Today

     สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2557 ผมได้อ่านข้อพระคัมภีร์ตอนนี้แล้วทำให้คิดถึงคำพยานที่อาเจ็กผมเล่าให้ฟังครับ

พระธรรมกิจการ บทที่ 14 ข้อ 8 - 10
ที่เมืองลิสตรามีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ใช้เท้าไม่ได้ เขาเป็นง่อยตั้งแต่กำเนิด ยังไม่เคยเดินเลย
คนนั้นได้นั่งฟังเปาโลพูดอยู่ เปาโลจึงเขม้นดูเขา เห็นว่ามีความเชื่อพอจะหายโรคได้
จึงร้องสั่งด้วยเสียงอันดังว่า "จงลุกขึ้นยืนตรง" คนง่อยนั้นก็กระโดดขึ้นเดินไป


   คำพยานมีอยู่ว่า อาเจ็กเป็นไปที่สนามแบดมินตัน แล้วพบเพื่อนที่ตีแบดด้วยกันคนนึง สุขภาพของเพื่อนคนนี้ไม่ค่อยดีเค้าไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นโรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทครับ แต่ยังตีแบดโดยที่แขนและขาเริ่มที่จะไม่มีความรู้สึก หลายๆครั้งหลังนี้อาเจ็กต้องไปพยุงออกมานั่งหลังจากจบเกมส์ อาเจ็กบอกเพื่อนว่าจะอธิษฐานเผื่อเค้า เค้าดีใจมาก มีเพื่อนอีกคนบอกอาการแบบนี้ไม่นานต้องเป็นอัมพาตครึ่งฉีกแน่ เค้าบอกจะพาไปหาหมอ อาเจ็กถามเค้าว่าจะไปหาหมออะไร เค้าบอกว่าหมอผี อาเจ็กรีบห้ามเพื่อนว่าไม่ได้นะเพราะอาเจ็กกำลังอธิษฐานเผื่อให้พระเจ้าทรงรักษา ถ้าไปหาหมอผีพระเจ้าจะไม่รักษา เพื่อนที่ป่วยก็เชื่อฟังครับ เค้าอยากเห็นการอัศจรรย์ของพระเจ้า หลังจากที่กลับมาอธิษฐานเผื่อเพื่อนและอ่านพระคัมภีร์ อาทิตย์ต่อมาอาเจ็กก็เจอเพื่อนที่สนามแบดอีกครับ ครั้งนี้นั่งดูเพื่อนตีอยู่เห็นว่าอาการน่าเป็นห่วงมาก การทรงตัวผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด เพื่อนออกมานั่งพักเพราะเล่นไม่ไหว อาเจ็กเค้าไปหาและบอกว่าพระเจ้าจะทรงรักษา เพื่อนอาเจ็กรีบดึงแขนอาเจ็กมาทันทีด้วยความดีใจ เค้าบอกว่าผมเชื่อว่าพระเจ้าจะทำการอัศจรรย์ อาเจ็กนำเพื่อนให้อธิษฐานสารภาพผิดต่อพระเจ้า และให้เค้าอธิษฐานส่วนตัวกับพระเจ้าในเวลานั้นเรื่องอาการป่วย ในขณะนั้นอาเจ็กบอกว่าเหมือนมีพลังงานบางอย่างที่มือ อาเจ็กเลยไม่รอช้าวางมือบนหลังที่ปวดนั้นและอธิษฐานกับพระเจ้าให้พระเจ้าทรงปลดปล่อยสิ่งที่ผูกมัดที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยนี้ หลังจบคำอธิษฐาน เพื่อนของอาเจ็กได้ตะโกนว่าผมหายป่วยแล้ว พระเจ้าทรงรักษา พร้อมทั้งลุกขึ้นกระโดดโลดเต้น จนคนที่สนามแบดต่างก็พากันมองมา เพื่อนที่อยู่อีกคอร์ทที่กำลังตีอยู่เมื่อมองเห็นก็รีบเดินมาถามครับ ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทำให้เพื่อนของอาเจ็กคนนี้ที่เค้าต้องการการรักษาจากพระองค์ และมีความเชื่อว่าพระเจ้าจะต้องรักษาเขาให้หายได้ และก็เป็นจริงตามนั้นครับ
   วันนี้ผมเจออาเจ็กที่โบสถ์เลยได้สอบถามเกี่ยวกับเพื่อนคนที่อาเจ็กเล่าให้ฟังครับ อาเจ็กบอกว่าหลังจากที่เล่าให้ผมฟังอาทิตย์ก่อน อาทิตย์นี้ไปเจอเพื่อน เพื่อนรีบบอกว่าหลังจากวันนั้นเขาหายดีแล้ว แต่เพิ่งจะรู้สึกว่าอาการไม่มีความรู้สึกที่แขนขากำลังจะกลับมาครับ อาเจ็กถามเพื่อนว่าคุณไปทำอะไรมา เพื่อนก็บอกว่ามีเพื่อนเค้าบอกว่าให้ไปขอบคุณเจ้าที่ที่รักษาโรคให้ และเค้าก็ทำตาม อาเจ็กเลยรู้ว่าเพราะเหตุที่เค้าทำแบบนี้เลยกลับเป็นขึ้นมาอีก
   จากเหตุการณ์นี้ผมอยากจะสรุปว่าเพื่อนของอาเจ็กหายโรคเพราะความเชื่อ แต่เมื่อเค้าละทิ้งความเชื่อในพระเจ้า เค้าก็กลับไม่สบายขึ้นอีกครับ หวังว่าเพื่อนของอาเจ็กจะกลับมาหาพระเจ้าอีกครั้งนึง และยึดในความเชื่อในพระเจ้าครับ

   สวัสดีครับ วันพุธที่ 12 มีนาคม 2557 ผมขอเริ่มด้วย

พระธรรมกิจการ บทที่ 26 ข้อ 15 - 18
ข้าพระบาททูลถามว่า 'พระเจ้าข้า พระองค์ทรงเป็นผู้ใด' พระองค์จึงตรัสว่า 'เราคือเยซูซึ่งเจ้าข่มเหงนั่นแหละ
แต่ว่าจงลุกขึ้นยืนเถิด ด้วยว่าเราได้ปรากฏแก่เจ้าเพื่อจะตั้งเจ้าไว้ให้เป็นผู้รับใช้ และเป็นพยานถึงเหตุการณ์ซึ่งเจ้าเห็น และถึงเหตุการณ์ที่เราจะสำแดงตัวเราเองแก่เจ้าในเวลาภายหน้า
เราจะช่วยเจ้าให้พ้นจากชนชาตินี้และจากคนต่างชาติที่เราจะใช้เจ้าไปหานั้น
เพื่อจะให้เจ้าเบิกตาของเขา เพื่อเขาจะกลับจากความมืดมาถึงความสว่าง และจากอำนาจซาตานมาถึงพระเจ้า เพื่อเขาจะได้รับการยกโทษความบาปผิดของเขา และให้ได้รับที่ซึ่งจะได้ด้วยกันกับคนทั้งหลาย ซึ่งถูกชำระให้เป็นผู้ชอบธรรมแล้วโดยความเชื่อในเรา'


   ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับการทรงเรียกของพระเจ้า พระเจ้าทรงเรียกมนุษย์ที่เป็นคนบาปและไม่เชื่อพระเจ้าให้เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ เพื่อให้เค้าได้รู้จักพระองค์ผู้ทรงเป็นพระเจ้า เพื่อให้เขากลับมีกำลัง และให้เขาไปหาคนอื่นๆซึ่งไม่รู้จักพระเจ้าเพื่อจะได้บอกเล่าเรื่องของพระเจ้า และเป็นพยานกับคนทั้งหลายถึงองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าใช้เขาไปและก็ยังทรงปกป้องเขาจากอันตรายต่างๆ เป้าหมายของงานของพระเจ้าก็เพื่อทำให้คนอีกหลายคนได้รู้จักพระเจ้า ทรงต้องการเรียกให้เขากลับใจใหม่กลับมาหาพระเจ้า ให้หลุดพ้นจากอำนาจของมารซาตาน อำนาจของความบาป พระเจ้าจะทรงยกโทษความบาปต่างๆที่มี และโดยความเชื่อในพระเจ้าคนทั้งหลายจะถูกถือว่าเป็นผู้ชอบธรรมครับ :)
   เพราะพระเจ้าทรงรักเราที่เป็นคนบาป และพระเจ้าทรงต้องการให้เรานำความรักของพระองค์ออกไปให้กับผู้อื่นด้วยเช่นกัน

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม 2557 วันนี้ผมได้ไปเยี่ยมอาเจ็กโหงวที่โรงพยาบาล อาเจ็กไม่สบายมีอาการน้ำท่วมปอดครับ อยู่โรงพยาบาลมาหลายวันแล้ว ไปถึงดูอาเจ็กแข็งแรงดี และอารมณ์ดีด้วยครับ ผมคิดว่าอาเจ็กเป็นคนรักพระเจ้าและทุกคนที่บ้านก็รักพระเจ้า ครอบครัวนี้ดูมีสันติสุขมากครับ และเย็นนี้ก่อนที่จะมาอัพเดทข้อมูลในเว็บนี้ ก็อธิษฐานขอพระคำของพระเจ้า สิ่งที่อ่านก็คือพระธรรมสดุดีข้อนี้ครับ
พระธรรมสดุดี บทที่ 41 ข้อ 3
เมื่อเขานอนเจ็บ พระเจ้าทรงค้ำจุนเขา เมื่อเขาป่วยไข้พระองค์ทรงรักษาความเจ็บไข้ทั้งสิ้นของเขาให้หาย

   อ่านแล้วก็เหมือนกับพระเจ้าทรงบอกกับผมว่า พระเจ้าทรงเมตตาอยู่เสมอ เมื่อวันที่ผู้ที่เชื่อและรักพระเจ้าไม่สบาย พระเจ้าจะทรงรักษาเขาให้หายครับ พระเจ้าทรงแสดงสิ่งนี้ให้ผมได้เห็นมาหลายต่อหลายครั้งครับ ขอบคุณความรักของพระเจ้าครับ
   เมื่อสามสี่อาทิตย์ก่อนก็มีเรื่องน่ากลัวเกิดขึ้น ที่บริษัทของญาติผม มีเด็กคนนึงถูกเครื่องจักรหนีบแขนครับ เหตุการณ์นี้หน้ากลัวมากๆครับ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นเลือด เส้นประสาท ฉีกขาดครับ กว่าจะนำตัวน้องคนนี้ออกมาได้ก็ใช้เวลานานมากครับ พอไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอก็ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ครับ เหคุการณ์นี้ทำให้คุณคนในบริษัทเศร้าใจมาก หลายคนร้องไห้ และเดินมากอดและปลอบใจคุณแม่ของเด็ก และคุณพ่อด้วยครับ ทุกคนในบริษัทที่เชื่อในพระเจ้าต่างก็อธิษฐานเพื่อขอให้พระเจ้าช่วยรักษาแขนของน้องคนนี้ครับ ผมและครอบครัว และยังรวมถึงพี่ๆที่โบสถ์ต่างก็อธิษฐานเผื่อครับ คุณแม่ของน้องคนนี้ก็เชื่อในพระเจ้าเขาอธิษฐานกับพระเจ้าอย่างมาก อาการของน้องคนนี้หนักมากอาจจะต้องตัดแขน คุณหมอและพยาบาลก็ไม่ให้ความหวังในการรักษาเลยครับ แต่ทุกคนที่เชื่อเรามีความหวังในพระเจ้า และบอกคุณหมอว่าให้รักษาน้องให้เต็มที่เลยครับ ถึงตอนนี้คุณหมอได้เอาเนื้อส่วนอื่นมาปิดแผลของน้องหลังจากที่ต่อเส้นเลือดต่างๆแล้ว น้องได้กลับมารักษาตัวที่บ้าน แต่ต้องไปตรวจดูอาการเกี่ยวกับเส้นประสาทของแขนว่าจะสามารถใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่ครับ ผมเชื่อว่าอาการที่ดีขึ้นตามลำดับได้ขนาดนี้เพราะพระเจ้าได้ทรงฟังคำอธิษฐาน พระเจ้าทรงรักษาบาดแผลนั้นและความเจ็บปวดนั้น และขอให้เรามั่นคงในความเชื่อครับ เราจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 ผมอ่านพระคึมภีร์มาระโกบทที่ 14 ข้อ 25 - 42 เป็นช่วงเวลาวันก่อนที่พระเยซูจะถูกจับไปครับ หลังจากอาหารเย็นวันนั้นพระเยซูและสาวกก็ออกไปยังภูเขามะกอกเทศ พระเยซูทรงตรัสกับสาวกว่าทุกคนจะทิ้งพระองค์ และตรัสเกี่ยวกับข้อพระคัมภีร์ที่ถูกเขียนไว้ก่อนหน้าถึงการประหารผู้เลี้ยงแกะ (พระเยซู) และการทรงถูกชุบให้เป็นจากความตาย ซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่ทราบว่าสาวกจะรู้มั๊ยว่าผู้เลี้ยงแกะที่พระองค์กล่าวถึงคือใคร แต่พอได้ยินคำว่าทุกคนจะทิ้งเรา เปโตรก็รีบบอกว่า "แม้คนทั้งปวงจะทิ้งพระองค์ข้าพระองค์จะทิ้งก็หามิได้" พระเยซูทรงบอกเปโตรว่าคืนนี้ก่อนไก่ขันสองหนท่านจะปฏิเสธเราสามครั้ง เปโตรยืนยันกับพระเยซูว่า ถึงแม้เขาจะต้องตายก็จะไม่ปฏิเสธพระองค์เลย สาวกคนอื่นๆก็ยืนยันด้วยครับ จากนั้นพระเยซูและสาวกก็มาที่สวนเกทเสมนี ซึ่งอยู่เชิงเขามะกอกเทศเพื่อพระเยซูจะมาอธิษฐานสำหรับเหตุการณ์วิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้นกับพระองค์ เมื่อพระเยซูทรงเดินเลยไปเพื่ออธิษฐานด้วยความทุกข์ใจ และกลับมาก็เห็นสาวกหลับอยู่ พระเยซูทรงเรียกเปโตร และก็ทรงออกไปอธิษฐานอีกครั้ง กลับมาครั้งนี้พระองค์ก็ยังเห็นพวกเขาหลับอยู่อีก พระเยซูก็ทรงไปอธิษฐานอีกครั้งเป็นครั้งที่สาม มาถึงก็ยังเห็นสาวกยังหลับอยู่อีกครับ
   ผมมองเห็นภาพคนที่เหนื่อยล้ามากๆ เมื่อกำลังคอยใครซักคน เขาอาจจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้วก็เผลอหลับไปครับ แม้ว่าคนสำคัญคนนั้นจะมาสะกิดเรียกเราครั้งที่หนึ่งก็แล้ว ครั้งที่สองก็แล้ว ครั้งที่สามก็แล้ว เราจะตื่นและพร้อมจะพบคนคนนั้นมั๊ย แต่เราไม่รู้ว่าในวันเวลานั้นอาจจะเป็นวินาทีที่สำคัญในชีวิตสำหรับใครซักคน และใครคนนั้นอาจจะต้องการให้เราอยู่คอยเค้า เมื่อเวลาสำคัญนั้นที่พระเยซูจะทรงเสด็จกลับมาหาเราอีกครั้ง เราจะยังรอคอยพระองค์ เราพร้อมทั้งกายและใจของเราหรือยัง เราจะระมัดระวังในการใช้ชีวิต และอธิษฐานอยู่เสมอกับพระองค์อยู่หรือเปล่าครับ ขอพระเจ้าทรงเมตตาและคุ้มครองใจและกายของทุกคนครับ

พระธรรมมาระโก บทที่ 14 ข้อ 38
ท่านทั้งหลายจะเฝ้าระวังและอธิษฐาน เพื่อท่านจะไม่ต้องถูกการทดลอง จิตใจพร้อมแล้วก็จริง แต่กายยังอ่อนกำลัง"

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 ในหนังสือปัญญาจารย์บอกเราว่าในที่ที่เราคิดว่าเป็นที่ที่น่าจะมีความยุติธรรมและความชอบธรรม ก็ยังมีความอธรรมอยู่ ผมลองมาคิดในใจว่างั้นเราก็ไม่ควรจะยึดติดกับสถานที่ ทุกที่ก็สามารถมีทั้งคนดีคนไม่ดี ในปัญญาจารย์ก็ยังบอกเราว่ายังงัยก็แล้วแต่สำหรับเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นแล้วนั้น จะมีเวลากำหนดที่พระเจ้าจะทรงพิพากษาครับ เราไม่ต้องกังวลว่าคนทำผิดจะรอดจากการลงโทษของพระเจ้า และเราก็ไม่ต้องไปลงโทษคนนั้นๆเสียเองครับ :)

พระธรรมปัญญาจารย์ บทที่ 3 ข้อ 16 - 17
ยิ่งกว่านั้นอีก ที่ภายใต้ดวงอาทิตย์ข้าพเจ้าเห็นว่า ในที่ของความยุติธรรมมีความอธรรมอยู่ด้วย และในที่ของความชอบธรรมมีความอธรรมอยู่ด้วย
ข้าพเจ้ารำพึงในใจของข้าพเจ้าว่า พระเจ้าจะทรงพิพากษาคนชอบธรรมและคนอธรรม เพราะมีกาลกำหนดไว้สำหรับทุกเรื่อง และสำหรับการงานทุกอย่าง

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 เรามาลองอ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ดูนะครับ

พระธรรม 1 พงศาวดาร บทที่ 14 ข้อ 8 - 17
เมื่อคนฟีลิสเตียได้ยินว่าดาวิดทรงรับการเจิมเป็นพระราชาเหนืออิสราเอลทั้งปวงแล้ว คนฟีลิสเตียทั้งปวงก็ขึ้นไปแสวงหาดาวิด ดาวิดทรงทราบก็เสด็จออกไปสู้รบกับเขาทั้งหลาย
ฝ่ายคนฟีลิสเตียได้มาปล้นในหุบเขาเรฟาอิม
และดาวิดก็ทรงทูลถามพระเจ้าว่า "ควรที่ข้าพระองค์จะขึ้นไปต่อสู้ฟีลิสเตียหรือ พระองค์จะทรงมอบเขาไว้ในมือของข้าพระองค์หรือ" และพระเจ้าตรัสตอบพระองค์ว่า "ขึ้นไปเถอะ และเราจะมอบเขาไว้ในมือเจ้า"
และพระองค์เสด็จไปยังบาอัลเปราซิม และดาวิดทรงชนะเขาทั้งหลายที่นั่น และดาวิดตรัสว่า "พระเจ้าทรงทะลวงข้าศึกของข้าพเจ้าเหมือนดังกระแสน้ำที่พุ่งใส่" เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียกที่นั่นว่า บาอัลเปราซิม
เขาทั้งหลายก็ทิ้งรูปเคารพของเขาเสียที่นั่น และดาวิดก็ทรงมีพระบัญชา และรูปเคารพเหล่านั้นก็ถูกเผาเสียหมด
และคนฟีลิสเตียยังมาปล้นในหุบเขานั้นอีก และเมื่อดาวิดทูลถามพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง พระเจ้าตรัสตอบพระองค์ว่า "เจ้าอย่าขึ้นไปตามเขา จงอ้อมไปและโจมตีเขาที่ตรงข้ามกับหมู่ต้นโพธิ์
และเมื่อเจ้าได้ยินเสียงกระบวนทัพอยู่ที่ยอดหมู่ต้นโพธิ์แล้ว จงออกไปทำศึก เพราะว่าพระเจ้าได้เสด็จออกไปข้างหน้าเพื่อโจมตีกองทัพของคนฟีลิสเตีย"
และดาวิดทรงกระทำตามที่พระเจ้าบัญชาแก่พระองค์ และเขาทั้งหลายโจมตีกองทัพคนฟีลิสเตียตั้งแต่เมืองกิเบโอนถึงเมืองเกเซอร์
กิติศัพท์ของดาวิดก็ลือไปสู่บรรดาประเทศทั้งหลายและพระเจ้าทรงให้ประชาชาติทั้งปวงครั่นคร้ามดาวิด

   ผมอ่านแล้วทำให้คิดว่ากษัตริย์ดาวิดทรงเป็นคนอย่างไร ทำไมพระเจ้าทรงชอบพระทัยพระองค์ ก่อนที่ดาวิดจะเป็นกษัตริย์เขาเคยเป็นเด็กเลี้ยงแกะ และตอนนั้นเขาเพิ่งพระเจ้าและแสดงความกล้าหาญที่ออกไปรบชนะกับยอดนักรบของคนฟีลิสเตียครับ แต่ตอนนี้ดาวิดได้รับการเจิมเป็นกษัตริย์แล้ว ดาวิดมีอำนาจและทรงครอบครองประเทศ แต่เมื่อมีพวกฟีลิสเตียที่เขาเคยชนะมาปล้นคนอิสราเอล ดาวิดไม่ได้มั่นใจในตนเองและลืมพระเจ้า เขากลับทูลถามพระเจ้าว่าพระเจ้าจะให้เขาควรทำสิ่งใด กษัตริย์ดาวิดถึงแม้ว่าเขาจะเป็นผู้นำแล้ว แต่พระองค์ทรงยอมและให้เกียรติต่อพระเจ้าเหมือนเดิม ยอมทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า และเขาก็ทำสำเร็จโดยชนะคนฟีลิสเตีย แต่กระนั้นคนฟีลิสเตียก็ยังมาปล้นอีกครั้ง ครั้งนี้กษัตริย์ดาวิดควรจะมีความมั่นใจมากขึ้นจากครั้งก่อน แต่เราจะเห็นว่าท่านก็ยังถ่อมใจที่จะทูลถามกับพระเจ้าถึงแผนงานที่ท่านควรกระทำต่อฟีลิสเตีย ซึ่งครั้งนี้พระเจ้าไม่ได้ให้เขาไปรบโดยตรงแบบเดิม ถึงแม้ศัตรูพวกเดิมมาทำการร้ายเดิมสถานที่เดิมก็ตาม กษัตริย์ดาวิดก็ยังทรงเชื่อฟังพระเจ้า พระองค์กระทำตามแผนการที่พระเจ้าทรงตรัสกับพระองค์ และพระองค์ก็ทรงรบชนะอีกครั้ง และชัยชนะก็ไม่ได้ทำให้ดาวิดโลภที่จะเขารูปเคารพที่ทำด้วยวัตถุมีค่าไป แต่กลับทรงสั่งให้ทำลายเสีย เพราะเค้ารู้จักพระเจ้าและรู้ว่าพระเจ้าทรงพอพระทัยสิ่งใดครับ
   เราได้เห็นความเชื่อ ความถ่อมใจ การให้เกียรติพระเจ้า การดำเนินตามน้ำพระทัยพระเจ้าของกษัตริย์ดาวิด และเรายังเห็นว่าพระเจ้าทรงช่วยกู้อิสราเอล ทรงอวยพระพรกษัตริย์ดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ เพราะพระเจ้านั้นทรงชอบธรรม และเป็นพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่
   ชีวิตเราทุกวันนี้อาจจะมีหลายๆสิ่งที่ยุ่งยาก และความวุ่นวายในสังคม สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นสิ่งที่กำลังจะพิสูจน์ความเชื่อ ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าก็ได้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องเรียนรู้แบบอย่างที่ดี ที่จะทำให้เราเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า และตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้องตามน้ำพระทัยของพระเจ้าครับ และเราอาจจะเป็นคนหนึ่งที่สามารถเป็นนำพระพรของพระเจ้าสู่ประเทศไทยนะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2557 ผมอธิษฐานกับพระเจ้าว่าขอให้พระองค์ทรงสำแดงการงานของคนอธรรมที่ทำในความมืดให้ปรากฏ เพราะเห็นว่ามีหลายคนหลงผิดจากการล่อลวงของคนเหล่านั้น และก็ขอบคุณพระเจ้าที่มีหลายๆคนที่กล้าออกมาเปิดเผยสิ่งเลวร้ายที่เขาได้พบเจอ ผมเองก็ติดตามข่าวสารการเมืองมาพอสมควร และพอมาได้ฟังสิ่งที่มีผู้เปิดเผยเกี่ยวกับการทุจริตของการใช้อำนาจรัฐกับธุรกิจสื่อสารมวลชน กับการใช้อำนาจเงินในการให้ได้มาถึงเป้าหมายทางธุรกิจผ่านนักการเมือง ก็คล้ายกับที่เขาทำในวงการโทรคมนาคมที่ผมทำงานอยู่เลยครับ
   และผมก็รู้ว่าพระเจ้ามองเห็นทุกอย่างที่คนไม่ดีได้กระทำ แม้ว่าเขาคิดว่าจะสามารถปกปิดสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้จากมนุษย์ พระเจ้าทรงยุติธรรมเสมอครับ และทุกอย่างที่เขาทำถ้าเขาไม่กลับใจใหม่ สิ่งเหล่านั้นก็จะปรับโทษคนเหล่านั้นต่อพระเจ้าครับ พระธรรมของพระเจ้าก็อธิบายให้เราเข้าใจและเห็นภาพของสิ่งที่เกิดขึ้น คนเหล่านั้นถูกความมั่งคั่งล่อลวงจริงๆ ทำให้เขามั่นใจว่าเงินจะซื้อได้ทุกอย่าง เขาเข้าใจว่าเงินสามารถเปลี่ยนกฏเกณฑ์ที่บ่งบอกว่าความถูกต้องเป็นอย่างไร เขาไม่รู้จักพอ และดำเนินการตามความคิดของตัวเองอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะต้องรับโทษ เขานำสิ่งที่เป็นภาษีของคนในชาติมาเป็นของตน นำคนมากมายให้หลงติดตามเขา แต่ของให้เราจงต่อสู้ด้วยความเชื่อ และวางใจในพระเจ้า ไม่ใช้สิ่งที่ไม่ดีสู้กับการอธรรมครับ :)

พระธรรม ฮาบากุก บทที่ 2 ข้อ 4 - 5
ดูเถิด ผู้ที่จิตใจไม่ชอบธรรมก็จะล้ม แต่ว่าคนชอบธรรมจะดำรงชีวิตอยู่ด้วย ความซื่อสัตย์
ยิ่งกว่านั้น ความมั่งคั่งล่อลวงคนประมาท เขาจะไม่รู้จักสงบ ความตะกละของเขากว้างเหมือนอย่างแดนคนตาย อย่างมัจจุราชไม่เคยรู้จักอิ่ม เขากอบโกยประชาชาติทั้งหลายมาเพื่อตัวเขาเอง แล้วรวบรวมชาชาติทั้งหลายเข้ามาเป็นคนของตน"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม 2557 บางช่วงชีวิตเรามักจะมีหลายสิ่งที่รอให้เราตัดสินใจ และเราก็มักจะกังวลมากกับผลที่จะได้รับจากการตัดสินใจ อาจจะเป็นเรื่องของการเรียน เรื่องของการทำงาน เรื่องของความรัก เรื่องของชีวิตครอบครัว เรื่องของสุขภาพ เรื่องของการดำเนินชีวิตต่อไป หรือแม้กระทั่งเรื่องของการรับใช้ก็ตาม แต่พอได้อ่านพระสัญญาของพระเจ้าตอนนี้ที่กล่าวถึงวันเวลาที่พระเจ้าจะเสด็จมา ทุกอย่างในวันนั้นอาจจะอยู่เหนือความเข้าใจในสติปัญญาของมนุษย์ วันเวลาและธรรมชาติจะเป็นตามที่พระเจ้ากำหนด พระเจ้าจะทรงครอบครองอยู่เหนือทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดจะสำคัญไปกว่าพระเจ้าผู้ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าอีกแล้วครับ ดังนั้นหลายอย่างที่เราคิดภายใต้ความคิดของเราเองว่าสำคัญ ก็อาจจะไม่สำคัญเท่ากับการเตรียมตัวที่จะรอคอยวันแห่งพระเจ้าครับ ขอพระเจ้าคุ้มครองทุกๆคนจนถึงวันสำคัญนั้นนะครับ :)

พระธรรม เศคาริยาห์ บทที่ 14 ข้อ 6 - 9
ในวันนั้นจะไม่มีความหนาวและน้ำค้างแข็ง
จะมีแต่วัน (พระเจ้าทรงทราบ) ไม่ใช่วันสลับคืน แต่เวลาเย็นจะมีแสงสว่าง
ในวันนั้นน้ำพุจะไหลไปสู่ทะเลด้วยตะวันออก และครึ่งหนึ่งจะไหลไปสู่ทะเลด้านตะวันตก ในฤดูร้อนก็จะไหลเรื่อยไปดังในฤดูหนาว
และพระเจ้าจะทรงเป็นกษัตริย์เหนือพิภพทั้งสิ้น ในวันนั้นพระเจ้าจะทรงเป็นเอก และพระนามของพระองค์ก็เป็นเอก


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2556 ขอบคุณพระเจ้าสำหรับงานคริสตมาสที่ผ่านมาครับ ถึงแม้ว่าช่วงนี้บ้านเมืองอาจจะมีความวุ่นวายต่างๆให้หลายคนกังวลใจ แต่ก็มีคนที่มาร่วมงานและก็ออกมารับเชื่อหลายคนเลยครับ :) หวังว่าหลายๆคนที่อยากรู้จักกับพระเจ้าเขาจะได้พบสิ่งที่เขาแสวงหา และได้พบความจริงในพระเจ้าครับ
   สำหรับปัญหาของบ้านเมืองคริสเตียนก็ต้องช่วยกันอธิษฐานให้ประเทศของเราได้พบทางออกที่ถูกต้องครับ สิ่งที่มาจากพระเจ้ามักจะเป็นสิ่งที่เรานึกไม่ถึง แต่ผลสุดท้ายเราจะชื่นชมทุกครั้งครับ
   กลับมาดูข้อพระคัมภีร์ในวันนี้นะครับ ข้อพระคัมภีร์นี้ได้ทำให้เราเห็นภาพสังคมปัจจุบันมากขึ้นว่า คนเรามักจะไม่สนใจต่อคำสอนที่มีหลักการ แต่คนส่วนใหญ่จะมุ่งไปฟังในสิ่งที่ใจเค้าต้องการมากกว่า ถ้าใครสอนแล้วไม่ตรงกับความคิดของเราก็จะไม่ยอมรับฟัง ส่วนใหญ่จะฟังเรื่องที่ไม่จริงที่มาจากนิยาย แต่สำหรับคนของพระเจ้าในพระคัมภีร์ได้หนุนใจให้เขาอดทน และทำหน้าที่ประกาศข่าวประเสริฐและงานรับใช้พระเจ้าให้สำเร็จครับ :)

พระธรรม 2 ทิโมธี บทที่ 4 ข้อ 3-5
เพราะจะถึงเวลาที่คนจะทนต่อคำสอนที่มีหลักไม่ได้ แต่เขาจะรวบรวมครูไว้ให้สอนในสิ่งที่เขาชอบฟัง เพื่อบรรเทาความอยาก
เขาจะเลิกฟังความจริง และจะหันไปฟังเรื่องนิยายต่างๆ
แต่ท่านจงหนักแน่นมั่นคง จงอดทนต่อความทุกข์ยากลำบาก จะทำหน้าที่ของผู้ประกาศข่าวประเสริฐและจงกระทำพันธบริการของท่านให้สำเร็จ



   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2556 เทศกาลคริสตมาสใกล้มาถึงอีกปีนึงแล้วครับ วันที่เราจะได้ระลึกถึงการเสด็จมาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของพระเยซูคริสต์ ที่โบสถ์ก็มีการซ้อมการเตรียมงานประกาศคริสตมาสกันวันนี้ครับ ปีนี้ที่โบสถ์เทียนสั่งจะจัดงานในเย็นวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2556 เวลา 18:30 - 21:00 ครับ ถ้าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่อยากชวนเพื่อนที่อยากรู้จักพระเจ้ามากขึ้นก็ขอเชิญชวนมาร่วมงานนี้ได้นะครับ ปีนี้มีนิทรรศการเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ด้วยครับ มีการแสดงละคร ซุ้มเกมส์ครับ ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรทุกคนในคริสตมาสนี้ครับ :)

พระธรรม กิจการ บทที่ 13 ข้อ 23
จากเชื้อสายของดาวิด พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ผู้ช่วยให้รอด คือพระเยซูเกิดขึ้นแก่ชาติอิสราเอลตามพระปฏิญาณของพระองค์


   สวัสดีครับ วันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2556 วันนี้ได้มาทักทายกันอีกครั้งนะครับ หลังจากไม่ได้เจอกันหลายอาทิตย์ ผมไม่ได้หนีไปชุมนุมทางการเมืองนะครับ แต่ก็ห่วงประชาชนหลายคนที่ออกไปชุมนุมครับ แต่ช่วงนี้ที่โบสถ์มีการเตรียมงานคริสตมาสหลายอย่างเลยไม่ค่อยมีเวลาครับ
   สำหรับเรื่องของบ้านเมืองอาจจะอยู่ในความกังวลของหลายคน รวมทั้งผมด้วยครับ แต่ขอให้เราทูลต่อพระเจ้าสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น ให้พระองค์ทรงช่วยสำหรับปัญหาต่างๆ วางใจในทุกสิ่งที่เรามอบไว้ในพระเจ้า ทางของพระองค์เป็นที่ชอบธรรมเสมอครับ แม้ว่าเราเห็นคนที่ชั่วร้ายมีอำนาจ มีเงินทอง มีอาวุธ มีความคิดร้ายๆ มีความโหดร้าย มีพรรคพวกที่พร้อมจะช่วยเขาทำสิ่งไม่ดี แต่พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าคนเหล่านั้น และในพระวจนะก็บอกว่าคนไม่ดีในที่สุดก็ต้องพบความยากลำบากครับ

พระธรรม สุภาษิต บทที่ 16 ข้อ 3-4
จงมอบงานของเจ้าไว้กับพระเจ้าและแผนงานของเจ้าจะได้รับการสถาปนาไว้
พระเจ้าทรงกระทำให้ทุกสิ่งมีเป้าหมายของมัน แม้คนชั่วร้ายก็เพื่อวันลำเค็ญ


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2556 เมื่อค่ำวันนี้ผมเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้เป็นวันลอยกระทง เพราะว่าขับรถออกจากโบสถ์ก็มืดแล้ว ตามทางมีจุดดอกไม้ไฟ พลุ ปล่อยโคม ดูครึกครื้นดีครับ แต่วันนี้รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมากกว่าคนอื่นๆที่ไปเที่ยววันลอยกระทงครับ เพราะที่โบสถ์มีทั้งเด็ก คนหนุ่มสาว ผู้สูงอายุอยู่ช่วยกันสร้างกรุงเยรูซาเล็มครับ ก็เพราะว่าคริสตมาสปีนี้ที่โบสถ์เทียนสั่งจัดงานประกาศคริสตมาสในวันที่ 20 ธันวาคม 2556 ในชื่องานว่า meet & greet Jesus Christ ตอนทัวร์เยรูซาเล็มครับ เมื่อเราทำเพื่อพระเจ้าเราก็รู้สึกว่าพระเจ้ารักเรามากขึ้น รู้สึกเหมือนกันมั๊ยครับ :)
   ขอบคุณพระเจ้าที่ผมสามารถช่วยงานในวันนี้ได้ถึงแม้แขนซ้ายจะยังไม่สมบูรณ์ และขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆที่อธิษฐานเผื่อนะครับ :)

พระธรรม 2 พงศาวดาร บทที่ 2 ข้อ 6
แต่ผู้ใดเล่าที่จะสามารถสร้างพระนิเวศสำหรับพระองค์ได้ ในเมื่อฟ้าสวรรค์ถึงแม้ว่าฟ้าสวรรค์ที่สูงที่สุด รับรองพระองค์ไม่ได้ ข้าพเจ้าเป็นผู้ใดเล่าที่จะสร้างพระนิเวศสำหรับพระองค์ นอกจากให้เป็นที่เผาเครื่องหอมถวายพระองค์เท่านั้น


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2556 ช่วงเดือนที่ผ่านมาเป็นเวลาที่ผมอ่อนแอเพราะความไม่สบายมาก เริ่มจากมีอาการปวดตาอย่างมากครับ เพราะว่าใช้สายตากับงานและมือถือครับ พอไปทำงานก็ไม่สามารถมองจอคอมพิวเตอร์ได้นาน แป๊บเดียวก็ปวดตามากๆ ผมรู้ว่าสายตาผมแย่มากขึ้นจากปกติที่เป็นคนสายตาสั้นและสายตาเอียงครับ แต่ไม่ยอมใส่แว่นถึงตอนนี้ผมก็ไม่ใส่แว่น เพราะเคยใส่แล้วเหมือนมีอะไรมาวางอยู่บนหน้าทำให้ไม่ชินเลยครับ ปวดตามาสองวันก็หยุดเสาร์อาทิตย์ พอมาทำงานใหม่ก็ไม่ดีขึ้นเลยครับ จนต้องถามน้องที่นั่งข้างๆว่าถ้าไปตัดแว่นควรไปที่ร้านไหนแพงหรือเปล่า คือครั้งนี้เป็นมากจนต้องตัดสินใจไปตัดแว่นขนาดว่าหลังเลิกงานต้องไปตัดแว่นจริงๆแล้วครับ ใจผมคิดกังวลมากว่าถ้าตามองไปได้แล้วจะทำงานได้ยังงัย อธิษฐานกับพระเจ้าอย่างจริงจังขอให้พระเจ้าช่วยรักษาสายตาผมครับ และพระเจ้าทรงรักษาผมจริงๆครับ เย็นนั้นหลังเลิกงานผมไม่ได้ไปร้านแว่นตา พอเช้ามาทำงานปรากฏว่าผมสามารถทำงานได้อย่างปกติครับ
   และอีกเรื่องนึงที่ผมไม่สบายก็เริ่มใกล้ๆอาการปวดตาครับ วันนั้นผมใช้แขนยกของหนักแล้วก็เข้านอน ปรากฏว่าตอนเช้าปวดแขนมากครับ ตอนแรกก็คิดว่าคงปวดกล้ามเนื้อถ้าพักการใช้แรงแขนก็คงดีขึ้น ผมก็เลยไม่ได้ออกกำลังกายระหว่างอาทิตย์ อาทิตย์ต่อมาก็ไม่หายครับยังปวดต้นแขนหัวไหล่ ผมเลยลองลงไปห้องพยาบาลที่บริษัท เพื่อขอยาจะได้หายไวขึ้นครับ แต่ปรากฏว่ากินยาไปหนึ่งสัปดาห์จนหมดก็ไม่หายครับ และยังเป็นมากกว่าเดิมอีกครับ คราวนี้ไม่ได้ออกแรงก็มีอาการนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ชาครับ พอมีอาการแบบนี้ร่วมด้วยทำให้ผมกังวลใจ เพื่อนบอกว่าให้ไปหาหมอ ผมก็คิดว่าไปหาหมอที่ห้องพยาบาลของบริษัทดูก่อนเพราะครั้งก่อนไม่ได้พบหมอ อาจจจะรักษาไม่ตรงจุด ครั้งนี้ผมก็ได้ยามามากขึ้น พอกินไปก็ไม่หายครับ อาการชาเป็นบ่อยมาก ผมอธิษฐานกับพระเจ้าและก็เลิกกินยา (ไม่ใช่เลิกเพราะว่าอธิษฐานนะครับ เพราะคิดว่ายาที่กินอยู่ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเลยครับ) ผมลองดูในเว็ปอาการชาที่ปลายนิ้วโป้งและนิ้วชี้อาจจะมาจากเส้นประสาทที่ไหล่ ซึ่งก็น่าจะใกล้เคียงกับที่ผมเป็น พอไปเล่าให้พี่ที่ตีแบดด้วยกันฟัง เค้าก็เป็นห่วงโทรมาถามอาการบ่อยๆ และแนะนำให้ไปหาหมอที่เกี่ยวกับกายภาพที่เค้าหาอยู่ครับ ผมก็ตกลงใจว่าจะไปหาหมอเช่นกัน (ถ้าคนที่รู้จักผมจะรู้ว่าผมเป็นคนที่ไม่ชอบไปหาหมอถ้าอาการไม่มากจริงๆ :)) ก็นัดกันว่าพี่เค้าจะพอไปวันเสาร์ถัดไปครับ พอวันอาทิตย์ผมไปโบสถ์ซึ่งช่วงนี้เราจัดเตรียมสถานที่สำหรับวันคริสตมาสที่จะมาถึงปีนี้ครับ พอพบกับอาเจ็กและพี่ที่โบสถ์ที่เค้าเตรียมงานก็เลยนัดกันว่าเดี๋ยวผมจะมาช่วยตกแต่งสถานที่ในวันเสาร์ถัดไปครับ ผมก็คิดว่าคงเลื่อนพี่ที่นัดพาไปหาหมอก่อนครับ และก็อธิษฐานกับพระเจ้าอีกว่าขอให้พระเจ้าทรงรักษาแขนผม เพื่อผมจะได้มาทำงานที่โบสถ์ได้ และก็ไปออกกำลังกายได้เหมือนเดิมครับ พระเจ้าก็ช่วยให้ผมดีขึ้นแบบที่ไม่ได้กินยาหรือรักษาครับ ผมกลับมาออกกำลังกายได้ และก็ไปช่วยงานที่โบสถ์ได้ครับ แต่ก็ยังไม่หายนะครับ ถ้าไปท้าวแขนก็ยังชาอยู่ครับ ยังงัยก็ฝากพี่น้องช่วยอธิษฐานเผื่อด้วยนะครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 53 ข้อ 5
แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความทรยศของเราทั้งหลาย ท่านฟกซ้ำเพราะความบาปผิดของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายสมบูรณ์นั้น ตกแก่ท่านที่ท่านต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี


   พออ่านข้อพระคัมภีร์นี้ทำให้ผมนึกถึงภาพพระเยซูที่พระองค์ทรงถูกทรมาน เพราะพระองค์ทรงแบกความผิดบาปและการลงโทษที่เราสมควรจะได้รับ บาดแผลของพระเยซูก็เพื่อรักษาจิตวิญญาณของเราให้ได้รับการรักษาการความบาป ขอบคุณพระเจ้าสำหรับความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่มีต่อคนบาปอย่างเราครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2556 พระวจนะของพระเจ้าในวันนี้ทำให้ผมรู้สิ่งใหม่ๆและมาแบ่งปันครับ :)

พระธรรม 2 ซามูเอล บทที่ 23 ข้อ 3 - 4
พระเจ้าแห่งอิสราเอลทรงลั่นพระวาจา พระศิลาแห่งอิสราเอลได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า เมื่อผู้หนึ่งปกครองมนุษย์โดยชอบธรรม คือปกครองด้วยความยำเกรงพระเจ้า
เขาทอแสงเหนือประชาชนเหมือนแสงอรุณเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น คือรุ่งเช้าที่ไม่มีเมฆซึ่งเมื่อภายหลังฝน กระทำให้หญ้างอกออกจากดิน


   ถ้าตามหลักการของโลกนี้ หลักปรัชญาที่เกี่ยวกับการปกครอง เขาจะสอนให้ผู้นำพยายามทำตัวให้ลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชายำเกรง ยกย่อง อาจจะด้วยความสามารถ ความรู้หรือการเป็นผู้นำในเรื่องต่างๆก็แล้วแต่ แต่ว่าในพระวจนะของพระเจ้ากลับบอกเราว่าผู้ปกครองที่ดีที่ชอบธรรม ก็คือเขาจะต้องปกครองด้วยความยำเกรงพระเจ้า ถ้าเขาทำดังนี้แล้วเขาก็เปรียบเสมือนแสงอรุณแห่งความหวังให้กับคนอื่นๆ การปกครองดูแลของเขาจะเกิดผลเจริญขึ้นครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2556 เราหลายคนกำลังมีความทุกข์กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่หรือเปล่าครับ ในพระวจนะของพระเจ้าได้บอกว่าใครบ้างที่จะมีความสุข คนที่มีความสุขก็คือคนที่พระเจ้าทรงอภัยความผิดบาปของเขา คนคนนั้นที่พระเจ้าจะอภัยให้เขา เขาจะต้องจริงใจที่จะขอให้พระเจ้าทรงยกโทษบาปด้วยนะครับ ขอพระเจ้าทรงอภัยความผิดบาปของเราทุกคนนะครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 32 ข้อ 1-2
บุคคลผู้ซึ่งได้รับอภัยการละเมิดแล้วก็เป็นสุข คือผู้ทรงกลบเกลื่อนบาปให้นั้น
บุคคลซึ่งพระเจ้ามิได้ทรงถือโทษก็เป็นสุข คือผู้ที่ไม่มีการหลอกลวงในใจของเขา


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2556 พระเยซูทรงสอนสาวกว่าถ้าเขามีความเชื่อเพียงเล็กน้อย เขาจะทำสิ่งยิ่งใหญ่ได้ และจะไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้เลย ถ้าคนทั่วไปฟังดูแล้วเหมือนจะเกินความเป็นจริง แต่ถ้าเรารู้ว่าพระเจ้าที่เราเชื่อและเราทูลขอต่อพระองค์นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด เป็นพระเจ้าที่ทรงสร้างสรรพสิ่ง สร้างมนุษย์และทุกอย่างรอบตัวเรา และพระองค์ทรงพระชนม์อยู่เป็นนิตย์ เราก็จะเริ่มรู้ว่าสิ่งที่พระเยซูทรงตรัสนั้นเป็นความจริงทุกประการครับ ดังนั้นถ้าเราจะเชื่อได้เราต้องรู้จักว่าเราเชื่อในผู้ใดนะครับ ให้เราแสวงหาพระเจ้าและรู้จักพระองค์มากขึ้นนะครับ :)

พระธรรม มัทธิว บทที่ 17 ข้อ 20
พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "เพราะเหตุพวกท่านมีความเชื่อน้อย ด้วยเราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านมีความเชื่อเท่าเมล็ดพืชเมล็ดหนึ่งท่านจะสั่งภูเขานี้ว่า 'จงเลื่อนจากที่นี่ไปที่โน่น' มันก็จะเลื่อน สิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งท่านทำไม่ได้ จะไม่มีเลย"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2556

พระธรรม ยอห์น บทที่ 10 ข้อ 24 - 29
พวกยิวก็พากันมาห้อมล้อมพระองค์และทูลว่า "จะให้ใจเราแขวนอยู่นานสักเท่าใด ถ้าท่านเป็นพระคริสต์ก็จงบอกเราให้ชัดแจ้งเถิด"
พระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า "เราได้บอกท่านทั้งหลายแล้วและท่านไม่เชื่อ สิ่งซึ่งเราได้กระทำในพระนามพระบิดาของเราก็เป็นพยานให้แก่เรา
แต่ท่านทั้งหลายไม่เชื่อเพราะท่านมิได้เป็นแกะของเรา
แกะของเราย่อมฟังเสียงของเราและเรารู้จักแกะเหล่านั้น และแกะนั้นตามเรา
เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น แกะนั้นจะไม่พินาศเลย และจะไม่มีผู้ใดแย่งชิงแกะเหล่านั้นไปจากมือของเราได้
พระบิดาของเราผู้ประทานแกะนั้นให้แก่เราเป็นใหญ่กว่าทุกสิ่ง และไม่มีผู้ใดอาจชิงแกะนั้นไปจากพระหัตถ์ของพระบิดาของเราได้
เรากับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน"


   พระเยซูไม่ได้บอกทุกคนแบบเปิดเผยว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า แต่คนที่ได้ยินได้ฟังก็มีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อ คนที่ไม่เชื่อพระองค์ทรงเปรียบว่าเขาเหล่านั้นไม่ใช่แกะของพระองค์ ส่วนผู้ที่เชื่อนั้นก็เปรียบเหมือนแกะของพระองค์ เพราะแกะนั้นจะเชื่อและฟังเสียงของเจ้าของ และพระเยซูก็ทรงเป็นผู้เลี้ยงที่ดีที่จะดูแลแกะของพระองค์ ไม่ให้มีใครมาแย่งชิงไป และพระเจ้าพระบิดาก็ทรงยิ่งใหญ่พระองค์จะทรงปกป้องแกะของพระองค์ครับ
   ขอบคุณพระเจ้า ขอให้ผมเป็นหนึ่งในแกะของพระองค์ที่พระเจ้าจะทรงเมตตาและเลี้ยงดู และไม่ให้ใครมาแย่งชิงไปจากพระองค์ครับ อาเมน

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม 2556 เมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้วผมมีภาระหนักเกี่ยวกับงานที่ทำครับ งานที่สนับสนุนอยู่มีมากและก็มีปัญหาเกือบทุกงานครับ เลยได้นอนดึกทุกวันเลยครับ วันนึงผมก็กลับบ้างมาทำงานต่อที่บ้านจนดึก และวันนั้นผมก็คิดว่าวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เหนื่อยมาก แต่ก็ยังดีที่เราทำเสร็จแล้ว ก็เลยอธิษฐานแล้วเข้านอนครับ แต่แล้วประมาณตีหนึ่งก็ได้ยินเสียงโทรศัทพ์ ผมก็เลยตื่นมาแบบง่วงมากมารับสายครับ ปรากฏว่าเป็นโทรศัทพ์จากที่ทำงานว่ามีปัญหากับอีกระบบงานนึงครับ ตอนนั้นก็คิดไม่ออกเลยว่าจะทำยังงัย เพราะระบบนี้ผมยังไม่ค่อยได้เข้าไปดูมากนักครับ ผมก็ตั้งสติแล้วก็ขอเวลาดูรายละเอียดของปัญหา และก็ถามพี่ที่แจ้งปัญหานี้มาว่ามีอะไรผิดปกติอื่นอีกมั๊ย เค้าก็ตอบว่าไม่มีเลยครับ ต่อมาผมเลยลองโทรเพื่อจะปรึกษากรณีนี้กับน้องที่บริษัทที่เค้าดูแลระบบงานนี้โดยตรง แต่ก็ผิดหวังเพราะเค้าไม่รับสายครับ ผมดูแล้วก็หนักใจว่าคืนนี้จะได้นอนมั๊ย เพราะไม่รู้สาเหตุและวิธีการแก้ไข ผมก็เลยตัดสินใจแก้ไขตามความคิดของตัวเองเพื่อให้โปรแกรมที่มีปัญหาหยุดทำงานก่อน แลัวก็อธิษฐานกับพระเจ้าว่าขอให้พระองค์ช่วยแก้ไขปัญหานี้ด้วย เพราะเรื่องนี้อาจจะเกินความสามารถที่ผมจะแก้ไขได้ ขณะนั้นเมื่อกำลังอธิษฐานอยู่ยังไม่จบเลยก็มีเสียงโทรศัทพ์ดังขึ้นมา ผมก็รับสายก็เป็นพี่คนเดิมที่โทรกลับมาพร้อมกับบอกว่าเพิ่งได้รับแจ้งจากโอเปอเรเตอร์ว่ามีโปรแกรมตัวนึงที่ตายอยู่ครับ เท่านั้นแหละผมก็นึกถึงพระเจ้าเลยว่าพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่จริงๆ และทรงตอบคำอธิษฐานผมแบบเร็วเกินกว่าที่ได้คิดเลยครับ :) เมื่อได้ยินดังนั้นแล้วผมก็เลยขอให้พี่ที่โทรมาให้บอกโอเปอเรเตอร์ว่าให้เค้าช่วยเริ่มโปรแกรมที่ตายนั้นใหม่อีกครั้ง และหลังจากนั้นให้ลองรีรันโปรแกรมที่เป็นปัญหาใหม่ครับ พี่เค้าก็บอกว่าพี่จะลองดูถ้าติดอะไรจะโทรมาใหม่ครับ และในที่สุดคืนนั้นก็ผ่านไปด้วยดีครับ ขอบคุณพระเจ้าในทุกๆสิ่งครับ อาเมน :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2556

พระธรรม มาระโก บทที่ 3 ข้อ 1-6
แล้วพระองค์ได้เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาอีก และที่นั่นมีคนหนึ่งมือข้างหนึ่งลีบ
คนเหล่านั้นคอยดูว่าพระองค์จะรักษาโรคให้คนนั้นในวันสะบาโตหรือไม่ เพื่อเขาจะหาเหตุฟ้องพระองค์ได้
พระองค์ตรัสแก่คนมือลีบว่า "มาข้างหน้าเถอะ"
พระองค์จึงตรัสแก่คนทั้งหลายว่า "ในวันสะบาโตควรจะทำการดี หรือควรจะทำร้าย จะช่วยชีวิตดีหรือจะผลาญชีวิตเสียดี" ฝ่ายคนทั้งปวงก็นิ่งอยู่
พระองค์มีพระทัยเป็นทุกข์เพราะใจเขาแข็งกระด้างนัก และได้ทอดพระเนตรดูรอบด้วยพระพิโรธ และพระองค์ตรัสแก่คนมือลีบนั้นว่า "จงเหยียดมือออกเถิด" เขาก็เหยียดออก และมือของเขาก็หายเป็นปกติ
พวกฟาริสีออกไป และในทันใดนั้นได้ปรึกษากับพรรคพวกของเฮโรดว่า จะทำอย่างไรจึงจะฆ่าพระองค์ได้


   เราเห็นว่าพระเยซูทรงเข้าไปในธรรมศาลาและก็รักษาคนมือลีบคนหนึ่งในวันสะบาโต ทุกคนในธรรมศาลานั้นก็รู้ว่าในวันสะบาโตพวกยิวจะไม่ทำการใดๆ เพราะเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ปรากฏในธรรมบัญญัติ ถ้ามีใครฝ่าฝืนก็จะต้องรับการลงโทษ แต่พระเยซูทรงแสดงให้เราได้เห็นว่า ที่จริงแล้วพระเจ้าทรงมีพระประสงค์ใดในวันสะบาโต ความรักของพระเจ้าไม่ได้มีกำหนดว่าวันนี้เวลานี้พระเจ้าจะไม่รักเรา และพระเยซูก็ทรงไม่อยากให้รักธรรมบัญญัติมากกว่ารักผู้อื่น และความรักของพระเยซูก็อยู่เหนือความกลัวในอันตรายรอบๆข้างด้วยครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2556

พระธรรม 2 พงศาวดาร บทที่ 19 ข้อ 1-3
เยโฮชาฟัทพระราชาแห่งยูดาห์เสด็จกลับไปโดยสวัสดิภาพถึงพระราชวังของพระองค์ในกรุงเยรูซาเล็ม
แต่เยฮูบุตรฮานานีผู้ทำนายได้ออกไปเฝ้าพระองค์ ทูลกษัตริย์เยโฮชาฟัทว่า "ควรที่ฝ่าพระบาทจะช่วยคนอธรรม และรักผู้ที่เกลียดชังพระเจ้าหรือ เพราะเรื่องนี้พระพิโรธของพระเจ้าได้ออกมาถึงฝ่าพระบาท
อย่างไรก็ดีพระองค์ทรงพบความดีในฝ่าพระบาทบ้าง เพราะฝ่าพระบาทได้ทำลายบรรดาอาเช-ราห์เสียจากแผ่นดิน และได้มุ่งพระทัยแสวงหาพระเจ้า"


   จากพระธรรมของพระเจ้าเราจะเห็นว่าคำเตือนของเยฮูมาถึงกษัตริย์เยโฮชาฟัทว่า พระเจ้าทรงไม่พอพระทัยในเรื่อง การช่วยเหลือคนอธรรม และรักผู้ที่เกลียดชังพระเจ้า ในชีวิตของเราก็ต้องคอยเตือนตัวเองด้วยนะครับ ถึงสิ่งที่เราจะปฏิบัติต่อผู้อื่นว่าเป็นสิ่งที่สมควรกระทำหรือไม่ บางคนช่วยเหลือ สงสารคนที่ทำไม่ถูกต้องกับพระเจ้า ช่วยเหลือคนที่ทำไม่ดีให้ทำความผิดต่อไป สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พระเจ้าไม่ทรงปราถนาให้เราทำครับ และเยฮูยังกล่าวต่อว่าสิ่งที่ดีที่กษัตริย์เยโฮชาฟัทได้กระทำก็คือพระองค์ได้ทรงกำจัดรูปเคารพออกไป และก็ยังแสวงหาพระเจ้าด้วย และนี่ก็เป็นสิ่งที่พระเจ้าอยากจะให้เรากระทำครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2556 เวลาเราขับรถออกไปตามท้องถนนและพบว่ามีรถวิ่งออกจากซอยหรือทางแยก และเขาขอทางเพื่อจะเลี้ยวออกมา แล้วเราหยุดรถเพื่อให้เขาขับออกมาได้ เรามักจะเห็นเหตุการณ์สองอย่างคือ อย่างแรกคนที่ขอทางเมื่อเลี้ยวออกมาแล้วก็จะหันหน้ามาแล้วผงกศรีษะเพื่อแสดงความขอบคุณ กับอีกอย่างคือเขาจะขับไปโดยไม่ได้สนใจเราครับ ถ้าเราไม่ได้คิดในแง่ร้ายจนเกินไปก็เป็นไปได้ว่า ผู้ขับรถที่หันมาขอบคุณเราเพราะเขาคิดว่าเราเป็นผู้เสียสละให้ทางเขา แต่อีกคนที่ไม่ได้แสดงอาการใดๆก็อาจจะเนื่องจากเขาคิดว่าเขาขับออกมาได้ด้วยจังหวะในการขับรถของตัวเองครับ
   ผมก็เจอคนทั้งสองประเภทนี้ในสถานการณ์คล้ายๆกัน แล้วก็คิดว่าถ้าในชีวิตของเราบางทีเราได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้าในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราจะมีโอกาสเป็นคนแบบไหนในตอนนั้น เราจะหันมาแล้วก้มลงขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระกรุณา หรือว่าเราคิดในใจว่าเราประสบความสำเร็จด้วยตัวเองครับ ขอให้พระเจ้าให้เรารู้ว่าสิ่งไหนมาจากพระเจ้าที่เป็นพระคุณของพระองค์ แต่สำหรับคริสเตียนแล้วทุกสิ่งมาจากพระเจ้าผู้ทรงสร้างและรักมนุษย์ใช่มั๊ยครับ :)

พระธรรมกิจการ บทที่ 17 ข้อ 24
พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้


   สวัสดีครับ วันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2556 เมื่อวานนี้ขณะที่ผมนั่งทำงานหลายงานในที่ทำงาน ได้ยินเสียงเตือนว่ามีข้อความส่งมาที่โทรศัทพ์ ก็เลยหยิบขึ้นมาดู เป็นข้อความจากพี่ที่โบสถ์ที่มักจะส่งข้อพระคัมภีร์ให้กันประจำครับ ผมก็เปิดดูก็พบข้อพระคัมภีร์ข้างล่างนี้ครับ พอได้อ่านเท่านั้นก็น้ำตาไหลเลยครับ เหมือนกับว่าพระเจ้าได้ตรัสข้อความนี้กับผม พระเจ้าทรงเรียกเราว่าบุตร และยังขอใจของเราให้เป็นของพระองค์อีก และพระองค์ต้องการให้เราตั้งใจดูทางของพระองค์ ก็คือติดตามพระองค์ พระเจ้าทรงเรียกร้องมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้าง แม้ว่ามนุษย์ได้ทำบาปและห่างไกลออกจากพระเจ้า พระองค์ก็ยังอยากให้มนุษย์หันกลับมาหาพระองค์ ติดตามพระองค์ ขอให้เราได้จดจำสิ่งที่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้านี้ และไม่หลงไปจากความรักของพระองค์นะครับ :)

พระธรรมสุภาษิต บทที่ 23 ข้อ 26
บุตรชายของเราเอ๋ย ขอใจของเจ้าให้เราเถอะ และให้ตาของเจ้าสังเกตุดูทางของเรา


   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2556 ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้ได้พาแม่ออกไปหาร้านอาหารใหม่ๆไปกินข้าวกันครับ :) เมื่อเช้านี้แม่ชี้ให้ผมดูหน้าต่างห้องนอนของน้องที่เปิดทิ้งไว้ ผมก็คิดว่าเดี๋ยวอาจจะมีตัวอะไรที่ไม่น่าต้อนรับเข้ามาในบ้าน เช่น พวกจิ้งจก แมลงครับ แต่เย็นนี้ผมกลับมาคิดเรื่องนี้ ทำไมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมคิดไปว่าชีวิตคนเราก็เช่นกันถ้าเราเปิดรับทุกสิ่งทั้งที่ดีที่ไม่ดี บางทีสิ่งที่ไม่ดีก็อาจจะเข้ามาในชีวิต ส่วนใหญ่สิ่งเหล่านี้เข้ามาแล้วจะเอาออกไปก็ลำบากครับ และก็จะทำให้ชีวิตของเราแย่ลงด้วย ถ้าเราเป็นคริสเตียนคนนึงที่พยามปิดใจเราไม่ให้รับสิ่งที่ไม่ดีจากข้างนอก แต่เปิดใจรับพระเจ้าให้เข้ามาในชีวิต คนข้างนอกก็อาจจะมองเราว่าเป็นคนที่อยู่ในกระท่อมไม่เปิดรับอะไรใหม่ๆ (จริงๆรับนะ ก็รับสิ่งใหม่ที่มาจากพระเจ้าครับ) ให้คนนั้นจงภูมิใจที่เราอยู่ในกระท่อมที่พระเจ้าทรงคุ้มครองครับ ดีกว่าที่คุณจะอยู่บ้านที่ใหญ่โตมีสัตว์ร้ายอยู่รอบๆที่พร้อมจะเข้ามาในประตูที่เปิดอยู่นั้น และก็ยังอยู่ไกลจากพระเจ้าอีก จริงมั๊ยครับ :)
   มาดูชีวิตที่เป็นแบบอย่างที่ดีของอาจารย์เปาโลกันครับ ท่านทุ่มเทปรนนิบัติพระเจ้าด้วยความถ่อมใจ ด้วยสุดใจของท่าน แม้ว่าจะมีการข่มเหงขัดขวางต่างๆจากคนที่ไม่เชื่อพระเจ้า แม้จะถูกทดลองใจในความเชื่อด้วยการทนทุกข์ต่างๆ แต่อุปสรรคเหล่านี้ก็ไม่สามารถหยุดยั้งไม่ให้ท่านเลิกที่จะติดตามพระเจ้า เลิกที่จะประกาศข่าวประเสริฐครับ เรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าก็ยังถูกเปิดเผยสู่คนมากมาย เพื่อให้คนทั้งหลายได้รู้จักพระเยซูคริสต์ เพื่อให้คนที่ไม่รู้ได้กลับใจใหม่เพื่อต้อนรับพระเจ้าครับ :)

พระธรรมกิจการ บทที่ 20 ข้อ 18 - 21
ครั้นมาแล้วเปาโลจึงกล่าวว่า "ท่านทั้งหลายย่อมทราบอยู่เองว่า ข้าพเจ้าได้ประพฤติต่อท่านอย่างไรทุกเวลา ตั้งแต่วันแรกเข้ามาในแคว้นเอเชีย
ข้าพเจ้าได้ปรนนิบัติพระเจ้าด้วยความถ่อมใจ ด้วยน้ำตาไหล และด้วยถูกการทดลอง ซึ่งมาถึงข้าพเจ้าเพราะพวกยิวคิดร้ายต่อข้าพเจ้า
และสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งเป็นคุณประโยชน์แก่ท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้ามิได้ปิดซ่อนไว้ แต่ได้ชี้แจงให้ท่านเห็น กับได้สั่งสอนท่านในที่ประชุม และตามบ้านเรือน
'ทั้งเป็นพยานแก่พวกยิวและพวกกรีกถึงเรื่องการกลับใจใหม่เฉพาะพระเจ้า และความเชื่อในพระเยซูคริสตเจ้าของเรา


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม 2556 ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ พอดีมีปัญหาเกี่ยวกับระบบเครือข่ายที่เครื่องที่ใช้เป็นเว็บเสริฟเวอร์ครับ หวังว่าทุกๆคนจะสบายดี พระเจ้าทรงคุ้มครองตลอดเวลานะครับ
   ผมอ่านข้อพระคัมภีร์ข้างล่างนี้ก็มองเห็นภาพเลยว่านี่แหละชีวิตคริสเตียน ไม่ว่าแวดล้อมเราจะมีปัญหามากมาย อะไรก็ดูเหมือนจะแย่ลง แต่คริสเตียนก็มีความหวังใจในพระเจ้า บางทีเมื่อคิดถึงพระเจ้าเราก็รู้สึกยินดีไม่ได้ท้อใจ เพราะรู้ว่าพระเจ้าอยู่ด้วยเสมอครับ พระเจ้านำพาเราให้ผ่านทางที่ลำบากอย่างทะนุถนอม :)

พระธรรมฮาบากุ บทที่ 3 ข้อ 17-19
แม้ต้นมะเดื่อไม่มีดอกบาน หรือเถาองุ่นไม่มีผล ผลมะกอกเทศก็ขาดไป ทุ่งนามิได้เกิดอาหาร ฝูงสัตว์ขาดไปจากคอก และไม่มีฝูงวัวที่ในโรง
ถึงกระนั้นข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระเจ้า ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์ในพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า
พระเยโฮวาห์คือองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นกำลังของข้าพเจ้า พระองค์ทรงกระทำเท้าของข้าพเจ้าเหมือนอย่างตีนกวางตัวเมีย พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้าเดินไปบนที่สูงทั้งหลายของข้าพเจ้า ถึงหัวหน้านักร้อง ใช้เครื่องสาย


   สวัสดีครับ วันอังคารที่ 2 กรกฏาคม 2556 ผมมีคำพยานมาหนุนใจเพื่อนๆพี่น้องครับ ผมเป็นคนที่ขี้ลืมมากๆเลย ผมลืมบัตรพนักงานหลายครั้ง ทำหายหลายใบ ต้องเสียเงินทำใหม่ จนล่าสุดก็ทำหายอีกจนได้ :) แต่พอดีมีการใช้บัตรอีกแบบของบริษัทที่สามารถบันทึกข้อมูลพนักงาน เพื่อนำมาใช้แทนบัตรพนักงาน ผมก็รีบสมัครเพราะไม่ต้องไปเสียเงินทำบัตรใหม่ และแล้วก็ทำหายอีกจนได้ ผมอธิษฐานกับพระเจ้าขอให้หาบัตรพบ แต่ก็ไม่เจอ แต่พระเจ้าทรงให้โอกาสอีกครั้ง โดยให้บริษัทออกประกาศที่จะทำบัตรพนักงานแบบใหม่ให้กับพนักงานทุกคน ผมก็ดีใจเลยที่ได้ทำบัตรใหม่โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรครับ :)
   อีกเรื่องนึงคือช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นเวลาที่ผมยุ่งกับการขนย้ายของเพื่อจะย้ายบ้านไปบ้านใหม่ ผมก็ไปทำอุปกรณ์ที่ใช้ติดต่อเข้าไปทำงานที่บริษัทหาย ซึ่งอุปกรณ์นี้ถ้าพนักงานทำหายจะต้องเสียค่าทำใหม่เยอะพอสมควรครับ ผมก็กังวลใจ และก็ได้อธิษฐานกับพระเจ้าอีกครั้งให้ผมหาอุปกรณ์นั้นให้เจอ ไม่อย่างนั้นผมจะต้องยุ่งยากที่จะต้องไปทำใหม่ และระหว่างที่ยังไม่ได้อุปกรณ๋นี้กลับมาผมก็จะไม่สามารถรีโมทเข้าไปทำงานได้ครับ แต่ผมก็หาไม่เจอจนยอมรับกับตัวเองว่าคงไม่เจอแล้วครับ แต่พระเจ้าไม่ได้ปล่อยให้เป็นแบบนั้นถึงแม้พระองค์ไม่ทรงให้ผมหาเจอ สิ่งที่พระเจ้าให้ทางออกกับผมดีมากกว่าที่ผมคิดเสียอีกครับ เพราะเช้าวันรุ่งขึ้นผมไปทำงานและเล่าให้เพื่อนฟังว่าทำอุปกรณ๋นั้นหาย น้องที่บริษัทบอกผมว่าเค้าจำได้ว่าพึ่งมีเมล์จากบริษัทประกาศว่าจะเปลี่ยนระบบการเข้าใช้งานใหม่ครับ ผมนึกขึ้นได้ว่าผมก็ได้รับเมล์นั้นเหมือนกัน แต่ผมไม่รู้ว่าระบบใหม่นั้นไม่ต้องใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้ในการเข้าใช้งานระบบของบริษัทครับ ผมรีบอ่านเอกสารในการใช้งานรีโมทแบบใหม่นี้ และได้ทดลองใช้งานก็สามารถใช้งานได้ดีและไม่ต้องพกอุปกรณ์นี้เวลารีโมทงานด้วยครับ ปัญหาของผมก็ถูกแก้ไขเกินที่ผมจะคิดได้ครับ ขอบคุณพระเจ้าในทุกสิ่งครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 45 ข้อ 5
เราเป็นพระเจ้า และไม่มีอื่นใดอีก นอกจากเราไม่มีพระเจ้า เราคาดเอวเจ้า แม้เจ้าไม่รู้จักเรา


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2556 ต่อจากครั้งที่แล้วผมอยากให้เราอ่านพระวจนะตอนนี้ต่อไปอีก 2 ข้อครับ เป็นสองข้อที่สำคัญมากครับ ในเมื่อเรารู้แล้วว่าเราทำบาปและพระเจ้าทรงไม่ทรงพอพระทัย แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อไปครับ
   เราเห็นจากแบบอย่างที่คนอิสราเอลได้กระทำก็คือเขายอมรับผิดกับพระเจ้าว่าตัวเองได้กระทำบาป และสมควรได้รับโทษตามที่พระเจ้าจะทรงกระทำ แต่เขาก็ยังได้วิงวอนต่อพระเจ้าให้ช่วยเขา และเขาก็ได้กลับใจใหม่หันกลับมาหาพระเจ้า และทั้งสิ่งที่คนอิสราเอลได้สารภาพกับพระเจ้า และการกลับใจของเขา ทำให้พระเจ้าทรงหันกลับมาหาเขาและพระองค์ก็กลับมาเมตตาเขาอีกครั้งหนึ่งครับ :)

พระธรรมผู้วินิจฉัย บทที่ 10 ข้อ 15 - 16
และคนอิสราเอลกราบทูลพระเจ้าว่า "ข้าพระองค์ทั้งหลายได้กระทำบาปแล้ว ขอพระองค์ทรงกระทำแก่ข้าพระองค์ตามที่พระองค์ทรงเห็นชอบ ข้าพระองค์วิงวอนเพียงว่า ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นในวันนี้เถิด"
ดังนั้นเขาทั้งหลายจึงเลิกถือพระอื่น และปรนนิบัติพระเจ้า ฝ่ายพระองค์ทรงเดือดร้อนพระทัยด้วยความทุกข์เข็ญของอิสราเอล


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2556 ผมได้อ่านพระธรรมผู้วินิจฉัยตอนนี้แล้วก็ทำให้มาคิดว่า พระเจ้าทรงช่วยประชากรของพระองค์มากมายมากเลย แล้วทำไมเมื่อเวลาผ่านไปทำให้หลายคนทอดทิ้งพระเจ้า และก็ยังไปปรนนิบัติพระอื่นๆ เป็นเพราะมนุษย์เราลืมง่ายจนลืมพระคุณของพระเจ้าหรือเปล่า พอเราปลอดภัยและมีความสุขเราก็ลืมว่าพระเจ้าเคยช่วยเราไว้มากมาย แล้วเราก็แสวงหาความสุขภายใต้ความคิดของเนื้อหนัง กราบไหว้สิ่งต่างๆตามที่คนอื่นกราบไหว้และบอกว่าดี หรืออาจเป็นไปได้ว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานจนข้ามมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน เมื่อไม่มีการถ่ายทอดประสบการณ์กับพระเจ้า ไม่มีการอบรมและสอนเด็กรุ่นใหม่ถึงเรื่องของพระเจ้า ก็ทำให้คนรุ่นใหม่เหินห่างจากพระเจ้า และกลับไปแสวงหาวัตถุสิ่งของในโลกนี้แทน แต่เมื่อมนุษย์ประสบกับความทุกข์ เขาก็คงได้ลองพึ่งพากำลังของตัวเองและสิ่งที่เขากราบไหว้นั้น และในที่สุดเขาก็รู้ว่าสิ่งต่างๆเหล่านั้นไม่สามารถช่วยเขาได้ในเวลานี้ พระเจ้าก็เลยกลับมาเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเขาอีกครั้ง และพระเจ้าจะทรงพอพระทัยในมนุษย์อีกได้ยังงัยครับ

พระธรรมผู้วินิจฉัย บทที่ 10 ข้อ 10 - 14
และคนอิสราเอลร้องทุกข์ต่อพระเจ้าว่า "ข้าพระองค์ทั้งหลายได้กระทำบาปต่อพระองค์ เพราะว่าข้าพระองค์ได้ทอดทิ้งพระเจ้าของข้าพระองค์เสีย และปรนนิบัติบรรดาพระบาอัล"
และพระเจ้าตรัสกับคนอิสราเอลว่า "เรามิได้ช่วยกู้เจ้าให้พ้นจากชาวอียิปต์ จากคนอาโมไรต์ จากคนอัมโมน และจากคนฟีลิสเตียหรือ
ทั้งคนไซดอนคนอามาเลข และชาวมาโอนได้บีบบังคับเจ้า เจ้าได้ร้องทุกข์ถึงเรา และเราได้ช่วยเจ้าให้พ้นมือเขาทั้งหลาย
แม้กระนั้นเจ้าทั้งหลายยังได้ละทิ้งเรา และปรนนิบัติพระอื่น ฉะนี้เราจึงจะไม่ช่วยกู้เจ้าทั้งหลายอีกต่อไป
จงไปร้องทุกข์ต่อพระซึ่งเจ้าทั้งหลายได้เลือกปรนนิบัตินั้นเถิด ให้พระเหล่านั้นช่วยกู้เจ้าในยามทุกข์เดือดร้อนนี้"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2556 ความกลัวเป็นสิ่งที่ทำให้ผมต้องพึ่งพระเจ้าในหลายๆครั้ง ความกลัวของคนเรามีหลายอย่างครับ บางคนก็กลัวเรื่องของอนาคต บางคนก็กลัวเรื่องที่เผชิญอยู่ กลัวคนอธรรม กลัวภัยต่างๆ บางทีก็กล้วเรื่องในอดีตที่ไม่ดีจะเกิดขึ้นอีก แต่ทุกครั้งที่เราอธิษฐานกับพระเจ้าด้วยความเชื่อ เราก็จะหายกลัวเพราะเรารู้และก็เห็นว่าพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ พระเจ้าทรงช่วยเราให้รอดพ้นสิ่งน่ากลัวนั้นมาได้เสมอครับ :)

พระธรรมฮีบรู บทที่ 1 ข้อ 8 - 12
แต่ส่วนพระบุตรนั้น พระองค์ตรัสว่า พระเจ้าข้าพระที่นั่งของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์นิรันดร์ พระคทาแห่งแผ่นดินของพระองค์ก็เป็นพระคทาเที่ยงธรรม
พระองค์ทรงรักความชอบธรรม และทรงเกลียดอธรรม ฉะนั้น พระเจ้า คือ พระเจ้าของพระองค์ได้ทรงเจิมพระองค์ไว้ ด้วยน้ำมันแห่งความยินดียิ่งกว่าพระสหายทั้งปวงของพระองค์
และองค์พระผู้เป็นเจ้าเจ้าข้า ในเบื้องต้นพระองค์ทรงสร้างแผ่นดินโลก และฟ้าสวรรค์เป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์
สิ่งเหล่านี้จะพินาศ แต่พระองค์ทรงดำรงอยู่ สิ่งเหล่านี้จะเก่าไปเหมือนเครื่องนุ่งห่ม
พระองค์ทรงม้วนสิ่งเหล่านี้ไว้ดุจผ้าคลุม และสิ่งเหล่านั้นก็จะเปลี่ยนแปลงไป แต่พระองค์ยังทรงเป็นอย่างเดิม และปีเดือนของพระองค์ไม่สิ้นสุด


   สวัสดีครับ วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2556 วันนี้ผมมีเรื่องภูมิใจเรื่องนึงที่อยากจะแบ่งปันครับ วันนี้มีผู้บริหารท่านนึงได้นัดประชุมครับ ในห้องนั้นก็มีคนเต็มห้อง ผมกับน้องอีกคนมาช้าเดินเข้ามาทีหลัง ก็เลยตัดสินใจเดินเข้ามาทางประตูด้านหลังห้อง พอเดินเข้ามาก็ได้ยินพี่ที่เป็นผู้บริหารพูดประโยคนึงว่าในห้องนี้มีใครเป็นคริสเตียนบ้างครับ ไม่มีใช่มั๊ยครับ ผมก็ไม่รู้ว่าแรกๆพี่เค้าพูดเรื่องอะไร พอผมเดินเข้ามาก็ยกมือเพื่อบอกว่าผมเป็นคริสเตียน พี่เค้าก็ถามผมว่าเป็นคริสเตียนเหรอครับ มีไบเบิ้ลมั๊ยครับ ผมก็บอกว่ามีครับอยู่บนรถครับ พี่เค้าก็บอกว่าหยิบมาให้ผมหน่อยครับ แต่เค้าพูดเล่นนะครับ แต่สิ่งที่ผมภูมิใจก็เพราะว่าวันนี้ผมมีโอกาสแสดงตัวต่อหน้าคนมากมายในห้องนั้นว่าผมเป็นคนที่เชื่อพระเยซูคริสต์ และก็ได้ระลึกถึงพระวจนะที่ว่าผู้ใดที่ยอมรับพระเจ้าต่อหน้ามนุษย์ พระเจ้าก็จะทรงยอมรับเขาด้วยครับ :)

พระธรรมทิตัส บทที่ 5 ข้อ 1 - 2
จงเตือนเขาให้นอบน้อมต่อเจ้าบ้านผ่านเมือง ให้เชื่อฟังและพร้อมที่จะปฏิบัติงานสัมมาอาชีพใดๆ
อย่าให้เขาว่าร้ายผู้ใด อย่าให้เป็นคนมักทะเลาะวิวาทกัน แต่ให้เป็นคนสุภาพแสดงอัธยาศัยไมตรีอันดีงาม


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2556 ถ้าพี่น้องกำลังมีความทุกข์ใจ ไม่ว่าปัญหานั้นจะมากมายเท่าใด ถ้าความทุกข์นั้นเกิดจากบาปของเราเองก็ขอให้เราได้สารภาพกับพระเจ้า และถ้ามาจากการล่อลวงของมารซาตานก็จงทูลขอการช่วยกู้จากพระเจ้านะครับ เราเคยเห็นบทเรียนความทุกข์ของโยบแล้ว เห็นว่าโยบได้ตอบสนองอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และในที่สุดโยบก็หันมาหาพระเจ้าและทูลขอความกรุณาจากพระองค์ และเราก็เห็นว่าพระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งโยบ ไม่ได้ละเลยต่อการวิงวอนของโยบเลย ขอให้เราได้เห็นพระเมตตาของพระเจ้าแบบโยบนะครับ :)

พระธรรมยากอบ บทที่ 5 ข้อ 11
จงดู เราถือว่าผู้ที่อดทนก็เป็นสุข ท่านได้รู้เรื่องความอดทนของโยบ และได้เห็นแล้วว่าในที่สุดปลายนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตากรุณาสักเท่าใด


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2556 วันนี้ผมอยากจะหนุนใจเพื่อนๆ พี่น้องด้วยเรื่องของผมเองครับ ไม่รู้เดือนนี้ผมมีค่าใช้จ่ายที่เยอะกว่าปกติยังงัย ตอนนี้ผมเหลือเงินในเอทีเอ็มอยู่หกสิบกว่าบาทครับ :) แต่ก็มีเงินติดกระเป๋าไว้บ้าง จนกว่าจะเงินเดือนออก ชีวิตช่วงนี้คงต้องอยู่ด้วยความเชื่อครับ ถ้าเราทูลต่อพระเจ้าแล้วก็ไม่ต้องกังวลใจอะไรครับ มาดูพระวจนะในวันนี้ดีกว่าครับ

พระธรรมกิจการ บทที่ 26 ข้อ 24 - 29
ครั้นเปาโลกำลังพูดแก้คดีอย่างนั้น เฟสทัสจึงร้องเสียงดังว่า "เปาโลเอ๋ย เจ้าคลั่งไปเสียแล้ว เจ้าเรียนรู้วิชามากจึงทำให้เจ้าคลั่งไป"
แต่เปาโลกล่าวว่า "ท่านเฟสทัสเจ้าข้า ข้าพเจ้าไม่คลั่งเลย แต่ว่าได้พูดคำสัตย์จริงและคำที่ปกติชนจะพูด
ด้วยว่าท่านกษัตริย์ทรงทราบข้อความเหล่านี้ดีแล้ว ข้าพเจ้าจึงกล้ากล่าวต่อพักตร์ของพระองค์ เพราะข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่าไม่มีสักอย่างหนึ่งในบรรดาเหตุการณ์เหล่านั้นที่ได้พ้นพระเนตรของพระองค์ เพราะการเหล่านั้นมิได้กระทำกันในที่ลับลี้
ข้าแต่กษัตริย์อากริปปา ฝ่าพระบาทเชื่อพระคัมภีร์ผู้เผยพระวจนะหรือไม่พระเจ้าข้า ข้าพระบาททราบว่าฝ่าพระบาทเชื่อ"
กษัตริย์อากริปปาจึงตรัสกับเปาโลว่า "เจ้าอยากจะชวนเราให้เป็นคริสเตียนด้วยคำชักชวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"
เปาโลจึงทูลว่า "จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า ข้าพระบาทมีความปราถนายิ่งนัก ไม่ว่าด้วยคำชักชวนน้อยหรือมาก ที่จะให้เป็นเหมือนอย่างข้าพระบาท มิใช่ฝ่าพระบาทองค์เดียว แต่คนทั้งปวงที่ฟังข้าพระบาทวันนี้ด้วย เว้นเสียแต่เครื่องจำจองนี้"


   เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ขณะที่อาจารย์เปาโลได้พูดแก้คดีของท่านต่อหน้ากษัตริย์อากริปปา ผมอ่านแล้วก็รู้สึกว่าคริสเตียนหลายๆคนก็คงต้องเคยประสบกับเหตุการณ์ลักษณะนี้เช่นกัน
หลายคนก็มีมุมมองต่อคริสเตียนที่พูดเรื่องของพระเจ้าเหมือนอย่างท่านเจ้าเมืองเฟสทัสว่า คนนี้คงบ้าไปแล้ว อ่านพระคัมภีร์มากไป เป็นพวกคลั่งศาสนา
ซึ่งอาจารย์เปาโลก็ตอบว่าท่านเป็นคนปกติ แต่ทุกสิ่งที่พูดนั้นเป็นเรื่องจริง ไม่มีอะไรต้องปิดบัง ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพระเจ้าและปรากฏในพระคัมภีร์นั้น ทุกคนก็สามารถไปอ่านและศึกษาว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ครับ
และอีกหลายคนก็คงคิดเหมือนกษัตริย์อากริปปาว่า เรื่องที่เล่ามาให้ฟังแค่นี้หวังว่าจะให้เค้ามาเป็นคริสเตียนได้เหรอ และอาจารย์เปาโลก็ตอบว่า สิ่งต่างๆที่ท่านได้พูดไปนั้น ไม่ว่าใครจะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่
แต่โดยความตั้งใจนั้นก็คืออยากให้ผู้ฟังนั้นได้รับรู้เรื่องของพระเจ้าเพื่อเขาจะได้รู้จักและหวังว่าเขาเหล่านั้นจะเชื่อพระเจ้านั่นเองครับ
การที่คริสเตียนประกาศเรื่องของพระเจ้าก็เพื่อถวายเกียรติกับพระเจ้า พระสัญญาของพระเจ้าได้บอกว่าถ้าเรากลับใจใหม่ ก็จะได้รับความรอดเข้าแผ่นดินสวรรค์ การประกาศให้คนกลับใจก็เพราะความรักที่เรามีต่อคนอื่นๆครับ
และก็ไม่ได้มีความหมายว่าคริสเตียนต้องการให้คนเชื่อเหมือนตัวเองเยอะๆ แล้วจะได้บุญเยอะๆนะครับ เพราะพระเจ้าไม่ได้กล่าวแบบนั้นในพระคัมภีร์เลยครับ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2556 วันนี้ผมนึกว่าข้างนอกจะเล่นสงกรานต์น้อยลงแล้วเพราะเข้าวันที่สามของเทศกาลแล้ว แต่ผิดคาดจริงๆขนาดตอนเย็นและมีฝนโปรยลงมา เด็กวัยรุ่นคนหนุ่มสาวเล่นสงกรานต์ตลอดถนนแถวบ้านครับ ตามจุดต่างๆมีการเปิดเพลงและออกมาเต้น เต้นกันในกลุ่มไม่พอก็ออกมากลางถนน มาขวางรถจักรยานยนต์เพื่อปะแป้งสาวๆที่ผ่านมา รถจักรยานยนต์ของวัยรุ่นออกมามากมายตามถนน บางคนขับยกล้อ บางคนเร่งเครื่องให้เสียงดัง และจอดขวางทาง ผมมองภาพแบบนี้แล้วรู้สึกว่านี่แหละยุคสุดท้ายตามพระคัมภีร์ได้กล่าวไว้กำลังใกล้มาแล้ว คือคนมากมายใช้ชีวิตแบบประมาท มีความสุขแบบที่เป็นความสุขฝ่ายโลก ไม่คำนึงถึงศีลธรรม อนาคตของคนเหล่านี้น่ากลัวมากๆ และเมื่อได้อ่านในข้อพระคัมภีร์ข้างล่างนี้ ก็ทำให้เราต้องมาถามตัวเองว่าในเมื่อยุคสุดท้ายกำลังเริ่มต้น เราจะต้องทำตัวอย่างไรบ้าง ขอพระเจ้าทรงช่วยให้เรามีคำตอบในสิ่งเหล่านี้ด้วยครับ อาเมน

พระธรรมเยเรมีย์ บทที่ 5 ข้อ 30 - 31
สิ่งที่น่าตกตะลึงและน่าหวาดเสียวได้เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้
คือผู้เผยพระวจนะได้เผยพระวจนะเท็จ และบรรดาปุโรหิตก็ปกครองตามการชี้นิ้วของเขา และประชากรของเราชอบที่มีการอย่างนี้ แต่เจ้าทั้งหลายจะกระทำอะไรเมื่อกาลสุดปลายมาถึง


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2556 วันนี้ผมไม่ได้ไปโบสถ์ แต่ไปเชงเม้งที่นครปฐม เมื่อเช้าก็ออกตื่นเช้าและออกจากบ้านแต่เช้าครับ ก่อนออกเดินทางน้องผมก็บอกว่าให้อธิษฐานก่อนเพราะเมื่อคืนฝันไม่ค่อยดี ก็เลยอธิษฐานกันก่อนเดินทาง แล้วก็แวะจอดรถเพื่อซื้อดอกไม้สดริมถนนหน้าตลาด ผมถอยรถยังงัยไม่รู้ไม่ได้มองอะไรเลยทั้งๆที่รู้ว่ามีรถจอดอยู่อีกคันด้านหลัง คนขับรถคันนั้นบีบแตรและได้ยินเสียงร้องก่อนที่รถผมจะไปชนกับรถข้างหลังครับ ผมก็ลงจากรถไปดูว่ารถขัางหลังคันนั้นเป็นอย่างไรบ้าง คนขับรถคันนั้นก็ลงมาบ่นมากเลย ผมก็ขอโทษเค้าและก็มองดูว่ารถเค้าเป็นยังงัยบ้าง ผมก็ไม่เห็นรอยถลอกอะไรจากการชนครั้งนี้เลย แต่ผมก็บอกเค้าว่าถ้าจะเรียกประกันมาดูก็ได้ครับ ขอบคุณพระเจ้าที่พระเจ้าทรงช่วยไว้ครับ เพราะหลังจากชนผมก็ว่าน่าจะกระทบกันพอสมควรแล้วส่วนใหญ่น่าจะมีร่องรอยไม่บุบก็สีถลอก แต่ครั้งนี้กลับไม่เกิดอะไรขึ้นเลยครับ และก็ทำให้ผมขับอย่างระมัดระวังตลอดการเดินทางซึ่งวันนี้รถติดมากๆทั้งตอนไปและกลับบ้านครับ
   ช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับการร่วมซ้อมรบระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ และทำให้เกิดเป็นปมที่ทำให้เกาหลีเหนือไม่พอใจและอาจจะประกาศสงครามขึ้นครับ ซึ่งถ้าเกิดสงครามขึ้นจริงก็น่ากลัวมาก เพราะว่าทั้งสหรัฐและเกาหลีเหนือก็มีอาวุธนิวเคลียร์ด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตามขอให้เราอธิษฐานเผื่อเรื่องนี้ ไม่ให้ผู้บริสุทธิ์มากมายต้องเป็นอันตราย พระเจ้าทรงอยู่เหนือทุกสิ่งครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 57 ข้อ 19
พระเจ้าตรัสว่า สันติภาพ สันติภาพแก่คนไกลและคนใกล้ และเราจะรักษาเขาให้หาย


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2556 ผมได้อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ ก็เห็นว่าอาจารย์เปาโลเป็นแบบอย่างในการรับใช้พระเจ้ามากๆเลยครับ ท่านใช้ทุกเวลาอย่างคุ้มค่าแม้ว่าจะไม่ได้พักผ่อน และก็เห็นว่าขนาดคนหนุ่มที่นั่งฟังอาจารย์เปาโลยังไม่ไหว ร่างกายเค้าอ่อนเพลียจนหลับไป ถ้าเป็นคนอื่นๆเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่ชายคนนี้หลับแล้วเผลอตกจากหน้าต่างเสียชีวิต ก็คงจะทั้งสงสารและก็คงมีบ้างที่คิดว่าสมควรแล้วพระเจ้าคงลงโทษเค้าที่ไม่ตั้งใจฟัง แต่สำหรับอาจารย์เปาโลท่านกลับมีการแสดงออกที่เมตตากับชายคนนี้ และอาจารย์ก็คงอธิษฐานและมั่นใจในพระเจ้าว่าพระองค์ก็คงรักและจะทรงช่วยชีวิตชายหนุ่มคนนี้ และก็ขอบพระคุณพระเจ้าที่เป็นเช่นนั้นจริงๆ พระเจ้าทรงช่วยชีวิตชายคนนั้นไว้ จะเห็นว่าชีวิตเราอาจจะมีข้อผิดพลาดกับพระเจ้าหลายครั้ง แต่พระเจ้าก็ยังทรงรักเราเสมอครับ :)

พระธรรมกิจการ บทที่ 20 ข้อ 7 - 12
ในวันอาทิตย์เมื่อเราทั้งหลายประชุมกันทำพิธีหักขนมปัง เปาโลก็กล่าวสั่งสอนเขา เพราะว่าวันรุ่งขึ้นจะลาไปจากเขาแล้ว ท่านได้กล่าวยืดยาวไปจนเที่ยงคืน มีตะเกียงหลายดวงในห้องชั้นบนที่เราประชุมกันนั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อยุทิกัสนั่งอยู่ที่หน้าต่างง่วงนอนเต็มที่ และเมื่อเปาโลสั่งสอนช้านานไปอีก คนนั้นก็โงกพลัดตกจากหน้าต่างชั้นที่สาม เมื่อยกขึ้นมาก็เห็นว่าตายเสียแล้ว ฝ่ายเปาโลจึงลงไปก้มตัวกอดผู้นั้นไว้ แล้วว่า "อย่าตกใจไปเลย ด้วยว่าชีวิตยังอยู่ในตัวเขา" ครั้งเปาโลขึ้นไปห้องชั้นบน หักขนมปังและรับประทานแล้ว ก็สนทนากับเขาต่อไปอีกช้านาน จนสว่างท่านก็ลาเขาไป คนทั้งหลายจึงพาคนหนุ่มผู้ยังเป็นอยู่ไป และเขาทั้งหลายก็ปลื้มใจยินดีไม่น้อยเลย


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2556 ผมนั่งเซ็ตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านอยู่หลายวันหลังจากที่ฮาร์ดดิสเสีย และต้องมาติดตั้งซอฟแวร์ให้ในฮาร์ดดิสตัวใหม่ ผมติดปัญหาหลายอย่างในการติดตั้งโปรแกรมในครั้งนี้ ทั้งในเรื่องฮาร์ดแวร์ และโปรแกรมไดร์เวอร์ของอุปกรณ์ในเครื่องที่ไม่รองรับกับโอเอสที่ผมใช้งานครับ และก็กังวลในเรื่องการกู้ข้อมูลจากฮาร์ดดิสตัวเดิม แต่ผมก็อธิษฐานกับพระเจ้าสำหรับงานที่ทำนี้ ขอพระเจ้าช่วยให้ผมแก้ไขปัญหาต่างๆนี้ได้ และในที่สุดปัญหาทุกอย่างที่ผมคิดไม่ออกก็ได้รับการแก้ไขในที่สุดครับ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการช่วยเหลือทั้งสิ้นนี้ครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 59 ข้อ 1-2
ดูเถิด พระหัตถ์ของพระเจ้ามิได้สั้นลง ที่จะช่วยให้รอดไม่ได้ หรือพระกรรณตึง ซึ่งจะไม่ทรงได้ยิน
แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เกิดการแยกระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า และบาปของเจ้าทั้งหลายได้บังพระพักต์ของพระองค์เสียจากเจ้า พระองค์จึงมิได้ยิน


   สวัสดีครับ วันเสวร์ที่ 2 มีนาคม 2556 วันนี้ขณะที่ผมกำลังขับรถไปที่โบสถ์ รถติดมากที่สะพานสาทร ช่วงเวลาที่ติดอยู่บนสะพาน ผมได้ยินเสียงกระจกมองข้างถูกกระทบ ผมมองดูก็เห็นมีคนขับรถมอเตอร์ไซด์คันนึงผ่านไป โดยที่ขับแบบโยกซ้ายโยกขวา แทรกระหว่างรถที่จอดติดๆกันไป ก็เลยรู้ว่าเสียงกระทบนั้นมาจากมอเตอร์ไซด์คันนี้ที่เฉี่ยวโดนรถผม คนขับไม่ได้หันมามองเลยก็ยังขับเหมือนเดิมผ่านไปประมาณยี่สิบเมตร คนขับหันกลับมามอง แล้วก็ขับต่อไปโดยไม่สนใจอะไร ผมรู้สึกโกรธอยู่เหมือนกัน แต่ในใจตอนนั้นกลับคิดถึงข้อพระคัมภีร์ที่ผมเพิ่งได้อ่านเมื่อคืนก่อน ก็คือข้อพระธรรมข้อนี้ครับ

พระธรรมสุภาษิต บทที่ 15 ข้อ 3
พระเนตรของพระเจ้าอยู่ในทุกแห่งหน ทรงเฝ้าดูคนชั่วและคนดี


   ผมรู้ว่าพระเจ้ากำลังบอกผมว่าไม่ต้องกลัว หรือโกรธ คนที่ทำไม่ดีกับเรา เพราะพระเจ้าทรงมองดูอยู่ และพระเจ้าทรงชอบธรรมเสมอด้วยครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 ขอบพระคุณพระเจ้าที่พระเจ้าให้ผมหาเอกสารทะเบียนรถเจอ หลังจากผมหาเองมาเป็นเวลาสองอาทิตย์แล้ว และก็อธิษฐาน แล้วก็หาอีกจนเจอในที่ๆผมนึกไม่ถึง และเชื่อว่าถ้าไม่ใช่พระเจ้าทรงเปิดเผยว่าอยู่ที่ไหนผมคงไม่มีทางรู้เองแน่นอนครับ คำตอบของพระเจ้าไม่สายเกินไปผมยังมีเวลาที่จะเอาเอกสารไปเสียภาษีรถทันครับ :)
   และพระเจ้ายังมอบข้อพระคำเพื่อหนุนใจตัวผมเองและอีกหลายคนที่กำลังพูดเรื่องของพระเจ้านะครับ :)
พระธรรมกิจการ บทที่ 18 ข้อ 9 - 11
และองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับเปาโลทางนิมิตในคืนหนึ่งว่า "อย่ากลัวเลย แต่จงกล่าวต่อไป อย่านิ่งเสีย
เพราะว่าเราอยู่กับเจ้าและจะไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดอาจต่อสู้ทำร้ายเจ้า ด้วยว่าคนของเราในนครนี้มีมาก"


   สวัสดีครับ วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ 2556 ผมมีพระวจนะที่เกี่ยวกับความรักมาฝากอีกครับ :)

พระธรรมลูกา บทที่ 6 ข้อ 27 - 36
"แต่เราบอกท่านทั้งหลายที่กำลังฟังอยู่ว่า จงรักศัตรูของท่าน จงทำดีแก่ผู้ที่เกลียดชังท่าน
จงอวยพรแก่คนที่แช่งด่าท่าน จงอธิษฐานเพื่อคนที่เคี่ยวเข็ญท่าน
ผู้ใดตบแก้มของท่านข้างหนึ่ง จงหันอีกข้างหนึ่งให้เขาด้วย และผู้ใดริบเอาเสื้อคลุมของท่านไป ถ้าเขาจะเอาเสื้อด้วยก็อย่าหวงห้าม
จงให้แก่ทุกคนที่ขอจากท่าน และถ้าใครได้ริบของของท่านไป อย่าทวงเอาคืน
จงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่ท่านปราถนาให้เขาปฏิบัติต่อท่าน
แม้ว่าท่านทั้งหลายรักผู้ที่รักท่าน จะทรงนับว่าเป็นคุณอะไรแก่ท่าน ถึงแม้คนบาปก็ยังรักผู้ที่รักเขาเหมือนกัน
ถ้าท่านทั้งหลายทำดีแก่ผู้ที่ทำดีแก่ท่าน จะทรงนับว่าเป็นคุณอะไรแก่ท่าน เพราะว่าคนบาปก็กระทำเหมือนกัน
ถ้าท่านทั้งหลายให้ยืมเฉพาะแต่ผู้ที่ท่านหวังจะได้คืนจากเขาอีก จะทรงนับว่าเป็นคุณอะไรแก่ท่าน ถึงแม้คนบาปก็ยังให้คนบาปยืมโดยหวังว่าจะได้รับคืนจากเขาเท่ากัน
แต่จงรักศัตรูของท่านทั้งหลาย และทำการดีต่อเขา จงให้เขายืมโดยไม่หวังที่จะได้คืนอีก บำเหน็จของท่านทั้งหลายจะมีบริบูรณ์ และท่านทั้งหลายจะเป็นบุตรของพระเจ้าสูงสุด เพราะว่าพระองค์ยังทรงโปรดแก่คนอกตัญญูและคนชั่ว
ท่านทั้งหลายจงมีความเมตตากรุณา เหมือนอย่างพระบิดาของท่านมีพระทัยเมตตากรุณา


   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรัก ผมมีเรื่องที่เกี่ยวกับความรักมาเล่าให้ฟังครับ วันก่อนแม่ผมเล่าว่าเค้าไปตลาดซื้อปลาทูมาทำกับข้าว แล้วก็นั่งรถสองแถวกลับบ้าน ระหว่างทางก็คิดถึงเพื่อนบ้านหลังหนึ่งที่แม่เคยเอาปลาทูที่เหลือไปให้หมาที่บ้านนั้นกิน ตอนนั้นเพื่อนบ้านนั้นบอกว่าเค้ากับลูกและหลานกินปลาทูอร่อยมาก เมื่อคิดถึงเหตุการณ์นั้นทำให้แม่ผมลงรถแล้วกลับขึ้นรถอีกฝั่งนึงเพื่อกลับไปที่ตลาดนั้นแล้วก็ซื้อปลาทูมาเพิ่มครับ เพื่อจะทำอาหารให้ที่บ้านและเผื่อให้เพื่อนบ้านหลังนั้นครับ แม่เล่าว่าไม่รู้ยังงัยวันนั้นกลับมาบ้านก็เล่าเรื่องนี้ให้น้องสาวผมฟังแล้วบอกว่าแบบนี้เป็นการรับใช้พระเจ้าหรือเปล่า ผมบอกแม่ว่าการรับใช้พระเจ้าก็คือการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า พระเยซูบอกให้เรารักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง และการกระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้านี้ก็ถือเป็นการรับใช้พระเจ้าครับ
   ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงบอกให้เรารักคนอื่น และยังให้เราเห็นตัวอย่างของความรักที่พระเจ้าทรงพอพระทัย :)

พระธรรมลูกา บทที่ 10 ข้อ 25 - 37
ดูเถิด มีบาเรียนคนหนึ่งยืนขึ้นทดลองพระองค์ ทูลถามว่า "อาจารย์เจ้าข้า ข้าพเจ้าจะต้องทำอะไรเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร์" พระองค์ตรัสตอบว่า "ในธรรมบัญญัติมีคำเขียนว่าอย่างไร ท่านได้อ่านเข้าใจอย่างไร" เขาทูลตอบว่า "จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจของเจ้า ด้วยสุดกำลังและสิ้นสุดความคิดของเจ้า และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง" พระองค์ตรัสแก่เขาว่า "ท่านตอบถูกแล้ว จงกระทำอย่างนั้นแล้วจะได้ชีวิต" แต่คนนั้นปราถนาจะแก้ตัว จึงทูลพระเยซูว่า "ใครเป็นเพื่อนบ้านของข้าพเจ้า" พระเยซูตรัสตอบว่า "มีชายคนหนึ่งลงไปจากกรุงเยรูซาเล็มจะไปยังเมืองเยรีโค และเขาถูกพวกโจรปล้น โจรนั้นได้แย่งชิงเสื้อผ้าของเขาและทุบตี แล้วก็ละทิ้งเขาไว้เกือบจะตายแล้ว เผอิญปุโรหิตคนหนึ่งเดินลงไปทางนั้น เมื่อเห็นคนนั้นก็เดินเลยไปเสียอีกฟากหนึ่ง คนหนึ่งในพวกเลวีก็ทำเหมือนกัน เมื่อมาถึงที่นั่นและเห็นแล้วก็เลยไปเสียอีกฟากหนึ่ง แต่ชาวสะมาเรียคนหนึ่ง เมื่อเดินทางมาถึงคนนั้น ครั้นเห็นแล้วก็มีใจเมตตา เข้าไปหาเขาเอาผ้าพันบาดแผลให้พลางเอาน้ำมันกับเหล่าองุ่นเทใส่บาดแผลนั้น แล้วให้เขาขึ้นขี่สัตว์ของตนเอง พามาถึงโรงแรมแห่งหนึ่ง และรักษาพยาบาลเขาไว้ วันรุ่งขึ้นเมื่อจะไป เขาก็เอาเงินสองเดนาริอันมอบให้เจ้าของโรงแรม บอกว่า 'จงรักษาเขาไว้เถิด และเงินที่จะเสียเกินนี้ เมื่อกลับมาฉันจะใช้ให้' ในสามคนนั้นท่านคิดเห็นว่าคนไหนปรากฏว่าเป็นเพื่อนบ้านของคนที่ถูกปล้น" เขาทูลตอบว่า "คือคนนั้นแหละที่ได้สำแดงความเมตตาแก่เขา" พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า "ท่านจงไปทำเหมือนอย่างนั้นเถิด"


   สวัสดีครับ วันพุธที่ 23 มกราคม 2556 พระเจ้าทรงทราบในเวลาที่ลูกๆของพระองค์ต้องอยู่ในความทุกข์ใจ ความลำบากในชีวิต ในยามที่เราขาดแคลน ในยามที่เราหิวกระหาย และขอให้เรารู้ว่าพระเจ้าจะไม่ทรงทอดทิ้งเรา แต่พระองค์จะทรงช่วยเราด้วยฤทธิ์อำนาจของพระองค์ บรรดาประชากรทั้งหลายของพระเจ้าจะไม่ต้องอับอายขายหน้าอีกต่อไปครับ ขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงรักลูกของพระองค์มากๆครับ :)

พระธรรมโยเอล บทที่ 2 ข้อ 26 - 27
"เจ้าทั้งหลายจงรับประทานอย่างบริบูรณ์และอิ่มหนำ และสรรเสริญพระนามพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า ผู้ทรงกระทำแก่เจ้าอย่างอัศจรรย์ ประชากรของเราจะไม่ต้องขายหน้าอีก
เจ้าจะรู้ว่าเราอยู่ท่ามกลางอิสราเอล และเรานี่แหละคือพระเยโฮวาห์เป็นพระเจ้าของเจ้าไม่มีอื่นใดอีก ประชากรของเราจะไม่ต้องขายหน้าอีก


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2556

พระธรรมมาระโก บทที่ 9 ข้อ 42
"แต่ถ้าผู้ใดจะทำผู้เล็กน้อยเหล่านี้คนหนึ่งที่วางใจในเราให้หลงผิด ถ้าเอาหินโม่ก้อนใหญ่ผูกคอผู้นั้นถ่วงเสียในทะเลก็ดีกว่า

   พอผมได้อ่านข้อพระคัมภีร์ตอนนี้ก็รู้สึกว่าพระเยซูทรงรักทุกคนที่วางใจในพระองค์ แม้เราจะเป็นเพียงผู้เล็กน้อยคนหนึ่ง หรือแม้แต่เด็กเล็กๆคนหนึ่ง แม้ว่ามีใครที่ทำให้คนเล็กน้อยนี้หลงผิดไป พระเจ้าก็จะทรงไม่ละเว้นโทษสำหรับคนนั้น เขาจะไม่ได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์ แต่จะไปรับโทษในบึงไฟนรกครับ และจากพระวจนะนี้ก็ทำให้ผมเข้าใจว่าถึงเราเป็นคนหนึ่งที่วางใจในพระเจ้า แต่ถ้าเราดำเนินชีวิตโดยประมาท ไม่ได้ติดสนิทกับพระองค์ คนที่ไม่ดีบางคนก็จะมีโอกาสมาชักชวนหรือทำให้เราหลงไปจากทางของพระเจ้าครับ


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2556 ขอให้เราเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการระลึกภึงพระคุณของพระเจ้า และให้ใจของเราทั้งหลายปราถนาที่จะได้รับพระคุณนั้น และให้เราระวังตัวที่จะไม่หันไปจากพระเจ้า ไปปรนนิบัติพระอื่นซึ่งในพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติได้บอกว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดรากขมขื่นขึ้น ซึ่งจะทำให้เราก็จะไม่ได้รับความรอดซึ่งเป็นของประทานจากพระเจ้าครับ

พระธรรมฮีบรู บทที่ 12 ข้อ 13
จงระวังให้ดีอย่าให้ใครเพิกเฉยต่อพระคุณของพระเจ้า และอย่าให้มีรากขมขื่นงอกขึ้นมา ทำความยุ่งยากให้ ซึ่งจะเป็นเหตุให้คนเป็นอันมากเสียไป


   สวัสดีครับ วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2555 เมื่อวานตอนเย็นหลังเลิกงานผมได้ไปงานศพของคุณพ่อของน้องที่แผนกกับน้องในทีมผมอีกสองคนครับ คนอื่นๆเค้าไปร่วมงานศพตั้งแต่วันก่อนก็เหลือสามคนก็เลยนัดไปพร้อมกันครับ หลังจากเสร็จพิธีแล้วเราก็ตกลงว่าจะเดินหาอะไรกินกันครับ ผมก็พาเดินไปหาร้านอาหาร และระหว่างรับประทานอาหารกัน ก็สนทนากันถึงเรื่องทั่วๆไป มีน้องคนนึงบอกว่าอยากให้ผมเล่าเรื่องของโมเสสให้ฟังครับ ผมก็เล่าเรื่องของโมเสส และก็แถมด้วยการเล่าเรื่องของโนอาห์ น้องคนนี้ก็เคยได้ยินมาบ้างก็ตั้งใจฟัง ผมก็บอกว่าเรื่องเหล่านี้ที่มีบันทึกในพระคัมภีร์เป็นเรื่องจริง และเคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว ปัจจุบันนี้นักโบราณคดีก็มีการค้นพบหลักฐานต่างๆในเชิงประวัติศาสตร์ เค้าก็สนใจอยากที่จะศึกษาเพิ่มเติมครับ
   ก็คงต้องขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงให้ผมมีโอกาสได้เล่าเรื่องต่างๆในพระคัมภีร์ในครั้งนี้ หวังว่าวันนึงน้องเค้าจะเข้าใจแล้วก็รู้จักพระองค์มากขึ้นครับ :)

พระธรรมยอห์น บทที่ 9 ข้อ 39
พระเยซูตรัสว่า "เราเข้ามาในโลกเพื่อแก่การพิพากษา เพื่อให้คนทั้งหลายที่มองไม่เห็นกลับมองเห็น และคนที่มองเห็นกลับตาบอด"


   สวัสดีครับ วันอังคารที่ 18 ธันวาคม 2555 วันคริสตมาสใกล้มาถึงอีกแล้วในปีนี้ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับหลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ซึ่งทำให้เราเห็นพระคุณมากมายของพระองค์ ขอพระเจ้าทรงเมตตาให้ข้าพระองค์ได้เห็นจิตวิญญาณอีกมากมายที่ได้กลับใจใหม่ และต้องรับพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเราทั้งหลาย และชอพระเจ้าทรงเมตตาต่อเพื่อน พี่น้อง ที่ยังไม่รู้จักพระองค์ด้วยเถิด ขอบพระคุณพระเจ้า ข้าพระองค์ทูลต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสตเจ้า อาเมน
   ที่โบสถ์เทียนสั่งได้จัดงานประกาศคริสตมาสในปีนี้ ตรงกับวันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม 2555 เวลา 18:30 - 21:00 น. ครับ ถ้าเพื่อนๆสนใจมาค้นหาความหมายของวันคริสตมาส และร่วมฉลองวันคริสตมาสก็ขอเชิญที่โบสถ์นะครับ พระเจ้าอวยพระพรครับ :)

พระธรรมมัทธิว บทที่ 21 ข้อ 5
จงบอกชาวศิโยนว่า
กษัตริย์ของท่านเสด็จมาหาท่าน
โดยพระทัยอ่อนสุภาพ
ทรงลา ทรงลูกลา


   สวัสดีครับ วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2555 บางครั้งหลายคนท้อใจที่จะติดตามพระเยซู อาจจะเพราะเราพบปัญหามากมายในชีวิต และเราก็ไม่มีความเชื่อมากพอ แต่ถ้าเราระลึกได้ว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้แต่องค์เดียว ไม่มีพระอื่นใดที่จะให้ถ้อยคำที่ให้ชีวิตนิรันดร์ เมื่อพระเยซูทรงถามเราว่า "ท่านก็จะจากเราไปด้วยหรือ" ขณะที่คนมากมายหันหลังกลับไปจากพระองค์ เราก็คงสามารถตอบพระองค์ด้วยใจจริงว่าเหมือนกับที่เปโตร ได้ตอบพระเยซูดังในพระธรรมตอนนี้ครับ

พระธรรมยอห์น บทที่ 6 ข้อ 67 - 68
พระเยซูตรัสกับสิบสองคนนั้นว่า "ท่านทั้งหลายก็จะจากเราไปด้วยหรือ"
ซีโมน เปโตรทูลตอบพระองค์ว่า "พระองค์เจ้าข้า พวกข้าพระองค์จะจากไปหาผู้ใดเล่า พระองค์มีถ้อยคำซึ่งให้มีชีวิตนิรันดร์


   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2555 เมื่ออาทิตย์ก่อนแม่ผมเล่าว่าได้หามีดทำครัวไม่เจอ น้องผมก็เลยแวะร้านขายเครื่องครัวร้านนึงเพื่อจะหามีดด้ามใหม่มาให้แม่ใช้แทน ที่ร้านนั้นพบว่าเค้าแขวนรูปพระเยซูอยู่ก็เลยได้สอบถามว่าเค้าเป็นคริสเตียนหรือเปล่า น้องผมก็เลยรู้ว่าพี่ที่ร้านนั้นเป็นคริสเตียนเหมือนกันครับ และยังเป็นรุ่นน้องสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัยกับพี่ที่โบสถ์ผมด้วย พี่เค้าดีใจที่ได้พบพี่น้องคริสเตียนที่มาซื้อของ เค้าก็เลยลดราคาให้ครับ และต่อมาอีกไม่กี่วันแม่ผมก็ได้ไปเรียกรถไอศครีมที่ผ่านมาเพื่อจะเอาฝาไอศครีมที่สามารถแรกไอศกรีมได้มาแลกกับรถ คนขายไอศครีมก็ได้ถามแม่ผมว่าที่บ้านเป็นคริสเตียนหรือเปล่าครับ วันก่อนเห็นลูกชายป้าขับรถออกจากบ้านที่ท้ายรถติดสัญลักษณ์รูปปลาด้วยครับ เมื่อรู้ว่าที่บ้านผมเป็นคริสเตียน และแม่ก็ได้รู้ว่าคนขายไอศครีมก็เป็นคริสเตียนที่ไปโบสถ์ที่อยู่แถวบ้าน ต่างคนก็ต่างดีใจครับ
   พอผมได้ฟังเรื่องนี้ก็รู้สึกดีไปด้วยครับ ดีที่เราได้พบกับพี่น้องคริสเตียนจากที่ต่างๆ และก็ทำให้รู้ว่าข่าวประเสริฐของพระเจ้าถูกประกาศออกไป ทำให้หลายๆคนไม่ว่าเราจะอยู่ใกล้หรืออยู่ไกลกันก็ได้มีโอกาสได้รู้จักเรื่องของพระเจ้า และได้เชื่อและรับความรอดจากพระองค์เช่นกันครับ :)

   สวัสดีครับ วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ช่วงนี้มีบางเวลาที่ผมคิดเรื่องอนาคต เรื่องความก้าวหน้าในการงานครับ อาจจะเพราะมีบางอย่างมาทำให้คิดถึงเรื่องเหล่านี้ คิดไปก็มีความกังวลครับ แต่เช้าวันนี้อาจจะเป็นน้อยครั้งที่ผมตื่นมาและได้เปิดพระคัมภีร์อ่านในตอนเช้า แต่พอได้อ่านข้อความในตอนนี้ ที่เล็งให้เห็นว่าพระเยซูคริสต์ทรงเสด็จมาเพื่อพิพากษาทุกคนไม่ว่าเขาจะเป็นใครมีฐานะอย่างไรด้วยความยุติธรรม และพระวจนะนี้ทำให้ผมคิดว่านี่เราจะอยู่ในโลกนี้แบบไหนดี จะเป็นคนจนที่มีความชอบธรรม เป็นคนที่ถ่อมใจ หรือจะเป็นคนร่ำรวยที่มีใจเย่อหยิ่ง และเป็นคนไม่ชอบธรรม ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงเตือนสติผมและให้ผมมองเห็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่จะเป็นที่พอพระทัยของพระองค์ครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 11 ข้อ 4
แต่ท่านจะพิพากษาคนจนด้วยความชอบธรรม และตัดสินเผื่อผู้มีใจถ่อมแห่งแผ่นดินโลกด้วยความเที่ยงธรรม ท่านจะตีโลกด้วยตะบองแห่งปากของท่าน และท่านจะประหารคนอธรรมด้วยลมแห่งริมฝีปากของท่าน


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2555 อาทิตย์ก่อนเมื่อผมเปิดพระคัมภีร์เพื่อจะอ่าน ก็มีกระดาษสองใบหล่นออกมาครับ พอผมหยิบขึ้นมาก็พบว่าเป็นใบปลิวคำพยานที่หยิบมาจากที่โบสถ์ครับ ตอนนั้นในใจผมคิดว่าพระเจ้าคงอยากให้เราประกาศข่าวประเสริฐกับคนอื่นๆ แล้วก็คิดว่าคนรอบๆข้างในที่ทำงานมีแต่คนที่ไม่รู้จักพระเจ้า บางคนก็อาจจะเคยได้ยินเรื่องของพระเจ้าบ้างแต่ไม่เชื่อ และหลายคนปิดกั้นความคิดของตนและมุ่งไปกราบไหว้สิ่งที่เค้านับถือครับ
   พอวันรุ่งขึ้นไปทำงานที่ทำงานผมก็หยิบใบปลิวทั้งสองนี้ติดไปด้วย แล้วก็วางไว้ที่โต๊ะ ในใจคิดว่าเผื่อมีใครซักคนจะเห็นเข้าแล้วหยิบขึ้นมาอ่าน หรือไม่คนผ่านมาเห็นเค้าอาจจะถามผมแล้วผมก็จะได้หยิบให้เค้าไปครับ แต่วันนั้นไม่มีใครซักคนที่จะเดินมาหยิบหรือถามผมเลยครับ วันนั้นผมทำงานถึงดึกเลย แต่ก็ยังมีน้องใหม่อีกคนนั่งอยู่ที่ทำงาน ก่อนกลับบ้านผมก็เลยตัดสินใจที่จะหยิบใบปลิวทั้งสองแล้วส่งให้น้องใหม่คนนั้น เพราะเห็นว่าเค้าชอบอ่านหนังสือธรรมะและยังเคยชวนผมให้เอาหนังสือของเค้าไปอ่านครับ ผมบอกน้องว่าพอดีพี่ได้แผ่นพับนี้มาจากที่โบสถ์ลองเอาไปอ่านดูสิ เค้าก็รับเอาไว้แล้วก็ขอบคุณผม ผมก็ไม่รู้ว่าน้องจะได้เปิดอ่านหรือเปล่าครับ แต่ก็รู้สึกดีที่เราได้เริ่มทำอะไรซักอย่างในการประกาศข่าวประเสริฐครับ
   พระวจนะที่ผมนำมาวันนี้ก็เป็นเรื่องของการประกาศข่าวประเสริฐเช่นกันครับ เป็นการประกาศข่าวประเสริฐของอาจารย์เปาโลที่เมืองเอเฟซัส เรื่องราวในตอนนี้ทำให้เราเห็นว่าอาจารย์เปาโลท่านต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากในการประกาศข่าวประเสริฐต่อคนมากมายที่ไม่เชื่อ และยังต่อต้านท่าน แต่ท่านก็ไม่ได้โต้เถียงเมื่อมีคนพูดจาไม่ดีกลับมา ท่านจากไปจากคนที่ปฏิเสธและพูดหยายคาย แต่ท่านก็ไม่ย่อท้อยังประกาศเรื่องของพระเจ้าต่อไป ท่านทำสิ่งเหล่านี้ด้วยความเพียรพยายามจนเป็นเวลาถึงสองปี เพื่อให้คนมากมายได้ยินพระวจนะของพระเจ้า และถ้าเรานำแบบอย่างของอาจารย์เปาโลไปปฏิบัติผมคิดว่าเราจะเห็นความรอดของพระเจ้าในคนอื่นๆอีกมากมายครับ :)

พระธรรมกิจการ บทที่ 19 ข้อ 8 - 10
เปาโลเข้าไปกล่าวสนทนาในธรรมศาลาด้วยใจกล้าสิ้นสามเดือน ชักชวนให้เชื่อในสิ่งที่กล่าวถึงแผ่นดินของพระเจ้า
แต่บางคนมีใจแข็งกระด้างไม่เชื่อ และพูดหยาบช้าเรื่องทางนั้นต่อหน้าชุมนุมชน เปาโลจึงแยกไปจากเขาและพาพวกสาวกไปด้วย แล้วท่านไปสนทนากันทุกวันในห้องประชุมของท่านผู้หนึ่งชื่อทีรันนัส
ท่านได้กระทำอย่างนั้นสิ้นสองปีจนชาวแคว้นเอเชีย ทั้งพวกยิวและพวกกรีกได้ยินพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้า


   สวัสดีครับ วันอังคารที่ 30 ตุลาคม 2555 ค่ำวันนี้ผมได้มีโอกาสอ่านคำพยานของพี่น้องคริสเตียนที่โบสถ์ ที่จริงแล้วแม่ผมกลับจากโบสถ์ก็หยิบหนังสือเล่มเล็กเล่มนึงที่ได้มาจากที่โบสถ์มาอ่าน และยื่นให้ผมอ่านแต่ตอนนั้นผมก็บอกว่าให้แม่อ่านก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยมาอ่านทีหลังครับ พอวันนี้ได้อ่านก็รู้ว่าเป็นคำพยานของอาเจ็กซันที่ทำงานรับใช้เกี่ยวกับการตัดต่อวีดีโอคำเทศนาในห้องเสียง และผมก็รู้จักและได้ทำงานอยู่ข้างๆอาเจ็กซัน เห็นการรับใช้อย่างเต็มความสามารถของอาเจ็กซันและก็รู้สึกชื่นชม
   แต่ใครจะรู้ว่าก่อนที่อาเจ็กซันมาเชื่อพระเจ้านั้น อาเจ็กมีชีวิตที่ติดอยู่กับการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เป็นคนอารมณ์ร้อน มีรูปเคารพมากมายเป็นที่พึ่ง และก็ไม่รู้จักเรื่องราวของพระเจ้าเลย แต่เมื่อชีวิตได้พบกับพระเจ้าแล้ว พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ไม่ดีที่เคยคิดว่าถูกต้อง คิดว่าเป็นทางออกของชีวิต และพระเจ้าก็ได้ทรงรักษาชีวิตทรงนำพาอาเจ็กให้ก้าวออกมาจากสิ่งที่ผูกมัดจิตใจและความคิดท่านได้ อาเจ็กซันคนใหม่เป็นคนที่รักพระเจ้าและทำงานรับใช้พระองค์มากมาย
   ขอบคุณพระเจ้าสำหรับคำพยานนี้ และให้เราได้ทรงเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ความรักของพระองค์ในชีวิตเราซึ่งเป็นมนุษย์คนบาปคนหนึ่งครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2555 พระวจนะในวันนี้ทำให้เราได้รู้จักพระเจ้าของเรามากยิ่งขึ้น บ่อยครั้งที่เราทำบาปมากมาย แล้วบาปนั้นก็ทำให้เราละอายใจไม่กล้าที่จะเข้าใกล้พระเจ้า แต่ขอให้เราได้ระลึกไว้ว่าพระเจ้าของเราพร้อมที่จะลืมพระพิโรธของพระองค์ พร้อมที่จะให้อภัยเรา และกลับมารักเราเหมือนเดิมนะครับ และความรักของพระเจ้านี้มั่นคงไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างไรครับ :)

พระธรรมมีคาห์ บทที่ 7 ข้อ 18 - 20
ใครเล่าจะเป็นพระเจ้าเสมอเหมือนพระองค์ผู้ทรงยกโทษ และทรงให้อภัยการทรยศแก่คนที่เหลืออยู่อันเป็นมรดกของพระองค์ พระองค์มิได้ทรงถือพระพิโรธเนืองนิตย์ เพราะว่าพระองค์ทรงพอพระทัยในความรักมั่นคง
พระองค์ทรงเมตตาเราทั้งหลายอีก พระองค์ทรงเหยียบความผิดของเราไว้ พระองค์ทรงเหวี่ยงบาปทั้งหลายของเราลงไปในที่ลึกของทะเล
พระองค์ทรงสำแดงความเที่ยงตรงให้ประจักษ์แก่ยาโคบ และความรักมั่นคงต่ออับราฮัม ดังที่พระองค์ทรงปฏิญาณต่อบรรพบุรุษของเรา ตั้งแต่สมัยโบราณกาล


