เคยปิดบังตนเอง ไม่ใช่พระเจ้าที่ลึกลับ พระเยซูทั้งบอกและกระทำให้เห็นว่าพระองค์เป็นใคร แต่มีคนมากมายไม่เชื่อ พระเยซูไม่ได้กล่าวโทษคนเหล่านั้นเลยแต่บอกว่าพวกเขาไม่ใช่แกะของเรา พระเยซูเป็นผู้เลี้ยงที่ดีพระองค์รู้จักแกะของพระองค์ และรู้ว่าแกะเหล่านั้นจะตามพระองค์ไป    และเมื่ออ่านต่อไปอีกผมรู้ว่าพระเยซูรักแกะของพระองค์มากเลยครับ ให้สิ่งที่ดีที่สุดกับแกะของพระองค์ คือชีวิตนิรันดร์ และไม่ต้องการให้ใครแย่งชิงแกะนี้ไปจากพระองค์ ขอบคุณพระเยซูสำหรับสิ่งดีทุกสิ่งที่พระองค์เมตตากับแกะของพระองค์ ผมเชื่อว่าแกะของพระองค์ก็จะรักพระองค์เช่นกันครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2557 วันนี้ผมมีเรื่องอยากขอบคุณพระเจ้าครับ คือวันนี้ตอนตีห้ามีโทรศัพท์จากที่บริษัทโทรมาเรื่องงาน เค้าบอกว่ามีโปรแกรมทำงานค้างอยู่หนึ่งตัวน่าจะทำงานมาประมาณสี่ชั่วโมงแล้ว ผมรับโทรศัพท์อย่างง่วงๆ และในใจก็คิดว่าวันนี้วันอาทิตย์ด้วยผมจะไปโบสถ์แล้วมีสติมั๊ย ผมอธิษฐานพร้อมทั้งรีโมทเข้าไปดูงานพบว่าอาการเหมือนกับที่เคยเจอคือโปรแกรมนี้เคยค้างแต่ว่าจริงๆแล้วทำงานสำเร็จ ก็เลยแก้ไขปัญหาไม่ยากครับ พอตอนเช้าวันนี้ขณะขับรถมาโบสถ์ปรากฏว่าอีกหน่วยงานโทรศัพท์มาหาผมบอกว่าเค้าไม่สามารถรันโปรแกรมตัวนึงได้ครับ ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน และงานเค้าก็สำคัญมากด้วย ผมคิดในใจว่าวันนี้งานเข้าอีกแล้วแต่ยังงัยเช้านี้ผมไม่ได้มีโน๊ตบุ้คติดตัวมาด้วยคงช่วยอะไรไม่ได้มาก ขอบคุณพระเจ้าที่ซักพักเดียวจากที่วางสายไปครับ เค้าโทรกลับมาบอกว่ารันโปรแกรมได้แล้ว เค้าต้องไปทำอะไรบางอย่างแล้วโปรแกรมก็ทำงานได้ครับ พระเจ้าทรงช่วยไว้ทั้งสองเรื่องวันนี้ผมก็เลยมาโบสถ์อย่างมีความสุขครับ :) ถ้าให้ผมแก้ไขด้วยตัวผมเองทั้งสองเรื่องก็คงยากสำหรับผม เพราะว่าโปรแกรมที่มีปัญหาไม่ใช่เป็นตัวที่ผมทำและเราก็ดูรายละเอียดของโปรแกรมไม่ได้ด้วยครับ พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่จริงๆใช่มั๊ยครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 40 ข้อ 9-10
ข้าพระองค์ได้บอกข่าวเรื่องการช่วยกู้ที่ในชุมนุมชนใหญ่ ข้าแต่่พระเจ้า ตามที่พระองค์ทรงทราบแล้ว ข้าพระองค์มิได้ยับยั้งริมฝีปากของข้าพระองค์ไว้เลย
ข้าพระองค์มิได้งำการอันชอบธรรมของพระองค์ไว้แต่ในจิตใจของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้พูดถึงความสัตย์ซื่อและความรอดของพระองค์ ข้าพระองค์มิได้ปิดบังความรักมั่นคงและความสัตย์ซื่อของพระองค์ไว้จากชุมนุมชนใหญ่โตนั้น

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2557 วันเวลาผ่านไปไวมากเลยนะครับ ตอนนี้ก็ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ใกล้วันคริสตมาสอีกครั้ง พี่น้องที่อยู่ในแต่ละโบสถ์ก็คงมีภาระในงานรับใช้คริสตมาส บางคนที่ต้องมีภาระในหลายๆเรื่องก็ขอพระเจ้าทรงเสริมกำลังนะครับ ขอพระเจ้าทรงโปรดให้งานรับใช้ต่างๆเกิดผลมากๆครับ :)

พระธรรม 1 ยอห์น บทที่ 5 ข้อ 3
เพราะนี่แหละเป็นความรักต่อพระเจ้า คือที่เราทั้งหลายประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ และพระบัญญัติของพระองค์นั้นไม่เป็นภาระ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2557 วันนี้ไปโบสถ์อาจารย์ก็เทศก์เรื่องการเป็นคนรับใช้ของพระเจ้า ต้องตระหนักถึงอะไรบ้างในหนังสือ 1 โครินธ์ 4:1-13 ครับ พอมาเย็นนี้ที่ผมอธิษฐานเพื่อพระเจ้าจะนำในการแบ่งปันข้อพระคัมภีร์ ผมก็พบพระธรรมที่เกี่ยวกับผู้รับใช้ของพระเจ้าอีกครับ ในพระธรรมตอนนี้

พระธรรมมัทธิว บทที่ 12 ข้อ 15-21
แต่พระเยซูทรงทราบ จึงได้เสด็จออกไปจากที่นั่น และคนเป็นอันมากก็ตามพระองค์ไป พระองค์ก็ทรงรักษาเขาให้หายโรคสิ้นทุกคน
แล้วพระองค์ทรงกำชับห้ามเขามิให้แพร่งพรายว่าพระองค์คือผู้ใด
ทั้งนี้เพื่อจะให้เป็นไปตามคำของอิสยาห์ ผู้เผยพระวจนะ ว่่า
ดูเถิด ผู้รับใช้ของเราซึ่งได้เลือกสรรไว้ ที่รักของเราผู้ซึ่งเราโปรดปราน
เราจะเอาวิญญาณของเราสวมท่านไว้ ท่านจะประกาศความยุติธรรมไปให้แก่บรรดาประชาชาติ
ท่านจะไม่ทะเลาะวิวาทและไม่ร้องเสียงดัง ไม่มีใครจะได้ยินเสียงของท่านตามถนน
ไม้อ้อช้ำแล้วท่านจะไม่หัก ไส้ตะเกียงเป็นควันจวนดับแล้วท่านจะไม่ดับ กว่าท่านจะได้นำความยุติธรรมให้มีชัยชนะ
และบรรดาประชาชาติจะฝากความหวังไว้กับท่าน

   เมื่อ 742 ปีก่อนที่พระเยซูมาบังเกิด ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ได้พูดถึงใครคนนึงที่เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าที่พระเจ้าทรงส่งมา คนคนนั้นก็คือพระเยซูคริสต์ครับ คำเผยพระวจนะในตอนนั้นก็บังเกิดเป็นจริงเมื่อพระเยซูทรงดำเนินงานของพระเจ้าครับ
   ในพระธรรมมัทธิวในข้อก่อนหน้านี้บอกว่าพระเยซูทรงรักษาชายมือลีบในวันสะบาโต (วันอาทิตย์) ซึ่งเป็นวันที่ชายยิวจะไม่ทำงาน เป็นวันศักดิ์สิทธิ์เพื่อนมัสการพระเจ้าครับ เมื่อพระเยซูรักษาคนป่วยนั้น ก็มีคนคอยจับผิดว่าพระองค์ทรงกระทำงานนอกเหนือบทบัญญัติในวันสะบาโต เมื่อพระเยซูทรงทราบ สิ่งที่พระองค์กระทำก็คือการหลีกเลี่ยงที่จะมีเรื่องทะเลาะกับคนที่มาจับผิดนั้น แต่เราจะเห็นว่าพระเยซูไม่ได้หยุดที่จะทำการรักษาคนป่วยให้หาย ซึ่งตรงกับคำพยากรณ์ที่ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านั้น
   จากคำพยากรณ์นั้นเราเห็นอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับผู้รับใช้ที่พระเจ้าทรงเลือก เรารู้ว่าพระเจ้าทรงเลือกคนที่พระองค์โปรดปราน พระเจ้าไม่ได้แต่งตั้งใครก็ได้ให้ทำหน้าที่นี้ และคนนั้นก็มีพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยครับ หน้าที่ของท่านคือประกาศความยุติธรรมของพระเจ้า ให้แก่คนทุกๆคนไม่ยกเว้น ลักษณะของผู้รับใช้จะต้องไม่เป็นคนทะเลาะวิวาท แบบที่พระเยซูแสดงให้เห็นในพระธรรมตอนนี้ครับ พระเยซูทรงถ่อมพระทัยไม่ได้แสดงความเกรี้ยวกราดหรืออำนาจพระองค์จะทรงกระทำแก่มนุษย์คนบาปได้ในทันที ผู้รับใช้ต้องยอมทนทุกข์แบบที่พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างในการรับใช้ พระเยซูถูกทหารโรมจับกุม ถูกทรมาน ถูกโบยตี ถูกตรึงที่กางเขน แต่พระเยซูทรงยอมรับความเจ็บปวดเหล่านั้น เพื่อประกาศความยุติธรรมของพระเจ้าให้ปรากฎกับคนทุกคนให้การงานของพระเจ้าทรงสำเร็จ และเราก็จะฝากความหวังไว้กับพระองค์
   ขอให้เราได้เรียนรู้แบบอย่างที่พระเยซูได้ทรงใช้ชีวิตของพระองค์เป็นต้นแบบให้เราดำเนินตามนะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2557 วันนี้ผมมีพระวจนะของพระเจ้ามากฝากครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 32 ข้อ 1 - 2
บุคคลผู้ซึ่งได้รับการอภัยการละเมิดแล้วก็เป็นสุข คือผู้ทรงกลบเกลื่อนบาปให้นั้น
บุคคลซึ่งพระเจ้ามิได้ทรงถือโทษก็เป็นสุข คือผู้ที่ไม่มีการหลอกลวงในใจของเขา

   อ่านแล้วก็รู้ว่าใครที่จะมีความสุขได้บ้าง หนึ่งก็คือคนที่พระเจ้าได้ทรงอภัยความผิดบาปให้แล้ว สองก็คือคนที่ไม่มีความหลอกลวงในใจพระเจ้าก็ไม่ทรงถือโทษ แล้วผมและพี่น้อง เพื่อนๆ ทุกคนเป็นคนแบบใดแบบหนึ่งที่จะมีความสุขตามพระวจนะหรือไม่ครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 2557 เร็วจังเลยครับ ขึ้นอาทิตย์ที่สองของเดือนใหม่อีกแล้วครับ เมื่ออาทิตย์ก่อนผมได้รับลังไม้จำนวนหลายสิบใบจากโบสถ์แห่งนึงแถวพระประแดงครับ พี่เค้าให้ยืมมาตกแต่งในงานวันคริสตมาสครับ วันนั้นเป็นวันเสาร์ผมไปกับอาเจ็กสองคน พอไปถึงโบสถ์ซึ่งใช้บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านเป็นสถานที่ประชุมนมัสการครับ ก็พบว่ามีเด็กๆน่าจะระดับประถมหลายคนมากในโบสถ์ เด็กๆเหล่านี้เป็นเด็กในชุมชนมาเรียนพิเศษที่โบสถ์โดยมีลูกๆของครอบครัวพี่ที่เปิดโบสถ์นี้คอยดูแล และก็มีอาสาสมัครจากองค์กรคริสเตียนช่วยดูแลครับ ทุกคนใจดีกับเด็กๆและก็กับผมกับอาเจ็กมากครับ ผมคิดว่าความรักของสมาชิกในโบสถ์นี้ที่มีต่อพระเจ้า และมีต่อคนในชุมชนทำให้คนในชุมชนยินดีที่จะนำเด็กๆมาให้ที่โบสถ์ดูแลครับ ตอนเย็นเมื่อเด็กๆกลับบ้านเค้าก็แจกขนมและนมกล่องให้กลับไปทานที่บ้านด้วยครับ และทั้งผู้ให้และผู้รับทุกคนต่างมีความสุขในพระเจ้าครับ ทุกอย่างที่ทางโบสถ์ทำให้ชุมชนไม่่ได้คิดค่าใช้จ่ายเลย ด้วยความเชื่อพระเจ้าทรงเลี้ยงดูครับ :) ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรสำหรับคริสตจักรแห่งนี้ ให้งานประกาศพระกิติคุณจะเกิดผลมากมายครับ :)