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2555 วันนี้เป็นวันที่มีโอกาสขอบพระคุณพระเจ้าอีกวันนึงครับ ก่อนที่น้องผมจะเดินทางไปเรียนที่ต่างประเทศ เค้าได้ฝากบัตรเอทีเอ็มไว้ที่ผม เพื่อจะให้แม่ได้ใช้ครับ แต่ว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนเพิ่งรู้ว่าบัตรเอทีเอ็มไม่อยู่ ไม่รู้ผมไปเก็บไว้ไหน หายังงัยก็หาไม่เจอ ทุกคนก็บอกว่าผมรับเอาไปให้ทบทวนดูว่าอยู่ไหน ผมก็อธิษฐานแล้วก็ค้นหาอีกหลายรอบในที่ที่คิดว่าอาจจะเก็บไว้แต่ก็ไม่พบ สมุดบัญชีน้องก็พกเอาไปที่ต่างประเทศอีกทำให้ไม่สามารถรู้ยอดเงินในบัญชีได้ครับ ในที่สุดก็คิดว่าสงสัยจะหาไม่เจอแล้ว คงต้องไปอายัดบัตรไปก่อนครับ แต่ขั้นตอนต่อไปคงยุ่งยากมากเพราะเจ้าของบัญชีไม่อยู่ครับ
   วันนี้ผม น้องอีกคน และแม่ก็เดินทางไปโบสถ์ตามปกติ ระหว่างที่อยู่ในรถแม่ก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาเปิด แล้วก็หยิบกระเป๋าใบเล็กในนั้นเปิด แม่พบบัตรเอทีเอ็มใบนึงในนั้น ซึ่งบัตรนี้เป็นบัตรที่น้องฝากไว้ครับ แม่บอกว่าถ้าวันนี้ไม่ได้มาโบสถ์ก็คงไม่พบบัตรนี้ เพราะกระเป๋าสะพายใบนี้ปกติจะติดมาโบสถ์เท่านั้น และกระเป๋าเล็กในนั้นก็ไม่เคยเปิดดูเลยเพราะไม่ได้ใส่อะไรไว้ ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ตอบคำอธิษฐานเมื่อเรากำลังจะไปยังพระวิหารของพระองค์ บัตรเอทีเอ็มนั้นผมรับไว้แต่คงส่งต่อให้แม่ แต่ก็จำไม่ได้ด้วยครับว่าให้เก็บในกระเป๋าของแม่เองครับ ทำให้ผมคิดได้ว่า ถ้าเราแสวงหาพระเจ้าก่อน เราก็จะพบคำตอบจากพระองค์ครับ :)

พระธรรมฮีบรู บทที่ 13 ข้อ 8
พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิมในเวลาวานนี้ และเวลาวันนี้ และต่อๆไปเป็นนิจกาล


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2555 ความรักของพระเจ้าเกินที่เราจะคาดคิดจริงๆนะครับ มนุษย์อาจจะทำดีเพื่อคนที่เป็นคนดี แต่พระเยซูคริสต์ทรงยอมสละชีวิตเพื่อเราซึ่งเป็นคนบาป เพราะมนุษย์ไม่สามารถพึ่งกำลังของตัวเองให้รอดพ้นจากความบาปได้ พระเจ้าทรงรักมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้าง :)

พระธรรมโรม บทที่ 5 ข้อ 6 - 8
ขณะเมื่อเรายังขาดกำลัง พระคริสต์ก็ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อช่วยคนบาปในเวลาที่เหมาะสม
ไม่ใคร่จะมีใครตายเพื่อคนตรง แต่บางทีจะมีคนอาจตายเพื่อคนดีก็ได้
แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน 2555 วันนี้ผมนำน้ำพระทัยของพระเยซูคริสต์จากพระธรรมยอห์นมาฝากครับ พระเยซูทรงห่วงเรานะครับ พระองค์ทรงบอกเราไม่ให้กลัวในเรื่องใดๆ ให้วางใจในพระองค์ พระประสงค์ของพระองค์คือต้องการให้เราได้ไปอยู่กับพระองค์ ในที่ซึ่งพระองค์ทรงจัดเตรียมให้เราทุกคน พระองค์ทรงไม่อยากให้ใครคนหนึ่งต้องเดินหลงทางไปเลย ขอบคุณพระเจ้าสำหรับความรักของพระองค์ครับ :)

พระธรรมยอห์น บทที่ 14 ข้อ 1 - 4
"อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย
ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย
เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย
และท่านรู้จักทางที่เราจะไปนั้น"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2555 วันเวลาแห่งการพิพากษาของพระเจ้านั้นใกล้เข้ามาแล้ว พระวจนะของพระเจ้าบอกเราว่าแม้สิ่งมีค่าต่างๆที่เรามีในโลกนี้ ก็ไม่สามารถช่วยเราให้พ้นจากการลงโทษของพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงยุติธรรมและการพิพากษาของพระองค์ก็เที่ยงตรงและไม่เห็นแก่ผู้ใดเลย ดังนั้นให้เราได้พิจารณาตัวเองและหันกลับจากความบาปและรูปเคารพต่างๆในชีวิตนะครับ

พระธรรมเอเสเคียล บทที่ 7 ข้อ 19 - 20
เขาโยนเงินของเขาไปในถนนและทองคำของเขาก็เหมือนสิ่งที่มลทิน เงินและทองของเขาไม่อาจที่จะช่วยกู้เขาไว้ในวันแห่งพระพิโรธของพระเจ้า เขาจะให้หายหิว หรือบรรจุให้เต็มท้องด้วยเงินทองก็ไม่ได้ เพราะว่าเป็นสิ่งที่สะดุดให้เขาทำบาปผิด
ความโอ่อ่าของสิ่งเหล่านั้น เขาใช้เพื่อเกียรติจอมปลอม เขาใช้สร้างรูปเคารพอันลามกและสิ่งน่าสะอิดสะเอียนของเขา เพราะฉะนั้นเราจะกระทำสิ่งเหล่านั้นให้เป็นสิ่งที่มลทินแก่เขา


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2555 ช่วงเวลาเอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ผมป่วยเกือบทั้งอาทิตย์เลยครับ เป็นเวลาที่รู้สึกแย่และอยากจะหายป่วยไวไว ไปซื้อยามากินก็ไม่หายครับ แต่ในเวลาที่ลำบากนั้น พระเจ้าก็ให้ผมได้เห็นความรักของคนรอบๆข้าง ครอบครัวที่เป็นห่วง น้องก็อธิษฐานเผื่อ คุณแม่ก็พยายามหาอาหารที่ดีที่เหมาะกับคนป่วยมาให้ ผมบ่นว่านอนแล้วปวยเมื่อยหลังมากเพราะที่นอนที่ใช้อยู่เริ่มเสื่อมสภาพแล้ว แม่ก็ยังอุตส่าห์หาที่นอนอีกอันมาให้ เพื่อนที่ทำงานก็คอยแนะนำยาที่ดี หัวหน้าก็แนะนำให้ไปหาหมอพักผ่อนให้หายค่อยมาทำงาน เมื่อเห็นทุกอย่างแบบนี้ผมก็ยิ่งอยากให้ตัวเองกลับมาหายป่วยโดยเร็ว โดยไปหาหมอและกินยาตามที่ได้รับให้ครบทุกเวลาครับ และผมก็อธิษฐาน และก็คิดในใจว่าพระเจ้าต้องให้ผมหายเพื่อผมจะได้ไปโบสถ์ในวันอาทิตย์นี้ได้ และเช้านี้ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกต่างจากหายวันที่ผ่านมา ผมรู้ว่าวันนี้ผมหายป่วยแล้ว ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการรักษาของพระองค์ สำหรับความรักและกำลังใจทุกอย่างที่ผมได้รับครับ :)
   ถึงแม้ในยามที่เราสุขภาพแข็งแรงก็อย่าใช้ชีวิตอย่างประมาทนะครับ เพราะเมื่อไหร่ที่ร่างกายอ่อนแรงเชื่อโรคชนิดต่างๆที่อยู่รอบๆเราก็อาจจะทำให้เราป่วยได้ครับ ขอให้พระเจ้าทรงคุ้มครองสุขภาพของทุกๆคนนะครับ :)

พระธรรม 2 เธสะโลนิกา บทที่ 3 ข้อ 5
ขอพระเป็นเจ้าทรงนำใจของท่านทั้งหลายให้เข้าถึงความรักของพระเจ้า และถึงความมั่นคงของพระคริสต์


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน 2555 วันนี้ขณะนมัสการพระเจ้าที่โบสถ์พอผู้นำนมัสการได้เริ่มร้องเพลงแรก แม่ก็น้ำตาไหล หลานที่นั่งข้างๆคิดว่าแม่คิดถึงน้องสาวผมที่ไปเรียนที่ต่างประเทศ แม่บอกว่าตอนแรกไม่ได้คิดถึงน้องแต่เพราะได้ฟังเนื้อเพลงนี้ แต่พอหลานพูดถึงก็เลยคิดถึงขึ้นมาครับ วันนี้น้องผมอีกคนก็พาเพื่อนที่ไม่ได้เป็นคริสเตียนมาโบสถ์ เพื่อนน้องก็บอกว่าเค้าก็เห็นคนแก่หลายคนร้องเพลงไปร้องไห้ไป แต่จริงๆแล้วเนื้อเพลงในวันนี้ไม่ได้มีความเศร้าโศกอะไรครับ ส่วนใหญ่จะพูดถึงความรักของพระเจ้า ถ้าทั่วๆไปคนที่อกหักพอฟังเพลงอกหักก็มักจะมีอารมณ์ร่วมกับเพลง บางคนก็ร้องไห้ แต่ที่โบสถ์วันนี้พอเราได้ฟังเพลงที่พูดถึงความรักของพระเจ้า และถ้าเราคิดทบทวนว่าพระเจ้าทรงดีต่อเราและรักเรามากแบบที่เราได้ฟังและได้ร้องออกมา ก็คงทำให้เราซาบซึ้งและมีน้ำตาเช่นกันครับ
   และข้อพระคัมภีร์วันนี้ผมก็ได้มาจากวันนี้ที่พี่สาวเป็นพยานที่โบสถ์เรื่องที่เค้าหายป่วยอย่างอัศจรรย์เพราะพระเจ้าทรงรักษาครับ ปัญหาต่างๆในชีวิตถ้าเราทูลขอการช่วยกู้จากพระเจ้า เราก็จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และพระกรุณาคุณที่ไม่สิ้นสุดของพระเจ้าด้วยตัวเราเองครับ :)

พระธรรมโยบ บทที่ 42 ข้อ 5
ข้าพระองค์เคยได้ยินถึงพระองค์ด้วยหู แต่บัดนี้ตาของข้าพระองค์เห็นพระองค์


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2555 ผมเขียนถึงคำพยานต่อเนื่องกันมา วันนี้มีโอกาสได้นำคำพยานซึ่งเปโตรและอัครทูตอื่น ได้เป็นพยานอย่างกล้าหาญต่อหน้ามหาปุโรหิตและพวกของท่านซึ่งเป็นผู้ที่สนับสนุนให้ประหารชีวิตพระเยซูคริสต์ที่กางเขน ผมคิดว่าถ้าพระเยซูคริสต์ไม่ได้เป็นพระเจ้าที่ทรงพระชนม์อยู่อย่างที่สาวกได้เป็นพยานนั้น พวกเขาคงไม่กล้าที่จะยืนยันคำพยานนั้นต่อผู้ที่มีอำนวจที่อาจจะฆ่าพวกเขาได้ทุกเมื่อ เช่นกันกับเราที่รู้จักพระเจ้า รู้ว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่แท้จริงเพียงองค์เดียวนั้น ก็ยินดีที่จะพูดถึงพระองค์ที่เรารู้จักในทุกเวลาครับ ไม่ว่าจะถูกปฏิเสธ ถูกเยอะเย้ยหรือดูหมิ่นครับ :)

พระธรรมกิจการ บทที่ 5 ข้อ 29 - 32
ฝ่ายเปโตรกับอัครทูตอื่นๆตอบว่า "ข้าพเจ้าจำต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์
พระเยซูซึ่งท่านทั้งหลายได้ฆ่าเสียโดยแขวนไว้ที่ต้นไม้นั้น พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเราได้ทรงบันดาลให้เป็นขึ้นมาใหม่
พระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์ไว้ที่พระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์ให้เป็นองค์พระผู้นำและองค์พระผู้ช่วยให้รอด เพื่อจะให้ชนอิสราเอลกลับใจใหม่ แล้วจะทรงโปรดยกความบาปผิดของเขา
เราทั้งหลายจึงเป็นพยานถึงเรื่องเหล่านี้ และพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งพระเจ้าได้ทรงประทานให้ทุกคนที่เชื่อฟังพระองค์นั้นก็เป็นพยานด้วย"

   สวัสดีครับ วันพุธที่ 29 สิงหาคม 2555 เมื่อวานนี้ผมได้ไปส่งน้องสาวที่สนามบินเพื่อเดินทางไปเรียนที่ต่างประเทศ นี่เป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตของน้องสาวผมครับ ทุกคนก็รู้สึกตื่นเต้นไปด้วยเพราะครั้งนี้เดินทางไปคนเดียวครับ วันที่เดินทางนี้เราก็เจอปัญหาหลายอย่างด้วยครับ ไปถึงจะติดต่อขอเปิดบริการโทรศัพท์ข้ามแดน (โรมมิ่ง) ก็ไม่สามารถทำได้เพราะทางศูนย์บริการแจ้งว่ามียอดค้างชำระ ถึงแม้ว่าหมายเลขนี้จะใช้วิธีการชำระแบบตัดผ่านบัตรเครดิตอยู่แล้ว และไวไฟก็เกิดใช้ไม่ได้ขึ้นมาอีกครับ เราก็กังวลใจว่าถ้ามีปัญหาอะไรน้องจะปรึกษาใคร และไปถึงที่โน้นก็นัดกับพี่ที่รู้จักกันให้มารับด้วยครับ เมื่อเราเดินไปบริเวณที่เช็คอินกระเป๋าตามกำหนดการก็พบว่ามีเจ้าหน้าที่ถือป้ายบอกว่าเที่ยวบินต้องเลื่อนออกไปจากเดิมที่ควรจะเปิดเช็คอิน ตอนสามทุ่มก็เลื่อนไปห้าทุ่ม เนื่องจากเที่ยวบินจากประเทศเกาหลีมีปัญหาน่าจะเกิดจากพายุที่กำลังเข้าไปที่ประเทศเกาหลีครับ (เดินทางไปเปลี่ยนเที่ยวบินที่เกาหลีเพื่อไปที่ชิคาโกครับ) เมื่อต้องเลื่อนเวลาออกไปผมก็เลยให้หลานๆที่ไปส่งด้วยกันกลับบ้านไปก่อนครับ เพราะมีเด็กเล็กๆมาด้วยครับ ตอนนี้ก็เหลือผมกับน้องสาว เมื่อถึงเวลาห้าทุ่มก็เดินไปที่จุดเช็คอินอีกครั้ง คราวนี้ผู้คนมากมายยืนต่อคิวกันแถวยาวครับ เราก็ต่อกับเค้าด้วย ผมก็ขอเดินไปดูที่ช่องเช็คอีกเพื่อดูว่าเค้าเปิดหรือยังทำไมแถวไม่ขยับเลยครับ เดินไปก็หยิบโทรศัพท์โทรกลับมาหาน้องสาวคนเล็กที่อยู่บ้าน เล่าให้เค้าฟังเรื่องโรมมิ่ง ไวไฟ และก็เรื่องที่มีการเลื่อนกำหนดการบินออกไปครับ น้องก็บอกว่าเดี๋ยวเค้าจะอธิษฐานกับแม่ให้ พอเห็นว่าจุดเช็คอินเปิดบริการแล้ว ผมก็เดินกลับมาหาน้องยืนต่อแถว มาถึงเห็นน้องคุยกับคนไทยที่อยู่ต่อจากเรา น้องก็บอกว่านี่เค้าก็ไปที่ชิคาโกเหมือนกัน ผมก็ทักทายเค้า แล้วก็คิดในใจอย่างแรกเลยว่า พระเจ้าของเรายิ่งใหญ่จริงๆ พระเจ้าทรงรู้ว่าเรากำลังลำบากและทรงช่วยเราเมื่อเราอธิษฐานกับพระองค์ ผมคิดว่าการช่วยเหลือของพระเจ้านั้นเหลือกว่าที่เราคาดคิด ผมคิดแต่ว่าเราจะแก้ไขยังงัยดีให้น้องสามารถใช้โรมมิ่งได้ ใช้ไวไฟได้ หรือต้องหาวิธีการสื่อสารอื่นๆ แต่พระเจ้าทรงให้เรามีเพื่อนคนไทยเพื่อให้เค้ามาช่วยเราจริงๆครับ เมื่อช่วงเย็นนี้ผมก็ได้คุยกับน้องเพราะเค้าสามารถใช้ไวไฟที่สนามบินที่กรุงโซลได้ครับ เมื่อเค้าไปถึงที่เกาหลีแล้วครับ น้องบอกว่าเพื่อนคนนี้เค้าดีมากเลย คอยช่วยเหลือซื้ออาหารให้ แล้วก็ได้นั่งบนเครื่องก็อยู่แถวเดียวกันอีกด้วยครับ แต่ทุกคนที่เดินทางไปช่วยเวลานี้ต้องไปเจอกับปัญหาสภาพอากาศที่โน่น ทำให้คืนนี้ผู้โดยสารที่จะเดินทางมากมายต้องนอนที่สนามบินครับ แต่เราก็มีกำลังใจเพราะพระเจ้าทรงนำทางในทุกสิ่งครับ :)
   ผมตั้งใจที่จะเล่าเรื่องนี้เพื่อเป็นคำพยานถึงพระเจ้า และก่อนที่จะเขียนเล่าเรื่องก็ได้อธิษฐาน และพระเจ้าทรงให้ผมเปิดพระคัมภีร์และอ่านพบ ข้อพระวจนะข้างล่างนี้ครับ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกสิ่งครับ :)

พระธรรมโยชูวา บทที่ 1 ข้อ 8 - 9
อย่าให้หนังสือธรรมบัญญัตินี้ห่างเหินไปจากปากของเจ้า แต่เจ้าจงตรึกตรองตามนั้นทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อเจ้าจะได้ระวังที่จะกระทำตาม ข้อความที่เขียนไว้นั้นทุกประการ แล้วเจ้าจะมีความจำเริญ และเจ้าจะสำเร็จผลเป็นอย่างดี
เราสั่งเจ้าไว้แล้วมิใช่หรือว่าจงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่าตกใจหรือคร้ามกลัวเลย เพราะว่าเจ้าไปในถิ่นฐานใดพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าทรงสถิตกับเจ้า"

   สวัสดีครับ วันอังคาร 21 สิงหาคม 2555 วันนี้เป็นวันที่ผมมีความชื่นชมยินดีในพระคุณของพระเจ้าอีกวันนึงครับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผมเล่าเรื่องพี่สาวของผมให้ฟังครับ คุณหมอที่ให้คำแนะนำบอกว่าอาการเส้นเลือดโปร่งพองที่ก้านประสาทจำเป็นจะต้องรับการรักษา โดยมีวิธีการรักษาได้สองวิธี วิธีแรกคือการผ่าตัดซึ่งอันตรายมาก มีโอกาสเสียชีวิต พิการ หรือตาบอดได้ครับ และอีกวิธีคือการฉีดสีเพื่อหาจุดที่ผิดปกติแล้วฉีดอะไรบางอย่างไปเคลือบที่เส้นเลือดที่มีปัญหา วิธีการนี้เสี่ยงน้อยกว่าแต่ก็มีอันตรายเหมือนกันครับ เมื่อพี่สาวผมตัดสินใจเลือกวิธีที่สอง คุณหมอได้นัดให้ไปฉีดสีก่อนเพื่อหาจุดที่เส้นเลือดโปร่งพอง ตามที่ได้ตรวจพบจากการทำการสแกนสมองมาก่อนหน้านั้น พี่ที่โบสถ์ได้แนะนำพวกเราให้ช่วยกันอธิษฐานโดยบอกว่าให้อธิษฐานให้พระเจ้าทรงรักษาแล้วเมื่อคุณหมอฉีดสีแล้วจะไม่พบความผิดปกตินั้น พี่เค้าก็นำเรื่องนี้ไปอธิษฐานกับพี่น้องที่โบสถ์ ในกลุ่มอธิษฐานคืนวันศุกร์ครับ ส่วนผมและน้องๆก็อธิษฐานตอนสามัคคีธรรมที่บ้าน และวันนี้ก็เป็นวันที่คุณหมอได้นัดไปตรวจที่โรงพยาบาลโดยการฉีดสี
   พอตอนบ่ายระหว่างที่ผมทำงานอยู่น้องสาวผมก็โทรมาบอกว่าผลการตรวจออกมาไม่พบเส้นเลือดที่โปร่งพองครับ ขอบคุณพระเจ้า ผมมีความสุขมากที่พี่ไม่เป็นอะไร และยิ่งกว่านั้นผมมีความสุขมากที่พระเจ้าทรงฟังคำอธิษฐาน และพระองค์ยังให้เราได้เห็นความรักของพระองค์จากการอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เรา เย็นนี้ผมตั้งใจว่าจะต้องมาเขียนคำพยานนี้เพื่อแบ่งปังเรื่องดีๆนี้กับทุกคน และหวังว่าจะเป็นการเสริมสร้างให้พวกเราทุกคนมีความเชื่อและการวางใจในพระเจ้ามากยิ่งขึ้น และสรรเสริญพระเจ้าสำหรับพระคุณของพระองค์ในชีวิตของเราตลอดไปครับ และขอขอบคุณทุกคำอธิษฐานของพี่น้องที่โบสถ์ อาจารย์ที่โบสถ์ รวมทั้งเพื่อนๆที่ช่วยอธิษฐานเผื่อครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2555 วันนี้ที่โบสถ์อาจารย์ได้เทศนาเรื่องการถวายที่ถูกต้อง และได้นำพระธรรมของพระเจ้าในหนังสือ 1 พงศาวดาร ในตอนที่กษัตริย์ดาวิดได้กล่าวสรรเสริญพระเจ้าและกล่าวถึงเรื่องการถวายแด่พระเจ้ามาแบ่งปันครับ เย็นนี้ผมก็กลับมาอ่านย้อนไปอีก 1 บท และเห็นว่าสิ่งที่กษัตริย์ดาวิดได้จัดเตรียมและถวายให้แก่พระเจ้าในการสร้างพระวิหารของพระเจ้านั้นมากมาย แผนงานของเขาเพื่อพระนิเวศของพระเจ้านั้นมากมายเกินกว่าที่เขาจะสามารถทำคนเดียวได้ เขาถวายทุกสิ่งที่มีค่าในงานครั้งนี้ และยังได้สอบถามประชาชนของพระองค์ว่ามีผู้ใดที่เต็มใจจะถวายสิ่งของและถวายตัวเพื่อรับใช้ในงานนี้ และกษัตริย์ดาวิดรวมทั้งประชาชนก็ต่างยินดี และเต็มใจถวายสิ่งต่างๆแด่พระเจ้า เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าการให้นั้น ถ้าเราให้ด้วยเต็มใจ คนที่ให้นั้นก็ได้รับความสุขในใจของตนเช่นกันครับ และที่กษัตริย์ดาวิดสามารถให้ทั้งหมดแก่พระเจ้าได้นั้น เพราะพระองค์ทรงมีความถ่อมใจและคิดว่าสิ่งของทั้งหมดที่พระองค์มีอยู่นั้น แท้จริงแล้วก็เป็นของประทานจากพระเจ้าเท่านั้น และทำให้ผมรู้ว่าทำไมพระเจ้าถึงเลือกสรรกษัตริย์ดาวิดและทรงพอพระทัยกับพระองค์ :)

พระธรรม 1 พงศาวดาร บทที่ 29 ข้อ 14
"แต่ข้าพระองค์เป็นผู้ใด และชนชาติของข้าพระองค์เป็นผู้ใด ที่ข้าพระองค์ทั้งหลายจะสามารถถวายแด่พระองค์ด้วยความเต็มใจเช่นนี้ เพราะว่าสิ่งของทุกอย่างมาจากพระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ถวายของที่เป็นของพระองค์แด่พระองค์เท่านั้น


   เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาพี่สาวผม (เป็นลูกพี่ลูกน้อง) ป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลและต้องไปพักที่ห้องไอซียูครับ ผมก็ไปเยี่ยมหลังเลิกงาน ผมเดินผ่านคนไข้อื่นๆที่อยู่ในห้องนั้น และจากการที่ผมเคยไปเยี่ยมผู้ป่วยอื่นๆมาบ้าง พอผมพบพี่สาวก็คิดในใจว่าเค้าดูแตกต่างไปจากผู้ป่วยอื่น ผมไม่รู้สึกหดหู่ใจเมื่อเห็นพี่นอนในห้องนั้นแล้วมีสายอะไรเต็มไปหมด ในใจผมคิดว่าพระเจ้าทรงคุ้มครองเค้าอยู่เพราะเค้ารักพระเจ้า วันต่อมาคุณหมอก็ส่งตัวพี่สาวไปตรวจสมองอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลอีกแห่งที่มีเครื่องมือด้านนี้โดยเฉพาะ ผลการตรวจทำให้คุณหมอพบปัญหาที่ผิดปกติโดยบังเอิญ เพราะก่อนส่งตัวไปคุณหมอคิดว่าจะตรวจอีกจุดนึงครับ คุณหมอพบว่าในสมองมีจุดนึงที่มีเส้นเลือดโปร่งพองครับ ซึ่งนี่ก็คือสาเหตุที่แท้จริงของอาการของพี่สาวผมครับ และผมคิดว่าที่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่พระเจ้าทรงเปิดเผยให้คุณหมอทราบถึงสาเหตุการป่วยที่แท้จริง ทุกคนในครอบครัวและพี่น้องที่โบสถ์ และอาจารย์ที่โบสถ์ได้ช่วยกันอธิษฐานเมื่อทุกทราบข่าวนี้ครับ ถึงตอนนี้คุณหมอจะอนุญาติให้พี่สาวกลับมาพักที่บ้านได้แล้ว แต่เราก็ยังต้องอธิษฐานเพื่อการรักษานี้ และผมขอฝากพี่สาวผมสำหรับคำอธิษฐานของเพื่อนๆทุกคนด้วยนะครับ ขอบพระคุณพระเจ้าในทุกสิ่ง และขอพระเจ้าอวยพระพรแก่ทุกคนนะครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 41 ข้อ 3
เมื่อเขานอนเจ็บ พระเจ้าทรงค้ำจุนเขา เมื่อเขาป่วยไข้พระองค์ทรงรักษาความเจ็บไข้ทั้งสิ้นของเขาให้หาย


   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม 2555 พระเจ้าทรงต้องการให้เราวางใจในพระองค์ให้เรารักกันและกัน และนี่ก็เป็นพระบัญญัติของพระเจ้า เมื่อเรากระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า เราก็จะรู้ว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ในเรา ขอพระเจ้าทรงสถิตกับทุกคนนะครับ :)

พระธรรม 1 ยอห์น บทที่ 3 ข้อ 23 - 24
และนี่เป็นพระบัญญัติของพระองค์ คือว่าให้เราทั้งหลายวางใจในพระนามของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ และให้เรารักซึ่งกันและกัน ตามที่พระองค์ได้ทรงบัญญัติไว้แก่เรา" และทุกคนที่ประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ก็อยู่ในพระองค์ และพระองค์ทรงสถิตอยู่ในคนนั้น เหตุฉะนี้เราจึงรู้ว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ในเราคือโดยพระวิญญาณ ซึ่งพระองค์ทรงโปรดประทานแก่เรา


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2555 วันนี้ผมอยากจะแบ่งปันเรื่องราวของกษัตริย์อาหัสพระราชาของยูดา (อิสราเอลทางใต้) ครับ จากหนังสือ 2 พงศาวดาร บทที่ 28 ข้อ 1 - 27 พระราชาอาหัสทรงดำเนินตามพระราชาของอิสราเอล (อิสราเอลทางเหนือ) คือสร้างรูปเคารพ และถวายบูชาแก่พระอื่น พระเจ้าทรงไม่พอพระทัยและทรงให้ยูดาพ่ายแพ้แต่ซีเรีย และตกอยู่ใต้อิสราเอล และก็ยังมีประเทศใกล้เคียงที่มารุกราน จนในที่สุดพระราชาอหัสก็มีความคิดที่จะไปพึ่งอัสซีเรียอีกโดยเอาของจากพระนิเวศส่งไปเป็นบรรณาการแก่พระราชาของอัสซีเรีย แต่ก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะอัสซีเรียแทนที่จะช่วย ก็กลับมาทำสงครามและชนะ พระราชาอาหัสนอกจากไม่หันกลับมาหาพระเจ้า พระองค์ยังกลับคิดว่าพระของอัสซีเรียดีสามารถช่วยอัสซีเรียให้ชนะและกลับไปกราบไหว้บูชาพระนั้น และก็ยังเอาของใช้ในพระนิเวศของพระเจ้าไปถวายพระนั้นอีก และปิดพระนิเวศไปสร้างแท่นบูชาแก่พระอื่น
   จากเรื่องราวนี้ทำให้ผมคิดว่าเวลาที่เราอยู่ในความทุกข์ยากนั้น บางคนมักจะมองที่ปัญหา และมองว่าทำไมคนอื่นประสบความสำเร็จ เราจะทำอย่างไรให้เป็นได้เหมือนคนอื่น โดยที่เราไม่ได้พิจารณาที่ตัวเราเองว่าเรายังมีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง ที่ผ่านมาเราอาจจะดำเนินชีวิตที่ยังไม่ถูกต้อง ไม่เป็นตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ถึงแม้ว่าพระเจ้าจะทรงอยากจะอภัยเมื่อเราสารภาพบาป และพระเจ้าก็อยากจะช่วยเราเมื่อเราทูลขอ แต่เรากลับหันไปหาวิธีการแก้ปัญหาตามความคิดของเราและก็ทำให้เราห่างไกลจากพระเจ้าไปอีกครับ
   ในชีวิตจริงก็มีหลายๆตัวอย่างที่อาจจะผิดพลาดแบบเดียวกันนี้ เช่น บางคนอาจจะเห็นว่าทำไมคนนี้ร่ำรวยและใช้จ่ายได้อย่างฟุ่มเฟือยโดยไม่เดือดร้อน พอมารู้ว่าเขาค้าขายยาเสพติดมีรายได้มาก คนนั้นก็อาจจะอยากที่จะหาเงินโดยวิธีเดียวกันนี้ หรือบางคนก็อาจจะมองเห็นเพื่อนมีความสุขในชีวิต เมื่อมองไปตกเย็นเพื่อนมักจะไปสังสรรค์ ดื่มเหล้า เที่ยวกลางคืน คนที่คิดผิดก็จะลองทำตามแบบเดียวกันนี้บ้าง หรือบางคนอาจจะเห็นว่าทำไมเพื่อนบ้านคนนี้โชคดีหลายๆอย่าง พอไปรู้ว่าเข้ากราบไหว้รูปเคารพก็เลยหันไปกราบไหว้รูปเคารพบ้าง แต่สุดท้ายแล้วคนที่มองแบบอย่างที่ผิดก็มักจะพบกับความทุกข์ ถ้าชีวิตเรามีพระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่าง และพึ่งในพระเจ้าไม่ว่าเขาจะอยู่ในสถานการณ์ใด ชีวิตเขาก็จะพบสันติสุขที่แท้จริงอย่างแน่นอนครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม 2555 ในโลกที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่พระเจ้าทรงสอนให้เราพยายามที่จะอยู่อย่างสงบกับผู้อื่น และพยายามที่จะรักษาใจให้บริสุทธิ์ เพื่อเราจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าครับ :)

พระธรรมฮีบรู บทที่ 12 ข้อ 14
จงอุตส่าห์ที่จะอยู่อย่างสงบกับคนทั้งหลาย และอุตส่าห์ที่จะได้ใจบริสุทธิ์ซึ่งถ้าใจไม่บริสุทธิ์ก็จะไม่มีผู้ใดได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเลย


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม 2555 เช้าวันนี้ได้เจออาอี๊เพื่อนของอาอี๊จูที่เป็นน้องของแม่ผมที่โบสถ์ครับ ซึ่งเราไม่เห็นอาอี๊นานแล้ว เรามักเรียกอาอี๊ว่าอาอี๊ฮ่องกงเพราะท่านเป็นคนฮ่องกงและก็เป็นคริสเตียน ท่านน่าจะกลับบ้านที่ฮ่องกงเลยไม่ได้เจอกันนาน อาอี๊ฮ่องกงบอกว่าอาอี๊จู อยากพบพวกเราหลังโบสถ์เลิก บ้านอาอี๊จูอยู่ใกล้ๆโบสถ์ท่านมักจะเอาของฝากมาให้ที่บ้านเสมอ วันนี้เราก็ได้รับของฝากมาอีกถุงใหญ่ ข้างในเป็นเสื้อผ้า และพอดีกับที่น้องสาวคนโตจะไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศ น้องผมบอกว่าเสื้อผ้าที่ได้รับวันนี้เป็นเสื้อแบบผ้าหนาๆเหมาะกับอากาศที่ต่างประเทศเลย นี่เป็นการจัดเตรียมของพระเจ้า เพราะปกติเราก็ไม่มีเสื้อผ้าแบบนี้ :)
   เย็นนี้ผมได้อ่านพระวจนะข้อนี้ ทำให้รู้สึกว่าพระเจ้าของเราจริงใจจัง และตรงไปตรงมา พระเจ้าไม่ได้พูดเอาใจใคร แต่พูดในความเป็นจริงเสมอ คนที่วางใจในพระบุตรก็มีชีวิตนิรันดร์ แต่คนที่ไม่เชื่อก็จะไม่ได้ชีวิตนิรันดร์ ยังจะได้รับโทษอีก :)

พระธรรมยอห์น บทที่ 3 ข้อ 36
ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็มีชีวิตนิรันดร์ ผู้ที่ไม่เชื่อฟังพระบุตรก็จะไม่ได้เห็นชีวิต แต่พระพิโรธของพระเจ้าตกอยู่กับเขา


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม 2555 ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราเห็นเหตุการณ์ทางการเมืองหลายเหตุการณ์ที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งก็คือการทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการบางคน และเราก็เห็นว่าทรัพย์สมบัติที่ได้จากการทุจริตนั้นก็ไม่ยั่งยืน คนที่ทำผิดไม่นานก็ต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติอธรรมนั้นไป
   ในพระวจนะพระเจ้าทำให้เราเห็นความจริงหลายๆอย่าง

พระธรรมลูกา บทที่ 16 ข้อ 10
"คนที่สัตย์ซื่อในของเล็กน้อยจะสัตย์ซื่อในของมากด้วย และคนที่อสัตย์ในของเล็กน้อย จะอสัตย์ในของมากเช่นกัน

   ถ้าเราจะสอนใครซักคนให้เป็นคนที่สัตย์ซื่อเราก็ต้องสอนเค้าให้รู้จักที่จะสัตย์ซื่อกับของเล็กน้อยก่อน หรือถ้าเราอยากรู้จักใครบางคนว่าเค้าเป็นคนสัตย์ซื่อหรือไม่ เราก็อาจจะลองมองดูความสัตย์ซื่อของคนคนนั้นจากสิ่งเล็กน้อยก่อนได้เช่นกันครับ

พระธรรมลูกา บทที่ 16 ข้อ 11
เหตุฉะนั้นถ้าท่านทั้งหลายไม่สัตย์ซื่อในทรัพย์สมบัติอธรรม ใครจะมอบทรัพย์สมบัติอันแท้ให้แก่ท่านเล่า

   บรรดาหัวหน้างาน เจ้านาย ลูกค้า ญาติพี่น้อง หรือใครก็ตามที่มีทรัพย์สมบัติ ก็คงไม่อยากจะมอบให้คนที่ไม่สัตย์ซื่อแน่นอน พระเจ้าก็เช่นกันพระองค์ก็คงไม่ประทานทรัพสมบัติอันเที่ยงแท้ให้กับคนที่ไม่สัตย์ซื่อในทรัพย์สมบัติในโลกนี้ครับ

พระธรรมลูกา บทที่ 16 ข้อ 12
และถ้าท่านทั้งหลายมิได้สัตย์ซื่อในของของคนอื่น ใครจะมอบทรัพย์อันแท้ให้เป็นของของท่านเล่า

   พระเจ้าทรงมองดูว่าเรามีความสัตย์ซื่อในของของคนอื่นหรือไม่ ก่อนที่พระองค์จะมอบทรัพย์สมบัติอันนิรันดร์ให้เป็นของประทานแก่เราครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2555 บุคคลผู้นึงที่พระคัมภีร์กล่าวถึงและผมประทับใจ ก็คือ ยอห์น ผู้ให้บัพติศมาครับ ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จมายอห์นเป็นผู้ให้บัพติศมาและประกาศเป็นพยานถึงพระเยซู และผู้คนมากมายกลับใจและรับบัพติศมาจากยอห์น แต่เมื่อพระเยซูทรงปรากฏ ผู้คนกลับไปหาพระเยซูและรับบัพติศมากับพระองค์ ยอห์นบอกว่าตัวเค้าเองไม่พระคริสต์ เป็นเพียงผู้ที่รับคำบัญชาให้นำเสด็จพระเยซู เค้ามีความชื่นชมยินดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อผู้คนกลับไปหาพระเยซู ยอห์นเป็นคนถ่อมใจ และเค้าก็ยกพระเยซูเป็นพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่ของเค้า :)

พระธรรมยอห์น บทที่ 3 ข้อ 30
พระองค์ต้องทรงยิ่งใหญ่ขึ้น แต่ข้าพเจ้าต้องด้อยลง

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2555 เมื่อได้อ่านข้อพระคัมภีร์ตอนนี้ ซึ่งอธิบายให้เรารู่ว่า ผู้คนมากมายมักจะแสวงหาความช่วยเหลือของเขาจากมนุษย์ด้วยกัน บ้างก็ไปหาคนทรงเจ้า ไปหาผู้ที่ใช้ไสยศาสตร์ต่างๆ และคนเหล่านั้นก็จะบอกว่าไปหาพระเยซูผู้ที่วายพระชนม์ทำไม ทำไมไม่ไปหามนุษย์ที่มีชีวิตเป็นอยู่ที่จะช่วยเขาได้ แต่แท้จริงแล้วเขาไม่รู้ว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ และการแสวงหาของคนเหล่านั้นไม่เคยทำให้เขามีความสุข เขาไม่เคยได้รับความตอบที่แท้จริง เขาก็ยังมีชีวิตอยู่ด้วยความทุกข์ใจ เมื่อเขาทุกข์และหิวกระหาย เขาก็จะแช่งด่าพระเจ้า ชีวิตเขาไม่เคยเห็นแสงสว่าง ไม่เคยมีความหวัง มีแต่จะเดินเข้าไปในความมืด
   ถ้าเราได้พิจารณาจากความหมายในข้อพระคัมภีร์นี้ เราก็จะเห็นว่าทุกอย่างที่เราได้อ่านนั้นเป็นจริง เกิดขึ้นจริงอย่างนั้น และขอให้ได้อธิษฐานเผื่อผู้คนมากมายที่กำลังเดินหลงทาง ให้เขาได้มีโอกาสที่จะมีความหวังที่แท้จริง ได้เห็นแสดงสว่างจากพระเจ้าครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 8 ข้อ 19 - 22
และเมื่อเขาทั้งหลายกล่าวแก่พวกท่านว่า "จงปรึกษากับคนทรงและพ่อมดแม่มดผู้ร้องเสียงจ๊อกแจ๊กและเสียงพึมพำ" ไม่ควรที่ประชาชนจะปรึกษากับพระเจ้าของเขาหรือ ควรเขาจะไปปรึกษาคนตายเพื่อคนเป็นหรือ
ไปค้นพระโอวาทและถ้อยคำพยาน ดูเถิดแน่นอนทีเดียวคนที่พูดไปเช่นนี้ก็เป็นคนที่ไม่มีรุ่งอรุณเสียเลย
เขาทั้งหลายจะผ่านแผ่นดินไปด้วยความระทมใจอันยิ่งใหญ่และด้วยความหิว และเมื่อเขาหิวเขาจะเกรี้ยวกราดและแช่งด่าพระราชาของเขา และพระเจ้าของเขา และแม้เขาจะแหงนหน้าขึ้นข้างบน
หรือจะมองดูที่แผ่นดินโลก แต่ดูเถิดความทุกข์ใจและความมืด ความกลุ้มแห่งความแสนระทม และเขาจะถูกผลักไสเข้าไปในความมืดทึบ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2555 สังคมยุคนี้คนเราขาดแคลนความรักให้กันมากๆเลย น้ำใจและการให้อภัยหายากมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ขอให้ลูกๆของพระเจ้าทุกคน มีความรักและแบ่งปันความรักนั้นแก่คนรอบๆข้าง โดยมีความรักของพระเยซูคริสต์ที่จะเป็นแบบอย่างให้เรานะครับ :)

พระธรรม 1 ยอห์น บทที่ 4 ข้อ 7 - 8
ท่านที่รักทั้งหลาย ขอให้เรารักซึ่งกันและกัน เพราะว่าความรักมาจากพระเจ้า และทุกคนที่รักก็บังเกิดมาจากพระเจ้า และรู้จักพระเจ้า
ผู้ที่ไม่รักก็ไม่รู้จักพระเจ้า เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นความรัก

   สวัสดีครับ วันพุธที่ 30 พฤษภาคม 2555 เมื่อวานนี้ผมเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์การทดลองที่บริษัทมาครับ ปกติผมจะเป็นคนใจเย็น แล้วก็ไม่ค่อยจะไปมีเรื่องอะไรกับใคร เช้าวันนั้นผมก็ไม่รู้ตัวมาก่อนว่าจะเจอเรื่องที่ไม่คาดคิดเมื่อมีการเรียกประชุมเกี่ยวกับงานด่วน น้องที่เรียกประชุมเค้าได้รับมอบหมาย ให้เป็นคนดูแลและควบคุมชุดของโปรแกรมในระบบใหม่ที่พัฒนา พอเริ่มต้นน้องคนนี้ก็พูดหลายสิ่งหลายอย่างแบบที่ผมไม่เคยเห็นว่าเค้าจะพูดแบบนี้ เค้าพูดด้วยอารมณ์ที่กดดัน ซึ่งจริงๆแล้วก็อาจจะโดนกดดันจากหัวหน้ามอบหมายงานอีกที เค้าพูดว่าและข่มขู่หลายๆคนในห้องประชุมนั้น ทำให้หลายคนที่เข้าร่วมประชุมตกตะลึงกับเหตุการณ์นั้น และผมก็เป็นคนนึงที่โดนว่าโดยเฉพาะเจาะจงและไม่ฟังคำตอบของผม น้องที่เข้าไปด้วยกันก็เห็นตรงกันว่าน้องที่เรียกประชุมต้องการว่าผมอย่างมาก และเห็นว่าถ้าเค้าจะพูดแบบนี้ก็น่าจะคุยกันส่วนตัวกับคนที่เค้าคิดว่าไม่ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องเรียกทุกคนและมาระบายออกแบบนี้ ทั้งที่ผมพยายามจะบอกว่างานที่ทีมผมทำนั้นสำเร็จตามเป้าหมาย ในตอนนั้นผมรู้ว่าเค้าพูดด้วยอารมณ์ แต่ผมก็โกรธมากเมื่อฟังสิ่งต่างๆที่กล่าวหาโดยไม่ยุติธรรม และไม่มีเหตุผลเลย แต่ขอบคุณพระเจ้าผมรู้ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย ผมไม่ได้ตอบโต้หรือแสดงอาการแบบใช้อารมณ์กลับไปในขณะนั้น และหลังจากนั้นก็มาคิดทบทวน ผมคิดว่าเหตุการณ์หลายๆอย่างที่ผมได้พบในช่วงนี้ เป็นปัญหามากมายทั้งเรื่องงานทั้งของญาติพี่น้องและตนเอง เรื่องความรัก เรื่องสุขภาพของคนในครอบครัว ปัญหาของเพื่อนๆ ผมคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นการทดลองที่เกิดกับผม ผมจะต้องอดทนและเพิ่งในพระเจ้าให้มากขึ้น
   ยิ่งวันนี้ได้อ่านพระวจนะตอนนี้ ทำให้ผมรู้ว่าวันนเวลาของพระเจ้านั้นใกล้เข้ามาแล้ว และจากพระวจนะที่พระเจ้าทรงบอกเราก็รู้ว่าความทุกข์ยากต่างๆจะเกิดขึ้นในยุคนี้ เราอาจจะหลงไปกับบางอย่าง เราอาจจะห่วงกังวลถึงตัวเอง ถึงอนาคต แต่จริงๆแล้วเราควรที่จะเฝ้ารอคอยพระเจ้า และอธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกันให้มาก ให้พระเจ้าทรงนำเราให้ผ่านพ้นเหตุการณ์ที่ยากลำบากนั้นไปให้ได้ จนกว่าที่เราจะได้พบพระองค์ครับ
   ยังดีที่ผมรู้จักกับพระเจ้า ซึ่งผมสามารถพึ่งพระองค์ได้ แต่หลายคนไม่รู้จักพระเจ้า และเขาก็ไม่มีที่พึ่งที่แท้จริง เราคงช่วยเขาได้ในการประกาศเรื่องของพระเจ้า และอธิษฐานเผื่อเขาเสมอนะครับ :)

พระธรรมลูกา บทที่ 21 ข้อ 34 - 36
"แต่จงระวังตัวให้ดี เกลือกว่าใจของท่านจะล้มไปด้วยอาการดื่มเหล้าองุ่นมากและด้วยการเมา และด้วยคิดกังวลถึงชีวิตนี้ แล้วเวลานั้นจะมาถึงท่านดุจบ่วงแร้วอย่างกระทันหัน
เพราะว่าวันนั้นจะมาถึงคนทั้งปวงที่อยู่ทั่วพื้นแผ่นดินโลก
เหตุฉะนั้นจงเฝ้าอยู่ทุกเวลา จงอธิษฐานเพื่อท่านทั้งหลายจะมีกำลังที่จะพ้นเหตุการณ์ทั้งปวงซึ่งจะบังเกิดมานั้น และจะยืนอยู่ต่อหน้าบุตรมนุษย์ได้"

   สวัสดีครับ วันพุธที่ 23 พฤษภาคม 2555 พระเจ้าทรงเมตตาต่อประชากรของพระองค์เสมอ แม้ว่าวันหนึ่งเราอาจจะหลงออกไปจากทางของพระองค์ แต่โดยความรักของพระเจ้านั้น พระองค์จะทรงให้โอกาสเราที่จะกลับมาหาพระองค์เสมอ แต่เราจะต้องกลับมาเพื่อฟื้นความรักมั่นคงและความยุติธรรม และเฝ้ารอคอยพระเจ้าครับ :)

พระธรรมโฮเชยา บทที่ 12 ข้อ 6
"โดยพระอนุเคราะห์ของพระเจ้า เจ้าจงกลับมา ยึดความรักมั่นคงและความยุติธรรมไว้ให้มั่น และรอคอยพระเจ้าของเจ้าอยู่เสมอ"

   สวัสดีครับ วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2555 วันนี้ผมได้อ่านพบพระวจนะว่าพระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรกับเราในพระธรรมมีคาห์ ทำให้เรารู้ว่าพระเจ้าทรงต้องการให้เรากระทำความยุติธรรม และมีความรักความเมตตาให้กับผู้อื่น และยังทรงต้องการให้เราดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมใจกับพระเจ้า
   ผมดีใจที่พระเจ้าที่เราเชื่อทรงต้องการให้เราทำในสิ่งดีๆเหล่านี้ ถ้าเราทำได้ตามพระประสงค์นี้ นอกจากที่จะทำให้พระเจ้าทรงรักเราแล้ว ผมเชื่อว่าคนที่อยู่รอบๆเราก็คงรักเราเช่นกัน พระเจ้าทรงมีน้ำพระประสงค์ที่ดีกับเราทุกคน และคงทำให้เรารู้สึกที่จะรักพระเจ้ามากยิ่งขึ้นใช่มั๊ยครับ :)

พระธรรมมีคาห์ บทที่ 6 ข้อ 8
มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงสำแดงแก่เจ้าแล้วว่าอะไรดี และพระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรจากเจ้า นอกจากให้กระทำความยุติธรรมและรักสัจกรุณา และดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมใจไปกับพระเจ้าของเจ้า

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม 2555 เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาแม่ผมได้เล่าให้ฟังว่า ระหว่างที่อยู่บ้านช่วงเวลาสายๆ แม่ได้อธิษฐานกับพระเจ้าว่า อากาศร้อนมานานมากแล้ว พืช สัตว์ และมนุษย์ต้องการน้ำ คงมีแต่พระเจ้าที่จะทรงสามารถประทานน้ำให้ได้ และคืนวันนั้นเองก็มีฝนตก และแม่ก็มาเล่าให้ผมฟัง ผมเชื่อเหมือนแม่ว่าพระเจ้าทรงฤทธานุภาพ ถ้าเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า พระองค์จะทรงกระทำสิ่งนั้นให้เกิดขึ้น ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์เป็นพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่และเมตตาต่อทุกคนครับ :)

พระธรรมดาเนียล บทที่ 6 ข้อ 26 - 27
เราออกกฤฎีกาว่าให้คนทั้งหลายสั่นสะท้านและยำเกรงพระเจ้าของดาเนียลในราชอาณาจักรของเราทั้งหมด เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ทรงดำรงอยู่เป็นนิตย์ แผ่นดินของพระองค์จะไม่ถูกทำลาย และราชอาณาจักรของพระองค์จะดำรงจนถึงที่สุด
พระองค์ทรงช่วยกู้และช่วยให้พ้นภัย พระองค์ทรงกระทำหมายสำคัญและการอัศจรรย์ในฟ้าสวรรค์และบนพื้นพิภพ พระองค์คือพระผู้ช่วยดาเนียลให้รอดจากฤทธิ์ของสิงห์"

   สวัสดีครับ วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม 2555 วันนี้เป็นวันแรงงานพอดีเลย ดูข่าวช่องต่างๆก็มีการนำเสนอเกี่ยวกับปัญหาของแรงงานในหลายๆด้าน เช่น ปัญหาค่าครองชีพ ปัญหานายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฏหมายแรงงาน หรือใช้วิธีต่างๆเพื่อหลีกเลี่ยงในการให้ค่าจ้างขั้นต่ำคามกฏหมายแรงงาน และวันนี้ผมก็ได้มีโอกาสอ่านข้อพระคัมภีร์นี้ ซึ่งทำให้เห็นว่าในยุคสมัยที่กล่าวถึงนั้นผู้ที่มีอำนาจปกครองในอิสราเอล ไม่มีความยุติธรรม คอยข่มเหงประชาชน เอาเปรียบและใช้อำนาจ ในการยึดครองสิทธิ์ในที่ดินของประชาชน แต่พระเจ้าทรงเห็นการอธรรมเหล่านั้น พระเจ้าทรงตรัสให้ผู้มีอำนาจปกครองนั้นให้กลับใจใหม่ ไม่ให้พวกเขาทำร้ายและเอาเปรียบผู้ที่อยู่ใต้การปกครองของเขา เพราะฉะนั้นถ้าเราอยู่ในฐานะที่เป็นพี่เป็นหัวหน้างานในที่ทำงาน หรือเป็นนายจ้าง หรือเป็นผู้มีอำนาจในการปกครองประชาชน ก็ไม่ควรที่จะมองข้ามพระประสงค์ของพระเจ้าในเรื่องนี้นะครับ :)

พระธรรมเอเสเคียล บทที่ 45 ข้อ 9
"พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า โอ บรรดาเจ้านายแห่งอิสราเอลเอ๋ย พอเสียทีเถิด จงทิ้งการทารุณและการบีบคั้นเสีย และกระทำความยุติธรรมและความชอบธรรม พระเจ้าตรัสว่า จงเลิกการขับไล่ประชากรของเราให้ออกจากที่ดินอันเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาเสีย

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2555 เมื่อวันเสาร์ผมได้พาแม่ไปหาหมอที่คลีนิคกายภาพแถวสีลม มีผู้ป่วยมารอคิวเยอะและที่นั่งในคลีนิคเริ่มไม่เพียงพอ ผมก็เลยบอกแม่ว่าจะออกไปเดินเล่นก่อน ผมก็เดินไปเรื่อยๆถึงต้นถนนสีลม แล้วก็เดินกลับไปอีกฝั่งของถนน เดินผ่านโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน เห็นร้านขายกล้วยปิ้งดูน่ากิน และเห็นแม่ชอบซื้อกล้วยปิ้ง เลยหยุดซื้อซักหน่อยครับ พอเดินผ่านหน้าโรงพยาบาลเห็นป้ายตัวโตติดบนตึกเป็นพระวจนะพระเจ้าในพระธรรมสุภาษิต บทที่ 3 ข้อ 5 และ 6 ครับ ผมก็เลยอดที่จะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นระลึกไม่ได้ เป็นอีกวันที่ได้เห็นสิ่งที่ประทับใจ :)
   กลับมาคิดถึงข้อพระธรรมตอนนี้ แล้วคนที่มาโรงพยาบาลและบุคลากรในโรงพยาบาล ถ้าเกิดเค้าได้อ่านเค้าจะสงสัยมั๊ยนะ ว่าเรามาโรงพบาลบาลแทนที่จะให้เราไว้วางใจ ในฝึมือคุณหมอไว้วางใจในความรู้ของคุณหมอ แต่กลับเขียนว่าให้ไว้ใจในพระเจ้าอย่าพึ่งพาความรู้ของตนเอง :) ซึ่งถ้าคนที่ได้อ่านได้รู้จักพระเจ้า เค้าจะรู้ว่าพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่เพียงใด และพระองค์จะสามารถรักษาทุกคนที่เข้ามาพึ่งในพระคุณของพระองค์ สำหรับคุณหมอก็เช่นกันถ้าท่านได้รู้จักพระเจ้าและรู้ว่าพระองค์ทรงรู้ทุกสิ่ง ความรอบรู้ของพระเจ้านั้นมากกว่าที่เราจะรู้ได้ และถ้าคุณหมอพิ่งในพระเจ้าพระองค์จะทรงประทานความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยนั้นด้วยครับ ขอบคุณพระวจนะของพระเจ้าที่เราได้มีโอกาสได้เห็นและได้เข้าใจนี้ครับ :)

พระธรรมสุภาษิต บทที่ 3 ข้อ 5 - 6
จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง
จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 9 เมษายน 2555

พระธรรมโยชูวา บทที่ 2 ข้อ 19 - 24
ประชาชนได้ขึ้นจากจอร์แดนในวันที่สิบเดือนที่หนึ่ง ไปตั้งค่ายอยู่ที่กิลกาลริมเขตเมืองเยรีโคข้างทิศตะวันออก
และศิลาสิบสองก้อนซึ่งเขานำออกมาจากจอร์แดนนั้น โยชูวาก็ได้ตั้งไว้ที่กิลกาล
ท่านจึงกล่าวแก่คนอิสราเอลว่า "เวลาภายหน้าเมื่อลูกหลานจะถามบิดาของเขาว่า 'ศิลาเหล่านี้มีความหมายอะไร'
แล้วท่านจงตอบแก่ลูกหลานให้ทราบว่า 'อิสราเอลได้ข้ามจอร์แดนบนดินแห้ง'
เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายกระทำให้แม่น้ำจอร์แดนแห้งไปเพื่อท่าน จนท่านข้ามไปได้หมด ดังที่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านกระทำแก่ทะเลแดง ทรงกระทำให้แห้งเพื่อเราทั้งหลาย จนเราข้ามไปหมด
เพื่อชนชาติทั้งหลายทั่วพิภพจะได้ทราบว่าพระหัตถ์พระเจ้านั้นทรงฤทธิ์ เพื่อท่านทั้งหลายจะยำเกรงพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านเป็นนิตย์

   พอได้อ่านเรื่องราวที่พระเจ้าทรงนำคนอิสราเอลข้ามแม่น้ำจอร์แดน โดยพระองค์ได้ทรงให้น้ำในแม่น้ำนั้นแห้งเพื่อให้คนอิสราเอลสามารถข้ามฝั่งไปได้ พระเจ้ายังทรงให้เขานำก้อนหินจากแม่น้ำนั้นขึ้นมาบนแผ่นดินแห้ง เพื่อให้ก้อนหินนั้นเป็นสัญลักษณ์ถึงสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำแก่พวกเขา เพราะพระเจ้าอยากให้คนอิสราเอลถ่ายทอดสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำแก่เขาไปยังลูกหลานของเขาต่อไป ทำให้เรารู้ว่าพระคุณของพระเจ้าที่มีในชีวิตเรานั้น นอกจากที่พระเจ้าทรงเมตตาต่อเราแล้ว พระองค์ยังต้องการให้เราบอกเล่าเรื่องราวดีๆนี้ให้กับลูกหลาน สอนเขาถึงพระคุณของพระเจ้าในชีวิต และคนทั้งหลายทั่วไปจะได้รู้พระหัตถกิจของพระเจ้า และตัวเราเองก็จะได้ระลึกถึงพระเจ้าและความยิ่งใหญ่ของพระองค์ด้วยครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2555 การที่เราทำงานรับใช้พระเจ้าก็อาจจะมีคนที่ไม่ได้เชื่อในพระเจ้ามาต่อต้าน หรือไม่เห็นด้วย แต่ให้เราระลึกเสมอว่าผู้รับใช้ที่ดีจะต้องมีใจเมตตากับทุกคน มีความอดทน พร้อมที่จะอธิบายสอนคนที่อยู่ตรงข้ามกับเราให้เข้าใจ โดยพระเจ้าแล้วเขาอาจจะได้รับรู้ความจริง ของพระองค์และได้กลับใจใหม่ ในพระวจนะยังได้บอกว่าการทะเลาะกันนั้นเป็นกับดักของมารซึ่งจะทำให้เราตกอยู่ในแผนงานของมันครับ

พระธรรม 2 ทิโมธี บทที่ 2 ข้อ 24 - 26
ฝ่ายผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าต้องไม่เป็นคนที่ชอบการทะเลาะวิวาท แต่ต้องมีใจเมตตาต่อทุกคน เป็นครูที่เหมาะสมและมีความอดทน
ชี้แจงให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าใจด้วยความสุภาพว่าพระเจ้าอาจจะทรงโปรดให้เขากลับใจและมาถึงซึ่งความจริง
และหลุดพ้นบ่วงของมาร ผู้ซึ่งดักจับเขาไว้ให้ทำตามความประสงค์ของมัน

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2555 หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเราหรือกับคนอื่น เราอาจจะมองว่าทำไมมันไม่ยุติธรรมเลย ที่ผลลัพธ์ของการกระทำของเราหรือเขานั้นออกมาเป็นเช่นนี้ ทำไมคนที่เหมือนจะทำดีถึงไม่ได้รับสิ่งที่ดี และทำไมคนที่เหมือนจะทำไม่ดีถึงไม่ถูกลงโทษ แต่ในพระคัมภีร์ได้กล่าวว่าพระเจ้าทรงไม่พอพระทัยกับการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เราต้องมาคิดให้รอบคอบมากขึ้น ว่าที่เราหรือเขาทำนั้นมีสิ่งอื่นใดที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ เพราะคนเรามักจะคิดเข้าข้างตัวเอง จนทำให้เรามักจะมองไม่เห็นสิ่งที่ไม่ดีที่เราได้เคยกระทำ หรืออยู่ในความคิดของเราครับ

พระธรรมบทเพลงคร่ำครวญ บทที่ 3 ข้อ 36
การตัดสินกลับสัตย์ในคดีของมนุษย์ก็ดี พระเจ้าไม่ทรงพอพระทัยเลย

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม 2555 ผมอยากเป็นกำลังใจให้ผู้สูงอายุทุกท่านครับ พระเจ้าทรงตรัสว่า พระองค์เป็นผู้สร้างเรา พระองค์จะยกชูเรา อุ่มเรา และช่วยเราให้รอด จนกระทั่งยามที่เรามีอายุมากแล้ว ขอบคุณพระเจ้าในทุกวันเวลาของชีวิตของบุตรของพระองค์ทุกคนครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 46 ข้อ 4
จนกระทั่งเจ้าแก่ เราก็คือ พระองค์นั้น เราจะอุ้มเจ้าจนเจ้าถึงผมหงอก เราได้สร้าง เราจะชูไว้ เราจะอุ้มและเราจะช่วยให้รอด

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2555 วันนึงเมื่อเรารู้ว่าตัวเราเป็นคนบาปและกำลังทำบาปมากมาย และรู้ว่าการทำบาปก็คือสาเหตุที่ทำให้พระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้าที่แท้จริง ต้องยอมสละชีวิตบนไม้กางเขนเพื่อลบล้างบาปของมนุษย์ แล้วเราควรจะทำอย่างไรต่อไปดีครับ คำตอบอยู่ในข้อพระคัมภีร์นี้ครับ

พระธรรมกิจการ บทที่ 2 ข้อ 36 - 39
เหตุฉะนั้นให้พงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งปวงทราบแน่นอนว่า พระเจ้าได้ทรงยกพระเยซูนี้ ซึ่งท่านทั้งหลายได้ตรึงไว้ที่กางเขนนั้น ทรงตั้งขึ้นให้เป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและเป็นพระคริสต์"
เมื่อคนทั้งหลายได้ยินแล้วก็รู้สึกแปลบปลาบใจ จึงกล่าวแก่เปโตรและอัครทูตอื่นๆว่า "พี่น้องเอ๋ย เราจะทำอย่างไรดี"
ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า "จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมาในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์สิ้นทุกคน เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย แล้วท่านจะได้รับพระราชทานพระวิญญาณบริสุทธิ์
ด้วยว่าพระสัญญานั้นตกแก่ท่านทั้งหลายกับลูกหลานของท่านด้วย และแก่คนทั้งหลายที่อยู่ไกล คือทุกคนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเราทรงเรียกมาเฝ้าพระองค์"

   อาจารย์เปโตรได้ให้คำตอบว่า ให้เรากลับใจใหม่และรับบัพติศมาในพระนามแห่พระเยซูคริสต์ แล้วพระเจ้าจะยกโทษความผิดบาปของเรา และพระองค์จะประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้สถิตกับเราครับ และคำสัญญานี้จะเป็นจริงกับผู้ที่เป็นลูกหลานและแก่คนอื่นๆที่ไม่ใช่ลูกหลาน คือทุกคนที่พระเจ้าทรงเรียกครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555

พระธรรมลูกา บทที่ 22 ข้อ 66 - 68
ครั้นรุ่งเช้าพวกผู้ใหญ่ของพลเมืองกับพวกมหาปุโรหิต และพวกธรรมาจารย์ได้ประชุมกัน และเขาพาพระองค์เข้าไปในศาลสูงของเขา และพูดว่า
"ถ้าท่านเป็นพระคริสต์ จงบอกเราเถิด" แต่พระองค์ทรงตอบเขาว่า "ถึงเราจะบอกท่าน ท่านก็จะไม่เชื่อ
และถึงเราถามท่าน ท่านก็จะไม่ตอบเรา

   พออ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ผมก็กลับมาคิดว่า ทำไมคนเหล่านั้นที่จับพระเยซูมาและพยายามจะสอบสวนพระองค์ ถามพระองค์ว่า พระองค์ทรงเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าจริงหรือ พระเยซูทรงทราบความคิดและจิตใจของพวกเขา และตอบพวกเขากลับไปว่า ถึงจะพูดว่าใช่ยังงัยพวกเขาก็จะไม่เชื่อ และถ้าถามพวกเขาว่าเชื่อมั๊ย เขาก็จะไม่ตอบ
   จะเห็นว่าคนที่มาไตร่สวนพระเยซูนั้นเป็นพวกผู้ใหญ่ เป็นผู้นำทางศาสนา เป็นคนที่ประชาชนนับถือ ซึ่งปกติแล้วคนระดับนี้ จะเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์มาก มีความมั่นใจในตนเองและเป็นผู้นำ ทำให้เขาไม่สามารถรับรู้และเชื่อในสิ่งที่พระเยซูทรงตรัสกับเขาได้ ก็คงเหมือนกับหลายๆคนที่ไม่รับฟัง ไม่เชื่อ ในเรื่องของพระเยซู ถึงแม้จะมีข้อมูล มีความเป็นจริงที่เกิดขึ้น มีคำพยานต่างๆ หรือแม้แต่พระเยซูทรงสำแดงบางสิ่งให้เขาได้เห็นก็ตาม
   คนเรามักจะมีกรอบความคิดของตัวเอง กรอบความคิดนี้อาจจะมาจากประสบการณ์ในชีวิต เราเห็นคนรอบข้างเคารพใจบางสิ่ง ศรัทธาในบางสิ่ง หรือแม้แต่เราเข้าไปสัมผัสในความเชื่อนั้นด้วยตัวเอง กรอบความคิดอาจจะมาจากสิ่งแวดล้อม รอบๆตัวเราอาจจะมีแต่คนที่เชื่อในบางสิ่ง ก็อาจจะมีผลให้เราเกิดความเชื่อนั้นด้วย นอกจากนั้นกรอบความคิดอาจจะมาจากความรู้ที่ได้รับ การสั่งสอนอบรม ถ้าปู่ย่า ตายาย พ่อแม่เรา หรือคุณครู สอนเราให้ความรู้เราว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องจริง อีกสิ่งไม่จริง เราก็จะรับข้อมูลนี้เข้าไปอยู่ในกรอบความคิดของเรา และวันหนึ่งเมื่อมีคนมาบอกเราในเรื่องที่เขาเชื่อ เรื่องนั้นเราไม่เคยได้ยินมาก่อน หรือว่าอาจจะเคยได้ยิน แต่เรื่องนั้นขัดแย้งกับกรอบความคิดของเรา เราก็อาจจะไม่รับฟัง ปฏิเสธที่จะฟัง แม้กระทั่งแสดงการกระทำที่ต่อต้านเรื่องที่ได้ฟังนั้น แต่ผมเชื่อว่าถ้าใครบางคนยอมที่จะเปิดใจ ที่จะยอมรับฟังเรื่องของพระเจ้า เขาจะรู้ว่าสิ่งที่เขาได้ยินนั้นเป็นความจริง และเขาจะสามารถตัดสินใจด้วยตัวเขาเอง เรื่องของพระเยซูคริสต์หรือข่าวประเสริฐนั้นจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาอย่างแน่นอนครับ :)

   สวัสดีครับ วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 พอดีวันนี้ผมไปเจอข่าวของเจเรมี หลิน เพิ่มเติม เห็นว่าเป็นเรื่องต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ก็เลยอยากนำมาเล่าครับ พอดีนักข่าวของ ESPN ได้สัมภาษณ์เจเรมี หลิน เรื่องที่นางแบบสาวคนนึงอยากจะออกเดทกับเค้าครับ คำสัมภาษณ์เป็นดังนี้ครับ
   ซึ่ง อาหลิน โต้ในทันควันว่า "เป็นเรื่องเหลวไหลที่ผมจะออกเดทกับ คิม คาร์ดาเชียน ผมหมายความว่าตัวเองไม่มีความคิดกับกระแสข่าวลือต่างๆ นานา" นอกจากนี้ ผู้เล่นดีกรีเศรษฐศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ยังแย้มสเปคสาวในฝันกับทาง สตีฟ เซอร์บี นักข่าวของ "นิวยอร์ก โพสต์" สื่อดังด้วยว่า "อย่างแรกเลยคือ เธอผู้นั้นต้องรักในพระเจ้า เป็นคริสเตียนที่จงรักภักดี จากนั้นผมคิดว่าเธอต้องมีความปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้คน ช่วยผู้ที่ด้อยโอกาส ทำงานเพื่อสังคม อีกทั้งต้องเป็นคนดี มีชีวิตที่เรียบง่ายอะไรอย่างนั้น"
   อ่านแล้วก็เห็นว่าทัศนคติเกี่ยวกับความรักของเจเรมี หลิน น่าสนใจนะครับ ก็เลยอยากนำมาแบ่งปันครับ

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 วันนี้มีข่าวที่นิตรสารชื่อดังไทม์ ได้นำรูปนักกีฬาบาสเกตบอลเอ็นบีเอเชื่อสายไต้หวันมาขึ้นปก เขาคือเจเรมี หลิน นักกีฬาดาวรุ่งที่ผู้คนมากมายกำลังจับตาดูครับ เจเรมี หลิน มีคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นชาวไต้หวัน แล้วเดินทางมาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทลัยที่ถือว่าดีที่สุดด้านการศึกษาของอเมริกา คือมหาวิทยาลัยฮาร์วาด เขาชอบกีฬาบาสเกตบอลหลังจากสำเร็จการศึกษาก็ได้สมัครเข้ามาเล่นทีมอาชีพในลีกเอบีเอ แต่ไม่มีทีมไหนที่สนใจจะรับเขา จนในที่สุดเขาได้มาร่วมทีมนิวยอร์ก นิกส์ในฐานะผู้เล่นใหม่และเป็นตัวสำรอง ไม่ค่อยได้ลงเล่น ทีมนิยอร์ก นิกส์ในฤดูกาลนี้เริ่มต้นด้วยสถิติการเล่นที่ไม่ดีเลย ส่วนใหญ่จะแพ้มากกว่าชนะ มีผู้เล่นชื่อดังในทีมที่บาดเจ็บและติดธุระไม่สามารถลงเล่น ทำให้โค้ชได้ส่งเจเรมี หลิน ลงเล่นครั้งแรก และเขาก็เล่นได้ดีมาก ทำให้ทีมนิยอร์ก นิคส์ชนะ หลังจากนั้นเขาได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่น และทีมชนะติดต่อกันหลายนัดจนทุกคนชื่นชม และมีนักข่าวมาสัมภาษณ์ถึงชัยชนะของเขา เขาได้ตอบนักข่าวว่าชัยชนะของทีมนั้นมาจากเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่ช่วยกันเล่น และเขากล่าวขอบคุณพระเจ้า พระผู้ช่วยให้รอดของเขาหลังชัยชนะของทีม พอได้ยินเรื่องนี้ก็ทำให้เรามองเห็นแบบอย่างที่ดีของคริสเตียนคนนี้ ที่เขาประสบความสำเร็จในการเล่นกีฬา แต่เขาเป็นคนถ่อมตนและไม่ลืมที่จะขอบคุณและนึกพระเจ้าที่ทรงมอบความสำเร็จนั้นครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555

พระธรรมลูกา บทที่ 4 ข้อ 42 - 44
ครั้นรุ่งเช้า พระองค์เสด็จออกไปยังที่เปลี่ยว ประชาชนเที่ยวเสาะหาพระองค์ ครั้นพบแล้วก็หน่วงเหนี่ยวพระองค์ไว้ ไม่ให้ไปจากเขา
แต่พระองค์ครัสแก่เขาว่า "เราต้องไปประกาศข่าวประเสริฐแห่งแผ่นดินของพระเจ้าแก่เมืองอื่นด้วย เพราะว่าที่เราได้รับใช้มา ก็เพราะเหตุนี้เอง" พระองค์ทรงประกาศในธรรมศาลาทั่วยูเดียว

   พออ่านข้อพระคัมภีร์นี้ก็ทำให้รู้สึกว่าพระเยซูทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงานรับใช้พระเจ้า พระเยซูทรงประกาศและมีคนที่อยากพบพระองค์ ต้องการให้พระองค์อยู่กับเขา แต่พระองค์ยังทรงเห็นแก่ภาระกิจที่ทรงต้องทำก่อนอย่างอื่น ถึงแม้จะเหนื่อยที่ต้องเดินทางไปประกาศที่ไกลๆ ซึ่งที่เหล่านั้นอาจจะไม่มีคนต้อนรับพระองค์ อาจจะมีอันตรายรออยู่ แต่เพื่อให้ผู้คนอีกมากมายได้รับรู้เรื่องแผ่นดินของพระเจ้า และได้รับความรอด พระองค์ก็ไม่รอช้าที่จะเสด็จไป :)
   เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ระหว่างที่ผมขับรถจะไปทำงานในตอนเช้า ได้เห็นรถกระป๋อง (รถสองแถวขนาดเล็ก) คันนึง และก็สะดุดตาว่าเค้าติดข้อความ ขนาดใหญ่หน้ารถ พอเห็นถนัดก็เห็นคำว่า "Jesus" ตัวโตหน้ารถนั้น ผมรู้สึกดีใจมากๆ ดีใจที่มีคนที่ประกาศตนว่าเชื่อในพระเยซูคริสต์ และที่ดีใจอีกอย่างคือข่าวประเสริฐของพระเจ้าถูกประกาศไปทุกที่ ถึงกับพี่น้องที่ทำอาชีพต่างๆ และก็ไม่นึกว่าจะเห็นข้อความนี้ติดที่หน้ารถโดยสารเลย ขอบคุณพระเจ้าสำหรับเรื่องประทับใจนี้ครับ :)
   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 ผมได้อ่านเรื่องการเลือกสรรซาอูลเป็นกษัตริย์ของอิสราเอลจากพระธรรม 1 ซามูเอล บทที่ 9 - 11 ทำให้เห็นอะไรหลายๆอย่าง เห็นว่าพระเจ้าทรงเลือกใครบางคนเพื่องานของพระองค์ พระเจ้าไม่ได้เลิอกตามอย่างที่มนุษย์คิด คนที่เป็นผู้นำในสายตามนุษย์จะต้องเป็นคนเก่ง มาจากครอบครัวที่เป็นที่รู้จัก เป็นที่นับถือจากคนทั่วไป แต่พระเจ้าเลือกชายคนที่มาจากตระกูลที่เล็กน้อยที่สุดในอิสราเอล ชายที่มีหน้าที่เลี้ยงฝูงสัตว์ของครอบครัว และเขากำลังตามหาลาที่หายไปของเขาเท่านั้น เขาไม่เคยคิดว่าจะรับหน้าที่สำคัญเช่นนี้ในอนาคตเลย เขาก็รู้สึกว่าตัวเขาเป็นเพียงแค่คนเล็กน้อยคนหนึ่ง แต่เมื่อผู้เผยพระวจนะได้บอกว่าพระเจ้าทรงเลือกสรรเขา เขาก็ยอมทำตามจนได้เห็นหมายสำคัญต่างๆที่ผู้เผยพระวจนะได้กล่าวแก่เขาไว้ก่อนหน้านั้น    และเราก็เห็นว่าเรื่องสำคัญๆที่ซาอูลกระทำหลายอย่าง เช่น การเผยพระวจนะ การรบชนะคนอัมโมน ซึ่งเขาไม่น่าจะทำได้ และคนอื่นก็ไม่เชื่อว่าเขาจะทำในเรื่องเหล่านี้และทำให้สำเร็จได้ด้วย คนธรรมดาที่มีอาชีพเลี้ยงสัตว์แต่สามารถผู้เรื่องพระเจ้าได้ และก็ไม่เคยออกรบหรือทำสงครามแต่วันนึงก็ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำและรวบรวมคนอิสราเอลเพื่อทำสงครามสู้กับคนอัมโมนที่มารังแกชนชาติของเขาได้    พออ่านแล้วเราจะเห็นว่าสิ่งที่ซาอูลทำได้ทุกอย่างนั้นมาจากพระเจ้า ในพระคัมภีร์บอกว่าพระเจ้าทรงเปลี่ยนใจเขา พระเจ้าทรงดลใจเขาให้ทำ พระวิญญาณของพระเจ้าทรงสถิตกับเขา ดังนั้นถ้าแม้ว่าเราจะต้องทำบางสิ่งบางอย่างที่พระเจ้าทรงนำ และบอกเรา ขอให้ได้มีความถ่อมใจและยอมรับในทุกสิ่งที่พระเจ้านำพาครับ ขอพระเจ้าทรงสถิตกับทุกคนครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2555 วันนี้ผมที่โบสถ์มีการถวายเพลงจากคณะนักร้องประสานเสียง ผมสังเกตุเห็นพี่ที่อยู่ในคณะนักร้อง ผมเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าเค้าขณะที่ร้องเพลง เป็นการยิ้มที่เมื่อเรามองดูก็รู้ว่าเป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริงๆ เป็นความชื่นชมยินดีในพระเจ้า และพอผมได้อ่านข้อพระคัมภีร์นี้ ก็ทำให้ผมมีความหวังใจ พระเจ้าทรงรู้ว่าเราอยู่บนโลกนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เราทุกข์ แต่พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะเสด็จมาหาเรา และเปลี่ยนใจที่ทุกข์นั้นให้เป็นความชื่นชมยินดี และความชื่นชมยินดีนั้นจะอยู่กับเราเสมอไม่เปลี่ยนแปลง และขอหนุนใจและเป็นกำลังใจให้หลายคนที่ยังมีความทุกข์นะครับ :)

พระธรรมยอห์น บทที่ 16 ข้อ 22
ฉันใดก็ดี ขณะนี้ท่านทั้งหลายมีความทุกข์ แต่เราจะมาหาท่านอีก และใจท่านจะชื่นชมยินดี และไม่มีผู้ใดจะช่วงชิงความชื่นชมยินดีไปจากท่านได้


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2555 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากพระวจนะของพระเจ้า ถ้าเราไม่ได้นำไปประพฤติปฏิบัติก็จะไม่เกิดผลนะครับ พระเจ้าทรงตัดสินเราจากการกระทำของเรา ขอพระเจ้าคุ้มครองและนำพาการดำเนินชีวิตของเราทุกคนนะครับ :)

พระธรรมโรม บทที่ 2 ข้อ 13
เพราะว่าคนที่เพียงแต่ฟังธรรมบัญญัติเท่านั้น หาใช่ผู้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้าไม่ คนที่ประพฤติตามธรรมบัญญัติต่างหากที่พระเจ้าทรงถือว่าเป็นผู้ชอบธรรม


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2555 วันนี้ผมอยากเริ่มต้นด้วยคำอุปมาซึ่งพระเยซูทรงตรัสสอนครับ :)

พระธรรมลูกา บทที่ 15 ข้อ 11 - 32
พระองค์ตรัสว่า "ชายคนหนึ่งมีบุตรสองคน
บุตรคนน้องพูดกับบิดาว่า 'บิดาเจ้าข้า ขอทรัพย์ที่ตกเป็นส่วนของข้าพเจ้าเถิด' บิดาจึงแบ่งสมบัติให้แก่บุตรทั้งสอง
ต่อมาไม่กี่วันบุตรน้อยนั้นก็รวบรวมทรัพย์ทั้งหมดแล้วไปเมืองไกล และได้ผลาญทรัพย์ของตนที่นั่นด้วยการเป็นนักเลง
เมื่อใช้ทรัพย์หมดแล้วก็เกิดกันดารอาหารยิ่งนักทั่วเมืองนั้น เขาจึงขัดสน
เขาไปอาศัยอยู่กับชาวเมืองนั้นคนหนึ่งและคนนั้นก็ใช้เขาไปเลี้ยงหมูที่ทุ่งนา
เขาใคร่จะได้อิ่มท้องด้วยฝักถั่วที่หมูกินนั้น แต่ไม่มีใครให้อะไรเขากิน
เมื่อเขารู้สำนึกตัวแล้ว จึงพูดว่า 'ลูกจ้างของบิดาเรามีมาก ยังมีอาหารกินอิ่มและเหลืออีก ส่วนเราจะมาตายเสียที่นี่เพราะอดอาหาร
จำเราจะลุกขึ้นไปหาบิดาเรา และพูดกับท่านว่า "บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้ผิดต่อสวรรค์และผิดต่อท่านด้วย
ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านต่อไป ขอท่านให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนลูกจ้างของท่านคนหนึ่งเถิด"'
แล้วเขาก็ลุกขึ้นไปหาบิดาของตน แต่เมื่อเขายังอยู่แต่ไกล บิดาแลเห็นเขาก็มีความเมตตา จึงวิ่งออกไปกอดคอจุบเขา
ฝ่ายบุตรนั้นจึงกล่าวแก่บิดาว่า 'บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้ผิดต่อสวรรค์และต่อท่าน ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านต่อไป'
แต่บิดาสั่งบ่าวของตนว่า 'จงรีบไปเอาเสื้ออย่างดีที่สุดมาสวมให้เขาและเอาแหวนมาสวมนิ้วมิอ กับเอารองเท้ามาสวมให้เขา
จงเอาลูกวัวอ้วนพีมาฆ่าเลี้ยงกัน เพื่อความรื่นเริงยินดีเถิด
เพราะว่าลูกของเราคนนี้ตายแล้ว แต่กลับเป็นอีก หายไปแล้ว แต่ได้พบกันอีก' เขาทั้งหลายต่างก็มีความรื่นเริงยินดี
"ฝ่ายบุตรคนโตนั้นกำลังอยู่ที่ทุ่งนา เมื่อเขากลับมาใกล้ตึกแล้ว ก็ได้ยินเสียงมโหรีและเต้นรำ
เขาจึงเรียกบ่าวคนหนึ่งมาถามว่า เขาทำอะไรกัน
บ่าวจึงตอบว่า 'น้องของท่านกลับมาแล้ว และบิดาได้ให้ฆ่าลูกวัวอ้วนพี เพราะได้ลูกกลับมาโดยสวัสดิภาพ'
ฝ่ายพี่ชายก็โกรธไม่ยอมเข้าไป บิดาจึงออกมาชักชวนเขา
แต่เขาบอกบิดาว่า 'ดูแน่ะ ข้าพเจ้าได้ปรนนิบัติท่านกี่ปีมาแล้ว และมิได้ละเมิดคำบัญชาของท่านสักข้อหนึ่งเลย แม้แต่เพียงลูกแพะสักตัวหนึ่งท่านก็ยังไม่เคยให้ข้าพเจ้า เพื่อจะเลี้ยงกันเป็นที่รื่นเริง ยินดีกับเพื่อนฝูงของข้าพเจ้า
แต่เมื่อลูกคนนี้ของท่าน ผู้ได้ผลาญสิ่งเลี้ยงชีพของท่าน โดยคบหญิงคนชั่วมาแล้ว ท่านยังได้ฆ่าลูกวัวอ้วนพีเลี้ยงเขา'
บิดาจึงตอบเขาว่า 'ลูกเอ๋ย เจ้าอยู่กับเราเสมอ และสิ่งของทั้งหมดของเราก็เป็นของเจ้า
แต่สมควรที่เราจะได้รื่นเริงและยินดี เพราะน้องของเจ้าคนนี้ตายแล้ว แต่กลับเป็นขึ้นอีก หายไปแล้วแต่ได้พบกันอีก'"