พระธรรมมาระโก บทที่ 13 ข้อ 10
ข่าวประเสริฐจะต้องประกาศทั่วประชาชาติทั้งปวงก่อน

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2557 ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ผมได้เตรียมงานตกแต่งในวันประกาศวันคริสตมาสครับ ปีนี้ค่อนข้างหนักใจในเรื่องงานตกแต่ง ผมกังวลเรื่องว่าจะมีคนมาช่วยทำกี่คน และงานที่ได้รับมาก็ดูเหมือนจะใหญ่กว่าทีจะทำกันเองได้ วัสดุอุปกรณ์ก็ไม่รู้ว่าจะหาจากไหนได้เพียงพอครับ แต่ขอบคุณพระเจ้าที่พระเจ้าจัดเตรียมที่ปรึกษา จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มมาให้เรื่อยๆเลยครับ วันก่อนอาเจ็กเอากระดาษมาให้ และก็ช่วยแนะนำวิธีการต่างๆด้วยครับ เพื่อนที่ทำงานช่วยกันเก็บห่อของขนมมาให้ และวันนี้น้องก็เอากระดาษสีน้ำตาลจากโรงงานของพี่มาให้อีกครับ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกๆอย่างครับ และขอพระเจ้าทรงอวยพระพรสำหรับทุกคนที่มีส่วนช่วยกันนะครับ :)

พระธรรม 1 เปโตร บทที่ 5 ข้อ 7
จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2557 วันนี้ผมนำพระธรรมยอห์นตอนที่พวกยิวปฏิเสธพระเยซูมาฝากครับ พระเยซูทรงตรัสกับคนยิวเหล่านั้นว่าดังนี้ครับ

พระธรรมยอห์น บทที่ 10 ข้อ 37-38
ถ้าเราไม่ปฏิบัติพระราชกิจของพระบิดาของเรา ก็อย่าวางใจในเราเลย
แต่ถ้าเราปฏิบัติพระราชกิจนั้น แม้ว่าท่านมิได้วางใจในเรา ก็จงวางใจเพราะพระราชกิจนั้นเถิด เพื่อท่านจะได้รู้และเข้าใจว่าพระบิดาทรงอยู่ในเรา และเราอยู่ในพระบิดา