   พออ่านคำอุปมานี้อีกครั้งก็ทำให้นึกถึงความรักของพระเจ้าต่อเราผู้เป็นคนบาป เราคงแย่กว่าลูกคนเล็กนี้หลายเท่า เพราะหลายครั้งต่อหลายครั้งที่เราหลงหายไปจากพระเจ้า ไปอยู่กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ทุกครั้งที่เราสำนึกผิดและกลับมาหาพระเจ้า สารภาพกับพระเจ้า พระองค์ผู้ทรงเป็นพระบิดาทรงอภัยและยินดีเสมอ พระบิดาทรงพร้อมที่จะรับเราเข้ามาอยู่ใกล้กับพระองค์อีก ขอบคุณพระเจ้า ที่พระองค์ทรงเป็นพระบิดาที่เมตตาต่อเราเสมอ :)

   สวัสดีครับ วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2554 วันส่งท้ายปีเก่าแล้วครับ วันเวลาที่พระเจ้าจะเสด็จมาก็ใกล้มากขึ้นอีกปีครับ ขอให้เราทุกคนได้เป็นคนที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ในวันนั้นที่พระองค์จะเสด็จมาเหมือนกับที่พระองค์ทรงตรัสในพระวจนะของพระเจ้าตอนนี้นะครับ ขอพระเจ้าทรงนำพาชีวิตในปีใหม่นี้นะครับ :)

พระธรรมมาระโก บทที่ 13 ข้อ 24 - 27
"ภายหลังเมื่อคราวลำบากนั้นพ้นไปแล้ว ดวงอาทิตย์จะมืดไป และดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง
ดวงดาวทั้งปวงจะตกจากฟ้า และบรรดาสิ่งซึ่งมีอำนาจในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้าน
เมื่อนั้นเขาจะเห็น บุตรมนุษย์เสด็จมาในเมฆ ทรงฤทธานุภาพและพระสิริเป็นอันมาก
เมื่อนั้นพระองค์จะทรงใช้เหล่าทูตสวรรค์ ให้รวบรวมคนทั้งปวงที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้แล้วทั้งสี่ทิศนั้น ตั้งแต่ที่สุดปลายแผ่นดินโลกถึงที่สุดขอบฟ้า


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม 2554 ผมหายไปนานเลยครับ ไม่ได้หนีน้ำไปไหนครับ แต่ว่าฮาร์ดดิสของเครื่องโน๊ตบุ๊คที่ผมใช้อยู่เสีย ส่งซ่อมและรอผลจากบริษัทที่นำไปซ่อม เค้าก็บอกว่าไม่สามารถกู้ข้อมูลได้แล้วเนื่องจากเสียหายเยอะครับ ผมก็ไม่ได้สำรองข้อมูลอะไรไว้เลย เลยต้องมาตามหาว่าจะเข้ามาอัพเดทข้อมูลใน thaiapp ได้ยังงัยครับ ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้สามารถเข้ามาใน thaiapp ได้อีกครั้งครับ หลายๆอย่างที่เราคิดว่าแน่นอนก็ไม่เคยแน่นอน อย่างเครื่องโน๊ตบุ๊คนี้ผมก็ไม่เคยคิดว่าจะเสียง่ายๆแต่ก็เสียแบบง่ายๆจริงๆ แต่สิ่งนึงที่เรามั่นใจได้คือความรักของพระเจ้าไม่เคยที่จะจากเราไปครับ :)
   อาทิตย์นี้ก็ใกล้วันคริสตมาสอีกแล้ว ศุกร์ที่ 23 นี้ที่โบสถ์เทียนสั่งก็มีจัดงานฉลองคริสตมาสครับ ผมอยากจะชวนเพื่อนๆที่คิดว่าอยากจะไปโบสถ์ไปดูงานคริสตมาส ของคริสเตียน ถ้ามีเวลาก็สามารถไปร่วมงานได้ทุกคนนะครับ งานเริ่มตั้งแต่ 18:30 น.ครับ มีการร้องเพลงคริสตมาสและละคร คำเทศนาเกี่ยวกับวันคริสตมาสครับ แล้วเจอกันนะครับ พระเจ้าอวยพระพรครับ :)

พระธรรมกิจการ บทที่ 3 ข้อ 26
ครั้นพระเจ้าทรงโปรดให้องค์ผู้รับใช้ของพระองค์เป็นขึ้นแล้ว จึงทรงใช้พระองค์มายังท่านทั้งหลายก่อน เพื่ออวยพระพรแก่ท่านทั้งหลาย โดยให้ทุกคนกลับจากบาปของตน"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2554 วันนี้ผมฟังคำเทศนาของอาจารย์ที่โบสถ์แล้ว ก็เลยอยากจะนำข้อพระคัมภีร์นี้มาแบ่งปันครับ พระเจ้าทรงอยู่เหนือเหตุการณ์วิกฤติต่างๆในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติเช่น น้ำท่วม พระเจ้าทรงเป็นราชานิรันดร์ พระเจ้าจะให้กำลังแก่ประชากรของพระองค์ และอวยพรเขาให้มีสันติสุข ขอให้เราทุกคนได้รับกำลังและพระพรจากพระเจ้าในท่ามกลางเหตุกาณ์น้ำท่วมนี้นะครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 29 ข้อ 10 - 11
พระเจ้าประทับเหนือน้ำท่วม พระเจ้าประทับเป็นพระราชาเป็นนิตย์ ขอพระเจ้าประทานพระกำลังแก่ประชากรของพระองค์ ขอพระเจ้าทรงอำนวยพระพรแก่ประชากรของพระองค์ให้มีสันติภาพ


   สวัสดีครับ วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2554 มีหลายตอนในพระคัมภีร์ที่บอกเราว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงเป็นพระเจ้าของชนชาติใด ชนชาติหนึ่ง และพระเจ้าก็ทรงต้องการให้มนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างกลับมาหาพระองค์ รู้จักพระองค์ซึ่งเป็นพระเจ้าของเขา และมีความยำเกรง และดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องชอบธรรมครับ :)

พระธรรมกิจการ บทที่ 10 ข้อ 35
แต่คนใดๆในทุกชาติที่เกรงกลัวพระองค์และประพฤติตามทางชอบธรรมก็เป็นที่ชอบพระทัยพระองค์


   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2554 พออ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ เป็นสิ่งที่ท้าทายในชีวิตของเรานะครับ เรามองไปรอบๆจะเห็นว่า คนเราขาดความเมตตา ขาดการให้อภัยต่อผู้ที่ทำให้เราเกิดความทุกข์ บางทีคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกับคนที่ทุกข์ก็พลอยโกรธคนที่นำความทุกข์มา คนไม่มีใครให้อภัยกันได้เลย แต่อาจารย์เปาโลได้วิงวอนให้คนที่คริสตจักรในเมืองโครินธ์ให้รู้จักที่จะให้อภัย แทนที่เราจะโกรธแทนกัน ก็หันมาให้อภัยแทนกัน เพราะความโกรธนั้นมาจากมารซาตาน แต่ความรักนั้นมาจากพระเจ้าครับ :)

พระธรรม 2 โครินธ์ บทที่ 2 ข้อ 5 - 11
ถ้าผู้ใดเป็นต้นเหตุทำให้เกิดความทุกข์ ผู้นั้นก็มิได้ทำให้ข้าพเจ้าเป็นทุกข์แต่คนเดียว แต่ได้ทำให้พวกท่านเป็นทุกข์บ้างด้วย (ที่ว่า บ้าง นั้นก็คือ ข้าพเจ้าไม่อยากจะปรักปรำผู้นั้นจนเหลือเกิน) ที่คนส่วนมากได้ลงโทษคนผู้นั้นก็พอสมควรแล้ว
ฉะนั้นท่านทั้งหลายควรจะยกโทษให้ผู้นั้นและเล้าโลมใจเขาต่างหาก กลัวว่าเขาจะจมลงในความทุกข์เหลือล้น
ดังนั้นข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านให้ยืนยันความรักต่อคนนั้นใหม่
นี่คือเหตุที่ข้าพเจ้าได้เขียนถึงท่าน หวังจะลองใจท่านดูว่า ท่านจะยอมเชื่อฟังทุกสิ่งทุกประการหรือไม่
ถ้าพวกท่านจะยกโทษให้ผู้ใด ข้าพเจ้าก็จะยกโทษของผู้นั้นด้วย ถ้าข้าพเจ้ายกโทษของคนใดๆ ข้าพเจ้าได้ยกโทษของคนนั้นเพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายต่อพระพักต์พระคริสต์
เพื่อไม่ให้ซาตานมีชัยเหนือเรา เพราะเรารู้กลอุบายของมันแล้ว


   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2554 ปัญหาภัยจากน้ำท่วมจากเหตุการณ์ที่ดูจะไม่ลุกลามในตอนแรก แต่ตอนนี้เป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมากมาย เราคงไม่เคยคิดว่าประเทศไทยจะพบกับเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้ ทำความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน สภาพจิตใจ ของคนมากมาย สิ่งนี้เป็นสัญญาณเตือนให้เรารู้ว่าวันเวลาที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้เพื่อจะมาชำระความบาปของมนุษย์ในแผ่นดิน ก่อนที่พระองค์จะทรงเสด็จมาเพื่อพิพากษามนุษย์ตามที่พระองค์ทรงตรัสแล้วนั้น วันเวลานั้นที่มีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ใกล้เข้ามาแล้ว พระวจนะของพระเจ้ายังบอกเราว่าในเวลานั้นใครล่ะที่จะยืนมั่นอยู่ได้ ใครบ้างจะไม่มีบาป ที่จะมีจิตใจที่บริสุทธิ์ ที่จะผ่านช่วงเวลานั้นไปได้ มนุษย์อาจจะมีคำพูดที่ไม่จริง คำพูดที่มาจากภายใต้ความนึกคิดหรือจิตใจของคนคนนั้น แต่พระวจนะของพระเจ้าจะทรงถูกต้องและเป็นจริงเสมอครับ
   มีผู้เดียวเท่านั้นที่จะช่วยเราให้ผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้ ขอให้เราแสวงหาพระเจ้าผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และทูลขอต่อพระองค์ครับ ตอนนี้ผมก็ยังปลอดภัยและอยู่ในความรักของพระเจ้าครับ หวังว่าพระเจ้าจะคุ้มครองทุกๆคนด้วยนะครับ :)
   อืม ผมมีเรื่องอยากจะแจ้งเตือนเพื่อนๆอีกนิดนึงครับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากออกจากโบสถ์ น้องและหลานผมไปช่วยบรรจุของเพื่อช่วยผู้ประสบภัยที่สนามศุภครับ เค้าเล่าว่ามีลัทธิเทียมเท็จมาแจกใบปลิว บอกว่าเป็นคริสเตียนและบอกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมเป็นเหตุการณ์ในยุคสุดท่ายให้เอาท่องบทสวดในใบปลิวแล้วจะรอดจากภัยในครั้งนี้ เราที่เป็นคริสเตียนคงรู้ว่าคนเหล่านี้ไม่ได้นำความจริงมาให้ แต่มาเพื่อหลอกลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป สำหรับเพื่อนที่ยังไม่ได้คริสเตียน ผมอยากอธิบายเพิ่มเติม ว่าพระคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่าในยุคสุดท้ายจะมีผู้ทำนายเทียมเท็จ มีผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ จุดประสงค์ของพวกนี้ที่ดูเหมือนจะเป็นคนดี แต่จริงๆมาเพื่อลวงให้คนที่เชื่อพระเจ้า และคนที่ยังไม่เชื่อให้หลงผิด อย่างเหตุการณ์นี้ที่เรารู้ว่าเขาไม่ใช่คริสเตียน เพราะว่าคริสเตียนไม่ได้มีบทสวดอะไร บทสวดที่เราคิดขึ้นมาหรือสิ่งของต่างๆจากมือมนุษย์ ไม่สามารถช่วยเราได้ แต่คริสเตียนจะต้องอธิษฐานเผื่อทูลต่อพระเจ้า อธิษฐานด้วยจิตใจ ด้วยความเชื่อ และในใบปลิวที่เค้าให้มาก็นำสิ่งที่ไม่ใช่ความจริงของพระเจ้ามาใส่ไว้ครับ ถ้าเรามีชีวิตที่ติดสนิทกับพระเจ้า โอกาสที่เราจะถูกล่อลวงให้หลงไปจะน้อยลงนะครับ :)

พระธรรม มาลาคี บทที่ 3 ข้อ 1 - 2
พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า "ดูเถิด เราส่งทูตของเราไปเพื่อตระเตรียมหนทางไว้ข้างหน้าเรา และพระเจ้าผู้ซึ่งเจ้าแสวงหานั้นจะเสด็จมายังพระวิหารของพระองค์อย่างกระทันหัน ทูตแห่งพันธสัญญาผู้ซึ่งเจ้าพอใจนั้น ดูเถิด ท่านกำลังมาแล้ว
แต่ใครจะทนอยู่ได้ในวันที่ท่านมา แต่ใครจะยืนมั่นอยู่ได้เมื่อท่านปรากฏตัว


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2554 เมื่อวันศุกร์ผมได้ไปช่วยกั้นกระสอบทรายที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ของบริษัท และวันเสาร์ก็ได้ไปช่วยกั้นกระสอบทรายที่บ้านเพื่อน ผมเห็นภาพข่าวน้ำท่วมในที่ต่างๆทุกวัน เห็นผู้คนที่หวาดกลัวกับสถานะการณ์นี้ แม้แต่คนที่ดูเข้มแข็ง คนที่แข็งแรง คนที่เตรียมพร้อม ทุกคนวิตกกังวล และกลับมาบ้านน้องผมบอกว่าพี่สาวซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องผมบอกว่า "พระเจ้าเท่านั้นที่จะห้ามน้ำได้" พี่ผมเป็นคนที่มีความเชื่อในพระเจ้า เค้าไม่กังวลและเชื่อว่าพระเจ้าจะคุ้มครอง ผมก็เชื่อว่าถึงแม้เหตุการณ์จะดูเลวร้ายอย่างไร ถ้าเรามีความเชื่อและพึ่งในพระเจ้าจริง เราจะต้องปลอดภัยครับ :)

พระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 7 ข้อ 19
และนายทหารคนสนิทก็ได้ตอบคนแห่งพระเจ้าว่า "ถ้าแม้พระเจ้าทรงสร้างหน้าต่างในฟ้าสวรรค์ สิ่งนี้จะเป็นขึ้นได้หรือ" และท่านได้ตอบว่า "ท่านจะเห็นกับตาของท่านเอง แต่จะไม่ได้กิน"


   ข้อพระคัมภีร์ตอนนี้เป็น เรื่องราวเมื่อกษัตริย์เบนฮาดัดของซีเรียได้ยกกองทัพมาปิดล้อมกรุงสะมาเรีย ทำให้เกิดการกันดารอาหารอย่างหนัก ถึงขั้นมีหญิงในเมืองต้องเอาลูกมาฆ่ากินเพื่อให้มีชีวิตรอด กษัตริย์ของอิสราเอลใช้นายทหารคนสนิทเพื่อมาหาเอลีชาผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าเพื่อจะฆ่าเขา สิ่งที่ผู้เผยพระวจนะบอกนายทหารคนนั้นก็คือ พวกอิสราเอลจะพบกับอาหารมากมายที่ขายในราคาถูกมาหน้าประตูเมืองสะมาเรียที่ตอนนี้โดนข้าศึกล้อมไว้หมด จนตอนนี้ไม่เหลืออะไรที่จะกินภายในเมือง นายทหารนั้นไม่เชื่อและพูดว่าพระเจ้าจะทรงทำได้หรือ เอลีชาบอกเขาว่าท่านจะเห็นกับตาของท่านแต่จะไม่ได้กิน และเหตุการณ์นั้นก็เกิดขึ้นตามที่ผู้เผยพระวจนะได้กล่าวกับนายทหารคนนั้น
   คนที่ไม่รู้จักพระเจ้าเขาจะไม่มีความเชื่อ ทำให้เขาไม่ได้พึ่งพระเจ้า และเมื่อพระเจ้าทรงยื่นพระหัตถ์ทำการอัศจรรย์นั้น แม้เขาจะเห็น เขาก็จะไม่ได้รับสิ่งที่พระเจ้าประทาน

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2554 สองวันที่ผ่านมาผมกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องพาป้าไปปิดคดีที่โรงพักครับ ผมไม่ค่อยได้ไปทำธุระอะไรที่โรงพัก แต่ครั้งนี้ต้องไปเจรจากับคู่กรณี และตัวแทนจากบริษัทประกันของคู่กรณี โดยมีตำรวจเป็นคนกลางครับ ผมก็อธิษฐานขอให้พระเจ้าคุ้มครองให้เราดำเนินการเรื่องนี้ผ่านไปได้ด้วยดีและถูกต้องครับ เช้านี้เป็นวันที่ตำรวจนัดให้ไปพบกันเพื่อปิดคดี ผมและน้องพาป้าไปตามเวลานัด 10 โมงเช้า ไม่พบคนที่นัดกันเลย คุณตำรวจที่นัดก็เพิ่งออกเวรตอน 7 โมงเช้า แต่คุณตำรวจก็อุตส่าห์กลับเข้ามาตอนที่เรานั่งคอยอยู่ครับ และได้ความว่าคู่กรณีที่ชนเค้าก็มาก่อนเราเล็กน้อย แต่ไม่พบคุณตำรวจก็เลยได้รับคำแนะนำจากตำรวจที่เข้าเวรว่าให้กลับไปก่อนค่อยมาใหม่ตอนบ่ายโมง คุณตำรวจที่นัดก็ได้โทรหาประกันก็ไม่รับสาย โทรหาคู่กรณีให้ตามประกันก็ไม่สามารถติดต่อตัวแทนที่จะดำเนินการได้ สรุปแล้วเราก็เลยต้องกลับบ้านไปก่อนและรอว่าจะนัดประกันได้เมื่อไหร่ครับ
   พอถึงบ้านผมก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่ายังงัยก็คงต้องมาอีกถ้าได้นัดให้แน่นอนจริงๆอีกครั้ง แต่แล้วคุณตำรวจก็โทรมาบอกว่าเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันมาแล้ว และรู้ภายหลังว่าเจ้าหน้าที่ประกันไปพบกรณีรถชนระหว่างทางที่ได้นัดหมายกันเลยมาถึงช้ามากครับ คุณตำรวจได้แจ้งให้เราเข้าไปอีกครั้งนึง เค้าจะโทรบอกคู่กรณีด้วย ในที่สุดก็ได้พบกันทุกคน การพูดคุยต่างๆไม่มีปัญหาเลยครับ เจ้าหน้าที่ประกันก็เห็นใจป้าที่โดนรถชน คุณตำรวจก็ช่วยพูดให้ และคู่กรณีก็เข้าใจ ฝ่ายผมก็เห็นใจบริษัทประกัน และคนขับรถที่ชนเพราะเค้าก็ไม่ได้เป็นคนที่มีรายได้อะไรมากเป็นคนขับรถส่งของ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีครับ ผมกลับมาคิดว่าตอนเช้าที่เราไปนั่งรอตำรวจกับประกัน ผมเห็นหลายๆคนมาแจ้งความหลายเรื่อง บางคนโดนทำร้ายร่างกาย บางคนทะเลาะกันจนต้องขึ้นโรงพัก บางคนสามีภรรยาตีกันเพราะการนอกใจและต้องมาจบลงด้วยการหย่าร้างที่โรงพัก ไม่มีใครที่สามารถตกลงกันได้ที่นี่ หลังจากพวกเขาออกไปก็ยังคงต้องเป็นศัตรูกัน แต่ผมกับตัวแทนประกัน และคู่กรณีตอนที่เราพูดคุยกัน มีแต่ความเป็นมิตร และก็เข้าใจกัน ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งเหล่าที่เกิดขึ้น และพระเจ้าก็ทรงนำให้พวกเราผ่านปัญหานี้ไปได้ครับ :)
   และตอนเย็นวันนี้ก็มีเรื่องน่ายินดีอีกเรื่องนึงครับ น้าผมที่อาศัยอยู่ที่ต่างประเทศได้โทรมาหาแม่ผมเพราะเห็นข่าวน้ำท่วม และน้าก็เพิ่งได้รับข่าวที่ป้าถูกรถชนด้วยครับ ระหว่างที่แม่คุยโทรศัพท์ผมก็อยู่แถวนั้น ได้ยินแม่บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องน้ำท่วม เรื่องป้าเค้าก็หายแล้ว เพราะพระเจ้ารักษา พวกเราอธิษฐานให้ป้าทุกคน ที่ผ่านมาหมอบอกว่าป้าต้องรักษาตัวอีกไม่ต่ำกว่า 3 เดือน แต่นี่ผ่านมายังไม่ถึงเดือนป้าก็สามารถเดินได้แล้ว แม่บอกน้าว่าให้อธิษฐานกับพระเจ้า ให้อ่านพระคัมภีร์จะได้รู้จักพระเจ้า เวลานี้เป็นเวลาที่พระเจ้าใกล้จะเสด็จมาแล้ว น้าผมเค้าแต่งงานกับน้าเขยที่เป็นชาวต่างประเทศแต่น้าไม่ได้เป็นคริสเตียนครับ ผมได้ยินที่แม่พูดแล้วรู้สึกยินดีมากเลยครับ ผมไม่คิดว่าแม่จะพูดและเป็นพยานให้น้าโดยไม่ลังเล ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งดีๆในวันนี้ เป็นกำลังใจสำหรับเราทุกคนครับ :)

พระธรรมกาลาเทีย บทที่ 3 ข้อ 21 - 22
ถ้าเช่นนั้นธรรมบัญญัติขัดแย้งกับพระสัญญาของพระเจ้าหรือ ไม่เป็นเช่นนั้นแน่นอน เพราะว่าถ้าทรงตั้งธรรมบัญญัติอันอาจทำให้คนมีชีวิตอยู่ได้ ความชอบธรรมก็จะมีได้โดยธรรมบัญญัตินั้นจริง
แต่พระคัมภีร์ได้บ่งว่าทุกคนอยู่ในความบาป เพื่อจะประทานตามพระสัญญาแก่คนทั้งปวงที่เชื่อ โดยอาศัยความเชื่อในพระเยซูคริสต์เป็นหลัก

   สวัสดีครับ วันอังคารที่ 11 ตุลาคม 2554 ช่วงนี้คงได้ยินแต่ข่าวเกี่ยวกับน้ำท่วม บางคนก็ประสบกับปัญหาน้ำท่วมด้วยตนเอง ในความยากลำบากนี้เราก็เห็นความรัก และน้ำใจของคนไทย คนที่เคยไม่เข้าใจกัน โกรธกัน ก็หันมาร่วมใจกันช่วยเหลือคนที่ประสบภัยน้ำท่วม ภาพเหล่านี้ทำให้เรามีความหวังมีกำลังใจที่จะเห็นสังคมของเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

พระธรรม 2 โครินธ์ บทที่ 9 ข้อ 6 - 11
นี่แหละคนที่หว่านเพียงเล็กน้อย ก็จะเกี่ยวเก็บได้เพียงเล็กน้อย คนที่หว่านมากก็จะเกี่ยวเก็บได้มาก
ทุกคนจงให้ตามที่เขาได้คิดหมายไว้ในใจมิใช่ให้ด้วยนึกเสียดาย มิใช่ให้ด้วยการฝืนใจ เพราะว่าพระเจ้าทรงรักคนนั้นที่ให้ด้วยใจยินดี
และพระเจ้าทรงฤทธิ์อาจประทานของดีทุกสิ่งอย่างอุดมแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อให้ท่านมีทุกสิ่งทุกอย่างเพียงพอสำหรับตัวเสมอ ทั้งจะมีสิ่งของบริบูรณ์สำหรับงานที่ดีทุกอย่างด้วย
ตามที่พระคัมภีร์ได้เขียนไว้ว่า เขาแจกจ่าย เขาให้แก่คนยากจน ความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่เป็นนิตย์
ฝ่ายพระองค์ผู้ประทานพืชแก่คนที่หว่าน และประทานอาหารแก่คนที่กิน จะทรงโปรดให้พืชของท่านที่หว่านแล้วนั้นทวีขึ้นเป็นอันมากและจะทรงให้ผลแห่งความชอบธรรมของท่านเจริญยิ่งขึ้น
โดยทรงให้ท่านทั้งหลายมีสิ่งสารพัดมั่นคั่งบริบูรณ์ขึ้น เพื่อให้ท่านมีแจกจ่ายอย่างใจกว้างขวาง ซึ่งโดยเราจัดแจก จะให้เกิดการขอบพระคุณพระเจ้า

   ในพระคัมภีร์ได้บอกว่า ผู้ที่ให้มากก็จะได้รับการตอบแทนจากพระเจ้ามากเช่นกัน และเพิ่มพูนผลนั้นขึ้นอีกด้วย พระเจ้าทรงพอพระทัยกับผู้ที่ให้ด้วยใจยินดี พระเจ้าจะทรงมอบสิ่งที่ดีให้เขาอย่างเพียงพอสำหรับผู้นั้น และมากพอที่จะให้การงานในการให้ของเขาสำเร็จ นอกจากเขาจะถือว่าเป็นคนชอบธรรมแล้ว การให้ของเขาจะทำให้คนอื่นขอบพระคุณพระเจ้าอีกด้วย เพราะการให้นั้นมากจากพระเจ้า ที่พระเจ้าทรงให้เราก่อนและสอนให้เรารู้จักที่จะให้กับผู้อื่นครับ :)

   สวัสดีครับ วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2554 เมื่อเช้านี้ผมตื่นตอนตีห้าซึ่งเช้ากว่าปกติ เพราะต้องการลงมาดูป้าที่ยังเดินเองไม่ได้ว่าเค้าจะเข้าห้องน้ำมั๊ย พักนี้ก็ตื่นไวแต่ก็ลงมาไม่ค่อยทันป้าไปที่ห้องน้ำเองซึ่งผมมาเห็นอีกทีก็ป้านั่งล้มอยู่ข้างเตียงบ้าง ล้มนั่งตรงทางเข้าห้องน้ำบ้าง วันนี้เลยลงมาไวกว่าปกติ มาถึงกลับเห็นป้านอนหลับอยู่ ก็เลยกลับขึ้นไปห้องนอนแล้วเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อหาข้อมูลรถเข็นคนไข้ซึ่งเพิ่งได้คุยเมื่อวันก่อนกับที่บ้านไว้ว่าคงจะต้องมีเก้าอี้รถเข็นเพราะป้าจะต้องไปที่โรงพักเพื่อปิดคดีที่ถูกรถชนครับ ซึ่งตอนที่อยู่ในบ้านเราก็มีเก้าอี้ที่สามารถเข็นได้ แต่ถ้าออกไปข้างนอกคงต้องหาที่สามารถนำขึ้นรถไปได้ครับ สักครู่ผมก็ลงมาดูป้าอีกครั้ง ก็ยังเห็นป้ายังนอนอยู่อีก ก็เลยรู้สึกแปลกๆว่าวันนี้ทำไมป้านอนได้เยอะขึ้น แล้วผมก็กลับไปที่ห้องและลงมาอีกครั้ง ก็เลยตัดสินใจปลุกป้าเพื่อให้ป้าได้กินยาก่อนอาหารก่อน หลังทานยาก็ถามป้าว่าต้องการเข้าห้องน้ำมั๊ย ป้าก็บอกผมว่าจะเข้าห้องน้ำผมก็กำลังจะพยุงท่านไปนั่งเก้าอี้ที่สามารถเลื่อนได้เพื่อจะได้ไปถึงหน้าห้องน้ำ ก่อนที่จะพยุงป้าเข้าไปเหมือนปกติ แต่วันนี้ผมต้องประหลาดใจอย่างมาก เพราะก่อนที่ผมจะพยุงป้าไปนั่งเก้าอี้ ป้าบอกผมว่าไม่ต้อง แล้วป้าก็เดินเข้าห้องน้ำเองโดยไม่ล้ม ไม่ต้องพยุงเลย แม่ผมซึ่งเดินมาดูเห็นป้าเดินได้ ท่านก็แปลกใจมากเช่นกัน หลังจากเราเดินกลับไปเตรียมอาหารมาเช้ามาให้ป้าก็คุยกันว่า นี่ต้องเป็นการรักษาจากพระเจ้าแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อเล่าเหตุการณ์ให้น้องๆฟังก็พูดเหมือนกัน น้องคนเล็กผมเล่าว่าระหว่างที่เค้าอธิษฐานเผื่อป้าเมื่อสามวันก่อน ในใจเหมือนพระเจ้าจะตรัสกับเค้าว่าป้าจะหายภายใจสามวัน และวันนี้ก็คือวันที่ป้าหายตามที่เค้าได้รับคำตอบในใจนั้น ผมคิดว่า ไม่มียาใดที่วิเศษและสามารถจะรักษาคนป่วยที่เดินไม่ได้ให้หายและสามารถเดินได้ในชั่วข้ามคืน แต่พระเจ้าทรงสามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้นี้ให้เกิดขึ้น และผมกับครอบครัวก็เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นจริงๆ    ขอบคุณ พระเจ้าสำหรับความรักของพระองค์ พระเจ้าทรงให้เรารู้ว่าพระเยซูทรงรักษาคนมากมายจากเรื่องราวของพระองค์ในพระคัมภีร์หลายต่อหลายตอน และตอนนี้พระองค์ทรงสำแดงให้เราได้เห็นถึงสิ่งอัศจรรย์ที่มาจากพระเจ้าด้วยตัวเราเอง และได้มาบอกเล่าถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในวันนี้ครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2554 เมื่อวันเสาร์ก่อนนั้นเป็นวันที่ผมยุ่งมาก มีเหตุการณ์มากมายที่จะต้องทำภายในวันเดียว ผมพยายามจัดลำดับให้งานแต่ละอย่างลงตัว วันนั้นตอนเช้าต้องไปเยี่ยมคุณป้าที่โรงพยาบาล และก็ต้องเดินทางไปที่บ้านใหม่เพราะมีช่างมาฉีดยากำจัดปลวก และยังนัดเพื่อนไว้ที่แถวถนนศรีนครินทร์ซึ่งอยู่ไกลจากโรงพยาบาลและบ้านใหม่มากครับ งานอีกอย่างคือน้องผมฝากเอาโทรศัพท์มือถือไปซ่อมด้วยครับ และก็ยังไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาในการซ่อมนานมั๊ยด้วยครับ แลัวตอนเย็นยังต้องกลับมาที่บ้านมารับแม่ไปเยื่ยมป้าที่โรงพยาบาลครับ เช้าวันนั้นผมอธิษฐานกับพระเจ้า ขอให้แผนงานทั้งหมดนี้ถูกจัดวางให้เหมาะสม เพราะว่าผมคงจะไม่สามารถทำทุกอย่างทั้งหมดนี้ได้ด้วยตัวเองครับ
   ระหว่างที่ผมไปเยี่ยมป้าที่โรงพยาบาลในตอนเช้า ก็คิดในใจว่าอยากจะกลับบ้านไปรับแม่มาเยี่ยม เพราะแม่ผมบอกว่าจะมาตอนสายๆครับ ซึ่งถ้าผมกลับไปก็เพิ่มงานที่จะต้องทำอีกเวลาก็จะไม่พอมากขึ้น ปรากฏว่ามีโทรศัพท์จากช่างที่นัดช่างปลวกให้ว่าเค้าไม่สามารถติดต่อได้ขอเลื่อนวันครับ และเพื่อนที่นัดกันก็โทรมาว่าติดธุระขอเลื่อนวันเช่นกันครับ ดังนั้นจึงทำให้วันนั้นผมมีเวลามากขึ้น ผมสามารถกลับไปรับแม่มาที่โรงพยาบาล มีเวลาแวะเข้าไปที่บ้านใหม่ และมีเวลาที่จะซ่อมมือถือเสร็จ กลับมาบ้านก็สามารถรับแม่ไปโรงพยาบาลได้อีกครับ
   ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับแผนงานที่มาจากพระองค์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ และทรงทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้นั้นเกิดขึ้นจริงได้ครับ :)

พระธรรมลูกา บทที่ 24 ข้อ 1 - 8
แต่เช้ามืดในวันต้นสัปดาห์ผู้หญิงเหล่านั้นจึงนำเครื่องหอมที่เขาได้จัดเตรียมไว้มาถึงอุโมงค์ เขาเหล่านั้นเห็นก้อนหินกลิ้งออกพ้นจากปากอุโมงค์แล้ว
และเมื่อเข้าไปมิได้เห็นพระศพของพระเยซูเจ้า
เมื่อเขากำลังคิดฉงนด้วยเหตุการณ์นั้น ดูเถิดมีชายสองคนยืนอยู่ใกล้เขา เครื่องนุ่งห่มแพรวพราวจนพร่าตา
ฝ่ายผู้หญิงเหล่านั้นกลัวและซบหน้าลงถึงดิน ชายสองคนนั้นจึงพูดกับเขาว่า "พวกท่านแสวงหาคนเป็นในพวกคนตายทำไมเล่า
[พระองค์ไม่อยู่ที่นี่ แต่ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว] จงระลึกถึงคำที่พระองค์ได้ตรัสกับท่านทั้งหลาย เมื่อพระองค์ยังอยู่ในแคว้นกาลิลี
ว่า 'บุตรมนุษย์จะต้องถูกอายัดไว้ในมิอของคนบาป และต้องถูกตรึงที่กางเขน และวันที่สามจะเป็นขึ้นมาใหม่"
เขาจึงระลึกถึงพระดำรัสของพระองค์ได้


   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 12 กันยายน 2554 ช่วงหลังๆมานี้แม่ผมปวดหลังและขามาก เนื่องจากท่านทำงานหนักและมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกข้างหลัง ทำให้เดินตัวเอียงแล้วก็เลยปวดหลังและขามาก และเมื่อสองสามวันก่อนแม่ผมเล่าให้ฟังว่า วันนั้นเพื่อนบ้านได้ฝากซื้อทอดมันที่ตลาดเพราะแม่ไปตลาดทุกวัน และแม่ก็ซื้อมาเผื่อเพื่อนบ้านที่อยู่ตรงข้ามอีกบ้านนึงด้วย หลังจากนั้น ตอนเย็นแม่ได้อธิษฐานในใจกับพระเจ้าว่าขอให้พระเจ้าช่วยรักษาอาการปวดหลังนี้ พออธิษฐานจบเพื่อนบ้านที่อยู่ตรงข้ามนั้น ก็มาหามาและคุยกันแม่บอกว่าพักนี้เดินมากเลยปวดหลัง เค้าเลยบอกว่าเค้ามียาสมุนไพรน่าจะช่วยได้ ตอนนี้เค้าขายยานี้อยู่ แม่เลยลองซื้อมา ปรากฎว่าอาการปวดหลังดีขึ้นมาก ไม่ปวดเหมือนเดิม แม่ก็เชื่อว่าพระเจ้าทรงรักษา และบอกว่าอยากจะซื้อไปฝากคุณครูที่สอนภาษาจีนที่เป็นเพื่อนแม่ที่โบสถ์ เพราะเค้าเคยบอกว่าปวดหลังเหมือนกันครับ ผมฟังแล้วรู้สึกดีจังครับ พระเจ้าทรงเมตตาทุกครั้งที่เราขอจากพระองค์ และพระองค์ก็คงอยากจะให้เรานำสิ่งดีๆนี้ไปสู่คนอื่นด้วยครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 16 ข้อ 5
พระที่นั่งก็ได้รับการสถาปนาด้วยความรักมั่นคง บนนั้นจะมีผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตในเต้นท์ของดาวิด คือท่านผู้พิพากษาและแสวงหาความยุติธรรม และรวดเร็วในการกระทำความชอบธรรม"


   พระที่นั่งของพระเจ้าถูกสร้างขึ้นบนความรักมั่นคง พระเยซูพระบุตรของพระเจ้าทรงประทับบนพระที่นั่งนั้น พระองค์ทรงเป็นผู้พิพากษาที่ยุติธรรม ทรงตัดสินทุกคนด้วยความชอบธรรม :)

   สวัสดีครับ วันพุธที่ 31 สิงหาคม 2554 ขอบคุณพระเจ้า สำหรับความรักของพระองค์ พระเจ้าทรงรักษาคุณป้าผมให้ดีขึ้น วันนี้คุณป้าได้ออกจากห้องไอซียู มาพักที่หอผู้ป่วยแล้วครับ พระเจ้าทรงตอบคำทูลขอของทุกๆคนที่เชื่อและวางใจในพระองค์ ขอบคุณทุกกำลังใจและคำอธิษฐานเผื่อนะครับ ขอพระเจ้าทรงนำและคุ้มครองสุขภาพของเพื่อนๆทุกๆคนครับ :)

พระธรรมมาระโก บทที่ 1 ข้อ 29 - 31
พอออกมาจากธรรมศาลา พระองค์กับพวกของพระองค์จึงเข้าไปในเรือนของเปโตรและอันดรูว์ พร้อมกับยากอบและยอห์น
แม่ยายของซีโมนนอนป่วยจับไข้อยู่ ในทันใดนั้นเขาจึงมาทูลพระองค์ให้ทราบด้วยเรื่องของนาง
แล้วพระองค์ก็เสด็จไปจับมือนางพยุงขึ้น และความไข้ก็หายนางจึงปรนนิบัติพระองค์กับพวกของพระองค์


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม 2554 คุณป้าผมรับเชื่อบนเตียงคนไข้แล้วครับ ผมและน้องสาวได้นำคุณป้าอธิษฐานรับเชื่อในพระเยซูคริสต์ครับ วันนี้ผมได้อ่านพระคัมภีร์ให้คุณป้าฟังด้วย และดูเหมือนท่านจะรู้สึกดีขึ้น สงบขึ้น และมีสันติสุขในพระเจ้า ทำให้ผมก็รู้สึกสบายใจเช่นกัน และผ่อนคลายมากขึ้น พรุ่งนี้เป็นวันที่คุณป้าจะเข้ารับการผ่าตัดใส่ข้อสะโพกเทียม ผมขอฝากคุณป้าผมไว้ในคำอธิษฐานของเพื่อนๆนะครับ ขอพระเจ้าคุ้มครองดูแลรักษาเพื่อนๆทุกคนด้วยครับ :)

พระธรรมลูกา บทที่ 1 ข้อ 78 - 79
โดยพระทัยเมตตากรุณาแห่งพระเจ้าของเรา แสงอรุณจากเบื้องสูงจึงมาเยี่ยมเยียนเรา
ส่องสว่างแก่คนทั้งหลายผู้อยู่ในที่มืด และในเงาแห่งความมรณา เพื่อจะนำเท้าของเราไปในทางสันติสุข"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2554 ตอนนี้ผมรู้สึกเหนื่อยและกังวลใจในหลายๆเรื่อง เรื่องสำคัญก็คือเมื่อวานคุณป้าผมประสบอุบัติเหตุโดยรถถอยมาชนและทับขา ตอนนี้ท่านต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลและต้องมีการผ่าตัดสะโพกและขา ท่านอายุมากแล้ว และไม่มีครอบครัว ผมเป็นห่วงเรื่องการรักษาและการดูแลเพราะเราก็ไม่สามารถอยู่ดูท่านได้ตลอด สิ่งที่เราจะเพิ่งได้ในเวลานี้คือการรักษาจากพระเจ้า ขอพระเจ้าได้ทรงเมตตารักษาคุณป้าให้หาย และขอให้พระองค์ทรงโปรดให้มีพยาบาลที่ดีที่คอยดูแล ขอพระเจ้าประทานกำลังใจให้กับคุณป้าและทุกๆคนที่ช่วยกันดูแลคุณป้า ขอทุกอย่างอยู่ในการดูแลของพระเจ้า อาเมน

พระธรรมมาระโก บทที่ 10 ข้อ 46 - 52
ฝ่ายพระเยซูกับพวกสาวกมายังเมืองเยรีโค และเมื่อพระองค์เสด็จออกจากเมืองเยรีโคกับพวกสาวกและประชาชนเป็นอันมาก มีคนตาบอดคนหนึ่งชื่อบารทิเมอัส ซึ่งเป็นบุตรของทิเมอัส นั่งขอทานอยู่ที่ริมหนทาง
เมื่อคนนั้นได้ยินว่าพระเยซูชาวนาซาเร็ธเสด็จมา จึงร้องเสียงดังว่า "ท่านเยซู บุตรดาวิดเจ้าข้า ขอทรงเมตตาข้าพระองค์เถิด"
มีหลายคนห้ามให้เขานิ่งเสีย แต่เขายิ่งร้องเสียงดังขึ้นว่า "บุตรดาวิดเจ้าข้า ขอทรงเมตตาข้าพระองค์เถิด
พระเยซูทรงหยุดประทับยืนอยู่ แล้วตรัสสั่งให้เรียกคนนั้นมา เขาจึงเรียกคนตาบอดนั้นว่าแก่เขาว่า "จงชื่นใจและลุกขึ้นเถิด พระองค์ทรงเรียกเจ้า"
คนนั้นก็ทิ้งผ้าห่มเสียลุกขึ้นมาหาพระเยซู
พระเยซูจึงตรัสถามเขาว่า "เจ้าปราถนาจะให้เราทำอะไรให้เจ้า" คนตาบอดนั้นทูลพระองค์ว่า "พระอาจารย์เจ้าข้า ขอโปรดให้ตาข้าพระองค์เห็นได้"
พระเยซูตรัสแก่เขาว่า "จงไปเถิด ความเชื่อของเจ้าได้กระทำให้เจ้าหายปกติแล้ว" ในทันใดนั้นคนตาบอดนั้นก็เห็นได้ และได้เดินทางตามพระองค์ไป