   พอผมอ่านข้อก่อนหน้านี้ที่คนยิวปฏิเสธพระเยซูว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า ผมก็มาคิดว่าคนเราก็แปลกดี ถึงพระบิดาซึ่งเป็นพระเจ้าที่เรามองไม่เห็นก็ยังมีคนไม่เชื่อและปฏิเสธ และพระเยซูคริสต์ที่มาบังเกิดเป็นมนุษย์ให้เราเห็นก็ยังอุตส่าห์ไม่เชื่อว่าพระองค์มาจากพระเจ้าอีกครับ :)
   แต่สิ่งที่พระเยซูตรัสตอบคนที่ไม่เชื่อนั้นน่าคิดนะครับ พระเยซูบอกว่าถ้าพระองค์ไม่ทำงานของพระบิดาก็อย่าวางใจในพระองค์เลย ถ้าทรงทำงานของพระบิดา แม้ว่าเราไม่เชื่อวางใจในพระองค์ ก็ให้วางในเพราะงานนั้น ถ้าเราคิดถึงตอนนี้จะเห็นว่าถ้าพระเยซูไม่ใช่พระบุตรของพระเจ้าจริง พระองค์อาจจะไม่ต้องมาลำบากในโลกนี้เพื่อช่วยมนุษย์ และงานของพระเจ้านั้นก็คือการตายเพื่อไถ่มนุษย์ออกจากความบาป ถ้าพระเยซูทรงหลอกลวงอ้างว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า ก็ไม่จำเป็นจำต้องทำงานชิ้นนี้จนสำเร็จ แต่ขอบคุณพระเจ้าเราเห็นว่าพระองค์ทรงยอมกระทำงานของพระเจ้าชิ้นนี้จริงๆครับ และสิ่งนี้ก็สะท้อนภาพของคริสเตียนด้วยครับ ถ้าเราบอกว่าเราเป็นคนของพระเจ้า และเราก็ทำงานต่างๆที่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า ถึงคนภายนอกไม่เชื่อว่าเราเป็นคนของพระเจ้า แต่สิ่งที่แสดงออกมาให้เค้าเห็นจะทำให้เค้าเชื่อได้เช่นกันครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2557 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาผมได้นั่งกินข้าวกับน้องที่แผนกคนนึงครับ ได้พูดคุยเรื่องต่างๆ น้องเค้าเล่าว่าคุณยายเป็นคริสเตียน ท่านอายุมากแล้วเก้าสิบกว่าแล้ว และเป็นโรคอัลไซเมอร์ครับ คุณยายพูดคุยอะไรไม่รู้เรื่องแล้วและจำใครก็ไม่ค่อยได้ครับ น้องเล่าว่าเค้ารู้สึกประทับใจคริสเตียน ที่โบสถ์ที่คุยยายไปประจำพอทราบเรื่องว่าคุณยายไปโบสถ์ไม่ไหวแล้ว อาจารย์ที่โบสถ์ หรือ บาทหลวงก็ไม่ทราบ (คุณยายไม่ได้เล่าให้ฟังว่าเป็นคริสเตียนหรือคาทอริกครับ) ก็มาเยี่ยมเป็นประจำเลย ถึงแม้ผ่านมาหลายปีแล้วครับ
   พอผมฟังถึงตอนนี้สิ่งที่ผมนึกถึงอย่างชัดเจนเลยก็คือ นี่แหละที่เค้าเรียกว่า ทำให้คนอื่นเห็นพระเจ้าในเราครับ ถึงแม้ว่าคุณยายจะแก่มากและก็จำอะไรก็ไม่ได้ ใครไปเยี่ยมท่านก็คงจะจำไม่ได้ แต่จิตใจของคนที่ไปเยี่ยมคงเต็มด้วยความรักของพระเจ้าจริงๆครับ ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เราได้เห็นคนของพระเจ้าที่มีพระเจ้าในเค้าจริงๆ และให้ผู้อื่นได้มองเห็นด้วยเช่นกันครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2557 เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้รับรู้เรื่องของพี่ที่บริษัทคนนึงครับ พี่เค้ากำลังช่วยเหลือเพื่อนเค้าอีกคนซึ่งป่วยเป็นมะเร็งที่กระดูกครับ โดยไปกู้้ยืมเงินมาช่วยค่ารักษาพยาบาลจนมีหนี้สินเป็นล้านบาทโดยที่ตัวเค้าก็ลำบากเช่นเดียวกันครับ พี่เค้าเล่าถึงพี่ที่ป่วยเป็นมะเร็งว่าเป็นเพราะเคราะห์กรรมเลยทำให้เค้าต้องป่วยแบบนี้ครับ บ้านพี่ที่ป่วยเค้าเคยทำอาชีพเลี้ยงหมู และก็ต้องมีการฆ่าหมูครับ น้องชายพี่ที่ป่วยจมน้ำตาย แม่ก็เส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต พ่อก็เสียชีวิตเพราะลื่นล้มในบ้านครับ พี่ที่ป่วยเป็นมะเร็งหลายที่ พอผ่าตัดก็มาเป็นที่ใหม่ จนตอนนี้เป็นที่กระดูกซึ่งรักษายากมากครับ พี่ที่บริษัทผมเชื่อว่าเหตุการณ์ร้ายๆที่พี่คนนี้พบเจอเกิดจากการที่บ้านเค้าเคยฆ่าสัตว์ครับ ผมบอกพี่ที่บริษัทว่าจะอธิษฐานเผื่อพี่ที่ป่วยครับ และก็หนุนใจเค้าว่า ขอพระเจ้าได้ปลดปล่อยพี่ที่ป่วยจากปัญหาสุขภาพ และปลดปล่อยพี่คนนี้จากเรื่องหนี้สิน เรื่องบางอย่างในชีวิตดูหนักหนาเกินกำลังของเรา ผมบอกให้พี่เค้าลองพึ่งพระเจ้า อธิษฐานกับพระเจ้าครับ และผมขอฝากพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆที่อ่านบทความนี้ช่วยในการอธิษฐานเผื่อพี่ทั้งสองคนนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ :)

พระธรรมบทเพลงคร่ำครวญ บทที่ 3 ข้อ 57
พระองค์ทรงเข้ามาใกล้ในวันที่ข้าพระองค์ร้องทูลพระองค์ พระองค์ตรัสว่า "ไม่ต้องกลัว"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2557 วันก่อนผมอธิษฐานขอพระวจนะพระเจ้าเพื่อมาแบ่งปันครับ ขอบคุณพระเจ้าที่มอบพระคำนี้มาให้ครับ อีกสองวันก็วันแม่แล้ว พระวจนะของพระเจ้าทรงอวยพระพรแต่คุณพ่อคุณแม่ของเรา และให้คุณแม่มีความยินดี ขอพระพรนี้มีแก่ทุกครอบครัวนะครับ :)

พระธรรมสุภาษิต บทที่ 23 ข้อ 25
จงให้บิดามารดาของเจ้ายินดี จงให้คนที่คลอดเจ้าเปรมปรีดิ์


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2557 วันนี้ผมมีเรื่องจะขอบคุณพระเจ้าครับ วันนี้เป็นวันอาทิตย์แต่งานที่ทำงานผมก็ยังมีเรื่อยๆ และเป็นเวรของน้องอีกคนรับผิดชอบงานในวันนี้ ช่วงเดือนที่ผ่านมามีปัญหาเกี่ยวกับงานมากมายครับ ทำให้ต้องเร่่งทำให้เสร็จในต้นเดือนนี้ครับ แต่เหมือนยิ่งรีบก็ยิ่งเจอปัญหาต่อเนื่องมาครับ วันนี้น้องที่ดูแลงานโทรมาบอกว่าโปรแกรมทำงานไม่สำเร็จ ผมก็เลยเห็นปัญหาว่าเกิดจากปริมาณข้อมูลจำนวนมาก ผมก็บอกให้น้องทะยอยรันโปรแกรมทีละไม่เยอะมาก แต่ต้องหลายรอบหน่อยครับ ซึ่งก็ได้ผลครับ แต่น้องบอกว่าเค้าทำมาหลายรอบมากๆและก็ยังเหลืออีกมากที่ต้องปล่อยครับ ผมก็ได้อธิษฐานกับพระเจ้าสำหรับปัญหานี้ และพระเจ้าก็ให้คำตอบครับ ผมคิดได้ว่าถ้าโปรแกรมช้าตรงจุดนั้นทำไมเราไม่เอาส่วนนั้นออก แล้วไปทำข้างนอกให้สำเร็จเองก่อนครับ เมื่อคิดได้ก็ลองบอกน้อง แล้วผมก็รีโมทเข้าไปแก้ไขโปรแกรมนั้นโดยเอาส่วนที่ช้าออกตามที่ได้คิดไว้ครับ แล้วในที่สุดเมื่อเราทำแบบนี้งานก็ผ่านได้อย่างเร็วขึ้นครับ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทางออกของปัญหาครับ :)

   วันนี้ผมนำพระธรรมกาลาเทียตอนนี้มาฝากครับ พระเจ้าให้เสรีภาพมนุษย์ที่จะคิดจะตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ แต่อย่าให้เรานำเอาเสรีภาพนี้ไปใช้ในทางของฝ่ายโลก แต่ให้เราทำตามพระบัญญัติของพระเจ้าซึ่งให้เราทั้งหลายรักซึ่งกันและกันครับ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งดีๆที่พระเจ้าทรงประทานให้เราเสมอครับ :)

พระธรรมกาลาเทีย บทที่ 5 ข้อ 13 - 14
ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ที่ทรงเรียกท่านก็เพื่อให้มีเสรีภาพ อย่าเอาเสรีภาพของท่านเป็นช่องทางที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้กันและกันด้วยความรักเถิด
เพราะว่าธรรมบัญญัติทั้งสิ้นนั้นสรุปได้เป็นคำเดียว คือว่า จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2557 เมื่อวันก่อนมีคนมากดกริ่งที่บ้านผม ผมออกไปดูก็ไม่รู้จัก เค้าถือกล้วยมาให้แล้วบอกว่า เค้าเป็นเพื่อนบ้านที่บ้านติดกันอยู่ข้างหลังบ้านผมครับ ผมรู้สึกดีใจมาก พอดีหลังบ้านมองไม่เห็นกัน แต่เค้าก็ยังใจดี ทำให้คิดถึงพระคำของพระเยซูที่บอกให้เรารักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเองเลยครับ เพื่อนบ้านที่เห็นภาพตอนนั้นคือเพื่อนบ้านจริงๆเลย และสิ่งที่พระองค์สอนเราทำให้เพื่อนบ้านต่างรักกันและจะมีสันติสุขทั้งครัวเรือนนั้นๆ :)

   พระวจนะที่ผมเอามาฝากในวันนี้ บอกเราว่าให้เรารอคอยพระเจ้า เพราะบางทีความบาปทำให้พระเจ้าทรงหันพระพักตร์จากเรา แต่ขอให้เรามีความหวังใจในพระองค์เสมอนะครับ :)
พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 8 ข้อ 17
ข้าพเจ้าจะรอคอยพระเจ้า ผู้ทรงซ่อนพระพักตร์ของพระองค์จากเชื้อสายของยาโคบ และข้าพเจ้าจะหวังใจอยู่ที่พระองค์


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2557 วันนี้ผมอยากจะแบ่งปันเรื่องนึงครับ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมามีช่างมาเปลี่ยนประตูห้องน้ำที่บ้านผม เค้ามากันสองคนและผมไม่รู้จักเค้ามาก่อน ระหว่่างที่เค้าทำงานอยู่ ช่างผู้หญิงที่มาทำงานก็บอกช่างแฟนเค้าว่าจะถามอะไรพี่ซักอย่างดีมั๊ย ในที่สุดเค้าก็ถามครับ เค้าก็ถามผมว่าที่บ้านพี่เป็นคริสเตียนใช่มั๊ย ผมก็บอกว่าใช่ คิดดีใจว่าสงสัยจะเจอช่างที่เป็นคริสเตียนเหมือนกันครับ ก็ถามเค้าว่าเค้าเป็นคริสเตียนเหรอ ทำไมรู้ว่าบ้านนี้เป็นคริสเตียนครับ เค้าก็บอกว่าเค้านับถือพระแม่มารีย์ ผมก็ถามว่าเค้าก็เป็นคริสเตียนคาทอริกสิ เค้าบอกเค้านับถือสองศาสนาคือพุทธ กับ คาทอริก และก็ย้ำว่านับถือพระแม่มารีย์ เค้ายังบอกว่าวันนี้พระแม่ก็มากับเค้านะอยู่ที่รถ ผมก็ไม่เห็นมีใครบนรถ ผมก็ถามเค้าว่าทำไมรู้ว่าบ้านนี้เป็นคริสเตียน เค้าก็บอกว่าเค้าเดินเข้ามาบ้านไหนๆก็ไม่เหมือนกับที่เดินมาบ้านนี้ เดินแล้วชนเลยเข้าไม่ได้ พระแม่บอกว่าจะลงมาดูแต่เข้าไม่ได้ครับ ก็เลยรู้เลยว่าไม่น่าจะเป็นคาทอริกครับ เค้าบอกว่าอยู่บ้านเค้าก็คุยกับพระแม่ รถที่เค้าขับก็ของพระแม่ครับ บ้านไหนที่เป็นคริสเตียนก็เหมือนมีคนคุ้มครองเค้าเข้าไปไม่ได้ครับ ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงคุ้มครองครอบครัวที่เป็นบุตรเป็นประชากรของพระองค์ ครอบครัวคริสเตียนจะปลอดภัยจากวิญญาณต่างๆครับ

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 43 ข้อ 10
พระเจ้าตรัสว่า "เจ้าทั้งหลายเป็นพยานของเรา และเป็นผู้รับใช้ของเราซึ่งเราได้เลือกไว้แล้ว เพื่อเจ้าจะรู้จักและเชื่อถือเรา และเข้าใจว่าเราเป็นผู้นั้นแหละ ก่อนหน้าเรา ไม่มีพระใดถูกปั้นขึ้น และภายหลังเราก็จะไม่มี


   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2557 ดูเหมือนช่วงนี้บ้านเมืองของเราจะมีความสุขมากขึ้นนะครับ ไม่มีข่าวคนทะเลาะกันฆ่าฟันกันเหมือนที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าเพราะพระเจ้าฟังคำอธิษฐานของผู้ที่เชื่อ ผู้ที่อธิษฐานเผื่อบ้านเมืองครับ อย่าให้เราลืมที่จะขอบพระคุณพระเจ้านะครับ อธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกันเพื่อไม่ให้ทำบาป เพื่อไม่ให้โทษของความบาปนั้นมาตกกับประเทศของเรานะครับ ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองครับ :)

พระธรรมเยเรมีย์ บทที่ 33 ข้อ 6
ดูเถิด เราจะนำอนามัย และการรักษามาให้ และเราจะรักษาเขาทั้งหลายให้หายและเผยสวัสดิภาพและความมั่นคงอย่างอุดม


   สวัสดีครับ วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2557 หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาผมมีความรู้สึกไม่มีสันติสุขเลยครับ เนื่องจากป้าผมเค้าเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเดินไม่ไหวครับ แล้วก็ล้มหลายครั้งจนหัวเข่าบวมครับ ที่บ้านทุกคนก็เครียด วันปกติก็ไปทำงานมีแม่ที่ดูแลป้าเค้าก็เหนื่อยมากครับ ผมไม่อยากคิดถึงอนาคตเลย แต่ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้ผมได้เดินทางไปซื้อเครื่องช่วยเดินให้ป้าตามที่น้องแนะนำมาครับ ระหว่างเดินทางก็อธิษฐานกับพระเจ้าว่าขอให้วันนี้ผมได้ซื้อเครื่องช่วยเดินที่ใช้งานได้จริง เพราะเคยไปซื้อรถเข็นแล้วพอมาใช้ก็ไม่เหมาะเพราะขนาดความกว้างของรถเข็นไม่สามารถเข้าผ่านประตูห้องนอนได้ครับ พอกลับมาบ้านก็เจอป้าพอดีก็เลยลองให้เค้าใช้งานดู ก็ใช้งานได้ดีแล้วดูเค้าดีขึ้นด้วยครับ พระคัมภีร์ตอนที่ผมเอามาในวันนี้ได้บอกว่าให้เราวางใจในพระเจ้าตลอดเวลา บอกพระองค์ถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในใจเรา เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของเราครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 62 ข้อ 8
ประชาชนเอ๋ย จงวางใจในพระองค์ตลอดเวลา จงระบายความในใจของท่านต่อพระองค์ พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของเรา


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2557 ถ้ามีใครซักคนที่เค้าต้องการความช่วยเหลือ และพระเจ้าต้องการให้เราช่วยเหลือเค้า ก็จงช่วยในทุกอย่าง ที่พระวจนะของพระเจ้าได้ตรัสไว้ครับ คือ ให้คำปรึกษา ให้ความยุติธรรม ทำให้เค้าได้รับการบรรเทาจากความเดือดร้อนนั้น ถ้าแม้เค้าถูกขับไล่ถูกรังแก ก็จงช่วยเหลือปกป้อง และอย่าได้หักหลังเค้าครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 16 ข้อ 3
"จงให้คำปรึกษา จงอำนวยความยุติธรรม จงทำร่มเงาของท่านเหมือนกลางคืน ณ เวลาเที่ยงวัน จงช่วยซ่อนผู้ถูกขับไล่อย่าได้หักหลังผู้ลี้ภัย


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2557 ขอบคุณพระเจ้าสำหรับวันนี้ซึ่งเป็นอีกวันนึงที่น่าจดจำครับ วันนี้ผมมีโอกาสได้ร่วมออกประกาศรอบชุมชุนที่โบสถ์ครับ ทีมประกาศได้แบ่งกันออกเดินตามชุมชนโดยออกไปเป็นคู่ๆครับ ผมได้ออกไปกับพี่อีกสามคน เดินได้ซักพักพี่สองคนเค้าก็เข้าไปพูดคุยกับคนที่เราเดินผ่านมาครับ พี่สองคนก็ได้เข้าไปพูดเรื่องพระเจ้าให้คนในชุมชนสองสามคนแล้ว แต่ผมยังไม่เป้าหมายเลย และก็ไม่ค่อยกล้าที่จะเข้าไปคุยกับคนแปลกหน้าครับ พี่อีกคนที่มาด้วยกันก็เดินมากับผมแล้วบอกผมว่าให้ลองคุยกับผู้ชายคนนึงเค้ากำลังทาสีชั้นวางของอยู่ครับ ผมก็เลยได้เริ่มต้นเข้าไปทักทายแล้วก็ขอพี่ที่ทาสีว่าขอพูดเรื่องของพระเจ้าให้เค้าฟังครับ เค้าให้ผมพูดแต่เหมือนเค้ามีสมาธิกับการทาสีมากเหมือนจะได้ไม่ฟังผม ผมก็ขอตัวออกมา พี่ที่เดินมาด้วยกันก็บอกว่าไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวลองดูคนอื่นดู ผมก็เดินจนรอบก็ยังรู้จะพูดกับใครดี เพราะบางคนเค้าก็ทำงานอยู่ก็ไม่อยากรบกวน พอเดินออกมาถนนใหญ่ทางที่จะตรงกลับไปที่โบสถ์พี่ที่มาด้วยกันก็บอกว่าข้างหน้ามาอีกนะใกล้ถึงโบสถ์แล้วลองไปคุยมั๊ย ข้างหน้านั้นเป็นผู้ชายกับผู้หญิงเป็นผู้ใหญ่แล้วเค้านั่งอยู่ริมฟุตบาท พอผมเดินไปใกล้ก็เห็นเค้าถือขวดเหล้าหรือเบียร์อยู่ แต่ผมก็ขอไปนั่งข้างๆเค้า ขอคุยกับเค้าเรื่องของพระเจ้าครับ ครั้งนี้ดีกว่าครั้งแรกมากครับ เพราะพี่สองคนนี้ให้ผมนั่งคุยด้วย และผมก็พูดได้ดีขึ้นด้วยครับ ไม่ค่อยตื่นเต้นครับ และก็รู้ว่าพี่สองคนนี้เค้าเคยได้ยินเรื่องของพระเจ้ามาก่อนแล้ว ก็เลยชวนให้เค้ามาโบสถ์ครับ :) หลังจากนั้นผมก็เดินต่อไปใกล้ถึงโบสถ์แล้ว พี่ที่เดินมาด้วยก็บอกว่านั่นงัยยังมีคนสุดท้ายให้เราประกาศ ผมก็เลยเข้าไปขอคุยกับพี่คนนี้ และก็รู้ว่าเค้าทำงานที่ร้านขายเสื้อที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโบสถ์ครับ วันนี้เค้าก็กำลังทำงานอยู่ ผมก็เล่าเรื่องของพระเจ้าและเชิญชวนให้พี่เค้ามาโบสถ์ถ้ามีโอกาสครับ :)    ผมอยากจะหนุนใจว่าถ้าผมซึ่งไม่ค่อยมีความกล้าในการพูดคุยกับคนแปลกหน้าสามารถที่จะออกประกาศเรื่องของพระเจ้าได้ พี่น้องคริสเตียนคนอื่นก็น่าจะทำได้เหมือนกันครับ และก็หวังว่าเรื่องที่เราออกไปประกาศข่าวประเสริฐเมื่อคนอื่นๆเค้าได้ยินแล้ว เค้าจะมีโอกาสได้เปิดใจที่จะต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิตครับ :)