   จากข้อพระคัมภร์ตอนนี้เราจะเห็นว่า หลายๆคนได้ปฏิเสธคนขอทาน ไม่ให้เขารบกวนพระเยซู ไม่ให้เขาเข้าพบพระเยซู แต่ชายคนนี้เขาไม่ได้ล้มเลิกความตั้งใจของเขา ที่จะได้พบพระเยซูจะได้ทูลขอจากพระองค์ และเมื่อพระเยซูทรงได้ยินเสียงเรียกของชายคนนี้ พระองค์ไม่ได้มองข้ามเขาไปเหมือนคนอื่น แต่ทรงได้พบและตรัสกับชายคนนี้ถึงสิ่งที่เขาต้องการ และพระเยซูทรงรักษาเขาเพราะความเชื่อของเขาทำให้ตาเขาได้หายและมองเห็นได้ และชายคนนี้ก็ได้ติดตามพระองค์ไป
   เรื่องของชายคนนี้ทำให้เราเห็นสิ่งดีที่เข้าได้ทำ เขามีความตั้งใจจริง มีความพยายามที่จะพบพระเยซู และก็มีความเชื่อในพระเยซูว่าพระองค์จะทรงรักษาเข้าได้ สิ่งอัศจรรย์ที่พระเยซูทรงสำแดงด้วยความรักแก่ชายคนนี้ก็เกิดขึ้นในชีวิตของเขา และเมื่อหายดีแล้วเขาก็รีบที่จะติดตามพระองค์ไป เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่จะมีคนที่ได้พบพระเจ้า และได้รับความรักการเยียวยารักษาจากพระเจ้า และเขาก็ดำเนินชีวิตติดพระองค์ และเราก็ได้เห็นอีกว่าพระเจ้าทรงไม่ได้ปฏิเสธคำขอของคนต่ำต้อย ของคนที่อ่อนแอและต้องการความเชื่อเหลือเลยครับ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม 2554 วันก่อนผมได้เห็นข้อความของน้องที่เคยทำงานแผนกเดียวกัน ลงข้อความใน เฟซบุ๊คของน้องที่เคยทำงานแผนกเดียวกันอีกคนว่า "พี่เป็นคริสเตียนแล้วเหรอ" เพราะในรูปที่น้องคนนั้นลงเป็นรูปตอนเค้ารับบัพติศมา และก็มีหลายคนสงสัยก็มาเขียนข้อความในเฟซบุ๊คสำหรับรูปนั้นหลายคน ผมเลยเข้าไปดูก็ดีใจที่น้องคนนี้เป็นคนนึงที่ได้กลับใจใหม่ ผมว่ายากนะถ้าใครซักคนที่จะเปลี่ยนใจจากสิ่งที่เคยเชื่อเคยยึดถือเดิม แต่ผมเชื่อนะว่าถ้าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่เรียกเขา วันนึงใครคนนั้นก็ต้องกลับมาหาพระองค์
   และวันนี้ผมก็ตั้งใจจะมาแบ่งปันเรื่องที่น่ายินดีนี้ แล้วก็อธิษฐานขอพระวจนะของพระเจ้าที่จะมาแบ่งปันด้วย ผมก็เปิดครั้งแรกก็พบพระวจนะตอนนี้ที่เกี่ยวกับการรับบัพติศมา ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระวจนะของพระองค์ที่ทรงมอบให้นี้ การรับบัพติศมานั้น เป็นเครื่องหมายของการกลับใจใหม่ การเริ่มต้นชีวิตใหม่กับพระเจ้า เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปที่เราได้กระทำมาก่อนนั้นครับ :)

พระธรรมลูกา บทที่ 3 ข้อ 3
แล้วยอห์นจึงไปทั่วที่ลุ่มแม่น้ำจอร์แดน ประกาศให้กลับใจเสียใหม่ และรับบัพติศมาเพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปเสีย


   สวัสดีครับ วันพุธที่ 10 สิงหาคม 2554 ช่วงนี้คนรอบตัวผมทั้งที่ทำงานและที่บ้านต่างก็ป่วยกัน รวมทั้งตัวผมด้วยครับ คงเพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วภายในหนึ่งวัน ยังงัยก็ขอให้พระเจ้าทรงคุ้มครองและรักษาคนที่ไม่สภาพนะครับ :)

พระธรรมโฮเชยา บทที่ 14 ข้อ 9
ผู้ใดที่ฉลาด ก็ให้เข้าใจสิ่งเหล่านี้เถิด ผู้ใดที่ช่างสังเกต ก็ให้เขารู้ เพราะว่าพระมรรคาของพระเจ้าก็เที่ยงตรง ผู้ชอบธรรมทั้งหลายก็เดินในทางนี้ แต่ผู้ทรยศก็สะดุดอยู่ในทางนี้


   ข้อพระคัมภีร์ตอนนี้บอกว่าคนที่ฉลาดให้เขาได้เข้าใจสิ่งต่อไปนี้ และคนที่ช่างสังเกตก็ให้เข้าได้รู้ความจริง ว่าทางของพระเจ้านั้นเที่ยงตรง คนที่เป็นคนที่ชอบธรรมก็ดำเนินชีวิตของตนตามทางนี้ ผมเห็นด้วยนะอาจจะไม่ใช่ว่าผมเป็นคริสเตียนเลยชมคริสเตียนที่ดำเนินในทางของพระเจ้า ถ้าเราลองสังเกตดูคนที่ดำเนินชีวิตในทางของพระเจ้านั้นจะไม่ประพฤติตัวแบบคนอื่นๆที่เราพบเห็น เขาจะระวังว่าจะทำสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัย และประโยคสุดท้ายในข้อพระคำตอนนี้ก็คือ คนที่หันหลังจากทางของพระเจ้า เพราะเขาสะดุดมีบางอย่างทำให้เขาไม่ติดตามพระเจ้า อาจจะเกิดจากการทดลองที่อยู่รอบด้าน และบาปที่ยังอยู่ภายในเราแต่ละคน ทำให้เขาหยุดอยู่เพียงเท่านั้นไม่ได้ติดตามพระเจ้า จนถึงปลายทางที่พระองค์สัญญาไว้ครับ เห็นด้วยมั๊ยครับ ขอให้พระเจ้าดูแลชีวิตของเราทุกคนนะครับ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม 2554 ถ้าตอนนี้ใครที่มีความทุกข์ใจ และรู้สึกว่าตัวเองอยู่อย่างโดดเดี่ยวในความทุกข์นั้น ผมขอนำข้อพระคัมภีร์นี้มาเป็นที่หนุนใจให้นะครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 25 ข้อ 16 - 18
ขอพระองค์ทรงหันมายังข้าพระองค์ และมีพระกรุณาต่อข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ว้าเหว่และเป็นทุกข์อยู่
ขอทรงบรรเทาความยากลำบากในใจของข้าพระองค์ ขอทรงนำข้าพระองค์ออกจากความทุกข์ใจของข้าพระองค์
ขอทรงพิจารณาความทุกข์ยากและความยากลำบากของข้าพระองค์ และทรงยกบาปทั้งสิ้นของช้าพระองค์เสีย


   ในยากทุกข์ขอให้เราระลึกว่าเรายังมีพระเจ้าผู้ที่จะทรงช่วยเรา แม้ความทุกข์นั้นจะอยู่ภายในใจของเรา พระเจ้าทรงรู้และทรงวินิจฉัยภายในใจเรา ขอพระองค์ได้ช่วยนำเราออกจากความทุกข์ใจนั้น
   และผมก็อ่านในข้อ 25 ก็พบว่าผู้เขียนพระคัมภีร์ตอนนี้แม้เขามีความทุกข์มากในใจ แต่เขาก็ไม่ได้โทษพระเจ้า แต่กลับขอให้พระเจ้าได้ยกโทษความบาปของเขา สิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์นั้นมีเหตุมีผลทั้งสิ้น ถ้าเรารู้ว่าสิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นกับเรามาจากความบาปของเรา ก็ขอให้เราสารภาพกับพระเจ้า และขอพระเจ้าทรงยกโทษบาปนั้นครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม 2554 ให้เราอ่านพระคัมภีร์ตอนนี้กันนะครับ

พระธรรมมาระโก บทที่ 3 ข้อ 34 - 35
พระองค์ทอดพระเนตรคนที่นั่งล้อมรอบนั้นแล้วตรัสว่า "นี่เป็นมารดาและพี่น้องของเรา
ผู้ใดจะกระทำตามพระทัยพระเจ้า ผู้นั้นแหละเป็นพี่น้องชายหญิงและมารดาของเรา"


   ผมรู้สึกประทับใจกับพระดำรัสของพระเยซูในพระธรรมตอนนี้ คงไม่มีพระใดในโลกที่จะยกย่องให้เกียรติมนุษย์ ให้เป็นพี่น้องและมารดาของท่าน นอกจากพระเยซูคริสต์ที่ทรงให้เราที่เป็นคนบาปมีโอกาสที่จะเป็นพี่น้องและมารดาของพระองค์ ถ้าผู้นั้นจะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าก็นับว่าเป็นครอบครัวเดียวกันกับพระองค์ และพระเจ้าจะทรงรักและปกป้องเขาครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2554 ในพระคัมภีร์ได้บอกว่าวันเวลาของพระเจ้าจะมาถึงขโมย เราไม่รู้ว่าพระองค์จะเสด็จมาเมื่อใด พระธรรมของพระเจ้าได้บอกให้เราระมัดระวังในการดำเนินชีวิต เพราะเราเป็นบุตรของพระเจ้าเป็นลูกของกลางวัน ลูกของความสว่าง เราไม่ใช่เป็นของความมืด ของกลางคืนอีกต่อไป พระเจ้าทรงเรียกเราออกมาจากชีวิตเดิมที่ไม่รู้จักพระองค์ เพื่อจะมาเป็นบุตรของพระองค์ พระเจ้าทรงเตือนเราไม่ให้เราใช้ชีวิตอย่างคนที่อยู่ในเวลากลางคืน ที่เค้าไม่รู้จักพระเจ้าไม่ทราบว่าวันที่พระเจ้าจะเสด็จมาพิพากษามนุษย์นั้นใกล้เข้ามาแล้ว คนเหล่านั้นเปรียบเสมือนคนที่นอนหลับ ก็คือคนที่วางใจในความปลอดภัย วางใจในชีวิตที่เขาอยู่ในโลกนี้ชีวิตที่ไม่มีพระเจ้า และเสมือนคนเมามาย ก็คือ คนที่ขาดสติไม่รับรู้ความจริงของพระเจ้า หลงไปจากทางของพระเจ้า
   เพื่อให้เราปลอดภัยจากสิ่งต่างๆที่มาจากความมืด เราจะต้องมีเครื่องป้องกันสามอย่าง คือ ความเชื่อในพระเจ้า ความรักในพระเจ้า และความหวังใจในพระเจ้า ขอให้เราได้ปลอดภัยจากสิ่งล่อลวงต่างๆ และขอพระเจ้าทรงคุ้มครองทุกๆคนครับ :)

พระธรรม 1 เธสะโลนิกา บทที่ 5 ข้อ 4 - 8
แต่พี่น้องทั้งหลายท่านไม่ได้อยู่ในความมืดแล้ว วันนั้นจะมาถึงท่านอย่างขโมยมา
ท่านเป็นบุตรของความสว่าง และเป็นบุตรของกลางวัน เราทั้งหลายไม่ได้เป็นของกลางคืนหรือของความมืด
เหตุฉะนั้นเราอย่าหลับเหมือนอย่างคนอื่น แต่ให้เราเฝ้าระวังและไม่เมามาย
เพราะว่าคนนอนหลับก็ย่อมหลับในเวลากลางคืน และคนเมาก็ย่อมเมาในเวลากลางคืน
แต่เมื่อเราเป็นของกลางวันแล้ว ก็อย่าให้เราเมามาย จงสวมความเชื่อกับความรักเป็นเกราะป้องกันอก และสวมความหวังที่จะได้รับความรอดเป็นหมวกเหล็ก


   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม 2554 เห็นหลายคนเครียดและกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ผมเลยอยากนำคำเทศนาของอาจารย์มาร์คที่ได้กล่าวไว้ตอนนึงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มาแบ่งปันเพื่อเป็นการหนุนใจครับ อาจารย์ได้กล่าวตอนนึงว่า "วันนี้เป็นเลือกตั้ง เราก็ไปใช้สิทธิ์กัน แต่ผมอยากฝากไว้ว่าเราอย่าคาดหวังในมนุษย์ ถึงแม้ในที่สุดจะเป็นอย่างไรให้เรามีความหวังใจในพระเจ้าครับ" คำพูดนี้ก็หนุนใจผมเช่นกัน ถ้าเราเชื่อและวางใจในพระเจ้า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่และทรงพระชนม์อยู่จะทรงปกป้องคุ้มครองเราเสมอครับ :)

พระธรรมมัทธิว บทที่ 8 ข้อ 23 - 27
เมื่อพระองค์เสด็จลงเรือ พวกสาวกของพระองค์ก็ตามพระองค์ไป
ดูเถิด เกิดพายุใหญ่ในทะเลสาบจนคลื่นซัดท่วมเรือ แต่พระองค์บรรทมหลับอยู่
และพวกสาวกได้มาปลุกพระองค์ ทูลว่า "พระองค์เจ้าข้า ขอพระองค์ทรงโปรดช่วยเถิด พวกเรากำลังจะจมอยู่แล้ว"
พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า "เหตุไฉนจึงขลาดนัก ช่างมีศรัทธาน้อยเสียจริงๆ" แล้วพระองค์ทรงลุกขึ้นห้ามลมและทะเล คลื่นลมก็สงบเงียบทั่วไป
คนเหล่านั้นก็อัศจรรย์ใจพูดกันว่า "ท่านผู้นี้เป็นคนอย่างไรหนอ จนชั้นลมและทะเลก็เชื่อฟังท่าน"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2554
พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 16 ข้อ 3 - 5
"จงให้คำปรึกษา จงอำนวยความยุติธรรม จงทำร่มเงาของท่านเหมือนกลางคืน ณ เวลาเที่ยงวัน จงช่วยซ่อนผู้ถูกขับไล่ อย่าได้หักหลังผู้ลี้ภัย
ให้ผู้ถูกขับไล่ของโมอับอาศัยอยู่ท่ามกลางท่าน จงเป็นที่กำบังภัยแก่เขาให้พ้นจากผู้ทำลาย เมื่อไม่มีผู้บีบบังคับแล้ว และการทำลายได้หยุดยั้งแล้ว และเมื่อผู้เหยียบย่ำไว้ได้หายตัวไปจากแผ่นดินแล้ว
พระที่นั่งก็ได้รับการสถาปนาด้วยความรักมั่นคงบนนั้นจะมีผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตในเต้นท์ของดาวิด คือท่านผู้พิพากษาและแสวงความยุติธรรม และรวดเร็วในการกระทำความชอบธรรม"


   โมอับเป็นชนชาติที่พระเจ้าได้ทรงลงโทษ เพราะเขาเย่อหยิ่งและโอ้อวดตัว และทำร้ายยูดาห์ ชนชาติที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ พระเจ้าทรงลงโทษเขาเพราะเขาทำผิดหลายครั้ง แต่เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์ตอนนี้พระเจ้าได้บอกประชากรของพระองค์ว่าให้พวกเขาได้ช่วยเหลือ ให้ความยุติธรรม ปกป้องผู้ที่รับการลงโทษนั้น เมื่อเขาหนีมาลี้ภัยในท่ามกลางประชากรของพระองค์จนกว่าการลงโทษนั้นจะหมดไป พระเจ้าไม่ได้บอกให้เขาทำร้ายคนเหล่านั้น แต่ให้ดูแลช่วยเขา เพื่อพระที่นั่งของพระเจ้าจะอยู่ที่นั่น พระองค์จะสถิตอยู่กับเขา และความรักมั่นคง ความยุติธรรม ความชอบธรรมของพระเจ้าจะอยู่ที่นั่นครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2554 ในการบรรยายเพื่อให้ความรู้กับพนักงานที่บริษัท ท่านผู้บริหารได้กล่าวตอนนึงว่าเรื่องที่เราควรหลีกเลี่ยงที่จะพูดคุยกับคนอื่น มีอยู่สองเรื่อง คือ เรื่องแรกคือเรื่องเกี่ยวกับการเมือง เรื่องที่สองคือเรื่องเกี่ยวกับศาสนา เพราะอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งกันได้ ผมฟังความตอนนี้ก็เห็นด้วยว่าสองเรื่องนี้มักจะเป็นเหตุให้คนที่สนทนากันขัดแย้งกันบ่อยครับ แต่ผมคิดว่าถ้าเรามีใจที่จะพูดด้วยความเมตตา และพูดเพื่อต้องการให้ข้อเท็จจริง เพื่อให้คนที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงและยังสงสัยได้เข้าใจสิ่งที่ถูกต้อง การพูดของเราจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่จะไม่ทำอะไร และปล่อยให้คนที่ยังไม่ทราบต้องหลงผิดไปครับ
   พระเยซูคริสต์ทรงประกาศเรื่องของพระเจ้าให้เราที่เป็นคนบาป เราที่ไม่รู้จักพระองค์ ปฏิเสธพระองค์ แต่เพราะพระเยซูทรงรักเรามาก ให้อภัยและเรียกเรา ขอให้พระองค์เป็นแบบอย่างที่ดีในการพูดเรื่องของพระเจ้านะครับ :)

พระธรรมยูดา บทที่ 8 ข้อ 20 - 23
แต่ส่วนท่านที่รักทั้งหลายนั้น จงสร้างตัวของท่านขึ้นบนหลักคำสอนอันบริสุทธิ์ของท่านที่เชื่อกันอยู่ และจงอธิษฐานในพระวิญญาณบริสุทธิ์
จงรักษาตัวไว้ให้ดำรงในความรักของพระเจ้า คอยพระกรุณาของพระเยซูคริสต์เจ้าของเราจนกว่าจะได้ชีวิตนิรันดร์
และจงชักชวนคนที่ยังสงสัยให้เขาเชื่อ
จงช่วยคนให้รอดด้วยการฉุดเขาออกจากไฟ และจงเมตตาผู้อื่นด้วยความยำเกรงพระเจ้า และจงรังเกียจแม้แต่ เสื้อที่เปรอะเปื้อนด้วยโลกีย์


   สวัสดีครับ วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน 2554 อาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้อ่านข่าวกีฬา 2 ข่าวที่น่าสนใจ ข่าวแรกเป็นข่าวนักกีฬาฟุตบอลชื่อดัง ที่มีข่าวว่าไปลอบมีความสัมพันธ์กับภรรยาของน้องชายของเขา การที่เขาเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงทำให้ข่าวนี้เป็นที่สนใจอย่างมาก ม ีการติดตามสถานการณ์และมีข่าวที่เกี่ยวกับคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ตามมาในทางที่ไม่ดี เราจะเห็นว่าปัญหาการล่วงประเวณีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมากมายในสังคมปัจจุบัน ในพระคัมภีร์ได้กล่าวว่าการล่วงประเวณีเป็นบาปที่ผิดต่อร่างกายของตนเอง ซึ่งร่างกายนั้นเป็นวิหารของพระเจ้า ผู้ที่ต้อนรับพระเจ้าเข้ามาในชีวิต พระวิญญาณของพระเจ้าจะทรงสถิตในผู้นั้น เพราะฉะนั้นเราจะต้องระมัดระวังการล่อลวงของตนเองและจากภายนอกไม่ให้เราเข้าไปทำสิ่งที่เป็นมลทินเหล่านี้ครับ เมื่อพระเจ้าทรงไถ่เราออกจากทาสของบาป เราก็เป็นอิสระและเป็นคนของพระเจ้า และควรจะใช้ตัวเราทำงานเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าครับ
   ส่วนข่าวที่สองเป็นข่าวของนักฟุตบอลอีกคนที่มีฟอร์มการเล่นที่ดีในฤดูกาลที่ผ่านๆมา เขาเป็นที่ต้องการของสโมสรใหญ่ในยุโรปหลายที่ มีข้อเสนอที่ดีมายังสโมสรต้นสังกัดของเขาเพื่อจะขอซื้อตัว ตัวเขาเองมีความรู้สึกที่ดีต่อสโมสรต้นสังกัด ยังอยากเล่นฟุตบอลในสนามของสโมสรนี้ แต่เขาก็ได้กล่าวว่า อย่างไรก็ตามอนาคตของเขาอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า พระเจ้าท่านนั้นที่จะสามารถตอบว่าเขาจะอยู่ที่ไหน ถึงเขาจะรู้สึกอยากจะอยู่ที่เดิม แต่เขาก็ยอมให้พระเจ้าทรงนำ อ่านข่าวนี้แล้วก็ทำให้เราต้องพิจารณาเรื่องต่างๆที่เข้ามาในชีวิตให้ดีๆ ให้พระเจ้าทรงนำจริงๆ ผู้ที่ยอมให้พระเจ้านำเขาจะปลอดภัยและได้รับในสิ่งที่ดีจากพระเจ้าเสมอครับ :)

พระธรรม 1 โครินธ์ บทที่ 6 ข้อ 18-20
จงหลีกเลี่ยงเสียจากการล่วงประเวณี บาปอย่างอื่นที่มนุษย์กระทำนั้นเป็นบาปนอกกาย แต่คนที่ล่วงประเวณีนั้น ทำผิดต่อร่างกายตนเอง
ท่านไม่รู้หรือว่า ร่างกายของท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งสถิตอยู่ในท่าน ซึ่งท่านได้รับจากพระเจ้า ท่านไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง
พระเจ้าได้ทรงซื้อท่านไว้แล้ว ด้วยราคาสูง เหตุฉะนั้นท่านจงถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าด้วยร่างกายของท่านเถิด


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 2554 เมื่อวันของพระเจ้าทรงมาถึง พระองค์จะมาเพื่อลงโทษชำระความบาปที่มนุษย์ได้กระทำ ถ้าผู้ใดที่หันเสียจากความบาป เกลียดชังความชั่ว แต่มีใจที่จะรักในความดี และยึดมั่นคงในความยุติธรรม ทั้งสามสิ่งนี้จะช่วยให้พระเจ้าทรงพระกรุณาที่จะละเว้นโทษบาปของเขาครับ

พระธรรมอาโมส บทที่ 5 ข้อ 15
จงเกลียดชังความชั่ว และรักความดี และตั้งความยุติธรรมไว้ที่ประตูเมือง ชะรอยพระเจ้าจอมโยธาจะทรงพระกรุณาต่อพงศ์พันธุ์โยเซฟที่เหลืออยู่นั้น


   จากพระวจนะของพระเจ้าตอนนี้ทำให้ผมเห็นว่าพระเจ้าทรงไม่ได้สอนให้เรารักอย่างเดียว แต่ให้เรารู้จักที่จะเกลียดสิ่งที่ไม่ดีและรู้จักที่จะรักในสิ่งที่ถูกต้องครับ เราจะต้องช่วยกันอธิษฐานเผื่อประเทศของเราให้คนอีกมากมายกลับใจใหม่ เพื่อพระเจ้าจะทรงพระกรุณาที่จะยกเว้นการลงโทษในความบาป เมื่อพระองค์จะเสด็จมาอีกครั้งครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2554 เรามักจะได้ยินคนบ่นว่า "ทำไมคนนั้นทำไม่ดีทำไมไม่มีคนเห็น แต่อีกคนทำดีแต่เหมือนจะไม่มีคนเห็นเลย" ที่จริงสิ่งเหล่านี้เราไม่จำเป็นต้องกังวลครับ เพราะในพระวจนะพระเจ้าได้บอกไว้ว่าใครก็ตามที่ได้ทำบาป ความบาปนั้นจะนำเขาไปสู่การพิพากษา ถึงบางคนทำบาปและยังไม่มีคนเห็นแต่บาปนั้นก็จะปรากฏขึ้นในภายหลังครับ และคนที่ทำความดีก็เช่นกัน สิ่งที่เขาได้กระทำนั้นจะไม่ดูปิดบังไว้ครับ :)

พระธรรม 1 ทิโมธี บทที่ 5 ข้อ 24 - 25
การทำบาปของบางคนก็ปรากฏชัด ส่งเขาตรงไปสู่การพิพากษา แต่การทำบาปของผู้อื่นปรากฏภายหลัง
ส่วนการกระทำดีนั้นก็ปรากฏชัดเช่นเดียวกัน และถึงแม้ว่าจะไม่ปรากฏชัด แต่ก็จะถูกปิดบังไว้ไม่ได้


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2554 การที่เราจะรู้จักพระเจ้า รู้จักน้ำพระทัยของพระเจ้าก็อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับมนุษย์ เราอาจจะต้องใช้ความพยายาม เพราะหลายอย่างที่พระเจ้าทรงกระทำนั้นเกินความเข้าใจ พระสัญญาที่แน่นอนและมั่งคงของพระเจ้า ดังในข้อพระคัมภีร์นี้ได้กล่าวเปรียบเทียบการมาของพระเจ้าเหมือนยามรุ่งอรุณ ถ้าทุกวันมีเวลาเช้า การเสด็จมานั้นก็จะแน่นอนเหมือนเช่นนี้ และพระองค์จะเสด็จมาหาเราทุกคนเพื่อทรงชำระความบาปของมนุษย์ การมาของพระเจ้านั้นเพื่อให้ชีวิตใหม่แก่มนุษย์ เปรียบเสมือนฝนที่ตกมามากมายในฤดูฝน เพื่อชำระแผ่นดินและให้ชีวิตกับทุกชีวิตบนแผ่นดินนั้น แต่ถ้าเราดูในข้อต่อมาได้กล่าวถึงมนุษย์ มนุษย์รักพระเจ้าเหมือนเมฆในยามเช้า เหมือนน้ำค้างยามเช้า ที่พอเวลาสายทั้งเมฆและน้ำค้างนั้นก็จางหายไป อ่านแล้วรู้สึกเศร้ากับตัวเอง เราก็คงเป็นคนนึงที่รักพระเจ้าแบบนี้ ไม่เหมือนกับที่พระเจ้าทรงรักเรามากมาย ข้อพระคัมภีรืนี้คงช่วยเตือนสติผมและก็เพื่อนๆหลายๆคนครับ :)

พระธรรมโฮเชยา บทที่ 6 ข้อ 3 - 4
ให้เรารู้จักให้เราพยายามรู้จักพระเจ้า การที่พระองค์เสด็จออกก็แน่นอนเหมือนอรุณ พระองค์จะเสด็จมาหาเราอย่างห่าฝน ดังฝนชุกปลายฤดูที่รดพื้นแผ่นดิน"
เอฟราอิมเอ๋ย เราจะทำอะไรกับเจ้าดี ยูดาห์เอ๋ย เราจะทำอะไรกับเจ้าหนอ ความรักของเจ้าก็เหมือนเมฆในยามเช้า เหมือนอย่างน้ำค้างที่หายไปแต่เช้าตรู่


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม 2554 คนภายนอกมักจะมองคนที่เชื่อพระเจ้าว่าเป็นคนที่โง่เขลา มีความงมงายที่เชื่อในเรื่องของพระเจ้าว่าเป็นจริง และเขาก็มองคนที่เชื่อพระเจ้าว่าเป็นคนอ่อนแอที่จะต้องคอยพึ่งในพระเจ้า ไม่พึ่งในกำลังและความสามารถของตนเอง แต่ขอให้ทุกคนที่เชื่อพระเจ้าจงยินดี เพราะพระวจนะของพระเจ้าตรัสไว้ดังนี้ครับ

พระธรรม 1 โครินธ์ บทที่ 1 ข้อ 26 - 31
ดูก่อนพี่น้องทั้งหลายจงพิจารณาดูว่า พวกท่านที่พระเจ้าได้ทรงเรียกมานั้นเป็นคนพวกไหน มีน้อยคนที่โลกนิยมว่ามีปัญญา มีน้อยคนที่มีอำนาจ มีน้อยคนที่มีตระกูลสูง
แต่พระเจ้าได้ทรงเลือก คนที่โลกถือว่าโง่เขลาเพื่อทำให้คนมีปัญญาอับอาย และได้ทรงเลือกคนที่โลกถือว่าอ่อนแอเพื่อทำให้คนที่แข็งแรงอับอาย
พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าต่ำต้อยและดูหมิ่น และเห็นว่าไร้สาระ เพื่อทำลายสิ่งซึ่งโลกเห็นว่าสำคัญ
เพื่อมิให้มนุษย์สักคนหนึ่งอวดต่อพระเจ้าได้
โดยพระองค์ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ เพราะพระเจ้าทรงตั้งพระองค์ให้เป็นปัญญาและความชอบธรรมของเรา และเป็นผู้ชำระเราให้บริสุทธิ์ และทรงเป็นผู้ไถ่เราไว้ให้พ้นบาป
เพื่อให้เป็นไปตามพระคัมภีร์ที่เขียนว่า ให้ผู้โอ้อวด อวดองค์พระผู้เป็นเจ้า


   พระเจ้าทรงเลือกสรรเราผู้โง่เขลาและอ่อนแอ เพื่อเราจะได้รับการไถ่เพื่อให้รอดจากความบาปที่เราได้กระทำครับ พระเจ้ารักเราไม่ว่าเราจะถูกมองว่าอย่างไร หรืออยู่ในสถานะใดในสังคมครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2554 และที่สุดในวันพิพากษาพระเจ้าจะทรงเสด็จมาอีกครั้ง เราทั้งหลายจะอยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระองค์ พระเจ้าทรงเป็นพยานด้วยพระองค์เอง พระเจ้าทรงรู้สิ่งที่มนุษย์ทุกคนได้กระทำ ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกล ไม่ว่าเขาจะกระทำสิ่งในที่ที่ไม่น่าจะมีใครพบได้ ความบาปเหล่านั้นได้ปรากฏต่อพระเจ้า ดังนั้นก่อนที่เวลานั้นจะมาถึง มีเพียงทางเดียวเท่านั้นคือเราต้องกลับใจจากบาป สารภาพสิ่งที่ผิดนั้นกับพระเจ้า ทูลขอให้พระเจ้าทรงยกโทษครับ

พระธรรมมาลาคี บทที่ 3 ข้อ 5
"พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า แล้วเราจะมาใกล้เจ้าเพื่อพิพากษา เราจะเป็นพยานที่รวดเร็วที่กล่าวโทษนักวิทยาคม พวกผิดประเวณี ผู้ที่สบถเท็จ ผู้ที่บีบบังคับลูกจ้างในเรื่องค่าจ้าง และแม่ม่ายและลูกกำพร้าพ่อ ผู้ที่ผลักไสคนต่างด้าวให้ไปเสีย และผู้ที่ไม่ยำเกรงเรา


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2554 ความเชื่อของคนเรามีหลายแบบ บางคนเชื่อเรื่องของการทำนาย การรู้ในเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึง หลายคนเชื่อถึงขั้นที่ไม่กล้าที่จะตัดสินใจอะไรถ้าไม่ได้ฟังผู้ทำนาย หรือมีคำทักจากผู้ทำนาย แต่พระเจ้าทรงตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ที่ทำให้คำทำนายนั้นไม่ถูกต้อง ผู้ทำนายเหล่านั้นเป็นพวกที่โกหกหลอกลวง และเขาเหล่านั้นไม่สามารถรู้ความจริงของอนาคตได้ครับ
   ส่วนคนที่ฉลาดก็มักจะไม่เชื่ออะไรนอกจากความรู้ของเขา รวมทั้งอาจจะไม่เชื่อเรื่องของพระเจ้าครับ เพราะเรื่องของพระเจ้านั้นเกินความเข้าใจ เกินความรู้ที่เขาได้เรียนและสามารถที่จะนึกได้ แต่ถ้าใครก็ตามที่ยอมรับว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าจริงๆ พระองค์ทรงเป็นอยู่จริง ผมว่าเราก็สามารถที่จะเข้าใจและเชื่อในเรื่องของพระองค์ได้ครับ    ถ้าถามว่าผู้ใดที่เราจะสามารถเชื่อได้ พระเจ้าทรงตรัสไว้ว่าพระองค์ทรงรับรองถ้อยคำของผู้รับใช้ของพระองค์ครับ ผู้ที่ได้กล่าวถ้อยคำของพระเจ้า ที่ไม่ได้บิดเบือน แต่กล่าวในพระคำของพระเจ้าจริงๆ สิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นและเป็นไปตามนั้นอย่างแน่นอน และเราก็สามารถที่จะวางใจได้ครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 44 ข้อ 25 - 26
ผู้กระทำให้ลางของคนมุสาไม่ขลัง และกระทำคนทำนายให้บ้าๆบอๆ ผู้หันคนฉลาดให้กลับหลัง และกระทำให้ความรู้ของเขาเขลาไป
ผู้รับรองถ้อยคำของผู้รับใช้ของพระองค์ และให้สัมฤทธิ์ผลตามแผนงานแห่งทูตของพระองค์ ผู้กล่าวถึงเยรูซาเล็มว่า 'จะมีคนอาศัยอยู่' และถึงหัวเมืองยูดาห์ว่า 'จะมีคนมาสร้างขึ้น และเราจะยกสิ่งสลักหักพังของมันขึ้น'


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2554 พระเยซูคริสต์ได้ทรงเล่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับพระองค์ให้สาวกได้เข้าใจ แต่ในตอนนั้นพวกเขายังไม่เข้าใจสิ่งที่พระองค์พูดอย่างแท้จริง แต่เมื่อเขาได้เห็นและได้อยู่กับพระองค์ตลอดเหตุการณ์ทั้งสิ้นนั้น จนพระเยซูทรงฟื้นคืนพระชนม์ในวันที่สาม และทรงยืนยันและอยู่กับเขาในเวลาต่อมา เหล่าสาวกจึงได้เข้าใจอย่างแท้จริง ว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์จริงครับ ขอบคุณพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ยังทรงพระชนม์และสถิตอยู่กับพวกเราในเวลานี้ สุขสันต์วันอีสเตอร์ครับ :)

พระธรรมมาระโก บทที่ 8 ข้อ 31
ตั้งแต่เวลานั้นมา พระองค์กล่าวสอนสาวกว่า บุตรมนุษย์จะต้องทนทุกข์ทรมานหลายประการ พวกผู้ใหญ่ พวกมหาปุโรหิต และพวกธรรมาจารย์ จะไม่ยอมรับพระองค์ ในที่สุดพระองค์จะต้องถูกประหารชีวิต แต่ในวันที่สามพระองค์จะทรงเป็นขึ้นมาใหม่


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2554 พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงชำระความบาปของมนุษย์โดยทรงแลกด้วยชีวิตของพระองค์ เพื่อให้เราได้รับชีวิตใหม่ เป็นชีวิตนิรันดร์ พระเจ้าทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์แด่ผู้ที่ได้รับการชำระและบังเกิดใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นพยานหลักฐานที่พระเจ้าทรงหมายถึงพระบุตรของพระองค์
   สำหรับคนที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ก็เชื่อพระเจ้า ว่าพระองค์ทรงตรัสความจริง สิ่งที่เป็นหลักฐานยืนยันสำหรับคนที่เชื่อคือชีวิตนิรันดร์ที่เขาจะได้รับจากพระบุตรของพระเจ้าครับ ในทางกลับกันผู้ที่ไม่ยอมรับก็แสดงว่าเราเชื่อว่าพระเจ้าทรงพูดเท็จ เขาก็ไม่ได้รับชีวิตนิรันดร์ครับ
   สิ่งที่ผมพูดมาจากพระธรรมข้างล่างนี้ครับ ขอพระเจ้าทรงเมตตาเปิดตาใจของอีกหลายคนที่ไม่ยอมรับและเชื่อในพระองค์ ขอให้เขาได้เห็นความจริงในพยานหลักฐานของพระเจ้าในพระบุตรของพระองค์ เพื่อเขาจะได้อยู่ในความจริงและมีชีวิตใหม่ที่พระองค์ทรงไถ่เขาจากความตาย อาเมน

พระธรรม 1 ยอห์น บทที่ 5 ข้อ 6 - 12
นี่แหละคือผู้ที่ได้มาโดยน้ำและพระโลหิต คือพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่ด้วยน้ำสิ่งเดียว แต่ด้วยน้ำและพระโลหิต
และพระวิญญาณทรงเป็นพยาน เพราะพระวิญญาณทรงเป็นความจริง
มีพยานอยู่สามประการด้วยกัน คือ พระวิญญาณ น้ำ และพระโลหิต และพยานทั้งสามนี้สอดคล้องกัน
ถ้าิเรายังรับพยานหลักฐานของมนุษย์ พยานหลักฐานของพระเจ้าก็ยิ่งใหญ่กว่าเพราะว่าหลักฐานของพระเจ้านั้น คือ พระองค์ได้ทรงเป็นพยานอ้างถึงพระบุตรของพระองค์
ผู้ที่เชื่อในพระบุตรของพระเจ้าก็มีพยานอยู่ในตัว ผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้าก็ได้กระทำให้พระองค์เป็นผู้ตรัสมุสา เพราะเขามิได้เชื่อคำพยานที่พระเจ้าได้ทรงเป็นพยานอ้างถึงพระบุตรของพระองค์
และพยานหลักฐานนั้นก็คือว่า พระเจ้าได้ทรงโปรดประทานชีวิตนิรันดร์ให้เราทั้งหลาย และชีวิตนี้มีอยู่ในพระบุตรของพระองค์
ผู้ที่มีพระบุตรก็มีชีวิต ผู้ที่ไม่มีพระบุตร ก็ไม่มีชีวิต


   สวัสดีครับ วันพุธที่ 13 เมษายน 2554 ในพิธีมหาสนิทเราจะได้ยินข้อพระคัมภีร์ตอนนี้เสมอ

พระธรรม 1 โครินธ์ บทที่ 11 ข้อ 23 - 26
เพราะว่าเรื่องซึ่งข้าพเจ้าได้มอบไว้กับท่านแล้วนั้น คือในคืนที่เขาอายัดพระเยซูเจ้านั้น พระองค์ทรงหยิบขนมปัง
ครั้นขอบพระคุณแล้วจึงทรงหักแล้วตรัสว่า "นี่เป็นกายของเรา ซึ่งให้แก่ท่านทั้งหลาย จงกระทำอย่างนี้ให้เป็นที่ระลึกถึงเรา
เมื่อรับประทานแล้ว พระองค์จึงทรงหยิบถ้วยด้วยอาการอย่างเดียวกัน ตรัสว่า "ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่ โดยโลหิตของเรา เมื่อท่านดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด จงดื่มเป็นที่ระลึกถึงเรา"
เพราะว่าเมื่อท่านทั้งหลายกินขนมปังนี้และดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด ท่านก็ประกาศการวายพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า จนกว่าพระองค์จะเสด็จมา


   นอกจากที่เรารู้ว่าขนมปังนั้น แสดงถึงร่างกายของพระเยซูที่แตกหักฟกช้ำจากการถูกทรมาน และน้ำองุ่นก็แสดงถึงพระโลหิต การสละชีวิตของพระเยซูเพื่อไถ่เราจากความบาป ในเวลาอาหารเย็นวันนั้นพระเยซูทรงรู้ว่าในคืนนั้นพระองค์จะถูกจับกุม และจะต้องถูกต้องโทษถึงกับประหารชีวิต โดยการตรึงบนไม้กางเขน ถ้าเป็นคนอื่นๆ เวลาแบบนี้เราคงไม่มีจิตใจที่จะมานึกถึงใครนอกจากตัวเอง แต่พระเยซูทรงรักเรา ทรงนึกถึงเรา พระองค์ทรงให้คำสัญญาของพระองค์ และพระองค์จะทรงจะกลับมาช่วยผู้ที่รักษาพันธสัญญาของพระองค์ และจากพระวจนะของพระองค์เราก็อยู่อีกว่า พระเจ้าทรงอยากให้เราระลึกถึงพระองค์ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าเราจะอยู่ในเวลาที่ยากลำบากกับหลายๆเรื่องหรือมีความสุข ขอให้เราไม่ลืมที่จะระลึกพระเจ้าเช่นกันนะครับ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 4 เมษายน 2554 ในบางครั้งสิ่งที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้เราทำนั้นอาจจะดูยากเกินกำลังของเรา แต่ถ้าเราเชื่อฟังพระองค์อย่างเคร่งครัด พระเจ้าจะทรงเมตตามอบหนทางมอบความช่วยเหลือให้กับงานนั้นๆครับ :)

พระธรรมเศคาริยาห์ บทที่ 6 ข้อ 15
"บรรดาผู้ที่อยู่ห่างไกลจะมาช่วยสร้างพระวิหารของพระเจ้า และท่านทั้งหลายจะทราบว่า พระเจ้าจอมโยธาทรงใช้ข้าพเจ้ามายังท่าน ถ้าท่านทั้งหลายเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านอย่างเคร่งครัด สิ่งนี้จะเป็นไปดังกล่าวนั้น"