พระธรรมมัทธิว บทที่ 10 ข้อ 7 - 8
จงไปพลางประกาศพลางว่า 'แผ่นดินสวรรค์ใกล้มาแล้ว'
จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย คนตายแล้วให้ฟื้น คนโรคเรื้อนให้หายสะอาด และจงขับผีให้ออก ท่านทั้งหลายได้รับเปล่าๆ จงให้เปล่าๆ


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2557 วันก่อนผมอ่านข่าวพบว่าจากการคาดการณ์การเติบโตของประชากรในประเทศจีนตอนนี้ ถ้าไปถึงปี ค.ศ. 2030 ประเทศจีนจะมีคนที่นับถือศาสนาคริสต์ทุกนิกายรวมกันมากที่สุดในโลกครับ ตัวเลขในปี 2010 มีคริสเตียนนิกายโปรเตสแตนท์ถึง 58 ล้านคนครับ ถ้าเรามาวิเคราะห์กันแบบคนทั่วไปที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า เราคงต้องคิดว่าต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้คนจีนเปลี่ยนใจมาเชื่อในพระเจ้าแน่ๆ เราคงรู้จักคนจีนดี ( ผมก็จีนเหมือนกัน :) ) ส่วนใหญ่คนจีนมีความเชื่อในบรรพบุรุษ ในการกราบไหว้เจ้าต่างๆซึ่งเป็นสิ่งที่สืบทอดต่อๆกันมา คงเป็นเรื่องที่ยากมากที่เราจะให้คนจีนเลิกปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ นอกจากนี้คนจีนในประเทศจีนยังอยู่ภายใต้ลัทธิคอมมิวนิสต์ซึ่งปกครองประเทศมายาวนานมีอิธิพลกับชีวิตของชาวจีนอย่างมาก ในการปกครองนี้เค้าจะจำกัดสิทธิต่างๆของประชากรในความคิดความเชื่อ เพื่อไม่ให้ประชาชนคิดนอกกรอบที่พรรคคอมมิวนิสต์ตั้งขึ้นมาครับ ในการเผยแพร่ศาสนาในประเทศจีนเป็นเรื่องที่ยากมากๆ พอๆกับความเชื่อดั้งเดิมที่เค้ามีอยู่ มีมิชชันนารีที่เข้าไปประกาศข่าวประเสริฐในประเทศจีนถูกจับ ถูกลงโทษ และถูกประหารชีวิตจำนวนมากมายครับ จากข่าวชิ้นนี้ผมก็อ่านพบอีกว่ามีโบสถ์คริสต์ในจีนที่ถูกรัฐบาลท้องถิ่นจะทำการรื้อถอนเพราะเขาอ้างว่าเป็นโบสถ์ที่ผิดกฏหมาย แต่ในภาพข่าวบอกว่าคริสเตียนที่นั่นเขาพากันออกมายืนล้อมโบสถ์ไว้เพื่อป้องกันโบสถ์ ทำให้เรายิ่งเห็นภาพความเชื่อของเขามากขึ้น คริสเตียนเหล่านั้นเขาไม่กลัวที่จะถูกรัฐบาลดำเนินคดี เขาออกมาปกป้องพระวิหารของพระเจ้าด้วยความกล้าหาญ สิ่งเหล่านี้ทำให้คนอีกหลายคนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้าต้องคิดได้แล้วว่าทำไม ความเชื่อที่อยู่เหนือความกลัว คริสเตียนเหล่านั้นทำไมเขาถึงมั่นใจในการรักษาความเชื่อของเขาต่อพระเจ้า
   วันนี้ผมตั้งใจจะมาเล่าเรื่องนี้ครับ และก็อีกเช่นเคยที่ผมจะอธิษฐานเพื่อขอให้พระเจ้ามอบพระวจนะให้ผม ผมเปิดเจอพระธรรมตอนนี้ เป็นเรื่องที่พูดถึงเหตุการณ์ก่อนวันที่พระเยซูจะเสด็จมาอีกครั้งนึงตามพระสัญญาของพระเจ้าครับ ในพระวจนะบอกว่าให้เราระวังตัวไว้ จะมีคนมาจับกุมคริสเตียนและทำโทษคริสเตียนต่อหน้าผู้ปกครองบ้านเมือง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อเราจะได้เป็นพยานในองค์พระเยซูคริสต์ ข่าวประเสริฐเรื่องของพระเยซูจะถูกประกาศออกไปทั่วโลก และพระวจนะยังบอกอีกว่าเราไม่ต้องกลัวอะไรพระวิญญาณบริสุทธิ์จะอยู่ด้วยกับเราในเวลาที่น่ากลัวนั้น น่ากลัวถึงขั้นที่คนในครอบครัวก็จะโยนความผิดให้กันได้ ไม่ว่าพี่กับน้อง พ่อแม่กับลูก จะมีการทรยศเกิดขึ้น คนมากมายจะเกลียดชังคริสเตียน ก็เพราะคริสเตียนซื่อสัตย์กับพระเจ้า แต่ที่สุดคนที่ทนได้ ผู้นั้นจะรอดครับ เห็นเหมือนผมมัียครับว่าวันเวลาที่พระเยซูจะทรงเสด็จมานั้นใกล้มากแล้วครับ ให้เราได้เรียนรู้ในการใช้ชีวิตในช่วงเวลาสำคัญนั้นนะครับ :)