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2554 เมื่อสองอาทิตย์ก่อนผมได้เดินทางไปเชียงใหม่ และพบเพื่อนๆหลายคนครับ วันที่สองได้ไปเที่ยวกับเพื่อนที่บริษัทเก่า เพื่อนที่พาเที่ยวเค้าบอกว่าตอนแรกกะจะพาพวกเราอีกสามคนที่มาจากกรุงเทพไปไหว้พระที่วัด แต่เห็นว่าผมเป็นคริสเตียนเลยไม่อยากพาไป ผมก็ไม่ได้ออกความเห็นอะไร แต่ดูเหมือนเพื่อนคนนี้คงตั้งใจจะพาไปที่วัดจริงๆ เลยบอกว่าจริงๆที่คริสเตียนไม่ให้ไหว้รูปเคารพก็ยังไหว้ไม้กางเขน ผมก็เลยต้องอธิบายว่าจริงๆแล้วคริสเตียนไม่ได้ไหว้ไม้กางเขน กางเขนเป็นสัญลักษณ์ให้เราระลึกถึงพระเยซู ที่พระองค์ทรงสละชีวิตบนกางเขนเพื่อไถ่ชีวิตของเราจากความบาปครับ และผมก็ยังได้รับฟังเพื่อนบอกว่าเค้าเป็นคนชอบอ่านหนังสือได้อ่านเรื่องสงครามครูเสต (สงครามศาสนา) ที่สมัยก่อนผู้นำทางศาสนาคริสต์ในสมัยนั้นได้สั่งให้ทำสงครามเพื่อฆ่าคนต่างศาสนา ผมก็บอกเพื่อนว่าที่จริงคริสเตียนเชื่อในพระเจ้าเท่านั้น เชื่อตามพระวจนะในพระคัมภีร์ ไม่ได้เชื่อในมนุษย์เพราะว่าความคิดของมนุษย์อาจจะมีสิ่งที่ไม่ถูกต้องไม่ชอบธรรม และพระคัมภีร์ก็ไม่ได้สอนให้เราฆ่าคน แต่สอนให้รักคนอื่นๆครับ และก็มีข้อสงสัยจากเพื่อนว่าคริสเตียนมีหลายนิกาย บางนิกายที่เค้าอ่านเจอก็ดูเหมือนจะแยกออกมาเพราะมีจุดประสงค์เพื่อคนที่ก่อตั้งนิกายนั้น เรื่องนี้มีความจริงอยู่ตามที่เพื่อนผมบอกมาบางนิกายก็มาจากการผสมผสานวัฒนธรรมของชาตินั้นๆ บางนิกายก็เป็นลัทธิเทียมเท็จสอนให้เราทำเพื่อบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้มาจากพระเจ้า ผมคิดว่าคริสเตียนก็คนผู้ที่เชื่อในพระเจ้า ถ้าเราทำตามพระวจนะของพระเจ้าเราจะไม่หลงไปจากสิ่งที่หลอกลวงต่างๆครับ ก่อนที่เราจะเชื่ออะไรก็ขอให้เราได้ศึกษาจากพระคัมภีร์และก็อธิษฐานให้พระเจ้านำทางครับ เพราะในยุคสุดท้ายจะมีผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จมากมายครับ
   ที่ผมเล่าเรื่องนี้ไม่ได้จะว่าเพื่อนคนนี้ครับ แต่คิดว่าน่าจะมีหลายคนมีความสงสัยแบบนี้ เลยอยากจะนำมาชี้แจงให้กับเพื่อนๆคนอื่นได้เข้าใจครับ พูดถึงเรื่องสงครามผมยังจำได้ว่าวันนึงเมื่อไม่นานนี้ในวงสนทนาขณะรับประทานอาหารกลางวันครับ เราก็คุยกันเรื่องสงคราม มีตอนนึงที่เราคุยกันเรื่องทหารรับจ้างตามที่ได้อ่านข่าว มีน้องคนนึงบอกว่าบางคนที่เป็นทหารไปทำสงครามก็เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ยากจน จริงๆเค้าอาจจะไม่อยากไป ผมบอกว่าการช่วยเหลือครอบครัวโดยการไปฆ่าคนของครอบครัวอื่นเป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้วเหรอ ครอบครัวอื่นก็มีชีวิตมีความรักในครอบครัวเหมือนกัน จากคำตอบนี้ทำให้ทุกคนตอบไม่ถูกครับ แต่คิดว่าน่าเห็นด้วยครับ :) เพราะจริงๆแล้วในพระคัมภีร์ไม่ได้สอนแต่ให้เรารักคนอื่น แต่ถึงแม้ที่เขาคนนั้นจะเป็นศัตรูครับ ตัวผมเองก็ต้องพยายามไม่ให้ลืมในเวลาที่เราจะโกรธคนอื่นเหมือนกันครับ :)

พระธรรมสดุดี บทที่ 57 ข้อ 1
ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพระกรุณาต่อข้าพระองค์ ขอทรงพระกรุณาต่อข้าพระองค์ เพราะจิตวิญญาณของข้าพระองค์ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ ข้าพระองค์ลี้ภัยอยู่ใต้ร่มปีกของพระองค์ จนกว่าภัยอันตรายจะผ่านพ้นไป


   สวัสดีครับ วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม 2554 เหตุการณ์ภัยจากแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ รวมทั่งภัยจากสารกัมตภาพรังสีในประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นหัวข้อในการสนทนากันในทุกวงสนทนา คนที่ได้ฟังข่าวนี้ก็ต่างมีความสงสารผู้ประสบภัย และอยากจะช่วยเหลือผู้ที่ลำบาก อีกด้านหนึ่งก็เกิดมีความวิตกกลัวว่าจะมีผลกระทบอะไรตามมาอีกบ้าง สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นไม่เป็นที่คาดคิดว่าจะร้ายแรงและน่ากลัวในระดับนี้ นี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคสุดท้ายตามที่ได้มีคำพยากรณ์ไว้ในพระคัมภีร์ เราไม่สามารถที่จะทราบได้ว่าเราจะเผชิญกับเหตุการณ์อะไรบ้างในอนาคต แต่เราทุกคนสามารถกำหนดปลายทางของตัวเองได้ดังในข้อพระคัมภีร์นี้ครับ

พระธรรมโรม บทที่ 6 ข้อ 20 - 23
เมื่อท่านทั้งหลายเป็นทาสของบาป ความชอบธรรมก็ไม่ได้ครอบครองท่าน ชณะนั้นท่านได้ประโยชน์อะไรในการเหล่านั้น ซึ่งบัดนี้ท่านทั้งหลายก็ละอาย ด้วยว่าผลสุดท้ายของการเหล่านั้น ก็คือความตาย
แต่เดี๋ยวนี้ท่านทั้งหลายพ้นจากการเป็นทาสของบาป และกลับมาเป็นทาสของพระเจ้าแล้ว ผลสนองที่ท่านได้รับก็คือการชำระให้บริสุทธิ์ และผลสุดท้ายคือชีวิตนิรันดร์
เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา


   ถ้าเราตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตในโลกนี้อยู่กับความบาปเป็นทาสของบาป ปลายทางนั้นจะสิ้นสุดที่ความตายครับ แต่ถ้าเราตัดสินใจกลับมาหาพระเจ้าเป็นทาสของพระองค์ ปลายทางของเราก็คือความรอดและมีชีวิตนิรันดร์ครับ ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองทุกๆคน และนำพาชีวิตของเราให้เดินในทางที่ถูกต้องครับ

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2554 เมื่อวันก่อนผมได้คุยกับน้องที่บริษัท และก็รู้ว่าน้องที่รู้จักกันที่อยู่อีกแผนกเค้าเลิกกับภรรยาแล้ว ผมรู้สึกงงมากกับข่าวนี้ เพราะว่าน้องคนที่ว่าเค้าดูเป็นคนที่รักภรรยาและลูกมาก เค้าเคยถ่ายวีดีโอและรูปตอนลูกเค้ายังตัวเล็กอยู่มาให้ดูครับ ครอบครัวเค้าก็ดูมีความสุขไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ผมก็ไม่รู้สาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ส่วนตัวก็ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆอีกครับ

พระธรรม 1 โครินธ์ บทที่ 7 ข้อ 10 - 11
ส่วนคนที่แต่งงานแล้ว ข้าพเจ้าขอสั่ง มิใช่ข้าพเจ้าสั่งเอง แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาว่า อย่าให้ภรรยาทิ้งสามี
แต่ถ้านางทิ้งสามีไป อย่าให้นางไปมีสามีใหม่ หรือไม่ก็ให้นางกลับมาคืนดีกับสามีเก่า และขออย่าให้สามีหย่าร้างภรรยาเลย


   พออ่านข้อพระคัมภีร์ตอนนี้สำหรับคนที่แต่งงานแล้วก็ต้องระมัดระวังชีวิตครอบครัวของตนให้ดีครับ พระเจ้าทรงบัญชาไว้ให้ภรรยาไม่ทิ้งสามี ถ้าทิ้งสามีก็อย่าให้มีสามีใหม่ หรือไม่ก็กลับมาคืนดีกับสามี ส่วนฝ่ายชายทรงห้ามไม่ให้หย่าร้างภรรยาเลยครับ อ่านแล้วก็เข้าใจว่าพระเจ้าทรงไม่อยากให้เกิดการแตกแยกการหย่าร้างของสามีภรรยาครับ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม 2554 ให้เราลองทบทวนพระคัมภีร์ข้อนี้กันครับ :)

พระธรรม 1 โครินธ์ บทที่ 1 ข้อ 17
เพราะว่าพระคริสต์มิได้ทรงใช้ข้าพเจ้าไปเพื่อให้เขารับบัพติศมา แต่เพื่อให้ประกาศข่าวประเสริฐ และมิใช่ด้วยชั้นเชิงอันฉลาดในการพูด เกรงว่าเรื่องกางเขนของพระคริสต์จะหมดฤทธิ์เดช


   ในพระธรรมตอนนี้เป็นตอนที่อาจารย์เปาโลได้กล่าวแก่พี่น้องในคริสตจักรเมืองโครินธ์ เพื่อให้คริสตจักรที่นั่นมีสามัคคี ไม่ให้เขาแบ่งแยกกันว่าใครเป็นศิษย์ของใคร ใครเป็นผู้ให้บัพติศมาใคร
อาจารย์เปาโลได้บอกว่าพระเยซูทรงไม่ได้ใช้ท่านเพื่อมาให้บัพติศมา แต่เพื่อประกาศข่าวประเสริฐของพระองค์ และการประกาศนั้นไม่ได้อาศัยวิธีการพูดที่ดี ไม่ได้อาศัยเทคนิคในการที่จะพูดให้คนเชื่อ หรือหลักจิตวิทยาเพื่อให้คนและกลับใจ
แต่แท้จริงแล้วผลข่าวประเสริฐที่ท่านได้ประกาศนั้นจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนกลับใจครับ พอฟังแบบนี้แล้วเวลาที่เราจะพูดเรื่องของพระเจ้าก็ไม่ต้องกังวลว่าเราจะพูดไม่ดีไม่ถูกใจคนที่ฟังเรา เพียงเราพูดด้วยความเชื่อและจริงใจก็น่าจะเพียงพอแล้วครับ :)

   สวัสดีครับ วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 เมื่อวานผมได้ลองติดตั้งโทรทัศน์เครื่องใหม่ที่บ้าน โดยลองติดกับเสาอากาศที่ใช้อยู่แต่ทำยังงัยก็ทำไม่ได้ หลังจากที่ใช้ความพยายามอยู่นานจึงลองตัดสินใจต่อโทรทัศน์กับเครื่องเล่นดีวีดี ผมตั้งใจว่าแผ่นดีวีดีเรื่องแรกอยากจะเปิดเรื่องของพระเจ้า ผมก็เลยลองเอาแผ่นดีวีดีสารคดียุคสุดท้าย ซึ่งผมเคยได้ดูมาแล้วมาลองทดสอบ การเปิดแผ่นครั้งนี้เครื่องสามารถทำงานได้ ขณะนั้นแม่และน้องสาวผมก็อยู่ด้วย และเราก็ได้นั่งดูเรื่องราวของคำพยากรณ์ในยุคสุดท้ายด้วยกัน ขอบคุณพระเจ้าซึ่งพระองค์ได้มอบเวลานี้ที่เราได้นั่งดูเรื่องราวจากพระวจนะพระเจ้าด้วยกัน ได้สนทนากันเกี่ยวกับเรื่องของพระองค์ครับ แม่ผมบอกว่าถ้าเกิดญาติของเราหรือเพื่อนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้าได้ดูเรื่องนี้ คงทำให้เค้าได้รู้ว่าสิ่งที่พระเจ้าทรงตรัสไว้ในพระคัมภีร์เป็นจริง และเขาคงอยากรู้จักพระเจ้ามากขึ้นครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 เมื่อวานมีญาติมาเยี่ยมที่บ้านผมครับ ระหว่างที่อาอี๊กำลังคุยกับแม่ผม และก็ลูกพี่ลูกน้องอีกคนก็มาคุยกับผม ครอบครัวนี้ไม่ได้เป็นคริสเตียน เค้าเคร่งครัดกับศาสนาของเค้าและประเพณีจีนมาก ระหว่างที่ยืนคุยกัน ลูกพี่ลูกน้องผมคนนี้เค้าก็เห็นหนังสือเล่มเล็กที่ชื่อว่าพ้นเงามัจจุราชวางอยู่บนตู้กระจกที่เรายืนอยู่ตรงนั้น เค้าก็เปิดหนังสือดูและก็รู้ว่าเป็นหนังสือของคริสเตียน ปกติเราไม่เคยคุยกันเรื่องศาสนาเลย แต่หลังจากที่เปิดอ่านเค้าก็พูดขึ้นว่า สมัยเรียนมีเพื่อนคนนึงเคร่งครัดศาสนามาก แต่พออยู่มหาลัยเพื่อนคนนี้ได้ไปคุยกับคริสเตียนแล้วก็เปลี่ยนเป็นคริสเตียนแบบจริงจังเลย เห็นแล้วก็แปลกใจจัง แล้วนี่ก็เป็นการเริ่มต้นคุยกันเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ครั้งแรกครับ คำถามแรกคือศาสนาคริสต์เชื่อเรื่องวิญญาณมั๊ย ผมก็บอกว่าวิญญาณมีจริง มนุษย์ประกอบด้วยร่างกายและวิญญาณ เมื่อเราจากโลกนี้ไปร่างกายก็จะกลายเป็นดิน ส่วนวิญญาณจะรออยู่ที่แดนคนตาย เพื่อวันหนึ่งเมื่อพระเจ้าเสด็จมาทุกคนไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือตายไปจะอยู่ต่อหน้าพระองค์เพื่อฟังการพิพากษา แล้วก็จะรู้ว่าเราจะไปสวรรค์หรือนรก คริสเตียนไม่ได้เชื่อเกี่ยวกับการเวีบนว่ายตายเกิด แต่เชื่อเรื่องชีวิตนิรัดร์ ญาติผมก็ถามเรื่องไปโบสถ์ไปทำอะไรบ้าง ผมก็บอกว่าไปโบสถ์ก็ไปร้องเพลงนมัสการพระเจ้า และก็ฟังเทศก์ คำถามต่อมาก็คือเทศก์เกี่ยวกับอะไรเหรอ ผมก็ตอบว่าอาจารย์ที่เทศนาก็จะนำเรื่องจากพระคัมภีร์มาอธิบาย คริสเตียนสามารถอ่านพระคัมภีร์เองได้ทุกคน เพราะว่าพระคัมภีร์ได้ถูกแปลออกเป็นภาษาต่างๆทั่วโลกรวมทั้งภาษาไทยด้วย เค้าก็เริ่มคุยด้วยความสนใจมากขึ้น เอาเก้าอี้มานั่งคุยกัน ผมก็เล่าต่อว่านอกจากนี้ที่โบสถ์ยังมีการอธิษฐาน ญาติผมก็ทำหน้างง ผมก็อธิบายเพิ่มเติมว่าการอธิษฐานก็คล้ายๆกับการสวดในศาสนาอื่น แต่ใช้คำพูดของเราที่จะพูดกับพระเจ้า ไม่ต้องมีท่องบทสวดอะไร คำถามต่อมาคือแล้วคริสเตียนไม่ไหว้อะไรเลยเหรอ ผมก็เล่าให้เค้าฟังว่าคริสเตียนนับถือพระเจ้าองค์เดียว ไม่ได้ไหว้พระอื่น พระเยซูเป็นพระเจ้าที่ลงมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อไถ่บาปมนุษย์ ญาติผมถามต่อว่า แล้วเวลาขออะไรกับพระเจ้าแล้วได้ตามนั้นเลยเหรอ ผมก็บอกว่าใช่ มีข้อยกเว้นบ้างเช่น การขออะไรที่ผิดศีลธรรม ไม่ตามน้ำพระทัยพระเจ้า ญาติผมก็พูดต่อว่าแล้วแบบนี้ต้องมีการบนเหมือนกับที่เค้าทำหรือเปล่า ผมก็บอกว่าไม่มี พระเจ้าไม่ต้องการอะไร เค้าก็ทำหน้าแปลกใจ การทำหน้าแปลกใจก็ทำให้ผมนึกถึงหนังสือที่ผมได้เคยอ่านคำพยานของโยคีที่กลับใจ เค้าก็เคยพูดว่าพระเจ้าของคริสเตียนไม่เหมือนกับพระเจ้าอื่นที่ต้องการสิ่งของแลกเปลี่ยนจากคำขอของมนุษย์ เราก็ใช้เวลาคุยกันพอสมควร ก่อนที่จะออกไปข้างนอก ผมดีใจและก็แปลกใจที่วันนี้มีโอกาสได้พูดเรื่องพระเจ้าให้ญาติฟัง แต่เสียดายที่วันนั้นผมลืมที่จะนำหนังสือพ้นเงามัจจุราชให้เค้ากลับไปอ่านครับ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับโอกาสในการเป็นพยานถึงพระองค์ ขอให้พระเจ้าช่วยให้ญาติผมได้รู้จักพระองค์มากขึ้นครับ :)

พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 43 ข้อ 10 - 12
พระเจ้าตรัสว่า "เจ้าทั้งหลายเป็นพยานของเรา และเป็นผู้รับใช้ของเราซึ่งเราได้เลือกไว้แล้ว เพื่อเจ้าจะรู้จักและเชื่อถือเรา และเข้าใจว่าเราเป็นผู้นั้นแหละ ก่อนหน้าเรา ไม่มีพระใดถูกปั้นขึ้น และภายหลังเราก็จะไม่มี
เรา เราคือพระเจ้า และนอกจากเราไม่มีพระเจ้าผู้ช่วยให้รอด
เราแจ้งให้ทราบและช่วยให้รอด และเล่าให้ฟัง และก็ไม่มีพระเจ้าอื่นในหมู่พวกเจ้า และเจ้าทั้งหลายเป็นพยานของเรา" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ


   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554 ปัจจุบันนี้ถ้าเราลองสังเกตุในสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ จะมีโฆษณาเกี่ยวกับรูปเคารพมากมาย
ผมลองสังเกตุดูเห็นว่าเดินออกจากซอยแถวบ้าน หรือขับรถไปไหนก็เห็นรูปเคารพตั้งอยู่ ทำให้เห็นว่ารอบๆตัวเรากำลังเต็มไปด้วยรูปเคารพ คนที่ไม่รู้จักพระเจ้าก็ต้องการหาที่พึ่ง ก็เลยทำหรือจัดหารูปเคารพมากราบไหว้
และเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมามีน้องที่บริษัทเอากล้วยหอมมาฝาก เป็นของเซ่นไหว้ ผมก็ขอบใจเค้าแลัวก็บอกว่า พี่คงจะกินไม่ได้เพราะเป็นของไหว้ คริสเตียนไม่รับประทานของที่ไหว้รูปเคารพ
น้องก็บอกว่าทำไมล่ะ พี่ไม่ได้ไหว้เองนี่ไม่เป็นเป็นไรเลย ผมก็เลยตอบว่า ที่ไม่ได้เพราะว่าผมเชื่อในพระเจ้าองค์เดียว สิ่งที่เอาไปถวายให้กับรูปเคารพซึ่งไม่ใช่พระเจ้าจึงไม่สมควรรับประทานครับ
   ผมคิดว่าคนในสมัยนี้น่าเป็นห่วง เค้าไม่รู้จักพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว แต่แสวงหาพระมากมายซึ่งไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย
และในบางครั้งเราจะเห็นว่ารูปเคารพ สถานที่นมัสการรูปเคารพยังเป็นเหตุให้คนแย่งชิงกัน ทำร้ายกัน ฆ่ากันเพื่อให้ได้มา ถึงกับจะเป็นสงครามระหว่างประเทศที่เคยเป็นเพื่อนบ้านกัน ค้าขายด้วยกัน ประชาชนเป็นมิตรกัน
เราคงต้องอธิษฐานเผื่อประเทศของเรา ขอให้พระเจ้าทรงอภัยในความบาปต่างๆ ให้หลายๆคนได้มีโอกาสที่จะรู้จักพระองค์ และให้พระองค์เป็นพระผู้ช่วยของเขาครับ :)

พระธรรมวิวรณ์ บทที่ 1 ข้อ 8
พระเจ้าผู้ทรงอยู่เดี๋ยวนี้ ผู้ได้ทรงเป็นอยู่ในกาลก่อน ผู้จะเสด็จมานั้น และผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ได้ตรัสว่า "เราเป็นอัลฟา และโอเมกา"


   อัลฟา เป็นตัวอักษรตัวแรกในภาษากรีก ส่วนโอเมกาเป็นตัวอักษรตัวสุดท้ายในภาษากรีก สิ่งที่พระเจ้าได้ตรัสนั้นกำลังบอกว่าพระองค์ทรงเป็นเริ่มต้นและที่สุดของทุกสิ่งครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาผมพบกับปัญหาในการทำงาน เนื่องจากผมทำงานผิดพลาดและส่งผลกระทบกับบริษัทอย่างมาก ก็เลยต้องใช้เวลาอย่างมากในการแก้ไขปัญหาให้เสร็จโดยด่วน และก็ยังโดนกดดันจากหน่วยงานอื่นอีก
ยิ่งเราทำอะไรรีบๆก็มักจะผิดพลาด และนั่นก็เกิดขึ้นกับผมอีก ยิ่งรีบแก้ไขก็ยิ่งเพิ่มที่ผิดอีก ผมท้อใจมากเลย แต่ก็ยังพึ่งในพระเจ้า คิดว่าเรามีความหวัง
ช่วงพักคลายเครียดก็เขียนใน facebook ว่า "ต้องการกำลังใจจัง :)" พอเขียนเสร็จน้องที่เคยตีปิงปองด้วยกันเค้าเป็นคริสเตียนก็ตอบมาว่า "May God touch u" "Problem make u strength by God"
เป็นคำพูดที่ทำให้รู้สึกว่าพระเจ้าทรงรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม และให้คนของพระองค์ส่งกำลังใจมาให้แบบทันทีเลย หลังจากนั้นก็มีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ อีกหลายคนส่งข้อความมาเป็นกำลังใจให้ครับ
ผมรู้สึกพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหานั้นและก็จะทำให้สำเร็จครับ :)
   มีอีกเรื่องนึงที่อยากจะเล่าให้ฟังครับ เมื่อวานนี้ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนพี่น้องคริสเตียนที่เพิ่งกลับใจครับ ไปกับครอบครัวกับอาจารย์วินัย ซึ่งเป็นศิษยาภิบาลที่โบสถ์กับครอบครัวของอาจารย์ครับ
รวมกันทั้งหมดก็ 14 คนเลยครับ ไปถึงบ้านพี่น้องคนนี้เป็นห้องเช่าเล็กๆ 1 ห้องอยู่กัน พ่อ แม่ ลูก น้องสาวครับ ทั้งหมดเข้าไปในห้องแทบจะไม่มีที่ว่างครับ
แต่ก็รู้สึกว่าทุกคนในห้องนั้นกลับมีสันติสุขในพระเจ้าครับ และยินดีที่ครอบครัวนี้ตัดสินใจที่จะต้องรับพระเจ้าครับ :)
และก็ได้ทราบว่าพี่น้องท่านนี้เค้ามีอาชีพหัวหน้าวินมอเตอร์ไซด์ แต่ก่อนไว้ผมยาวเป็นคนที่ติดเหล้า เดินโพยหวย ทำอะไรหลายอย่างที่ไม่ค่อยถูกต้อง
วันนึงเค้าได้มีโอกาสได้มาในงานประกาศ (ข่าวประเสริฐของคริสเตียน) ที่บ้านพี่สาวผมจัดขึ้น สิ่งที่เค้าได้จากงานนั้น คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตครับ
พี่น้องท่านนี้กลับไปด้วยความชื่นชมยินดี กลับไปด้วยความตั้งใจว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่ไม่ดีในอดีต เขาบอกว่าเขาตั้งใจจะเลิกเหล้าให้ได้
หลังจากนั้นเวลาพบเขาพอเพื่อนที่มักจะชวนกินเหล้า เขาก็พยายามขับรถหนีตลอด ตอนนี้เขาได้เปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่ ตัดผมสั้น (จนเราจำแทบไม่ได้)
ไม่ดื่มเหล้า ไม่ทำงานที่ไม่เหมาะสม ตอนนี้มีเวลาให้ครอบครัว ไม่ต้องทุกข์ใจ ภรรยาประหลาดใจที่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เขาคิดไม่ถึงนี้
เขาได้เล่าให้ภรรยาฟังสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา และพาภรรยาไปโบสถ์ จนในวันนี้ได้ตัดสินใจที่จะละทิ้งรูปเคารพที่เขาเคยกราบไหว้ และหันมาหาพระเจ้าครับ
เรื่องนี้เป็นประสบการณที่ดีที่ผมได้พบ เราได้เห็นว่าพระเจ้าทรงตามหาคนบาปเพื่อให้เขากลับใจ และเมื่อเขาแสวงหาพระเจ้า พระองค์ก็ทรงให้เขาบังเกิดใหม่มีชีวิตใหม่กับพระองค์ครับ :)

พระธรรมกิจการ บทที่ 3 ข้อ 1 - 10
ฝ่ายเปโตรกับยอห์นกำลังขึ้นไปจะเข้าบริเวณพระวิหารในเวลาอธิษฐานเป็นเวลาบ่ายสามโมง
มีคนหนึ่งเป็นง่อยตั้งแต่คลอดออกมา ทุกวันคนเคยหามเขามาวางไว้ริมประตูพระวิหารซึ่งมีชื่อว่าประตูงาม เพื่อให้ขอทานจากคนที่จะเข้าไปในพระวิหาร
คนนั้นพอเห็นเปโตรกับยอห์นจะเข้าไปในพระวิหารก็ขอทาน
ฝ่ายเปโตรกับยอห์นเพ่งดูเขาบอกว่า "จงดูเราเถิด"
คนขอทานนั้นได้เขม้นดู คิดว่าจะได้อะไรจากท่าน
เปโตรกล่าวว่า "เงินและทองเราไม่มี แต่ที่เรามีอยู่เราจะให้ท่าน คือในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์ชาวนาซาเร็ธ จงเดินเถิด"
แล้วเปโตรจับมือขวาของเขาพยุงขึ้น และในทันใดนั้นเท้าและข้อเท้าของเขาก็มีกำลัง
เขาจึงกระโดดขึ้นยืนและเดินเข้าไปในพระวิหาร ดัวยกันกับเปโตรและยอห์น เดินเต้นโลดสรรเสริญพระเจ้าไป
คนทั้งปวงเห็นเขาเดินและสรรเสริญพระเจ้า
จึงรู้ว่าเป็นคนนั้นซึ่งนั่งขอทานอยู่ที่ประตูงามแห่งพระวิหาร เขาจึงพากันมีความประหลาดและอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแก่คนนั้น


   จากข้อพระคัมภีร์นี้เราจะเห็นความรักของพระเจ้าที่มีแต่คนขอทานผู้พิการคนนี้ เขาไม่มีอะไรเลยไม่มีเงินทองไม่มีชีวิตที่สุขสบาย แล้วก็มีคนหามเขามานั่งขอทานทุกวันหน้าพระวิหาร
แต่พระเจ้าทรงให้อาจารย์เปโตรและยอห์นมาพบเขา พระเจ้าไม่ได้ทรงมอบเงินทองให้กับอาจารย์เปโตรและยอห์นเพื่อมาให้คนขอทาน แต่สิ่งที่พระเจ้าทรงมอบผ่านผู้รับใช้ คือ การรักษาจากพระองค์และให้อิสระภาพแก่คนขอทานนี้ ให้เขาได้พ้นจากความพิการ ให้เขาได้มีโอกาสเดินเข้าไปในพระวิหารเพื่อแสวงหาพระเจ้า
และชีวิตของเขาก็ได้เป็นพยานสำหรับคนมากมายที่รู้จักเขา :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2554

พระธรรมดาเนียล บทที่ 6 ข้อ 10 - 13
เมื่อดาเนียลทราบว่าลงพระนามในหนังสือสำคัญนั้นแล้ว ท่านก็ไปยังเรือนของท่าน ที่มีหน้าต่างห้องชั้นบนของท่านเปิดตรงไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และท่านก็คุกเข่าลงวันละสามครั้งอธิษฐานและโมทนาพระคุณต่อพระเจ้าของท่าน ดังที่ท่าได้เคยกระทำมาแต่ก่อน แล้วคนเหล่านี้ก็ได้พากันมาและได้พบดาเนียลทูลขอ และวิงวอนอยู่ต่อพระเจ้าของท่าน
แล้วเขาทั้งหลายก็เข้าไปใกล้กราบทูลพระราชาเกี่ยวด้วยประกาศห้ามว่า "ข้าแต่พระราชา ฝ่าพระบาทได้ทรงลงพระนามในประกาศห้ามฉบับหนึ่งมิใช่หรือว่า ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดทูลขอต่อพระหรือมนุษย์นอกเหนือพระองค์ ในสามสิบวันนี้ ข้าแต่พระราชา ก็ให้โยนผู้นั้นลงไปในถ้ำสิงห์เสีย" พระราชาตรัสว่าเรื่องนั้นยังคงอยู่ ตามกฏหมายของคนมีเดียและคนเปอร์เซียซึ่งจะแก้ไขได้ไม่"
แล้วเขาจึงกราบทูลต่อพระราชาว่า "ดาเนียลคนนั้นในพวกที่ถูกกวาดเป็นเชลยมาจากยูดาห์ หาได้เชื่อฟังฝ่าพระบาทไม่ ข้าแต่พระราชา และไม่เชื่อฟังประกาศห้าม ซึ่งพระองค์ทรงลงพระนามไว้ แต่ได้ทูลขอวันละสามครั้ง


   แม้ว่าดาเนียลจะรู้ว่าพระราชาดาริอัสจะทรงลงนามในกฏหมายห้ามไม่ให้ทูลขอต่อพระหรือมนุษย์นอกเหนือการพระราชา โทษของการฝ่าฝืนคือถูกจับโยนไปในถ้ำสิงห์ แต่กระนั้นก็ดีดาเนียล ผู้ซึ้งเขาติดสนิทกับพระเจ้า เขาก็ยังสัตย์ซื่อในการอธิษฐานกับพระเจ้าเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าถ้าเราอยู่ในสถานะการณ์แบบดาเนียลผู้ซึ่งแต่ก่อนเป็นเชลย และได้มาเป็นถึงอภิรัฐมนตรีในสมัยของพระราชาดาริอัส เราจะเลือกเอาความปลอดภัยของตัวเอง ความมั่นคงในหน้าที่การงาน หรือจะเลือกที่จะเชื่อและวางใจในพระเจ้าครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2554

พระธรรมลูกา บทที่ 7 ข้อ 18 - 23
ฝ่ายพวกศิษย์ของยอห์นก็ได้เล่าเหตุการณ์ทั้งปวงนั้นให้ท่านฟัง
ยอห์นจึงเรียกศิษย์ของท่านทั้งสองคน ใช้เขาไปหาพระเป็นเจ้า ทูลถามว่า "ท่านเป็นผู้ที่จะมานั้นหรือ หรือจะคอยผู้อื่น"
เมื่อคนทั้งสอง มาถึงพระองค์แล้ว เขาทูลว่า "ยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาใช้ข้าพเจ้ามาหาท่านให้ถามว่า 'ท่านเป็นผู้ที่จะมานั้นหรือ หรือจะต้องคอยผู้อื่น'"
ในเวลานั้นพระองค์ได้ทรงรักษาคนเจ็บเป็นอันมากให้หายจากความเจ็บและโรคต่างๆ และให้พ้นจากผีร้าย และคนตาบอดหลายคนพระองค์ได้ทรงรักษาให้เห็นได้
แล้วพระองค์ตรัสตอบศิษย์สองคนนั้นว่า "จงไปแจ้งแก่ยอห์นตามซึ่งท่านได้เห็นและได้ยิน คือว่าคนตาบอดก็หายบอด คนง่อยเดินได้ คนโรคเรื้อนหายสะอาด คนหูหนวกได้ยิน คนตายแล้วเป็นขึ้นมา และข่าวประเสริฐก็ประกาศแก่คนอนาถา
บุคคลผู้ใดไม่เห็นว่าเราเป็นอุปสรรค ผู้นั้นเป็นสุข"


   จากข้อพระคัมภีร์ข้างบนนี้ทำให้เราเห็นสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำมากมาย เพื่อคนที่ด้อยโอกาส คนที่อ่อนแอ คนเจ็บป่วย คนพิการ และข่าวประเสริฐของพระเจ้าก็ทรงประกาศกับคนอนาถา เราได้เห็นความรักของพระเยซูจากสิ่งที่พระองค์ได้กระทำ
   นอกจากนี้เรายังได้เห็นสิ่งที่พระเยซูทรงตอบศิษย์ของยอห์น ที่เขาถามพระเยซูว่าคือผู้ใด พระองค์คือผู้ที่พระเจ้าทรงส่งมาช่วยพวกเขาหรือไม่ แทนที่พระเยซูจะตอบว่าพระองค์คือพระผู้เป็นเจ้าผู้ที่จะมาช่วยเขา แต่พระเยซูทรงให้เขาได้เห็นสิ่งที่พระองค์ได้กระทำ ทรงให้เขานำสิ่งที่เขาเห็นด้วยตนเอง ไปบอกกับยอห์น เพราะสิ่งนี้เป็นคำยืนยันเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีที่สุดว่าพระองค์คือผู้ใด
   ผมคิดว่าถ้าเกิดมีใครซักคนมาถามว่าพระเยซูคือผู้ใด พระเยซูคือพระเจ้าจริงหรือ สิ่งที่ควรจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดก็คือ การพูดในที่พระเยซูทรงกระทำในชีวิตของเรา สิ่งที่เราได้สัมผัสและรู้ว่าพระองค์เป็นพระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริงครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม 2554 วันนี้ขอให้เรามาดูคำอธิษฐานของกษัตริย์ดาวิดที่ทูลขอการช่วยกู้ให้พ้นจากบางสิ่งจากพระเจ้าในข้อพระคัมภีร์จากหนังสือสดุดี 2 ตอนนี้กันครับ

พระธรรมสดุดี บทที่ 144 ข้อ 7 - 8
ขอทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์จากที่สูง ขอทรงช่วยและกู้ข้าพระองค์ให้พ้นจากน้ำมากหลาย ให้พ้นจากมือของชนต่างด้าว
ผู้ซึ่งปากของเขาพูดเท็จ และซึ่งมือขวาของเขาเป็นมือขวาแห่งความมุสา

พระธรรมสดุดี บทที่ 144 ข้อ 11
ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากดาบทมิฬ และขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากมือคนต่างด้าว ผู้ซึ่งปากของเขาพูดเท็จ และซึ่งมือขวาของเขาเป็นมือขวาแห่งความมุสา


   สิ่งแรกที่กษัตริย์ดาวิดทูลขอให้พ้นก็คือน้ำมากหลาย ผมอ่านแล้วนึกถึงเรื่องน้ำท่วมโลกในสมัยของโนอาห์ครับ คือการที่พระเจ้าทรงลงโทษโดยต้องการชำระความบาปของมนุษย์ อีกสิ่งที่ทรงขอคือให้พ้นจากดาบทมิฬ ซึ่งดาบนั้นน่าจะหมายถึงการประหาร ความตายซึ่งในพระคัมภีร์ก็ได้กล่าวว่าบาปนั้นนำมาซึ่งความตายครับ และเรายังเห็นว่ามีการทูลขอให้พ้นจากมือของชนต่างด้าวถึงสองครั้ง ชนต่างด้าวที่พูดถึงนี้มีการระบุว่าเขาพูดเท็จ และมือขวาของเขาเป็นมือขวาแห่งความมุสา ข้อความหลังนี้ชี้ให้เห็นความคนเหล่านี้พูดเท็จและสิ่งที่เขาถนัดก็คือการโกหกหลอกลวง เราได้รู้จากพระคัมภีร์ว่าพระวจนะนั้นเป็นความจริง ดังนั้นคนเหล่านี้ที่กษัตริย์ดาวิดกลัวน่าจะเป็นคนที่ไม่ได้ยึดในพระวจนะของพระเจ้า
   เราอาจจะกล่าวโดยสรุปได้ว่า สิ่งที่กษัตริย์ดาวิดทรงทูลขอให้พ้นจาก การลงโทษจากความบาป ผลที่ได้รับจากความบาป และจากมือของคนบาป สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเราก็พึ่งในพระเจ้าเพื่อพระองค์จะทรงเมตตาให้เราได้รอดพ้นจากสิ่งเหล่านี้นะครับ :)

   สวัสดีครับ วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม 2553 ปีใหม่นี้ผมอยากจะเริ่มด้วยพระวจนะตอนนึงซึ่งเป็นเรื่องราวในสมัยของกษัตริย์เรโหโบอัม ซึ่งเป็นโอรสของกษัตริย์ซาโลมอนครับ
แรกๆเค้าในสมัยของเรโหโบอัมก็ปกครองประเทศและประชาชนโดยยึดในทางของพระเจ้าตามพระราชบิดา พระเจ้าก็ทรงอวยพระพรบ้านเมืองก็เจริญเข้มแข็ง
แต่ต่อมาเขาก็ละทิ้งพระเจ้า จนพระเจ้าทรงตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะว่า เหตุที่เขาได้ละทิ้งพระเจ้า พระเจ้าจะลงโทษเขาโดยให้ชิชักซึ่งเป็นกษัตริย์ของประเทศอียิปต์มาทำลายเขา
เมื่อผู้เผยพระวจนะมาบอกเรโหโบอัม เรโหโบอัมและคนของพระองค์ก็สำนึกผิด ยอมรับว่าสิ่งที่พระเจ้าจะลงโทษเขานั้นสมควร ถูกต้องแล้ว พระเจ้าก็ทรงเห็นการสำนึกผิดของเขาเมื่อเขาถ่อมใจลง
พระเจ้าทรงลดการลงโทษนั้น แต่ก็ทรงลงโทษเขาก็เพื่อให้เขาเห็นและเข้าใจว่าการรับใช้พระเจ้ากับการรับใช้มนุษย์นั้นต่างกัน
   ข้อพระคัมภีร์ตอนนี้ทำให้เรารู้อะไรหลายๆอย่าง คนเราเมื่อทำความผิดแล้วเรารู้จักที่จะถ่อมใจยอมรับความผิดนั้น พระเจ้าก็ไม่ได้ทรงใจร้ายกับเรา
พระเจ้าทรงยุติธรรมและเมตตา การลงโทษสำหรับคนที่ทำผิดแล้วยอมรับนั้นก็เพื่อให้เราได้เรียนรู้ในสิ่งที่ถูกต้องครับ :)

พระธรรม 2 พงศาวดาร บทที่ 12 ข้อ 5 - 8
แล้วเชไมอาห์ผู้เผยพระวจนะได้มาเฝ้าเรโหโบอัมและบรรดาเจ้านายแห่งยูดาห์ ผู้มาประชุมกันอยู่ที่เยรูซาเล็มด้วยเรื่องชิชัก และกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า "พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'เจ้าได้ละทิ้งเรา เราจึงได้ละทิ้งเจ้าให้อยู่ในมือของชิชัก'"
แล้วเจ้านายแห่งอิสราเอลและพระราชาได้ถ่อมตนลงและกล่าวว่า "พระเจ้าทรงชอบธรรมแล้ว"
เมื่อพระเจ้าทรงเห็นว่าเขาทั้งหลายถ่อมตัวลง พระวจนะของพระเจ้าได้มาถึงเชไมอาห์ว่า "เขาทั้งหลายได้ถ่อมตัวลงแล้ว เราจะไม่ทำลายเขา แต่เราจะประสาทการช่วยกู้แก่เขาบ้าง และพระพิโรธของเราจะไม่เทลงมาเหนือเยรูซาเล็มโดยมือของชิชัก
อย่างไรก็ดีเขาทั้งหลายต้องเป็นผู้รับใช้ของชิชัก เพื่อเขาทั้งหลายจะได้ทราบความแตกต่างระหว่างการรับใช้เรา และรับใช้ราชอาณาจักรทั้งหลาย"










อ่านย้อนหลัง


จำนวนผู้เยี่ยมชม