พระธรรมมาระโก บทที่ 13 ข้อ 9 - 13
"แต่จงระวังตัวให้ดี เพราะคนเขาจะอายัดท่านทั้งหลายไว้กับศาล และจะเฆี่ยนท่านในธรรมศาลาและท่านจะต้องยืนต่อหน้าเจ้าเมืองและกษัตริย์เพราะเรา เพื่อจะได้เป็นพยานแก่เขา
ข่าวประเสริฐจะต้องประกาศทั้วประชาชาติทั้งปวงก่อน
แต่ว่าเมื่อเขาจะอายัดท่านไว้นั้น อย่าเป็นกังวลก่อนว่าจะพูดอะไรดี แต่จงพูดตามซึ่งพระเจ้าทรงโปรดให้ท่านพูดในเวลานั้น เพราะว่าผู้ที่พูดนั้นมิใช่ตัวท่านเอง แต่เป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์
แม้ว่าพี่ก็จะมอบน้องให้ถึงความตาย พ่อก็จะมอบลูก และลูกก็จะทรยศต่อพ่อแม่ให้ถึงแก่ความตาย
คนทั้งปวงจะเกลียดชังท่านเพราะความภักดีที่ท่านมีต่อเรา แต่ผู้ใดทนได้จนถึงที่สุด ผู้นั้นจะรอด


   สวัสดีครับ วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน 2557 วันนี้ผมได้อ่านพระธรรมตอนนี้เลยอยากรีบเอามาแบ่งปันครับ พระวจนะบอกว่าให้เราหว่านความชอบธรรม ความชอบธรรมในที่นี้ก็คือการกระทำที่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า คำว่าหว่านก็แสดงให้เห็นว่าการกระทำนี้จะทำได้ในวงกว้างออกไปรอบๆ อาจจะเป็นสังคมรอบๆตัวเราครับ ผลของการกระทำนี้จะกลับมายังตัวเรา ยิ่งทำมากเราจะได้รับความรักมั่นคงตอบกลับมามากเช่นกันครับ พระเจ้าให้เราหว่านในที่ร้างก็คือในที่ที่ยังขาดแคลนความชอบธรรมของพระเจ้า เวลานี้เองเป็นเวลาที่จะแสวงหาพระเจ้า เพื่อพระองค์จะกลับมาอีกครั้งนึงตามพระสัญญาครับ :)

พระธรรมโฮเชยา บทที่ 10 ข้อ 12
จงหว่านความชอบธรรมไว้สำหรับตัว จงเกี่ยวผลของความรักมั่นคง เจ้าจงไถดินที่ร้างอยู่ เพราะเป็นเวลาที่จะแสวงหาพระเจ้า เพื่อว่าพระองค์จะเสด็จมา


   สวัสดีครับ วันพุธที่ 16 เมษายน 2557 ขอบคุณพระเจ้าสำหรับวันหยุดช่วงสงกรานต์หลายๆวันนี้ที่ได้พักผ่อนที่บ้านครับ :)

พระธรรมดาเนียล บทที่ 6 ข้อ 19 - 24
พอเช้าตรู่ พระราชาก็ตื่นบรรทมรีบเสด็จไปยังถ้ำสิงห์
เมื่อพระองค์เสด็จมาใกล้ถ้ำที่ดาเนียลอยู่ พระองค์ก็ตรัสเรียกดาเนียลด้วยเสียงโทมนัสว่า "โอ ดาเนียลผู้รับใช้ของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ พระเจ้าของท่านซึ่งท่านปรนนิบัติอยู่เนืองนิตย์นั้นทรงสามารถที่จะช่วยกู้ท่านจากสิงห์ได้แล้วหรือ"
แล้วดาเนียลกราบทูลพระราชาว่า "ข้าแต่่พระราชา ขอทรงพระเจริญเป็นนิตย์
พระเจ้าของข้าพระบาททรงใช้ทูตสวรรค์ของพระองค์มาปิดปากสิงห์ไว้ มันมิได้ทำอันตรายแก่ข้าพระบาท เพราะพระองค์ทรงเห็นว่าข้าพระบาทไร้ความผิดต่อพระพักตร์พระองค์ ข้าแต่พระราขา ข้าพระบาทมิได้กระทำผิดประการใดต่อพระพักตร์ฝ่าพระบากด้วย"
ฝ่ายพระราชาก็โสมนัสในพระทัยเป็นล้นพ้น และทรงบัญชาให้นำดาเนียลออกมาจากถ้ำเขาจึงเอาดาเนียลออกจากถ้ำ ไม่ปรากฏว่ามีอันตรายอย่างไรบนตัวท่านเลย เพราะท่านได้วางใจในพระเจ้าของท่าน
แล้วพระราชาทรงบัญชาให้นำคนเหล่านั้นที่ฟ้องดาเนียลมาโยนทิ้งในถ้ำสิงห์ ทั้งตัวเขา บุตรทั้งหลายของเขา และภรรยาของเขาทั้งหลายด้วย และก่อนที่เขาตกลงไปถึงพื้นถ้ำ สิงห์ก็ได้ฟัดเขาอยู่เสียแล้วและหักกระดูกของเขาทั้งหลายเป็นชิ้นๆไป


   พอได้มาอ่านพระธรรมดาเนียลตอนนี้อีกครั้งก็ทำให้เราต้องวางใจในพระเจ้ามากขึ้นครับ พระเจ้าทรงช่วยดาเนียลผู้ซึ่งเขาถูกกลั่นแกล้งให้ถูกลงโทษโดยโยนไปในถ้ำสิงห์ พระเจ้าทรงทราบว่าดาเนียลไม่ได้ทำผิดต่อพระเจ้า และต่อพระราชาเลย ในที่สุดดาเนียลก็ปลอดภัยในสถานะการณ์ที่น่ากลัว ส่วนคนไม่ดีก็ถูกลงโทษแทนดาเนียลครับ และในเหตุการณ์นั้นก็ทำให้ทุกคนที่ขณะนั้นได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าด้วยครับ :)









อ่านย้อนหลัง


จำนวนผู้เยี่ยมชม